1

แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual Davelopment Plan : ID PLAN) ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ โรงเรียนบ้านคูตัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๓ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

บันทึกข้อความ ส่วนราชการ โรงเรียนบ้านคูตัน ที่ พิเศษ/2569 วันที่ 10 กันยายน 2569 เรื่อง ส่งแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual Development Plan : ID Plan) ปีงบประมาณ 2570 เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูตัน สิ่งที่ส่งมาด้วย QR Code ไฟล์แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual Development Plan : ID Plan) ตามที่โรงเรียนบ้านคูตันได้มอบหมายให้บุคลากรจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID Plan) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2570 เพื่อวางแผนและพัฒนาตนเองด้านวิทยฐานะ การจัดการเรียนรู้ และงาน บริหารจัดการ ให้เป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและครอบคลุมตามมาตรฐานตำแหน่ง บัดนี้ ข้าพเจ้า นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ได้ ดำเนินการจัดทำแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID Plan) เรียบร้อยแล้ว รายละเอียดดังเอกสารแนบท้ายบันทึก ข้อความนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบ ขอแสดงความนับถือ ลงชื่อ ................................................................... (นางสาววรวรรณ สำราญใจ) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูตัน ความเห็น/ข้อเสนอแนะของผู้อำนวยการโรงเรียน ........................................................................................................................................................................... ........................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ......................................................... (นายกรีฑา หวังมั่น) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูตัน QR CODE ไฟล์ ID Plan

ก คำนำ กระทรวงศึกษาธิการ มุ่งเน้นให้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พัฒนาตนเองโดยยึดหลักการ ประเมินสมรรถนะ (Competency Based Approach) ซึ่งจะทำให้ผู้ปฏิบัติงานสามารถรู้จุดเด่น จุดด้อย ของ ความสามารถในการปฏิบัติงานของตนและสามารถพัฒนาตนเอง ให้สอดคล้องกับความต้องการจำเป็นของ ผู้รับบริการ ของหน่วยงาน ของตนเองและของชุมชนอย่างแท้จริง ทั้งนี้ จึงต้องมีการวางแผนการพัฒนาตนเอง (Individual Development Plan : ID Plan) เพื่อเป็นการพัฒนาที่สนองตอบความต้องการแต่ละบุคคล สนองตอบความสนใจในรูปแบบวิธีการพัฒนา ที่จะ ส่งผลต่อสมรรถนะในการปฏิบัติหน้าที่ที่มีประสิทธิภาพ และเป็นการพัฒนาที่ต่อเนื่อง จนทำให้การปฏิบัติ หน้าที่มีความสมบูรณ์ มีประสิทธิภาพและเกิดประสิทธิผลในการปฏิบัติงาน ซึ่งจะนำไปสู่การพัฒนาตนเอง ให้ มีความเป็นผู้บริหารมืออาชีพ มีมาตรฐานในการปฏิบัติงานอย่างแท้จริง สามารถตรวจสอบได้อันจะนำไปสู่ เป้าหมายสูงสุดของการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนต่อไป นางสาววรวรรณ สำราญใจ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา

ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน 1 ส่วนที่ 2 วิสัยทัศน์และภารกิจส่วนบุคคล 2 ส่วนที่ 3 การประเมินสมรรถนะปัจจุบัน (Current Competency Assessment) 3 ส่วนที่ 4 เป้าหมายการพัฒนา (Development Goals) 4 ส่วนที่ 5 แผนการพัฒนา (Development Action Plan) 5 ส่วนที่ 6 ทรัพยากรที่ต้องการ (Required Resources) 7 ส่วนที่ 7 การติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) 8 ส่วนที่ 8 ความเสี่ยงและแผนรองรับ (Risk Management) 10 ส่วนที่ 9 การทบทวนและปรับปรุงแผน 11

