รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน “Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้” ประเภทโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ โรงเรียนบ้านคูตัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กระทรวงศึกษาธิการ

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 คำนำ การจัดทำรายงานนวัตกรรม ฉบับนี้ เป็นเอกสารประกอบการพิจารณาผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ/รายงาน นวัตกรรมของ นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะรองผู้อำนวยการ ชำนาญการ โรงเรียนบ้านคูตัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 เป็นกลไกสำคัญใน การสะท้อนผลการดำเนินงานที่มีประสิทธิภาพและเกิดผลสัมฤทธิ์อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งในด้านการจัดการเรียนการ สอน การบริหารจัดการศึกษา รวมถึงการพัฒนาศักยภาพผู้เรียนและครูผู้สอน โดยรายงานนวัตกรรมและรายงาน ผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ยังเป็นเครื่องมือที่ช่วยเผยแพร่แนวปฏิบัติที่ดี อันสามารถนำไป ประยุกต์ใช้หรือพัฒนาให้เกิดผลในวงกว้าง อันนำไปสู่การยกระดับคุณภาพการศึกษาโดยรวม สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ได้ส่งเสริมและสนับสนุนให้สถานศึกษาและ บุคลากรทางการศึกษา พัฒนานวัตกรรมการเรียนการสอนและการบริหารสถานศึกษาอย่างมีประสิทธิภาพ โดย เน้นการจัดการเรียนรู้เชิงรุก การขับเคลื่อนนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม และ การบูรณาการเทคโนโลยีดิจิทัลในการจัดการเรียนรู้และบริหารจัดการสถานศึกษา ซึ่งส่งผลให้เกิดแนวปฏิบัติที่ดี อันควรค่าแก่การจัดทำเป็นรายงานนวัตกรรมและรายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อใช้เป็น ต้นแบบและแนวทางในการพัฒนาการศึกษา จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่า รายงานฉบับนี้จะเป็นแนวทางที่เป็นประโยชน์ต่อการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถ่ายทอด ประสบการณ์ และขยายผลไปสู่การพัฒนาคุณภาพการศึกษาในวงกว้างต่อไป ผู้พัฒนาขอรับรองว่าข้อมูลในแบบ รายงานนี้เป็นความจริงทุกประการ วรวรรณ สำราญใจ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ก

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข 1. ความเป็นมาและความสำคัญ 1 2. วัตถุประสงค์ 3 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน 4 4. ผลการดำเนินงาน 11 5. วิธีการประเมินผล 13 6. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ/บทเรียนที่ได้รับ 15 7. ชื่อบุคคล/หน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ 16 8. การเผยแพร่ 18 9. บรรณานุกรม 18 10. ภาคผนวก 19 10.1 เอกสารหลักฐานประกอบการดำเนินงานตามกระบวนการ 19 10.2 เครื่องมือคัดกรองและการจัดการเรียนรู้ (Active Learning) 20 10.3 ร่องรอยการนิเทศภายในและการพัฒนาวิชาชีพ (PLC) 21 10.4 เครื่องมือประเมินความพึงพอใจ 21 10.5 ร่องรอย/หลักฐานเชิงประจักษ์ และภาพประกอบการดำเนินงาน 22 ข

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 รายงานผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ/รายงานนวัตกรรม ชื่อผลงาน นวัตกรรมด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน “Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้” ด้าน การส่งเสริมพัฒนาการอ่าน (ประเภทผู้บริหารสถานศึกษา) ประเภทสถานศึกษา ( ) ปฐมวัย ( ) ประถมศึกษา ( ) ขนาดเล็ก ( ) ขนาดกลาง ( ✓ ) ขยายโอกาสฯ ผู้เสนอผลงาน นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ หน่วยงาน โรงเรียนบ้านคูตัน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 1. ความเป็นมาและความสำคัญ การศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขัน ของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้การจัดการศึกษามุ่ง พัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์ทั้งด้านความรู้ คุณธรรม ทักษะกระบวนการคิด และสามารถเรียนรู้ได้ตลอด ชีวิต (กระทรวงศึกษาธิการ, 2542) สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับ ปรับปรุง พ.ศ. 2560) ที่กำหนดให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญ โดยเฉพาะความสามารถในการสื่อสาร การคิด การ แก้ปั ญหา และการใช้ ทั กษะชี วิ ต ซึ่ งล้วนมี พื้ นฐานสำคั ญจากทั กษะการอ่ าน การคิ ด และการเขี ยน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 องค์การเพื่อความร่วมมือทางเศรษฐกิจและ การพัฒนา (OECD) ได้เสนอว่า ความสามารถด้านการอ่าน (Reading Literacy) มิได้หมายถึงเพียงการอ่านออก เสียงได้เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการทำความเข้าใจ การตีความ การประเมิน และการนำสารสนเทศไปใช้ในการ แก้ปัญหาและดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ (OECD, 2023) ดังนั้น การพัฒนาทักษะการอ่านจึงเป็นรากฐานของ การเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนโดยรวมของผู้เรียน ผลการประเมินระดับชาติและนานาชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนไทยยังมีข้อจำกัด ด้านสมรรถนะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพ การเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนเพิ่มสูงขึ้น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน, 2565; UNESCO, 2021) โรงเรียนบ้านคูตัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 เป็นโรงเรียนขยาย

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 โอกาสทางการศึกษา ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์ข้อมูล สารสนเทศของสถานศึกษา ได้แก่ ผลการประเมิน RT, NT, O-NET ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน และข้อมูล การคัดกรองรายบุคคล พบว่าผู้เรียนบางส่วนยังมีข้อจำกัดด้านการอ่านจับใจความ การคิดวิเคราะห์ และการ สื่อสารด้วยการเขียน ส่งผลต่อการเรียนรู้ในกลุ่มสาระอื่นและสมรรถนะการเรียนรู้โดยรวม นอกจากนี้ ยังพบความ แตกต่างระหว่างบุคคลค่อนข้างสูง ทำให้การจัดการเรียนรู้แบบเดียวกันสำหรับผู้เรียนทุกคนไม่สามารถตอบสนอง ศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ เมื่อวิเคราะห์สภาพการดำเนินงานของโรงเรียนในเชิงระบบ ผู้พัฒนาพบว่าปัญหาดังกล่าวมิได้เกิดจากการ จัดการเรียนรู้ของครูเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากข้อจำกัดของระบบบริหารจัดการทางวิชาการที่ยังขาดการเชื่อมโยง ข้อมูลสารสนเทศผู้เรียน การวางแผนพัฒนาผู้เรียน การนิเทศติดตาม การพัฒนาครู และการมีส่วนร่วมของ ผู้ปกครองให้เป็นกระบวนการเดียวกัน ส่งผลให้การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ (Data-informed Decision Making) ยังไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Fullan, 2007) ในฐานะรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้พัฒนาตระหนักว่าการยกระดับคุณภาพผู้เรียนจำเป็นต้องอาศัย "นวัตกรรมการบริหาร" ควบคู่กับ "นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้" โดยใช้หลักการบริหารเชิงระบบ ( General Systems Theory) ที่มององค์กรเป็นระบบซึ่งองค์ประกอบทุกส่วนมีความสัมพันธ์และส่งผลต่อกัน (Von Bertalanffy, 1968) ร่วมกับวงจรคุณภาพ PDCA ของ Deming (1986) ที่เน้นการวางแผน การดำเนินงาน การ ตรวจสอบ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community: PLC) ซึ่งส่งเสริมให้ครูร่วมกันเรียนรู้ แลกเปลี่ยนประสบการณ์ และพัฒนาคุณภาพการ จัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (DuFour & Eaker, 1998) จากแนวคิดดังกล่าว ผู้พัฒนาจึงได้พัฒนานวัตกรรมส่งเสริมพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ เพื่อเป็นรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการการบริหารงานวิชาการ การจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การนิเทศภายใน การใช้ข้อมูลสารสนเทศ และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ภายใต้กรอบการดำเนินงาน HERO MODEL ประกอบด้วย H : Hunt & Highlight, E : Empower Learning, R : Review & Reflect และ O : Optimize & Opportunity ซึ่งดำเนินการผ่านวงจรคุณภาพ PDCA อย่างเป็น ระบบ เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียน ครู และองค์กรเกิดความเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การยกระดับคุณภาพ การศึกษาของสถานศึกษาอย่างยั่งยืน 2. วัตถุประสงค์ 2.1. วัตถุประสงค์ 1) เพื่อพัฒนาสมรรถนะผู้เรียนด้าน อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ให้เป็นไปตามเป้าหมายของหลักสูตร และมาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐาน 2

