1

ก บันทึกข้อความ ส่วนราชการ สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 ที่ พิเศษ/2569 วันที่ 1 ตุลาคม 2569 เรื่อง ส่งแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ........................................................................................................................................................................ เรียน ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูตัน สิ่งที่ส่งมาด้วย แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ด้ วย ข้ าพเจ้ า นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่ งรองผู้ อำนวยการสถานศึ กษา โรงเรียนบ้านคูตัน ได้ดำเนินการตามมติ ก.ค.ศ. ซึ่งกำหนดหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินตำแหน่งและ วิทยฐานะข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา ตามหนังสือสำนักงาน ก.ค.ศ. ที่ ศธ0206.3/ว9 ลงวันที่ 20 พฤษภาคม 2564 เพื่อให้การประเมินเป็นไปตามหลักเกณฑ์และ วิธีการดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงได้จัดทำแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) สำหรับ ข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะรองผู้อำนวยการ ชำนาญการ ประจำปีงบประมาณ 2570 ซึ่งเป็นการจัดทำแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) ระหว่ าง นางสาววรวรรณ สำราญใจ ตำแหน่ งรองผู้ อำนวยการสถานศึ กษา โรงเรียนบ้านคูตัน และ ผู้อำนวยการสถานศึกษา โรงเรียนบ้านคูตัน บัดนี้ ข้าพเจ้าได้จัดทำเอกสารแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (Performance Agreement : PA) เรียบร้อยแล้ว จึงขอส่งแบบข้อตกลงในการพัฒนางานมาพร้อมบันทึกข้อความนี้ จึงเรียนมาเพื่อโปรดทราบและพิจารณา ลงชื่อ (นางสาววรวรรณ สำราญใจ) รองผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูตัน ความเห็นของผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูตัน ลงชื่อ (นายกรีฑา หวังมั่น) ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านคูตัน QR CODE ไฟล์แบบข้อตกลงในการพัฒนา

ก คำนำ เอกสารแบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) นี้จัดทำขึ้นเพื่อเป็นแนวทางในการพัฒนาการปฏิบัติงาน ของข้ าราชการครู และบุ คลากรทางการศึ กษา ตำแหน่ งรองผู้ อำนวยการสถานศึ กษา วิ ทยฐานะ รองผู้อำนวยการชำนาญการ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมและพัฒนาการ เรียนรู้ของผู้เรียน รวมถึงการบริหารจัดการภายในสถานศึกษาให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น สอดคล้องกับนโยบายของ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานและเป้าหมายของสถานศึกษา ในการพัฒนางานครั้งนี้ ข้าพเจ้าได้กำหนดเป้าหมายและวางแผนการพัฒนาที่ชัดเจนในด้านการ ส่งเสริมทักษะการอ่าน การคิดวิเคราะห์ และการสร้างนิสัยรักการเรียนรู้ของนักเรียน รวมถึงการพัฒนา ครูผู้สอนให้สามารถใช้สื่อและนวัตกรรมการสอนที่มีประสิทธิภาพ อีกทั้งได้มีการวางระบบการประเมินและ ติดตามผลการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมต่อคุณภาพการเรียนรู้และการบริหาร จัดการสถานศึกษา ข้าพเจ้าขอขอบคุณผู้อำนวยการโรงเรียน คณะครู และคณะกรรมการสถานศึกษาที่ได้ให้คำแนะนำ และการสนับสนุนในการพัฒนางานครั้งนี้ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าเอกสารฉบับนี้จะเป็นประโยชน์ในการพัฒนา การศึกษาของสถานศึกษาและสามารถนำไปปรับใช้เพื่อยกระดับคุณภาพการศึกษาในอนาคตต่อไป วรวรรณ สำราญใจ

ข สารบัญ หน้า คำนำ ก สารบัญ ข ข้อมูลผู้ส่วนตัวของผู้จัดทำข้อตกลง 1 ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง ๒ ส่วนที่ ๒ การพัฒนางานที่เสนอเป็นประเด็นท้าทาย 8