๑ แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (Individual Development Plan : ID Plan) ผู้บริหารสถานศึกษา ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ส่วนที่ 1 ข้อมูลพื้นฐาน ชื่อ-นามสกุล นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา สถานศึกษา โรงเรียนบ้านคูตัน วุฒิการศึกษา ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา อายุราชการ 10 ปี ปีการงบประมาณที่จัดทำแผน 2570 หน้าที่และความรับผิดชอบโดยสรุป ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสถานศึกษา โดยมีบทบาทในการช่วยบริหารและขับเคลื่อนการ ดำเนินงานของสถานศึกษา ครอบคลุมการบริหารงาน ๔ ด้าน ได้แก่ ด้านวิชาการ ด้านการบริหารงานบุคคล ด้านงบประมาณ และด้านการบริหารทั่วไป รวมทั้งการติดตาม กำกับ นิเทศ และประสานการดำเนินงานให้ เป็นไปตามนโยบาย แผนพัฒนาสถานศึกษา และเป้าหมายคุณภาพผู้เรียน ให้ความสำคัญกับการพัฒนา คุณภาพการจัดการศึกษาโดยใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐาน การส่งเสริมการอ่าน การพัฒนาทักษะที่จำเป็นของ ผู้เรียน การใช้สื่อและเทคโนโลยีดิจิทัล ตลอดจนการพัฒนาระบบการบริหารจัดการและนวัตกรรมของ สถานศึกษาให้สามารถนำไปใช้ได้จริงและเกิดผลต่อผู้เรียน ส่วนที่ 2 วิสัยทัศน์และภารกิจส่วนบุคคล วิสัยทัศน์ส่วนบุคคล (Personal Vision) "บริหารงานอย่างเป็นระบบ ใช้ข้อมูลและนวัตกรรมในการ พัฒนาคุณภาพสถานศึกษา และมุ่งผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษาอย่างเป็นรูปธรรม" ภารกิจส่วนบุคคล (Personal Mission) ๑. พัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการและความสามารถในการบริหารสถานศึกษาให้สอดคล้องกับ มาตรฐานตำแหน่ง ๒. พัฒนาความสามารถในการบริหารงาน ๔ ฝ่ายให้มีระบบ มีข้อมูล หลักฐาน และสามารถติดตาม ผลได้ ๓. พัฒนาทักษะการนิเทศ กำกับ ติดตาม และให้คำแนะนำแก่ครู เพื่อส่งเสริมคุณภาพการจัดการ เรียนรู้ ๔. พัฒนาความสามารถในการใช้ข้อมูลสารสนเทศ เทคโนโลยีดิจิทัล และ AI เพื่อสนับสนุนการบริหาร จัดการและลดภาระงานที่ไม่จำเป็น

๒ ๕. พัฒนาความสามารถด้านการออกแบบ พัฒนา และประเมินนวัตกรรมทางการบริหารที่เหมาะสม กับบริบทของโรงเรียนบ้านคูตัน ๖. พัฒนาความสามารถในการจัดทำรายงานผลและหลักฐานเชิงประจักษ์ เพื่อสะท้อนผลการพัฒนา งานตามข้อตกลง (PA) และการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ 3 การประเมินสมรรถนะปัจจุบัน (Current Competency Assessment) 3.1 สมรรถนะหลัก (Core Competencies) สมรรถนะ ระดับปัจจุบัน (1-5) เป้าหมาย (1-5) ช่องว่าง การมีวิสัยทัศน์และความคิดเชิงกลยุทธ์ 4 5 1 ภาวะผู้นำและการจูงใจ 4 5 1 การสื่อสารและความสัมพันธ์ 4 5 1 การบริหารจัดการและการตัดสินใจ 4 5 1 การพัฒนาตนเองและการเรียนรู้ 4 5 1 3.2 สมรรถนะทางวิชาการ (Academic Leadership Competencies) สมรรถนะ ระดับปัจจุบัน (1-5) เป้าหมาย (1-5) ช่องว่าง หลักสูตรและการเรียนการสอน 4 5 1 การประเมินและการวัดผล 3 5 2 เทคโนโลยีเพื่อการศึกษา 4 5 1 การวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา 4 5 1 นวัตกรรมการศึกษา 4 5 1 จากการประเมินสมรรถนะตนเอง พบว่า สมรรถนะหลักและสมรรถนะทางวิชาการส่วนใหญ่อยู่ใน ระดับ ๔ ซึ่งอยู่ในระดับดี และมีเป้าหมายการพัฒนาให้อยู่ในระดับ ๕ จึงมีความต้องการจำเป็นในการพัฒนา เพื่อยกระดับสมรรถนะให้สามารถปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดย ให้ความสำคัญกับ ๓ ประเด็น ได้แก่ (๑) การประเมินและการวัดผล (๒) การวิจัยเพื่อพัฒนาการศึกษา และ (๓) ภาวะผู้นำทางวิชาการและการนิเทศ เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครูและคุณภาพผู้เรียน เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการบริหารจัดการและพัฒนางานให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ทั้งนี้ จะนำผล จากการพัฒนาไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง และติดตามผลจากหลักฐานเชิงประจักษ์อย่างต่อเนื่อง