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 2) เพื่อพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา ด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ของโรงเรียนบ้านคูตัน 3) เพื่อส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) โดยใช้ข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลในการ ออกแบบการเรียนรู้ การนิเทศ การสะท้อนผล และการพัฒนาวิชาชีพผ่าน PLC 4) เพื่อศึกษาความพึงพอใจของครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อการ ดำเนินงานนวัตกรรม 2.2 เป้าหมาย 2.2.1 กลุ่มเป้าหมาย นักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนที่ 1 ปีการศึกษา 2569 จำนวน 126 คน ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาโรงเรียนบ้านคูตัน จำนวน 17 คน 2.2.2 เชิงปริมาณ 1) เป้าหมายด้านผู้เรียน ผู้เรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ผ่านเกณฑ์การประเมินด้านการอ่าน การ คิด และการเขียน 2) เป้าหมายด้านการพัฒนานวัตกรรมการบริหาร สถานศึกษามีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จำนวน 1 เล่ม และมีอัตราความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ของภาคีเครือข่ายผู้ปกครองและ คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 3) เป้าหมายด้านครูผู้สอน ครูร้อยละ 100 สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) บูรณาการกระบวนการ PLC และสร้างนวัตกรรม/สื่อซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาผู้เรียนรายบุคคลได้อย่างน้อยคนละ 1 นวัตกรรม 4) เป้าหมายด้านความพึงพอใจ ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มี ความพึงพอใจต่อภาพรวมการดำเนินงานนวัตกรรม มีคะแนนเฉลี่ยไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 (ค่าเฉลี่ย 𝑋̅ ≥ 4.25 หรือ อยู่ในระดับดีมากขึ้นไป) 2.2.3 เชิงคุณภาพ 1) ผู้เรียนมีสมรรถนะ "อ่านออก คิดเป็น เขียนได้" สูงขึ้นตามศักยภาพของแต่ละช่วงวัย และลด ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) 2) โรงเรียนบ้านคูตันมีรูปแบบการบริหารจัดการงานวิชาการและการนิเทศภายในที่เป็นระบบ มี เครือข่ายความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน (Home-School Connection) ที่เข้มแข็ง 3) ครูผู้สอนเกิดสมรรถนะและความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการใช้ข้อมูล สารสนเทศในการพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล 3

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 4) ผู้ ปกครองและชุมชนเกิดความเชื่ อมั่ นและพึงพอใจต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของ สถานศึกษา 3. ขั้นตอนการดำเนินงาน การจัดทำและพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา ด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ผู้พัฒนาได้ทำการทบทวนเอกสาร แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่ เกี่ยวข้อง เพื่อใช้เป็นกรอบแนวคิดและแนวทางในการดำเนินงาน โดยจำแนกเนื้อหาตามลำดับความสำคัญ ดังต่อไปนี้ 3.1 วิธีการดำเนินงาน/กระบวนการ 3.1.1 ศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ 1) ทฤษฎีระบบ (System Theory) ผู้พัฒนาได้ศึกษาและประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงระบบของ เบอร์ทาลันฟี่ (Von Bertalanffy, 1968) เพื่อวางโครงสร้างการดำเนินงานนวัตกรรมในภาพรวมให้มีลักษณะเป็น ระบบปิดที่มีความสัมพันธ์ต่อเนื่องกัน โดยจำแนกองค์ประกอบออกเป็น ตัวป้อน (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลิต (Output) ผลลัพธ์ (Outcome) และข้อมูลสะท้อนกลับ (Feedback Loop) เพื่อเป็นหลักประกันว่า กิจกรรมทุกขั้นตอนจะเชื่อมโยงและส่งผลกระทบขับเคลื่อนซึ่งกันและกันอย่างมีเหตุผล 2) วงจรคุณภาพ (PDCA Cycle) ผู้พัฒนาได้ศึกษาและใช้ระเบียบวิธีบริหารจัดการของ เดมิง (Deming, 1986) เป็นกลไกหลักในการขับเคลื่อนกระบวนการ (Process) โดยแบ่งวงจรการทำงานร่วมกับครูผู้สอน และภาคีเครือข่ายออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นการวางแผน (Plan : P) โดยใช้ชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการทำบันทึกข้อตกลง (MOU), ขั้นการดำเนินงาน (Do : D) ผ่านการจัดการเรียนรู้เชิงรุก, ขั้นตรวจสอบ และประเมินผล (Check : C) ด้วยเครื่องมือวัดผลมาตรฐาน และขั้นการพัฒนา/ปรับปรุงแก้ไข (Act : A) เพื่อถอด บทเรียนและสร้างแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ 3) แนวคิดศาสตร์การสอนเชิงรุก (Active Learning) ผู้พัฒนาได้ศึกษาและประยุกต์ใช้หลักการ จัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพของ ทิศนา แขมมณี (2560) ในขั้นปฏิบัติงาน (Do) เพื่อเปลี่ยนบทบาทครู เป็นผู้ อำนวยความสะดวก และมุ่ งเน้นให้ผู้ เรียนเกิดการลงมือปฏิบัติ (Learning by Doing) ผ่านกิจกรรม 4 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นสร้างแรงบันดาลใจและคัดกรองความสามารถ ขั้นจัดการเรียนรู้เชิงรุกเพื่อการสื่อสาร ขั้น พัฒนาการคิดวิเคราะห์จับใจความ และขั้นผสานเครือข่ายและสะท้อนผลร่วมกัน 4) แนวคิดการพัฒนาสมรรถนะทางภาษาไทย (อ่านออก คิดเป็น เขียนได้) ผู้พัฒนาได้ศึกษาและ บูรณาการแนวคิดการประเมินผลและเครื่องมือวัดสมรรถนะเพื่อลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) 4