๑ PA1/บส แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) สำหรับข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา ตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการ (ทุกสังกัด) ประจำปีงบประมาณ พ.ศ. 2570 ระหว่างวันที่ 1 เดือนตุลาคม พ.ศ. 2569 ถึงวันที่ 30 เดือนกันยายน พ.ศ.2570 ผู้จัดทำข้อตกลง ชื่อ วรวรรณ นามสกุล สำราญใจ ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา สถานศึกษา โรงเรียนบ้านคูตัน สังกัด สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 รับเงินเดือนในอันดับ คศ.2 อัตราเงินเดือน 32,710 บาท ประเภทของสถานศึกษา  สถานศึกษาที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน  ระดับปฐมวัย  ระดับประถมศึกษา  ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น  ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย  การจัดการศึกษาพิเศษ (ไม่มีระดับชั้น)  สถานศึกษาที่จัดการศึกษาอาชีวศึกษา  ประกาศนียบัตรวิชาชีพ  ประกาศนียบัตรชั้นสูง  การฝึกอบรมวิชาชีพตามหลักสูตรวิชาชีพระยะสั้น  สถานศึกษาที่จัดการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย  การจัดการศึกษานอกระบบระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน  การจัดการศึกษานอกระบบตามหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ  การจัดการศึกษาต่อเนื่อง

๒ ข้าพเจ้าขอแสดงเจตจำนงในการจัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน ตำแหน่งรองผู้อำนวยการ สถานศึกษา วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการ ซึ่งเป็นตำแหน่งและวิทยฐานะที่ดำรงตำแหน่งอยู่ใน ปัจจุบันกับผู้บังคับบัญชา ไว้ดังต่อไปนี้ ส่วนที่ 1 ข้อตกลงในการพัฒนางานตามมาตรฐานตำแหน่ง 1. ภาระงาน จะมีภาระงานด้านการบริหารวิชาการและความเป็นผู้นำทางวิชาการ ด้านการบริหาร จัดการสถานศึกษา ด้านการบริหารการเปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์นวัตกรรม ด้านการบริหารงานชุมชนและ เครือข่าย และด้านการพัฒนาตนเองและวิชาชีพ เป็นไปตามที่ ก.ค.ศ.กำหนด  เต็มเวลา  ไม่เต็มเวลา เนื่องจาก ......................................................................................................................... โดยภาระงานด้านการบริหารวิชาการและความเป็นผู้นำทางวิชาการ จะมีการปฏิบัติการสอน ไม่ต่ำกว่า......10.....ชั่วโมง/สัปดาห์ (ตำแหน่งผู้อำนวยการสถานศึกษา ไม่ต่ำกว่า 5 ชั่วโมง/สัปดาห์ และรอง ผู้อำนวยการสถานศึกษาไม่ต่ำกว่า 10 ชั่วโม/สัปดาห์) โดยมีการปฏิบัติการสอน/การจัดกิจกรรมการเรียนการ สอนในสถานศึกษาอย่างใดอย่างหนึ่งหรือหลายอย่าง ดังนี้  ปฏิบัติการสอนประจำวิชา จำนวน........................ชั่วโมง/สัปดาห์  ปฏิบัติการสอนร่วมกับครูประจำชั้น/ประจำวิชา จำนวน 6 ชั่วโมง/สัปดาห์  สังเกตการณ์สอนและสะท้อนผลการสอนร่วมกับครูในกิจกรรมเปิดชั้นเรียน จำนวน.........1.........ชั่วโมง/สัปดาห์  เป็นผู้นำกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในชุมชนการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) ของโรงเรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์  นิเทศการสอนเพื่อเป็นพี่เลี้ยงการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ให้กับครู จำนวน........1..........ชั่วโมง/สัปดาห์  จัดกิจกรรมเสริมการเรียนรู้และอบรมบ่มนิสัยผู้เรียน จำนวน 1 ชั่วโมง/สัปดาห์