๓ ส่วนที่ 4 เป้าหมายการพัฒนา (Development Goals) เป้าหมายที่ 1 พัฒนาความสามารถด้านการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ความต้องการจำเป็นในการพัฒนา พัฒนาความรู้และทักษะด้านการวัดและประเมินผลให้สามารถนำมาใช้ในการบริหารงานวิชาการได้ อย่างมีประสิทธิภาพ โดยมุ่งเน้นการวิเคราะห์ข้อมูลผลการประเมินของผู้เรียน การเลือกใช้และพัฒนาเครื่องมือ วัดและประเมินผลที่เหมาะสม การแปลผลข้อมูล และการนำผลการประเมินมาใช้ในการวางแผนพัฒนาผู้เรียน รวมทั้งใช้เป็นข้อมูลประกอบการนิเทศ ติดตาม และพัฒนาการจัดการเรียนรู้ของครู ตัวชี้วัดความสำเร็จ • สามารถวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลการประเมินผู้เรียนได้อย่างถูกต้อง • สามารถนำผลการประเมินมาใช้กำหนดแนวทางพัฒนาผู้เรียนและการจัดการเรียนรู้ • มีเครื่องมือหรือแนวทางในการติดตามผลการพัฒนาผู้เรียนที่เหมาะสม • มีหลักฐานแสดงการนำข้อมูลผลการประเมินไปใช้ในการบริหารงานวิชาการ • ผลการดำเนินงานสะท้อนให้เห็นการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างเป็นรูปธรรม เป้าหมายที่ 2 พัฒนาการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อสนับสนุนการบริหารสถานศึกษา ความต้องการจำเป็นในการพัฒนา พัฒนาทักษะการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI เพื่อสนับสนุนการบริหารจัดการ การจัดระบบข้อมูล สารสนเทศ การวิเคราะห์ข้อมูล การจัดทำเอกสารและรายงาน ตลอดจนการลดขั้นตอนและระยะเวลาในการ ปฏิบัติงาน โดยเลือกใช้เทคโนโลยีให้เหมาะสมกับบริบทและภารกิจของสถานศึกษา ตัวชี้วัดความสำเร็จ • นำเทคโนโลยีดิจิทัลหรือ AI มาใช้สนับสนุนงานบริหารอย่างน้อย ๒ ลักษณะงาน • สามารถใช้เครื่องมือดิจิทัลในการจัดเก็บและวิเคราะห์ข้อมูลได้ • มีผลงานหรือเครื่องมือที่เกิดจากการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีในการบริหาร • สามารถนำเทคโนโลยีมาใช้ลดขั้นตอนหรือเพิ่มประสิทธิภาพการปฏิบัติงานได้ เป้าหมายที่ 3 พัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการและการนิเทศเพื่อยกระดับคุณภาพการจัดการศึกษา ความต้องการจำเป็นในการพัฒนา พัฒนาความสามารถด้านภาวะผู้นำทางวิชาการ การนิเทศ กำกับ และติดตามการจัดการเรียนรู้ โดยใช้ ข้อมูลสารสนเทศและผลการประเมินของผู้เรียนเป็นฐาน ส่งเสริมการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC และนำผลจากการนิเทศไปใช้ในการปรับปรุงการจัดการเรียนรู้และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง ตัวชี้วัดความสำเร็จ • มีแผนและดำเนินการนิเทศภายในอย่างเป็นระบบ • มีการสะท้อนผลและให้ข้อเสนอแนะเพื่อพัฒนาการจัดการเรียนรู้ • มีการนำข้อมูลจากการนิเทศและผลการประเมินมาใช้วางแผนพัฒนา • มีหลักฐานการแลกเปลี่ยนเรียนรู้และการปรับปรุงการดำเนินงาน • เกิดผลการพัฒนาที่สะท้อนต่อคุณภาพครูและผู้เรียน