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 โดยจำแนกเป็น ทักษะการอ่านออกเสียงและการเข้าใจความหมาย (อ่านออก), ทักษะการตั้งคำถามและคิด วิเคราะห์แยกแยะข้อเท็จจริง (คิดเป็น) และทักษะการสะกดคำร่วมกับการเขียนสื่อความเชิงสร้างสรรค์ (เขียนได้) 5) แนวคิดการวัดและประเมินผลสัมฤทธิ์ (Assessment for Learning) ผู้พัฒนาประยุกต์ใช้ แนวคิดการประเมินผลเพื่อการพัฒนา (Formative Assessment) และการประเมินผลรวมยอด (Summative Assessment) ตามหลักการของ สอทัม (Stiggins, 2005) ในขั้นตรวจสอบ (Check) เพื่อกำกับดูแลเครื่องมือ ทดสอบหลังการใช้นวัตกรรม (Post-test) ของนักเรียนทั้ง 126 คน และประเมินแผนการสอนของครูผู้สอนทุกคน (ร้อยละ 100) 6) ทฤษฎีการวัดความพึงพอใจและการสะท้อนคิดเพื่ อพัฒนาวิชาชีพ (Satisfaction and Reflective Practice) ผู้พัฒนาได้ศึกษาและประยุกต์ใช้ทฤษฎีการวัดเจตคติและมาตราส่วนประมาณค่าของ ลิ เคิร์ท (Likert, 1932) ในการประเมินความพึงพอใจของภาคีเครือข่าย ควบคู่กับแนวคิดการสะท้อนคิดเพื่อพัฒนา วิชาชีพของ ชอน (Schon, 1983) และทฤษฎีการเรียนรู้ในองค์กรของ อาร์เจอริส และเชน (Argyris & Schon, 1978) เพื่อปรับปรุงแก้ไข (Act) และถอดบทเรียนร่วมกันในกิจกรรม PLC และจัดทำแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จากการศึกษาแนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องการดำเนินงานพัฒนานวัตกรรม Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ โดยใช้ HERO Model มุ่งยกระดับสมรรถนะด้านการอ่าน การคิด และการเขียน ของผู้เรียน ผ่านการบริหารจัดการทางวิชาการอย่างเป็นระบบ โดยประยุกต์ใช้ ทฤษฎีระบบ (General Systems Theory) ของ Von Bertalanffy (1968) การดำเนินงานใช้ วงจรคุณภาพ PDCA ของ Deming (1986) เป็นกลไก สำคัญในการขับเคลื่อนนวัตกรรม เพื่อให้การบริหารจัดการเป็นกระบวนการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการใช้ ข้อมูลสารสนเทศเพื่อการตัดสินใจ การพัฒนาครูผ่านกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (Professional Learning Community : PLC) (DuFour & Eaker, 1998) และการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่มุ่ง พัฒนาผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้พัฒนาได้ออกแบบการดำเนินงานผ่าน HERO MODEL ซึ่งเป็นกลไกหลักในการบริหาร จัดการนวัตกรรม โดยเชื่อมโยงกับวงจร PDCA และทฤษฎีระบบ เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียน ครู และองค์กรในด้าน การส่งเสริมพัฒนาการอ่านให้ดำเนินไปอย่างเป็นระบบและเกิดความยั่งยืน ดังภาพที่ 1 ต่อไปนี้ 5

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ภาพที่ 1 กรอบแนวคิดนวัตกรรมการบริหารจัดการเรียนรู้เพื่อพัฒนาผู้เรียน 3.1.2 ขั้นตอนการดำเนินงาน ในขั้นตอนการดำเนินงาน ผู้พัฒนาได้ดำเนินงานโดยใช้กระบวน PDCA ตามแนวคิด ทฤษฎี หลักการ กระบวนอื่นๆสำหรับการวางแผน ปฏิบัติงาน ติดตาม ประเมินผลและสะท้อนข้อมูลย้อนกลับ ดังจะ อธิบายต่อไปนี้ 1. ขั้นการวางแผน P (Plan) การวางแผนเป็นขั้นตอนที่มุ่งวิเคราะห์บริบทของสถานศึกษาและกำหนดทิศทางการ พัฒนา โดยผู้บริหารใช้ข้อมูลสารสนเทศเป็นฐานในการกำหนดนโยบาย เป้าหมาย และแนวทางการดำเนินงาน เพื่อให้การพัฒนาสอดคล้องกับสภาพปัญหาและศักยภาพของผู้เรียน (Deming, 1986; Fullan, 2007) 1) ศึกษานโยบายและทิศทางการพัฒนาการศึกษา ศึกษาพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ นโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ นโยบาย สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และมาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา เพื่อนำมากำหนดทิศ ทางการพัฒนาสถานศึกษา 6

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 2) วิเคราะห์บริบทของสถานศึกษา ศึกษาสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการของโรงเรียน โดยใช้การวิเคราะห์ SWOT ร่วมกับข้อมูลผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน ผลการประเมิน RT NT O-NET และข้อมูลผู้เรียนรายบุคคล เพื่อค้นหา ประเด็นที่ต้องได้รับการพัฒนา 3) กำหนดเป้าหมายและตัวชี้วัด กำหนดเป้าหมายเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพให้สอดคล้องกับปัญหาและนโยบายของ สถานศึกษา พร้อมกำหนดตัวชี้วัดความสำเร็จในระดับผู้เรียน ครู และองค์กร 4) ออกแบบนวัตกรรม พัฒนารูปแบบ Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ โดยใช้ HERO MODEL ให้สอดคล้องกับหลักการบริหารเชิงระบบ โดยกำหนดองค์ประกอบ Input Process Output Outcome และ Feedback อย่างชัดเจน 5) แต่งตั้งคณะทำงานและจัดทำแผนปฏิบัติการ กำหนดบทบาทหน้าที่ของผู้บริหาร ครู และภาคีเครือข่าย พร้อมจัดทำแผนปฏิบัติการ ประจำปี ปฏิทินการดำเนินงาน และแผนการนิเทศติดตาม 2. ขั้นการดำเนินงาน D (Do) ผู้พัฒนาได้ดำเนินการขับเคลื่ อนนวัตกรรมผ่าน HERO MODEL ซึ่ งประกอบด้วย 4 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) H : Hunt & Highlight ผู้บริหารและคณะครูร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูลผู้เรียน รายบุคคล เพื่อค้นหาศักยภาพ จุดเด่น จุดที่ควรพัฒนา และจัดกลุ่มผู้เรียนตามระดับความสามารถ โดยใช้ผลการ ประเมิน RT NT O-NET แบบประเมินการอ่าน และข้อมูลสารสนเทศของโรงเรียนเป็นฐานในการวางแผนช่วยเหลือ ผู้เรียนรายบุคคล 2) E : Empower Learning ส่งเสริมให้ครูจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ที่ สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล พร้อมทั้งจัดสภาพแวดล้อมการเรียนรู้ สื่อ นวัตกรรม และกิจกรรม ส่งเสริมการอ่าน การคิด และการเขียน เพื่อให้ผู้เรียนได้ลงมือปฏิบัติจริง และพัฒนาสมรรถนะตามศักยภาพของ ตนเอง 3) R : Review & Reflect ผู้บริหารดำเนินการนิเทศภายใน ติดตามผลการจัดการ เรียนรู้ สังเกตชั้นเรียน และดำเนินกิจกรรม PLC อย่างต่อเนื่อง เพื่อสะท้อนผลการดำเนินงาน แลกเปลี่ยนเรียนรู้ และร่วมกันพัฒนาแนวทางการจัดการเรียนรู้ให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยใช้ข้อมูลผลการเรียนรู้ของผู้เรียนเป็นฐาน ในการอภิปราย (DuFour & Eaker, 1998) 7