๓ 2. งานที่จะปฏิบัติตามมาตรฐานตำแหน่งผู้บริหารสถานศึกษา (ให้ระบุรายละเอียดของงานที่ จะปฏิบัติในแต่ละด้านว่าจะดำเนินการอย่างไร โดยอาจระบุระยะเวลาที่ใช้ในการดำเนินการด้วยก็ได้) ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานตำแหน่ง งาน (Tasks) ที่จะดำเนินการพัฒนาตาม ข้อตกลงใน 1 รอบการประเมิน (โปรดระบุ) ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงานตามข้อตกลงที่ คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา (โปรดระบุ) ตัวชี้วัด (Indicators) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่ แสดงให้เห็นถึงการ เปลี่ยนแปลงไปในทาง ที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนา มากขึ้นหรือผลสัมฤทธิ์ สูงขึ้น (โปรดระบุ) 1. ด้านบริหารวิชาการและ ความเป็นผู้นำทางวิชาการ ลักษณะงานที่เสนอให้ ครอบคลุมถึงการวางแผน พัฒนามาตรฐานการเรียนรู้ ของผู้เรียน การจัดทำและ พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การพัฒนากระบวนการ จัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็น สำคัญและการปฏิบัติการสอน การส่งเสริม สนับสนุน การ พัฒนาหรือการนำสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยี ทางการศึกษา มาใช้ในการ จัดการเรียนรู้ การนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผล การจัดการเรียนรู้ของครูใน สถานศึกษา และมีการประกัน คุณภาพการศึกษาภายใน สถานศึกษา การศึกษา การ วิเคราะห์หรือวิจัย เพื่อ แก้ปัญหาและพัฒนาการ จัดการเรียนรู้เพื่อยกระดับ คุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษา 1. พัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา สู่มาตรฐานการเรียนรู้ของ ผู้เรียน โดยวิเคราะห์หลักสูตร ให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ สถานศึกษา สอดคล้องกับสาระ ความต้องการของชาติ ท้องถิ่น และผู้เรียน 2. ส่งเสริมให้ครูใช้กระบวนการ PLC และกระบวนการวิจัย สร้างสื่อ นวัตกรรมเพื่อเป็น แนวทางการจัดการเรียนรู้ 3. ดำเนินการนิเทศ กำกับ ติดตาม ประเมินผลการจัดการเรียนรู้ ของครูรายกลุ่มสาระฯ และ รายบุคคล ทุกภาคเรียน 4. มีการประเมินคุณภาพ ภายในสถานศึกษาอย่างน้อยปี ละ 1 ครั้งเพื่อเป็นข้อมูลในการ ปรับปรุงแผนพัฒนาสถานศึกษา อย่างต่อเนื่องและนำผลการ ติดตามตรวจสอบคุณภาพ การศึกษาเป็นข้อมูลในการ จัดทำรายงานประจำปี 1. ผู้เรียนเป็นผู้มี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีสมรรถนะ สามารถ อ่าน เขียน วิเคราะห์ มี ความคิดสร้างสรรค์ และ สื่อความได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 2. ครูมีกระบวนการ PLC มีวิจัยในชั้นเรียน มี สื่อ นวัตกรรมที่มี ประสิทธิภาพ และใช้ กระบวนการ Active Learning ในการจัดการ เรียนรู้ และมีการ ประเมินผลที่หลากหลาย 3. สถานศึกษามีระบบ การประกันภายในที่มี คุณภาพตรวจสอบได้ 1. ผู้เรียนมี คุณลักษณะที่พึง ประสงค์ มีสมรรถนะ สามารถอ่าน เขียน วิเคราะห์ และมี ความคิดสร้างสรรค์ สูงขึ้น ร้อยละ 80 2. ครูมีวิจัยในชั้นเรียน มีสื่อ และนวัตกรรมที่มี ประสิทธิภาพ ร้อยละ 100 3. ครูสามารถใช้ กระบวนการ Active Learning ในการ จัดการเรียนรู้ และมี การประเมินผลที่ หลากหลาย ร้อยละ 100 4. สถานศึกษามีผล การประเมินระบบงาน ประกันคุณภาพภายใน ร้อยละ 100