๔ ส่วนที่ 5 แผนการพัฒนา (Development Action Plan) ไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม – ธันวาคม ๒๕๖๙) กิจกรรมที่ ๑ การพัฒนาความรู้ด้านการวัดและประเมินผล • ศึกษาหลักการ แนวทาง และเครื่องมือการวัดและประเมินผลเพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียน • ศึกษาการวิเคราะห์และแปลผลข้อมูลจาก RT, NT, O-NET และผลการประเมินภายในสถานศึกษา • วิเคราะห์ข้อมูลผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเพื่อค้นหาจุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และกลุ่มผู้เรียนที่ต้องได้รับ การส่งเสริม • จัดทำบันทึกการเรียนรู้และแนวทางการนำผลการประเมินไปใช้ในการบริหารงานวิชาการ กิจกรรมที่ ๒ การพัฒนาภาวะผู้นำทางวิชาการ • ศึกษาแนวทางการบริหารงานวิชาการและภาวะผู้นำทางวิชาการ • ศึกษาแนวทางการนิเทศภายในสถานศึกษาและการนิเทศเชิงพัฒนา • วิเคราะห์ปัญหาและความต้องการจำเป็นของครูในการจัดการเรียนรู้ • จัดทำแนวทางการนิเทศ กำกับ และติดตามการจัดการเรียนรู้ให้สอดคล้องกับบริบทของสถานศึกษา ไตรมาสที่ ๒ (มกราคม – มีนาคม ๒๕๗๐) กิจกรรมที่ ๓ การพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลและ AI • ศึกษาและทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัลและ AI ที่เหมาะสมกับงานบริหารสถานศึกษา • ประยุกต์ใช้ AI ในการจัดระบบข้อมูล การวิเคราะห์ข้อมูล และการจัดทำเอกสาร/รายงาน • พัฒนาระบบจัดเก็บข้อมูลและหลักฐานการดำเนินงานในรูปแบบดิจิทัล • ทดลองใช้เครื่องมือดิจิทัลเพื่อสนับสนุนการติดตามงานและการบริหารจัดการ กิจกรรมที่ ๔ การนิเทศและพัฒนาการจัดการเรียนรู้ • ดำเนินการนิเทศ ติดตาม และให้ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนาแก่ครู • ส่งเสริมการจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญและการใช้ Active Learning • นำผลการนิเทศมาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่านกระบวนการ PLC • ติดตามการนำข้อเสนอแนะจากการนิเทศไปปรับใช้ในการจัดการเรียนรู้ ไตรมาสที่ 3 (เมษายน – มิถุนายน ๒๕๗๐) กิจกรรมที่ ๕ การนำผลการประเมินมาใช้พัฒนาคุณภาพผู้เรียน • วิเคราะห์ผลการประเมินและข้อมูลพัฒนาการของผู้เรียนหลังการดำเนินงาน • เปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการพัฒนาเพื่อสะท้อนผลการดำเนินงาน • นำผลการวิเคราะห์มาใช้กำหนดแนวทางพัฒนาผู้เรียนรายกลุ่ม/รายบุคคลตามความเหมาะสม • ใช้ข้อมูลผลการประเมินเป็นสารสนเทศประกอบการวางแผนงานวิชาการและการนิเทศ กิจกรรมที่ ๖ การพัฒนาและขับเคลื่อนนวัตกรรมทางการศึกษา • พัฒนาหรือปรับปรุงนวัตกรรมที่สอดคล้องกับปัญหาและบริบทของสถานศึกษา • นำนวัตกรรมไปใช้ในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนและการบริหารงานวิชาการ • ติดตามและประเมินผลการใช้นวัตกรรม • ใช้กระบวนการ PDCA ในการทบทวนและปรับปรุงการดำเนินงาน

๕ ไตรมาสที่ 4 (กรกฎาคม – กันยายน ๒๕๗๐) กิจกรรมที่ ๗ การสรุปและประเมินผลการพัฒนาตนเอง • ประเมินผลการพัฒนาตนเองตามเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนด • วิเคราะห์ผลสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และปัจจัยที่ส่งผลต่อการดำเนินงาน • รวบรวมหลักฐานและผลการปฏิบัติงานเป็น Portfolio • จัดทำรายงานผลการพัฒนาตนเองและข้อเสนอแนะสำหรับการพัฒนาในปีถัดไป กิจกรรมที่ ๘ การแลกเปลี่ยนเรียนรู้และต่อยอดผลการพัฒนา • แลกเปลี่ยนเรียนรู้ผลการดำเนินงานกับผู้บริหาร ครู และบุคลากรในสถานศึกษา • สรุปบทเรียนจากการดำเนินงานและนำข้อเสนอแนะมาปรับปรุงการทำงาน • รวบรวมและจัดระบบผลงาน/นวัตกรรมที่เกิดจากการพัฒนา • นำผลการพัฒนาไปใช้เป็นข้อมูลประกอบการพัฒนางานตามข้อตกลง (PA) และการพัฒนาวิชาชีพ อย่างต่อเนื่อง ส่วนที่ 6 ทรัพยากรที่ต้องการ (Required Resources) ๑. ด้านบุคลากร • ผู้อำนวยการสถานศึกษา ให้คำปรึกษา ข้อเสนอแนะ และกำกับติดตามการพัฒนาตนเอง • คณะครูและบุคลากรทางการศึกษา ร่วมแลกเปลี่ยนเรียนรู้และให้ข้อมูลประกอบการพัฒนา • ผู้บริหารสถานศึกษาและผู้บริหารในเครือข่าย ร่วมแลกเปลี่ยนประสบการณ์และแนวทางการบริหาร จัดการศึกษา • ศึกษานิเทศก์และวิทยากรจากหน่วยงานต้นสังกัด ตามโอกาสและความเหมาะสม ๒. ด้านวัสดุ อุปกรณ์ และเทคโนโลยี • คอมพิวเตอร์และอุปกรณ์สื่อสารที่จำเป็นต่อการปฏิบัติงาน • ระบบอินเทอร์เน็ตและแพลตฟอร์มดิจิทัล • โปรแกรมหรือเครื่องมือสำหรับจัดเก็บ วิเคราะห์ และนำเสนอข้อมูล • เครื่องมือและแพลตฟอร์ม AI ที่เหมาะสมกับการปฏิบัติงาน โดยคำนึงถึงความถูกต้องและความ ปลอดภัยของข้อมูล ๓. ด้านข้อมูลและแหล่งเรียนรู้ • ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษาและข้อมูลผลการเรียนรู้ของผู้เรียน • ผลการวัดและประเมินผล เช่น RT, NT, O-NET และการประเมินภายในสถานศึกษา • คู่มือ แนวทาง และเอกสารทางวิชาการที่เกี่ยวข้องกับการบริหารสถานศึกษา การวัดและประเมินผล การนิเทศ และการพัฒนานวัตกรรม • แหล่งเรียนรู้และการอบรมออนไลน์ของหน่วยงานต้นสังกัดและหน่วยงานทางการศึกษา ๔. ด้านเวลา จัดสรรเวลาในการพัฒนาตนเอง อย่างน้อย ๔ ชั่วโมงต่อสัปดาห์โดยเฉลี่ย โดยบูรณาการการพัฒนากับ การปฏิบัติงานประจำ การนิเทศ การประชุม PLC การศึกษาด้วยตนเอง และการพัฒนางานที่รับผิดชอบ เพื่อ ไม่ให้กระทบต่อภารกิจหลักของสถานศึกษา