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 4) O : Optimize & Opportunity นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะจากการนิเทศ มาปรับปรุงพัฒนาการดำเนินงานอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งเผยแพร่ผลการดำเนินงาน ขยายผลสู่เครือข่ายทาง การศึกษา และพัฒนานวัตกรรมให้เป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่สามารถประยุกต์ใช้ในสถานศึกษา อื่นได้ 3. ขั้นการตรวจสอบประเมินผล C (Check) ผู้พัฒนาดำเนินการศึกษาทฤษฎี หลักการ แนวคิด งานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมิน การตรวจสอบ ติดตาม และประเมินผลสัมฤทธิ์หลังจากการนำนวัตกรรม "Kuton Reading Hero Plus" ไปปฏิบัติ จริง เพื่อให้ทราบความก้าวหน้า ปัญหา และอุปสรรคในการดำเนินงานอย่างเป็นระบบ โดยได้ดำเนินการศึกษา ทฤษฎี หลักการ แนวคิด และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับการประเมินทักษะการเรียนรู้และการบริหารจัดการศึกษา ได้แก่ แนวคิดเกี่ยวกับการประเมินผลเพื่อการพัฒนา (Formative Assessment) และการประเมินผลรวมยอด (Summative Assessment) ตามแนวคิดของ สอทัม (Stiggins, 2005) ควบคู่กับหลักการนิเทศภายในสถานศึกษา ของ แฮริส (Harris, 1985) และทฤษฎีการวัดความพึงพอใจตามแนวคิดของ ลิเคิร์ท (Likert, 1932) เพื่อนำมาใช้ เป็นกรอบในการออกแบบเครื่องมือวัดและประเมินผลลัพธ์ที่ตอบสนองต่อวัตถุประสงค์และเป้าหมายการ ดำเนินงาน ดังนี้ 1) การตรวจสอบและประเมินสมรรถนะของผู้เรียน (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และเป้าหมายด้านผู้เรียน) ผู้พัฒนากำกับดูแลให้ครูผู้สอนใช้เครื่องมือวัดผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนและการ ทดสอบหลังการใช้นวัตกรรม (Post-test) ตามแนวคิดการประเมินผลรวมยอด (Summative Assessment) ของ สอทัม (Stiggins, 2005) เพื่อประเมินขีดความสามารถในการ "อ่านออก คิดเป็น เขียนได้" ของนักเรียนโรงเรียน บ้านคูตัน ชั้น ป.1 - ม.3 ทั้ง 126 คน โดยตรวจสอบว่านักเรียนไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 มีผลการประเมินทักษะการ อ่านออกเสียง การเขียนสื่อความ และการคิดวิเคราะห์ผ่านเกณฑ์ที่กำหนด เพื่อเป็นดัชนีชี้วัด ความสำเร็จในการ พัฒนาผู้เรียน 2) การประเมินศักยภาพและผลการจัดการเรียนรู้ของครู (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ ข้อที่ 2 และเป้าหมายด้านครูผู้สอน) ผู้พัฒนาดำเนินการประเมินผลการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ของครูผู้สอนทุกคน โดยประยุกต์ใช้แนวคิดการประเมินเพื่อพัฒนา (Formative Assessment) พิจารณาจากร่องรอยหลักฐานเชิง ประจักษ์ ได้แก่ เล่มรายงานการพัฒนาการอ่านออก คิดเป็น เขียนได้ แผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ตลอดจนการบันทึกการซ่อมเสริมผู้เรียนตามความแตกต่างระหว่างบุคคล เพื่อตรวจสอบความพร้อม และความเชี่ยวชาญในวิชาชีพของครูตามศาสตร์การสอนของ ทิศนา แขมมณี (2560) 3) การประเมินระบบการนิเทศภายในและกระบวนการสะท้อนผล (สอดคล้องกับ วัตถุประสงค์ข้อที่ 3 และเป้าหมายด้านสถานศึกษา) ผู้พัฒนาได้รวบรวมและวิเคราะห์ข้อมูลจากแบบบันทึกการ 8

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 นิเทศภายในชั้นเรียนตามหลักการนิเทศของ แฮริส (Harris, 1985) ที่เน้นการส่งเสริมและร่วมมือพัฒนา ควบคู่กับ รายงานผลการเข้าร่วมกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของครู เพื่อประเมินประสิทธิผลของ ระบบงานวิชาการ ตลอดจนตรวจสอบความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ว่าผู้ปกครองและภาคีเครือข่ายมี ส่วนร่วมในการกำกับติดตามที่บ้านไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 ตามที่ตั้งเป้าหมายไว้ 4) การประเมินความพึงพอใจของภาคีเครือข่าย (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ 4 และเป้าหมายด้านความพึงพอใจ) ผู้พัฒนาได้สร้างแบบวัดความพึงพอใจตามมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) ตามแนวคิดของ ลิเคิร์ท (Likert, 1932) เพื่อเป็นเครื่องมือชี้วัดดัชนีความเชื่อมั่นของชุมชน โดยเก็บ รวบรวมข้อมูลจากคณะครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อประเมินและตรวจสอบว่า ภาพรวมของการดำเนินงานนวัตกรรมมีระดับความพึงพอใจเฉลี่ยอยู่ในระดับดีมาก ขึ้นไป ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ซึ่งจะใช้เป็นฐานข้อมูลสำคัญในการปรับปรุงงานในระยะถัดไป 4. ขั้นการการพัฒนา / ปรับปรุงแก้ไข A (Act) ภายหลังการดำเนินงาน ผู้พัฒนานำผลการประเมินเข้าสู่กระบวนการปรับปรุงและ พัฒนาอย่างต่อเนื่อง โดยดำเนินการ ดังนี้ 4.1 วิเคราะห์ผลการดำเนินงาน (Analyze Results) วิเคราะห์ผลการดำเนินงานจาก ข้อมูลเชิงประจักษ์ ได้แก่ ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียน ผลการนิเทศภายใน ผลการประเมินโครงการ และข้อมูลสารสนเทศ ของสถานศึกษา เปรียบเทียบผลการดำเนินงานกับเป้าหมายและตัวชี้วัดที่กำหนดไว้ 4.2 สะท้อนผลการดำเนินงาน (Reflection) ผู้พัฒนาขับเคลื่อนการถอดบทเรียนหลัง การปฏิบัติงาน (AAR) ในกิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อให้ครูผู้สอนทุกคนได้ร่วมกันสะท้อน คิดจุดเด่นและจุดที่ควรพัฒนาในการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และร่วมกันวิเคราะห์ปัจจัย แห่งความสำเร็จ ปัญหา อุปสรรค และโอกาสในการพัฒนา 4.3 ปรับปรุงและพัฒนานวัตกรรม (Innovation Improvement) ผู้พัฒนานำ กระบวนการบริหารจัดการและระบบการนิเทศภายในที่ประสบความสำเร็จ มาถอดองค์ความรู้เพื่อพัฒนาเครื่องมือ และสื่อการจัดการเรียนรู้ ปรับปรุงระบบนิเทศ ติดตาม และการใช้ข้อมูลสารสนเทศ และพัฒนาองค์ประกอบของ Kuton Reading Hero Plus โดยใช้ HERO MODEL ให้เหมาะสมกับบริบทของสถานศึกษา 4.4 เผยแพร่และขยายผล (Scaling Up) เผยแพร่ผลการดำเนินงานผ่านเว็บไซต์ โรงเรียน สื่อสังคมออนไลน์ การประชุมวิชาการ และเครือข่ายสถานศึกษา แลกเปลี่ยนเรียนรู้กับสถานศึกษาและ หน่วยงานทางการศึกษา และขยายผลการใช้นวัตกรรมสู่โรงเรียนเครือข่าย เพื่อให้เกิดการพัฒนาอย่างต่อเนื่องและ ยั่งยืน 9