๔ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานตำแหน่ง งาน (Tasks) ที่จะดำเนินการพัฒนาตาม ข้อตกลงใน 1 รอบการประเมิน (โปรดระบุ) ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงานตามข้อตกลงที่ คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา (โปรดระบุ) ตัวชี้วัด (Indicators) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่ แสดงให้เห็นถึงการ เปลี่ยนแปลงไปในทาง ที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนา มากขึ้นหรือผลสัมฤทธิ์ สูงขึ้น (โปรดระบุ) 2. ด้านการบริหารจัดการ สถานศึกษา การบริหารจัดการ สถานศึกษาให้เป็นไปตาม กฎหมาย ระเบียบ ข้อบังคับ นโยบาย และตามหลักบริหาร กิจการบ้านเมืองที่ดี การ บริหารกิจการผู้เรียนและการ ส่งเสริมพัฒนาผู้เรียน การ จัดระบบดูแลช่วยเหลือผู้เรียน 1. จัดทำแผนพัฒนาคุณภาพ คุณภาพการศึกษาของ สถานศึกษาให้สอดคล้อง นโยบายของรัฐบาล กระทรวงศึกษาธิการ สำนักงาน คณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน และสำนักงานเขตพื้นที่ การศึกษา 2. บริหารจัดการสถานศึกษา โดยยึดระเบียบ กฎหมาย ข้อบังคับและจรรยาบรรณ วิชาชีพ 3. บริหารแบบมีส่วนร่วม ใน ลักษณะของการร่วมตัดสินใจ ได้แก่ คณะกรรมการ สถานศึกษา ทีมงานบุคลากร โรงเรียน ผู้ปกครองและชุมชน 4. ส่งเสริมและพัฒนาระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนอย่าง ต่อเนื่อง 1. ผู้เรียนมีแหล่งเรียนรู้ และมีสื่อ อุปกรณ์ และมี บรรยากาศที่เอื้อต่อการ ส่งเสริมและพัฒนาการ เรียนรู้ 2. ผู้เรียนมีคุณลักษณะที่ พึงประสงค์ มีวินัย คุณธรรมและจริยธรรม 3. ครูมีสื่อ อุปกรณ์ที่ ทันสมัยและมี ประสิทธิภาพที่ใช้ในการ จัดการเรียนการสอน สามารถจัดการเรียนการ สอนที่หลากหลาย 4. ครูสามารถ ดำเนินการตามระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ มีประสิทธิภาพ 5. สถานศึกษามี บรรยากาศ สภาพแวดล้อมและ แหล่งเรียนรู้ที่เอื้อต่อการ แสวงหาความรู้ของ ผู้เรียน 1. ผู้เรียนมีแหล่ง เรียนรู้ และมีสื่อ อุปกรณ์ และมี บรรยากาศที่เอื้อต่อ การส่งเสริมและ พัฒนาการเรียนรู้ ร้อย ละ 100 2. ผู้เรียนร้อยละ 80 มีคุณลักษณะที่พึง ประสงค์ มีวินัย คุณธรรมและจริยธรรม เพิ่มขึ้น 3. ครู มีสื่อ อุปกรณ์ที่ ทันสมัยและมี ประสิทธิภาพที่ใช้ใน การจัดการเรียนการ สอน สามารถจัดการ เรียนการสอนที่ หลากหลาย ร้อยละ 100 4. ครูมีการดำเนินการ ตามระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนที่มี ประสิทธิภาพ ร้อยละ 90