๖ ๕. ด้านงบประมาณ ใช้งบประมาณตามความจำเป็นและความเหมาะสม โดยเน้นการใช้ทรัพยากรที่มีอยู่ของสถานศึกษา แหล่งเรียนรู้และการอบรมที่ไม่มีค่าใช้จ่าย และงบประมาณจากหน่วยงานต้นสังกัดตามโอกาส ทั้งนี้ หากมี กิจกรรมที่มีค่าใช้จ่ายให้ดำเนินการตามระเบียบของทางราชการและตามทรัพยากรที่สถานศึกษาสามารถ สนับสนุนได้ ๖. การสนับสนุนจากสถานศึกษา • การสนับสนุนและให้คำปรึกษาจากผู้บริหารสถานศึกษา • การส่งเสริมให้เข้าร่วมการอบรมและพัฒนาที่เกี่ยวข้องกับหน้าที่ • การสนับสนุนการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ผ่าน PLC • การสนับสนุนข้อมูลและสารสนเทศที่จำเป็นต่อการพัฒนางาน • การเปิดโอกาสให้นำความรู้และทักษะที่ได้รับไปประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานจริง ส่วนที่ 7 การติดตามและประเมินผล (Monitoring and Evaluation) ประเด็นการติดตามและ ประเมินผล วิธีการ/เครื่องมือ ระยะเวลา หลักฐาน/ผลลัพธ์ 1. ด้านการวัดและ ประเมินผล ประเมินความรู้และทักษะก่อน– หลังการพัฒนา วิเคราะห์ผลการ ประเมินผู้เรียน และตรวจสอบ การนำข้อมูลไปใช้ในการวางแผน พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ไตรมาส 1–3 แบบประเมินตนเอง ผลการ วิเคราะห์ข้อมูล เครื่องมือวัด และประเมินผล แผนพัฒนา ผู้เรียน 2. ด้านเทคโนโลยี ดิจิทัลและ AI ติดตามการนำเทคโนโลยีดิจิทัล และ AI มาใช้สนับสนุนงานบริหาร งานข้อมูลสารสนเทศ และการ จัดทำเอกสาร/รายงาน พร้อม ประเมินประสิทธิภาพการใช้งาน ไตรมาส 2–3 ผลงาน/เครื่องมือดิจิทัล ระบบหรือไฟล์ข้อมูล ตัวอย่างการใช้ AI และ บันทึกผลการพัฒนา 3. ด้านภาวะผู้นำทาง วิชาการและการนิเทศ ติดตามการดำเนินงานตามแผน นิเทศ สังเกตและบันทึกผลการ นิเทศ ให้ข้อเสนอแนะ และ ติดตามการนำข้อเสนอแนะไป ปรับใช้ ไตรมาส 1–4 แผนนิเทศ แบบบันทึกการ นิเทศ ข้อเสนอแนะ ผลการ ติดตาม และหลักฐานการ ปรับปรุงการจัดการเรียนรู้ 4. การนำผลการพัฒนา ไปใช้ในการปฏิบัติงาน ประเมินผลจากการนำความรู้และ ทักษะไปประยุกต์ใช้กับงาน บริหารสถานศึกษา และพิจารณา ผลที่เกิดขึ้นต่อครู ผู้เรียน และ งานวิชาการ ไตรมาส 2–4 ผลการดำเนินงาน รายงาน/ สรุปผล ผลงานหรือ นวัตกรรม และข้อมูลผลลัพธ์ 5. การประเมินผลการ พัฒนาตนเองโดยรวม ประเมินตนเองหลังการพัฒนา เปรียบเทียบระดับสมรรถนะก่อน ไตรมาส 4 แบบประเมินหลังพัฒนา Portfolio รายงานผล ID