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 แผนผังขั้นตอนและวิธีปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ภาพที่ 2 แผนผังขั้นตอนการดำเนินงานพัฒนาผลการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practices) ผ่านกระบวนการขับเคลื่อนวงจรคุณภาพ PDCA และ HERO MODEL 10

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 4. ผลการดำเนินงาน 4.1. ผลการดำเนินงานบรรลุตามวัตถุประสงค์ จากการดำเนินนวัตกรรมการบริหารจัดการเรียนรู้ "Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้" สำหรับผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 โรงเรียนบ้านคูตัน ปรากฏผลการ ดำเนินงานที่สอดคล้องกับวัตถุประสงค์และเป้าหมายเชิงประจักษ์ ดังต่อไปนี้ 1) ผลการพัฒนาสมรรถนะผู้เรียน (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ 1 และเป้าหมายเชิงปริมาณข้อ ที่ 1) ผลจากการศึกษาและพัฒนาพบว่า การประเมินผลสัมฤทธิ์สมรรถนะการอ่านออก คิดเป็น และ เขียนได้ ของนักเรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 จำนวน 126 คน ก่อนและหลังการใช้ นวัตกรรม "Kuton Reading Hero Plus" โดยใช้วิธีการทดสอบวัดสัมฤทธิ์ทางการประเมินสมรรถนะย่อย (Pre- test และ Post-test) คะแนนเฉลี่ยรวมทุกทักษะเพิ่มขึ้นจากก่อนการพัฒนา (𝑋̅ = 15.12, S.D. = 2.53) เป็นหลัง การพัฒนา (𝑋̅ = 18.34, S.D. = 1.09) แสดงถึงพัฒนาการที่สูงขึ้น ปรากฏผลดังตารางต่อไปนี้ ตารางที่ 1 เปรียบเทียบคะแนนเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน สมรรถนะการอ่าน การคิด และการเขียน ของผู้เรียนก่อนและหลังใช้นวัตกรรม (N = 126, คะแนนเต็ม 20 คะแนน) ทักษะที่ศึกษา ก่อนพัฒนา (𝑿̅) S.D. หลังพัฒนา (𝑿̅) S.D. แปลผล / พัฒนาการ 1. ด้านการอ่าน 17.18 2.14 19.12 0.88 สูงขึ้น 2. ด้านการเขียน 13.95 2.85 17.85 1.24 สูงขึ้น 3. ด้านการคิด 14.24 2.62 18.04 1.15 สูงขึ้น รวมเฉลี่ย 15.12 2.53 18.34 1.09 สูงขึ้น 2) ผลการพัฒนานวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ 2 และ เป้าหมายเชิงปริมาณข้อที่ 2 ) สถานศึกษาสามารถพัฒนารูปแบบการบริหาร Kuton Reading Hero Plus จนถอดบทเรียนเป็นเอกสาร แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่มีกระบวนการชัดเจนและมีหลักวิชาการรองรับ จำนวน 1 เล่ม เกิดเครือข่ายความร่วมมือและอัตราการกำกับติดตามพฤติกรรมการเรียนรู้ของผู้เรียนที่บ้านตามบันทึก ข้อตกลง (MOU) ของภาคีเครือข่ายผู้ปกครองและคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คิดเป็นร้อยละ 95.23 ซึ่ง สูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ร้อยละ 90) 11

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 3) ผลการพัฒนาครูผู้สอนในการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ 3 และเป้าหมาย เชิงปริมาณข้อที่ 3) ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา จำนวน 17 คน คิดเป็นร้อยละ 100 สามารถจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) บูรณาการกระบวนการ PLC และผลิตนวัตกรรม/สื่อซ่อมเสริมรายบุคคลได้ครบทุกคน อย่าง น้อยคนละ 1 นวัตกรรม (ดังปรากฏในภาคผนวก หน้า 20) 4) ผลการประเมินความพึงพอใจของภาคีเครือข่าย (สอดคล้องกับวัตถุประสงค์ข้อที่ 4 และเป้าหมาย เชิงปริมาณข้อที่ 4) ผลการประเมินความพึงพอใจของครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ในภาพรวมอยู่ ในระดับ "มากที่สุด" (𝑋̅ = 4.83, S.D. = 0.36) คิดเป็นร้อยละ 96.60 ซึ่งสูงกว่าเป้าหมายที่กำหนดไว้ (ร้อยละ 85 หรือ 𝑋̅ ≥ 4.25) ตารางที่ 2 ผลการประเมินความพึงพอใจต่อการดำเนินงานนวัตกรรม "Kuton Reading Hero Plus" รายการประเมิน ค่าเฉลี่ย (𝑿̅) S.D. ระดับความพึงพอใจ 1. ด้านโครงสร้างนวัตกรรมและระบบการ บริหารจัดการ (PDCA) 4.88 0.32 มากที่สุด 2. ด้านการจัดกิจกรรมการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) ของครู 4.82 0.39 มากที่สุด 3. ด้านพัฒนาการสมรรถนะการอ่าน คิด และเขียนของผู้เรียน 4.85 0.35 มากที่สุด 4. ด้านการสร้างความร่วมมือระหว่างบ้าน และโรงเรียน (MOU) 4.78 0.41 มากที่สุด รวมเฉลี่ย 4.83 0.36 มากที่สุด 4.2. ประโยชน์ที่ได้รับ การพัฒนานวัตกรรม “Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้” สามารถทำให้นักเรียน บรรลุวัตถุประสงค์ตามที่ตั้งไว้ ดังนี้ 1) ด้านผู้เรียน นักเรียนมีสมรรถนะทางภาษาที่แข็งแรง สามารถสะกดคำ อ่านจับใจความสำคัญ และคิด วิเคราะห์แยกแยะข้อเท็จจริงได้ตามพัฒนาการช่วงชั้น ส่งผลให้ผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนในกลุ่มสาระอื่น ๆ สูงขึ้น ตามไปด้วย 2) ด้านครู ครูเกิดความเชี่ยวชาญในศาสตร์การสอนเชิงรุก มีการนำกระบวนการ PLC มาใช้ในการ ออกแบบเครื่องมือคัดกรองและช่วยเหลือผู้เรียนรายบุคคลอย่างต่อเนื่องเชิงกัลยาณมิตร 12