๕ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานตำแหน่ง งาน (Tasks) ที่จะดำเนินการพัฒนาตาม ข้อตกลงใน 1 รอบการ ประเมิน (โปรดระบุ) ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงานตามข้อตกลงที่ คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา (โปรดระบุ) ตัวชี้วัด (Indicators) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่แสดงให้ เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้นหรือมีการ พัฒนามากขึ้นหรือ ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น (โปรดระบุ) 6. สถานศึกษามีระบบ ดูแลช่วยเหลือนักเรียน และมีเครือข่ายในการ ดูแลช่วยเหลือนักเรียนที่ มีประสิทธิภาพ 5. สถานศึกษามีบรรยากาศ สภาพแวดล้อมและแหล่ง เรียนรู้ที่เอื้อต่อการแสวงหา ความรู้ของผู้เรียน ร้อยละ 90 6. สถานศึกษามีระบบดูแล ช่วยเหลือนักเรียนและมี เครือข่ายในการดูแล ช่วยเหลือนักเรียนที่มี ประสิทธิภาพ ร้อยละ 100 3. ด้านการบริหารการ เปลี่ยนแปลงเชิงกลยุทธ์และ นวัตกรรม การกำหนดนโยบาย กลยุทธ์ การใช้เครื่องมือหรือ นวัตกรรมทางการบริหารและ การนำไปปฏิบัติ การบริหาร การเปลี่ยนแปลงและ นวัตกรรมในสถานศึกษา เพื่อ พัฒนาสถานศึกษา 1. กำหนดนโยบาย และ กลยุทธ์ในการบริหาร จัดการให้สอดคล้องกับ วิสัยทัศน์ ของสถานศึกษา 2. ใช้ PDCA ในการ บริหารจัดการ เพื่อพัฒนา คุณภาพสถานศึกษา 1. ผู้เรียนมีโครงการและ กิจกรรมที่ส่งเสริมการ เรียนรู้ที่หลากหลาย ตรง ตามความต้องการและ ความสนใจของผู้เรียน 2. มีทักษะ กระบวนการ ในการปฏิบัติงาน ตาม วงจร PDCA 3. สถานศึกษา มีระบบ ประกันคุณภาพ การศึกษาภายในที่มี คุณภาพ 1. ผู้เรียนร้อยละ 80 มี ความพึงพอใจในการร่วม โครงการและกิจกรรม ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ หลากหลายของสถานศึกษา 2. ครูร้อยละ 80 มีทักษะ กระบวนการในการ ปฏิบัติงาน ตามวงจร PDCA เพิ่มขึ้น 3. สถานศึกษา มีระบบ ประกันคุณภาพการศึกษา ภายในที่มีคุณภาพ เพื่อ เตรียมรองรับการประเมิน คุณภาพภายนอก ร้อยละ 100

๖ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานตำแหน่ง งาน (Tasks) ที่จะดำเนินการพัฒนาตาม ข้อตกลงใน 1 รอบการ ประเมิน (โปรดระบุ) ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงานตามข้อตกลงที่ คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา (โปรดระบุ) ตัวชี้วัด (Indicators) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่แสดง ให้เห็นถึงการเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการ พัฒนามากขึ้นหรือ ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น (โปรดระบุ) 4. ด้านการบริหารงานชุมชน และเครือข่าย การสร้างและพัฒนา เครือข่ายเพื่อพัฒนาการ เรียนรู้ การจัดระบบการ ให้บริการในสถานศึกษา 1. ส่งเสริมและพัฒนา เครือข่ายการบริหารจัดการ แบบมีส่วนร่วมใน สถานศึกษา เช่น คณะกรรมการสถานศึกษา ขั้นพื้นฐาน เครือข่าย ผู้ปกครองนักเรียน และ เครือข่ายสถานศึกษาและ องค์กรภายนอกสถานศึกษา เป็นต้น 2. ส่งเสริมและพัฒนา เครือข่ายในการระดมทุน เพื่อพัฒนาการศึกษา ได้แก่ ศิษย์เก่า ครู ผู้ปกครอง นักเรียน เป็นต้น 1. ผู้เรียนได้รับทุนใน สนับสนุนการศึกษา 2. ครูมีขวัญกำลังใจ และมีเครือข่ายช่วยเหลือ และสนับสนุนในการ ปฏิบัติงาน 3. สถานศึกษามี เครือข่ายความร่วมมือใน การพัฒนาและส่งเสริม การพัฒนาสถานศึกษา 1. ผู้เรียนในระดับป.6 และ ม.3 สามารถเรียนต่อ ในระดับสูงขึ้น ร้อยละ 100 2. ผู้เรียนได้รับความ ช่วยเหลือและสนับสนุน การศึกษา ร้อยละ 90 2. ครูมีขวัญกำลังใจในการ ปฏิบัติงาน ร้อย 100 3. สถานศึกษามีเครือข่าย ความร่วมมือในการพัฒนา สถานศึกษา ร้อยละ 100