๗ ประเด็นการติดตามและ ประเมินผล วิธีการ/เครื่องมือ ระยะเวลา หลักฐาน/ผลลัพธ์ และหลังการพัฒนา วิเคราะห์ จุดเด่น จุดที่ต้องพัฒนา และ จัดทำข้อเสนอแนะสำหรับ แผนพัฒนารอบต่อไป PLAN และแผนพัฒนา ตนเองในระยะต่อไป ตัวชี้วัดความสำเร็จหลัก (Key Performance Indicators) ตัวชี้วัด เป้าหมายเชิงปริมาณ/ เชิงคุณภาพ เครื่องมือ / แหล่งข้อมูลการประเมิน ๑. ร้อยละของครูผู้สอนที่ได้รับการ นิ เ ท ศ ติ ด ต า ม แ ล ะ ไ ด้ รั บ ข้ อ เ ส น อ แ น ะ เ ชิ ง พั ฒ น า กระบวนการจัดการเรียนรู้ ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๕ ของ ครูผู้สอนทั้งหมด - แผนการนิเทศภายในสถานศึกษา - แบบบันทึกการนิเทศและการให้ ค ำ ป รึ ก ษ า ( C o a c h i n g & Mentoring) ๒. จำนวนนวัตกรรมการบริหาร ห รื อ ก ร ะ บ ว น ก า ร ท ำ ง า น ที่ ประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) อย่างน้อย 1 นวัตกรรม - เอกสารเชิ งระบบ/แพลตฟอร์ม ดิจิทัลที่พัฒนาขึ้น - ร า ย ง า น ผ ล ก า ร ป ร ะยุ ก ต์ ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลในงานบริหาร ๓. ร้อยละของครูผู้สอนที่มีการนำ ผลการประเมินคุณภาพผู้เรียน (RT, NT, O-NET และการประเมิน ภายใน) ไปใช้ในการวางแผนและ พัฒนาการจัดการเรียนรู้ ร้อยละ ๑๐๐ ของครูผู้สอน - เอกสารวิเคราะห์ผลการประเมิน คุณภาพผู้เรียน - แผนการจั ดการเรี ยนรู้ /แผน ยกระดับผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ๔. อั ตราการเปลี่ ยนแปลงของ ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและผลการ ทดสอบระดับชาติของผู้เรียน มีพัฒนาการเพิ่มขึ้นอย่างน้อย ร้ อยละ ๓ เมื่ อเที ยบกั บปี การศึกษาที่ผ่านมา - รายงานสรุ ปผลการ ท ด ส อ บ ระดับชาติ (RT, NT, O-NET) - สารสนเทศผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ของสถานศึกษา ๕. ระดั บความพึ งพอใจ ของ บุคลากรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียต่อ ระบบการบริหารงานและการนิเทศ การศึกษา ค่าเฉลี่ ยไม่ น้ อยกว่ า ๔.๐๐ (ระดับมากที่สุด) - แบบประเมินความพึงพอใจการ บริหารจัดการสถานศึกษา