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 3) ผู้บริหาร ได้รับรูปแบบการบริหารงานวิชาการและการนิเทศภายในที่เป็นระบบ สามารถนำข้อมูล สะท้อนกลับ (Feedback Loop) มาใช้พัฒนางานบริหารสถานศึกษาได้อย่างมีประสิทธิภาพ 4) ด้านโรงเรียน โรงเรียนบ้านคูตันมีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) ที่ได้รับการยอมรับ มีระบบ ฐานข้อมูลสารสนเทศนักเรียนรายบุคคลที่เอื้อต่อการแก้ปัญหา ภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) 5) ด้านชุมชน เกิดเครือข่ายความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบ้านและโรงเรียน ผ่านบันทึกข้อตกลง (MOU) ผู้ปกครองปรับเปลี่ยนบทบาทมาเป็นผู้มีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา ส่งผลให้ชุมชนเกิดความเชื่อมั่นต่อสถานศึกษา อย่างยั่งยืน 5. วิธีการประเมินผล การวัดและประเมินผลการดำเนินงานใช้การประเมินแบบผสมผสาน (Mixed Methods Evaluation) โดยเก็บรวบรวมข้อมูลทั้งเชิงปริมาณและเชิงคุณภาพ ครอบคลุมด้านปัจจัยนำเข้า กระบวนการ ผลผลิต และ ผลลัพธ์ของการดำเนินงาน ผ่านเครื่องมือ ได้แก่ แบบตรวจสอบรายการ แบบสังเกต แบบประเมิน แบบสอบถาม ความพึงพอใจ การสัมภาษณ์ และการวิเคราะห์เอกสาร โดยวิเคราะห์ข้อมูลเชิงปริมาณด้วยค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน ส่วนข้อมูลเชิงคุณภาพใช้การวิเคราะห์เนื้อหาและการตรวจสอบข้อมูลแบบ สามเส้า เพื่อนำผลการประเมินไปใช้ปรับปรุงและพัฒนาการดำเนินงานให้เกิดประสิทธิภาพและความยั่งยืนต่อไป 5.1 การประเมินด้านปัจจัยนำเข้า (Input Evaluation) วิธีการประเมิน 1. การวิเคราะห์บริบท ศักยภาพครู ความพร้อมของสื่อ เทคโนโลยี และเอกสารหลักสูตรสถานศึกษา 2. การประเมินความพร้อมและฐานข้อมูลผลสัมฤทธิ์ผู้เรียนรายบุคคล (RT, NT, O-NET) ก่อนการ ดำเนินงาน เครื่องมือ 1. แบบสำรวจและแบบประเมินความพร้อมของปัจจัยนำเข้าเชิงบริหารจัดการ 2. แบบบันทึกการคัดกรองสมรรถนะการอ่าน การเขียน และการคิดวิเคราะห์รายบุคคล 5.2 การประเมินด้านกระบวนการดำเนินงาน (Process Evaluation) วิธีการประเมิน 1.นิเทศ ติดตาม และสังเกตการจัดการเรียนรู้ของครูตามกระบวนการ นวัตกรรมการบริหารจัด การศึกษา ด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน “Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้” โดย ประเมินความถูกต้องของการดำเนินงานตามวงจร PDCA การใช้กิจกรรม Active Learning การดำเนิน PLC และ การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองตาม MOU 13

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 2.ติดตามความก้าวหน้าของการดำเนินงานจากการประชุม PLC การบันทึกหลังสอน และการสะท้อน ผล (AAR) เพื่อใช้เป็นข้อมูลในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง เครื่องมือ 1.แบบนิเทศการจัดการเรียนรู้ แบบสังเกตชั้นเรียน แบบบันทึก PLC และแบบบันทึก AAR 2.แบบติดตามการดำเนินงานและแบบตรวจสอบการดำเนินงานตามวงจร PDCA 5.3 การประเมินด้านผลผลิต (Output Evaluation) วิธีการประเมิน 1.ประเมินผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้านการอ่าน การคิด และการเขียนหลังใช้นวัตกรรม รวมทั้ง ประเมินผลงานและนวัตกรรมของครู 2.ตรวจสอบความสำเร็จของการดำเนินงานเทียบกับตัวชี้วัดและเป้าหมายของโครงการ เครื่องมือ 1.แบบประเมินสมรรถนะการอ่าน การคิด และการเขียน 2.แบบประเมินนวัตกรรมของครู แบบตรวจสอบเอกสาร และแบบสรุปผลการดำเนินงาน 5.4 การประเมินด้านผลลัพธ์และผลกระทบ (Outcome/Impact Evaluation) วิธีการประเมิน 1.ประเมินผลกระทบที่ เกิดขึ้ นต่อผู้ เรียน ครู โรงเรียน และชุมชน หลังการใช้นวัตกรรม โดย เปรียบเทียบข้อมูลก่อนและหลังการดำเนินงาน 2.ศึกษาความพึงพอใจและความคิดเห็นของผู้ปกครอง ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาที่มีต่อการ ดำเนินงาน พร้อมนำข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) มาปรับปรุงพัฒนานวัตกรรม เครื่องมือ 1.แบบสอบถามความพึงพอใจ แบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึกการสะท้อนผล 2.แบบวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา รายงานผลสัมฤทธิ์ และรายงานการประชุม PLC 5.5 การวิเคราะห์ข้อมูล ผู้พัฒนาได้ดำเนินการนำข้อมูลเชิงปริมาณมาวิเคราะห์โดยใช้หลักสถิติทางการวิจัย ดังนี้ 1) ค่าความถี่ (Frequency) 2) ร้อยละ (Percentage) 3) ค่าเฉลี่ย (Mean) 4) ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (Standard Deviation) ผู้พัฒนาได้ดำเนินการนำข้อมูลข้อมูลเชิงคุณภาพมาวิเคราะห์โดยใช้หลักสถิติทางการวิจัย ดังนี้ 1) การวิเคราะห์เนื้อหา (Content Analysis) 14