๘ ส่วนที่ 8 ความเสี่ยงและแผนรองรับ (Risk Management) การดำเนินงานตามแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID PLAN) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๗๐ อาจ เผชิญกับปัจจัยความเสี่ยงทั้งภายในและภายนอกองค์กรที่อาจส่งผลกระทบต่อบรรลุเป้าหมายตามมาตรฐาน ตำแหน่ง จึงได้กำหนดกรอบการบริหารความเสี่ยงและมาตรการรองรับเพื่อประกันคุณภาพการดำเนินงาน ดังนี้ ๑. ความเสี่ยงด้านการจัดสรรเวลาและการบริหารจัดการภาระงาน (Time & Task Management Risk) • ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบ : ภาระงานบริหารจัดการเชิงโครงสร้างและภาระงานเร่งด่วนตามนโยบาย อาจส่งผลกระทบต่อกรอบเวลาในการพัฒนาตนเองและการดำเนินงานตามแผนนิเทศภายใน สถานศึกษา • มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง o ประยุกต์ใช้หลักการจัดลำดับความสำคัญของงาน (Task Prioritization) ร่วมกับการกำหนด ปฏิทินปฏิบัติงาน (Action Plan) ที่ชัดเจน o บูรณาการกิจกรรมการพัฒนาตนเองเข้ากับการปฏิบัติงานประจำวัน (On-the-job Development) และชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) o นำเทคโนโลยีดิจิทัลและระบบอัตโนมัติมาประยุกต์ใช้เพื่อลดขั้นตอนและระยะเวลาในการ ประมวลผลงานเอกสารและสารสนเทศ ๒. ความเสี่ยงด้านข้อจำกัดของโครงสร้างพื้นฐานทางเทคโนโลยีและการเปลี่ยนแปลงทางดิจิทัล (Digital Transformation Risk) • ปัจจัยเสี่ ยงและผลกระทบ : ความผันผวนของการเปลี่ ยนแปลงเทคโนโลยี (Technological Disruption) รวมถึงข้อจำกัดด้านความพร้อมของอุปกรณ์และเครือข่ายสารสนเทศของสถานศึกษา • มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง o มุ่งเน้นการใช้เทคโนโลยีและเครื่องมือปัญญาประดิษฐ์ (AI Tools) ในรูปแบบเปิด (Open Source) และแพลตฟอร์มการเรียนรู้ที่ไม่เสียค่าใช้จ่าย o สร้างเครือข่ายความร่วมมือทางวิชาชีพ (Professional Network) เพื่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ และแบ่งปันทรัพยากรเทคโนโลยี o กำหนดแนวทางการใช้เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI โดยคำนึงถึงหลักธรรมาภิบาล ความถูกต้อง วิชาการ และความปลอดภัยของข้อมูลสารสนเทศ (Data Privacy) ๓. ความเสี่ยงด้านภาวะการต่อต้านการเปลี่ยนแปลงของบุคลากร (Organizational Resistance to Change) • ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบ : ความไม่คุ้นเคยของบุคลากรต่อการนำระบบเทคโนโลยี หรือรูปแบบการ นิเทศแนวนวัตกรรมใหม่มาใช้ในการจัดการเรียนรู้ • มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง : o ขับเคลื่อนการทำงานด้วยกระบวนการมีส่วนร่วม (Participatory Management) และการ สร้างความเข้าใจในเป้าหมายร่วมกัน (Shared Vision) o ใช้กระบวนการนิเทศแบบกัลยาณมิตรและการเป็นโค้ช (Coaching & Mentoring) โดย มุ่งเน้นการเสริมแรงเชิงบวกและการส่งเสริมเจตคติที่ดี

๙ o สนับสนุนและสร้างบรรยากาศองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ร่วมกับ ผู้อำนวยการสถานศึกษา ๔. ความเสี่ยงด้านข้อจำกัดของทรัพยากรและงบประมาณ (Resource & Budgetary Constraints) • ปัจจัยเสี่ยงและผลกระทบ : ความจำกัดของงบประมาณในการสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรและการ จัดหาเทคโนโลยี • มาตรการบริหารจัดการความเสี่ยง : o แสวงหาและใช้ประโยชน์จากแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ หลักสูตรการพัฒนาวิชาชีพของหน่วยงาน ต้นสังกัด (สพฐ., ก.ค.ศ.) และสถาบันอุดมศึกษา o บริหารจัดการทรัพยากรภายในสถานศึกษาตามหลักคุ้มค่าและเกิดประโยชน์สูงสุด ส่วนที่ 9 การทบทวนและปรับปรุงแผน การทบทวนและปรับปรุงแผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID PLAN) เป็นกระบวนการสำคัญในการ ประกันคุณภาพการพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่อง (Continuous Improvement) ตามวงจรคุณภาพ PDCA เพื่อให้การยกระดับสมรรถนะและการปฏิบัติงานในตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษามีความยืดหยุ่น สอด รับกับการเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบาย บริบทของสถานศึกษา และผลการประเมินความก้าวหน้าในแต่ละระยะ โดยกำหนดกรอบแนวทางการทบทวนและปรับปรุงแผน ดังนี้ ๙.๑ กรอบระยะเวลาและวงรอบการทบทวนแผน (Review Timeline) จัดให้มีการกำกับ ติดตาม และทบทวนแผนพัฒนาตนเองรายบุคคลเป็นประจำทุกไตรมาส ดังนี้ • ไตรมาสที่ ๑ (ตุลาคม – ธันวาคม): ประเมินความก้าวหน้าการเรียนรู้และความเข้าใจเชิงทฤษฎีด้าน การวัดและประเมินผล และแนวทางการนิเทศภายใน • ไตรมาสที่ ๒ (มกราคม – มีนาคม): ประเมินผลการทดลองประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัล/AI ในงาน บริหาร และการดำเนินงานนิเทศติดตามครูผู้สอน • ไตรมาสที่ ๓ (เมษายน – มิถุนายน): ประเมินผลลัพธ์จากการนำข้อมูลผลการประเมินผู้เรียนไปใช้เชิง วิชาการ และความก้าวหน้าในการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการ • ไตรมาสที่ ๔ (กรกฎาคม – กันยายน): สรุปประเมินผลสัมฤทธิ์ภาพรวมตามตัวชี้วัดความสำเร็จหลัก (KPIs) และจัดทำข้อเสนอแนะเพื่อการปรับปรุงแผนในรอบปีงบประมาณถัดไป ๙.๒ เกณฑ์และปัจจัยในการพิจารณาปรับปรุงแผน (Review Criteria) การพิจารณาปรับปรุงกิจกรรมการพัฒนา เป้าหมาย หรือตัวชี้วัดความสำเร็จ จะอ้างอิงจากปัจจัย สำคัญ ๔ ประการ ได้แก่ ๑. การเปลี่ยนแปลงเชิงนโยบายและบริบททางการศึกษา: นโยบายเร่งด่วน (Quick Win) ของ กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) และสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา ประถมศึกษาสุรินทร์ เขต ๓ ๒. ผลการประเมินความก้าวหน้าเชิงประจักษ์: ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) จากการปฏิบัติงานจริง สารสนเทศผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และระดับการบรรลุเป้าหมายตามตัวชี้วัดในแต่ละไตรมาส

๑๐ ๓. ข้อเสนอแนะสะท้อนคิดจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย: ข้อเสนอแนะเชิงพัฒนาจากผู้อำนวยการ สถานศึกษา ศึกษานิเทศก์ คณะครู และผลการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ๔. ข้อจำกัดด้านทรัพยากรและสภาวการณ์แวดล้อม: ความพร้อมด้านงบประมาณ อุปกรณ์ เทคโนโลยี เวลา หรือปัจจัยเสี่ยงภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ ๙.๓ กระบวนการและวิธีการปรับปรุงแผน (Improvement Process) เมื่อพบข้อจำกัดหรือโอกาสในการพัฒนาเพิ่มเติม ให้ดำเนินการปรับปรุงแผนตามขั้นตอนดังนี้ ๑. การวิเคราะห์ช่องว่างการพัฒนา (Gap Analysis): เปรียบเทียบผลการพัฒนาจริงกับเป้าหมายที่ กำหนดไว้ในแผน เพื่อระบุประเด็นที่ต้องปรับปรุงหรือเร่งรัด ๒. การปรับเปลี่ยนกิจกรรมและมาตรการ (Action Plan Adjustment): ปรับเปลี่ยนรูปแบบ วิธีการ หรือกรอบเวลาการดำเนินกิจกรรมให้มีความเหมาะสมและเป็นไปได้จริง ๓. การบันทึกร่องรอยการแก้ไข (Documentation): บันทึกเหตุผล ข้อเท็จจริง และสาระสำคัญใน การปรับปรุงแผนลงในเอกสารรายงานผลการพัฒนาตนเอง ๔. การเสนอขอความเห็นชอบ (Approval): นำเสนอแผนพัฒนาตนเองรายบุคคลฉบับปรับปรุงต่อ ผู้อำนวยการสถานศึกษาเพื่อพิจารณาให้ความเห็นชอบและอนุมัติการใช้แผน ๙.๔ จุดเด่นและคุณค่าเชิงวิชาการของแผน (Plan Highlights & Academic Values) ๑. มุ่งเน้นการพัฒนาสมรรถนะแห่งอนาคต: ครอบคลุมทักษะภาวะผู้นำทางวิชาการ การประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีดิจิทัลและ AI รวมถึงการบริหารจัดการด้วยข้อมูลสารสนเทศ ๒. บูรณาการการพัฒนากับการปฏิบัติงานจริง: เน้นการเรียนรู้ผ่านการปฏิบัติจริง (Work-based Learning) ที่ส่งผลตรงต่อคุณภาพการจัดการเรียนรู้ของครูและผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ๓. มีระบบประกันคุณภาพการพัฒนาตนเอง: มีตัวชี้วัดความสำเร็จหลัก (KPIs) ที่ชัดเจน วัดผลได้ จริง พร้อมกลไกการบริหารความเสี่ยงและการทบทวนแผนอย่างเป็นระบบ ลงชื่อ ผู้จัดทำแผน (นางสาววรวรรณ สำราญใจ) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วันที่จัดทำ : 10 กันยายน 2569 ลงชื่อ ผู้อนุมัติแผน (นายกรีฑา หวังมั่น) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา วันที่อนุมัติ: 11 กันยายน 2569

๑๑

ब्रांड लोगो

แผนพัฒนาตนเองรายบุคคล (ID Plan) ปีงบประมาณ 2570

Worawan Sumranjai
रिपोर्ट करें