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 2) การสังเคราะห์ประเด็นสำคัญ 3) การตรวจสอบความสอดคล้องของข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation) (ถ้ามี) 6. ปัจจัยแห่งความสำเร็จ/บทเรียนที่ได้รับ 6.1 ปัจจัยแห่งความสำเร็จ ผลสำเร็จของการดำเนินงานนวัตกรรมการบริหารจัดการศึกษา ด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ สำหรับผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษา ปีที่ 3 เกิดจากการสนับสนุนเชิงนโยบาย ทรัพยากร และกระบวนการขับเคลื่อนอย่างเป็นระบบจากหน่วยงานต้น สังกัด ได้แก่ โรงเรียนบ้านคูตัน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 และ สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน ตลอดจนความร่วมมือเชิงหน้าที่อย่างเข้มแข็งของภาคีเครือข่ายทุกภาคส่วน โดยสามารถวิเคราะห์ข้อค้นพบและข้อสังเกตเชิงลึกจำแนกตามปัจจัยแห่งความสำเร็จครอบคลุม 5 มิติหลัก ดังนี้ 1) ด้านผู้เรียน ความสำเร็จเริ่มต้นจากการที่ผู้เรียนได้รับการกระตุ้น จนเกิดแรงบันดาลใจและเจตคติที่ดี ต่อการเรียนภาษาไทย นำไปสู่ความกระตือรือร้นในการร่วมกิจกรรมเชิงรุก (Active Learning) ที่ตรงกับระดับ ความสามารถของตนเอง ส่งผลให้ผลการทดสอบหลังการใช้นวัตกรรมบรรลุเป้าหมายผ่านเกณฑ์ร้อยละ 85 ของ โรงเรียน มีสมรรถนะ "อ่านออก คิดเป็น เขียนได้" 2) ด้านครู ครูผู้สอน ร้อยละ 100 มีการพัฒนาสมรรถนะวิชาชีพ เปิดใจ และร่วมมือกันขับเคลื่อน PLC เพื่อถอดบทเรียนหลังการปฏิบัติงาน (AAR) ครูนำข้อมูลการอ่านรายบุคคลที่พบในห้องเรียนมาวิเคราะห์ เพื่อ ปรับปรุงการสอน และจัดกิจกรรมซ่อมเสริมรายบุคคล แก่เด็กกลุ่มวิกฤตได้อย่างทันท่วงที โดยมีแผนพัฒนา กระบวนการอ่านออก คิดเป็น และเขียนได้ และบันทึกร่องรอยการซ่อมเสริมเป็นหลักฐานรองรับ 3) ผู้บริหาร ผู้บริหารมีความเป็นผู้นำทางวิชาการ โดยใช้หลักการบริหารแบบมีส่วนร่วมและทฤษฎีระบบ วางระบบการดำเนินงาน เพื่อร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมประเมินผล พร้อมทั้งสนับสนุนทรัพยากรและงบประมาณอย่าง ทั่วถึง จนสามารถถอดองค์ความรู้ความสำเร็จจัดทำเป็น "แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) " เพื่อใช้เป็น มาตรฐานการทำงาน 4) ด้านโรงเรียน โรงเรียนมีระบบบริหารจัดการด้านวิชาการที่ชัดเจน โดยใช้นวัตกรรมการบริหารจัด การศึกษา ด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ เป็นกรอบ การดำเนินงานร่วมกับวงจรคุณภาพ PDCA ทำให้ทุกฝ่ายมีบทบาทหน้าที่ที่ชัดเจน เกิดการบูรณาการระหว่างการ บริหาร การจัดการเรียนรู้ การนิเทศ และการติดตามประเมินผล ส่งผลให้สถานศึกษามีระบบสารสนเทศด้านการ อ่านที่สามารถใช้วางแผนพัฒนาผู้เรียนได้อย่างต่อเนื่อง และสามารถขยายผลเป็นแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศของโรงเรียน ได้ 15

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 5) ด้านชุมชน เกิดความร่วมมือที่เข้มแข็งระหว่างบ้านและโรงเรียน โดยผู้ปกครองและคณะกรรมการ สถานศึกษาเข้ามามีส่วนร่วม บันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) มีการกำกับติดตามและร่วมบันทึกพฤติกรรมการ อ่าน 6.2. บทเรียนที่ได้รับ 1) ด้านผู้เรียน การพัฒนาทักษะการอ่าน คิด และเขียนจะเกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพ เมื่อครูวิเคราะห์ ผู้เรียนเป็นรายบุคคล และออกแบบกิจกรรมที่สอดคล้องกับความแตกต่างระหว่างบุคคล ผู้เรียนที่ได้รับการดูแล อย่างต่อเนื่องจะเกิดความมั่นใจ มีแรงจูงใจ และสามารถพัฒนาศักยภาพของตนเองได้อย่างเต็มที่ 2) ด้านครู การทำงานผ่านกระบวนการ PLC การนิเทศแบบกัลยาณมิตร และการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร่วมกัน ช่วยให้ครูพัฒนาทักษะการจัดการเรียนรู้เชิงรุก สามารถสร้างนวัตกรรมและเครื่องมือที่ตอบสนองต่อปัญหา ของผู้เรียนได้จริง ส่งผลให้เกิดวัฒนธรรมการพัฒนาวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง 3) ด้านผู้บริหาร ผู้บริหารต้องมีความเป็นผู้นำทางวิชาการ การใช้วิธีนิเทศภายในคอยแนะนำช่วยเหลือ ครู ร่วมคิดร่วมทำ พร้อมสนับสนุนสื่อและงบประมาณ ช่วยสร้างขวัญกำลังใจและทำให้เกิดแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) เพื่อพัฒนาคุณภาพผู้เรียนด้านการอ่านออก คิดเป็น และเขียนได้ 4) ด้านโรงเรียน โรงเรียนต้องจัดสภาพแวดล้อม แหล่งเรียนรู้ และเทคโนโลยีที่เอื้อต่อการฝึกทักษการ อ่าน คิด และเขียน และที่การวางระบบบริหารงานวิชาการตามวงจรคุณภาพ (PDCA) อย่างเป็นระบบ ทำให้ โรงเรียนมีข้อมูลที่ถูกต้องในการนำผลประเมินย้อนกลับไปปรับปรุงแผนปฏิบัติการและทิศทางการพัฒนา สถานศึกษาได้ 5) ด้านชุมชน ความสำเร็จที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นจากความร่วมมือ การทำข้อตกลงร่วมกัน (MOU) และการ ให้ผู้ปกครองเข้ามามีส่วนร่วมดูแลและบันทึกพฤติกรรมการอ่าน เป็นการเปลี่ยนบทบาทผู้ปกครองจากผู้รับบริการ มาเป็น "ครูคนแรกที่บ้าน" ช่วยในการฝึกฝนทักษะการอ่านนอกห้องเรียน 7. ชื่อบุคคล/หน่วยงานภายนอกที่ให้การยอมรับ 7.1. นางสาวจุฑาทิพย์ ภูนุภา โรงเรียนเรืองเจริญพัฒนา ได้นำนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา ด้านการส่งเสริมพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ของนางสาววรวรรณ สำราญใจ โรงเรียนบ้านคูตัน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 31 กรกฎาคม พ.ศ.2569 พบว่านำไป เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน และนำไปใช้ประโยชน์และขยายผล นำสื่อ นวัตกรรม ไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน การคิด และการเขียนของผู้เรียน 7.2. นางสาวอนันตญา ปัตตานี โรงเรียนแสงทองสมบูรณ์วิทยา ได้นำนวัตกรรมการบริหารจัดการ สถานศึกษา ด้านการส่งเสริมพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ของนางสาว 16

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 วรวรรณ สำราญใจ โรงเรียนบ้านคูตัน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบว่า ได้ นำเข้าชี้แจง/เผยแพร่ในการประชุมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ,นำไปเผยแพร่ ประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน ด้านการนำไปใช้ประโยชน์และขยายผล ได้นำแนวคิด/ กระบวนการบริหารจัดการจากนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนพัฒนาการอ่าน และนำสื่อ นวัตกรรม ไป ปรับใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน การคิด และการเขียนของผู้เรียน 7.3 นางสาวเพียงพร สงคราม โรงเรียนบ้านตาเสาะ สังกัด สพป.สร.3 ได้นำนวัตกรรมการบริหาร จัดการสถานศึกษา ด้านการส่งเสริมพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ของ นางสาววรวรรณ สำราญใจ โรงเรียนบ้านคูตัน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบว่า ได้นำเข้าชี้แจง/เผยแพร่ในการประชุมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ,นำไป เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน ด้านการนำไปใช้ประโยชน์และขยายผล ได้นำ แนวคิด/กระบวนการบริหารจัดการจากนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนพัฒนาการอ่าน และนำสื่อ นวัตกรรม ไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน การคิด และการเขียนของผู้เรียน 7.4 นางสาวชิดชไม ชูกล้า โรงเรียนบ้านโคกสะอาด สังกัด สพป.สร.3 ได้นำนวัตกรรมการบริหาร จัดการสถานศึกษา ด้านการส่งเสริมพัฒนาการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ของ นางสาววรวรรณ สำราญใจ โรงเรียนบ้านคูตัน อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ เมื่อวันที่ 4 สิงหาคม พ.ศ. 2569 พบว่า ได้นำเข้าชี้แจง/เผยแพร่ในการประชุมข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษาในสถานศึกษา ,นำไป เผยแพร่ประชาสัมพันธ์ผลงานผ่านช่องทางออนไลน์ของหน่วยงาน ด้านการนำไปใช้ประโยชน์และขยายผล ได้นำ แนวคิด/กระบวนการบริหารจัดการจากนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ในการวางแผนพัฒนาการอ่าน และนำสื่อ นวัตกรรม ไปปรับใช้เพื่อส่งเสริมทักษะการอ่าน การคิด และการเขียนของผู้เรียน 7.5 การได้รับการยอมรับ/รางวัลที่ได้รับ (แนบเกียรติบัตร รูปภาพ หนังสือ) 1) ได้รับรางวัล ชนะเลิศ การประกวดนวัตกรรมหรือการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การบริหารการศึกษาดีเด่น ด้านการส่งเสริมและการพัฒนาการอ่าน ประจำปีการศึกษา 2568 ระดับเขตพื้นที่ การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 17

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 8. การเผยแพร่ 8.1 การเผยแพร่ (ดังปรากฏสำเนาหนังสือตอบรับและเอกสารอ้างอิงในภาคผนวก หน้า 24) 1) เผยแพร่ในกลุ่มไลน์โรงเรียนบ้านคูตัน เมื่อ วันที่ 29 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 2) เผยแพร่ในเพจ Facebook เมื่อวันที่ 23 เดือนกรกฎาคม พ.ศ. 2569 3) เผยแพร่ในระบบสารบรรณอิเลกทรอนิกส์ สพป.สร.3 https://myoffice.srn3.go.th/ ให้กับ โรงเรียนในสังกัด สพป.สร.3 9. บรรณานุกรม กระทรวงศึกษาธิการ. (2560). ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551. โรงพิมพ์ชุมนุมสหกรณ์การเกษตรแห่งประเทศไทย. โรงเรียนบ้านคูตัน. (2569). รายงานผลการประเมินความสามารถด้านการอ่านของผู้เรียน (RT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 การประเมินคุณภาพผู้เรียน (NT) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 3 และการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้น พื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2568. โรงเรียนบ้านคูตัน. ทิศนา แขมมณี. (2560). ศาสตร์การสอน: องค์ความรู้เพื่อการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพ (พิมพ์ครั้งที่ 21). สำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย. สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. (2565). แนวทางการจัดการเรียนรู้เพื่อลดภาวะถดถอยทางการ เรียนรู้ (Learning Loss) ของผู้เรียน. โรงพิมพ์รับส่งสินค้าและพัสดุภัณฑ์. Argyris, C., & Schön, D. A. (1978). Organizational learning: A theory of action perspective. Addison-Wesley. Deming, W. E. (1986). Out of the crisis. Massachusetts Institute of Technology. DuFour, R., & Eaker, R. (1998). Professional Learning Communities at Work: Best practices for enhancing student achievement. National Educational Service. Fullan, M. (2007). The new meaning of educational change (4th ed.). Teachers College Press. Harris, B. M. (1985). Supervisory behavior in education (3rd ed.). Prentice-Hall. Likert, R. (1932). A technique for the measurement of attitudes. Archives of Psychology, 22(140), 1–55. 18

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 OECD. (2023). PISA 2022 assessment and analytical framework: Mathematics, reading, science, creative thinking and financial literacy. OECD Publishing. https://doi.org/10.1787/dfe0a2e2-en Schön, D. A. (1983). The reflective practitioner: How professionals think in action. Basic Books. Stiggins, R. (2005). From formative assessment to assessment for learning: A path to success in standards-based schools. Phi Delta Kappan, 87(4), 324–328. https://doi.org/10.1177/003172170508700414 UNESCO. (2021). The COVID-19 educational disruption and response: Prioritizing learning recovery to avoid a generational catastrophe. UNESCO Publishing. Von Bertalanffy, L. (1968). General system theory: Foundations, development, applications. George Braziller. 10. ภาคผนวก 10.1 เอกสารหลักฐานประกอบการดำเนินงานตามกระบวนการ HERO MODEL • ตัวอย่างสำเนาบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) : การพัฒนาการอ่านออก คิดเป็น เขียนได้ ระหว่าง โรงเรียนบ้านคูตัน คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และเครือข่ายผู้ปกครองนักเรียน 19

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 10.2 เครื่องมือคัดกรองและการจัดการเรียนรู้ (Active Learning) • แบบบันทึกคะแนน/แบบคัดกรองสมรรถนะการอ่านออก คิดเป็น เขียนได้ รายบุคคล • ตัวอย่างแผนการจัดการเรียนรู้เชิงรุก / แผนการพัฒนาผู้เรียนด้านการอ่านออก คิดเป็น เขียนได้ • เครื่องมือวัดและประเมินผล : แบบทดสอบ/เครื่องมือคัดกรองการอ่าน การคิด และการเขียน 20

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 10.3 ร่องรอยการนิเทศภายในและการพัฒนาวิชาชีพ (PLC) • การนิเทศภายในชั้นเรียน • กิจกรรมชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) และการสะท้อนผล (AAR) 10.4 เครื่องมือประเมินความพึงพอใจ • แบบประเมินความพึงพอใจ/แบบสัมภาษณ์ : สำหรับครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาน 21

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 10.5 ร่องรอย/หลักฐานเชิงประจักษ์ และภาพประกอบการดำเนินงาน ด้านการบริหารจัดการและการมีส่วนร่วม (Input & Process) • ภาพการประชุมชี้แจง: บรรยากาศการประชุมร่วมกับคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน และ ผู้ปกครองนักเรียน เพื่อทำข้อตกลงความร่วมมือในการดูแลการอ่านที่บ้าน • ภาพกิจกรรม PLC และการนิเทศภายใน : ผู้บริหารสถานศึกษาและคณะครูร่วมกันวิเคราะห์ข้อมูล ผู้เรียน สะท้อนผลการสอน (AAR) 22

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 10.3.2 ด้านการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการพัฒนาผู้เรียน (Do & Check) • ภาพบรรยากาศการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning): กิจกรรมการฝึกทักษะการอ่านออกเสียง การคิด จับใจความ และการเขียน และกิจกรรมส่งเสริมการอ่าน 23

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 10.3.2 ด้านรางวัลและการได้รับการยอมรับ (Outcome & Impact) • สำเนาเกียรติบัตรรางวัล : รางวัลชนะเลิศ การประกวดนวัตกรรมหรือการปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) การบริหารการศึกษาดีเด่น ด้านการส่งเสริมการพัฒนาการอ่าน ประจำปีการศึกษา 2568 สพป.สุรินทร์ เขต 3 • ภาพเอกสารอ้างอิงการนำไปขยายผล สำเนาหนังสือตอบรับการเผยแพร่การนำนวัตกรรมไปประยุกต์ใช้ 24

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3

Logo ng brand

รายงานนวัตกรรมด้านการส่งเสริมการอ่าน Kuton Reading Hero Plus อ่านออก…

I-report