๗ ลักษณะงานที่ปฏิบัติ ตามมาตรฐานตำแหน่ง งาน (Tasks) ที่จะดำเนินการพัฒนาตาม ข้อตกลงใน 1 รอบการ ประเมิน (โปรดระบุ) ผลลัพธ์ (Outcomes) ของงานตามข้อตกลงที่ คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา (โปรดระบุ) ตัวชี้วัด (Indicators) ที่จะเกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา ที่แสดงให้ เห็นถึงการเปลี่ยนแปลงไป ในทางที่ดีขึ้นหรือมีการ พัฒนามากขึ้นหรือ ผลสัมฤทธิ์สูงขึ้น (โปรดระบุ) 5. ด้านการพัฒนาตนเอง และวิชาชีพ การพัฒนาตนเองและ วิชาชีพ การนำความรู้ ทักษะ ที่ได้จากการพัฒนาตนเองและ วิชาชีพมาใช้ในการพัฒนาการ บริหารจัดการสถานศึกษา ที่ ส่งผลต่อคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษา เข้าร่วมอบรมและพัฒนา ตามโครงการ กิจกรรม ต่างๆ ของสำนักงาน คณะกรรมการการศึกษา ขั้นพื้นฐาน สำนักงานเขต พื้นที่การศึกษา องค์กร ภายนอก และแสวงหา ความรู้อย่างต่อเนื่องเพื่อ พัฒนาตนเองและพัฒนา วิชาชีพ และนำไปใช้ใน การบริหารจัดการ สถานศึกษา ได้แก่ อบรม โครงการโรงเรียนวิถีพุทธ อบรมการขอมีหรือเลื่อน วิทยฐานะตามหลักเกณฑ์ ก.ค.ศ. กำหนด 1. ผู้เรียนเป็นผู้มี คุณลักษณะที่พึงประสงค์ มีสมรรถนะ สามารถ อ่าน เขียน วิเคราะห์ มี ความคิดสร้างสรรค์ และ สื่อความได้อย่างมี ประสิทธิภาพ 2. ครูมีกระบวนการ PLC มีวิจัยในชั้นเรียน มี สื่อ นวัตกรรมที่มี ประสิทธิภาพ และใช้ กระบวนการ Active Learning ในการจัดการ เรียนรู้ 3. ครูมีขวัญกำลังใจ ใน การปฏิบัติงาน และมี การประเมินผลที่ หลากหลาย 4. สถานศึกษามี โครงการและกิจกรรมที่ ส่งเสริมการเรียนรู้ที่ หลากหลาย ตรงตาม ความต้องการและความ สนใจของผู้เรียน 1. ศึกษาดูงานและร่วม แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ร้อยละ 100 2. เข้าร่วมอบรมพัฒนา สมรรถนะเพื่อยกระดับ คุณภาพผู้เรียน ร้อยละ 100 4. สถานศึกษา มีนวัตกรรม โครงการและกิจกรรมที่ ส่งเสริมและพัฒนา การศึกษา ร้อยละ 100 หมายเหตุ 1. รูปแบบการจัดทำบันทึกข้อตกลงในการพัฒนางานฯ ตามแบบ PA1 ให้เป็นไปตามบริบท และสภาพการบริหารสถานศึกษาของแต่ละสถานศึกษา โดยความเห็นชอบร่วมกันระหว่างผู้บังคับบัญชาและ ผู้บริหารสถานศึกษาผู้จัดทำข้อตกลง

๘ 2. งาน (Task) ที่เสนอเป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน ต้องเป็นงานในหน้าที่ความรับผิดชอบ หลักที่ส่งผลโดยตรงต่อผลลัพธ์ของงานตามข้อตกลงที่คาดหวังให้เกิดขึ้นกับผู้เรียน ครู และสถานศึกษา โดย จะต้องสะท้อนให้เห็นถึงการปฏิบัติงานตามมาตรฐานตำแหน่ง และคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางาน ตามข้อตกลงสามารถประเมินได้ตามแบบการประเมิน PA2 3. การพัฒนางานตามข้อตกลง ตามแบบ PA1 ให้ความสำคัญกับผลลัพธ์ของงานตาม ข้อตกลงที่คาดหวังให้เกิดกับผู้เรียน ครู สถานศึกษา (Outcomes) และตัวชี้วัด (Indicators) ที่เป็นรูปธรรม และการประเมินของคณะกรรมการประเมินผลการพัฒนางานตามข้อตกลง ให้คณะกรรมการดำเนินการ ประเมินตามแบบ PA2 จากการปฏิบัติงานจริง สภาพการบริหารจัดการสถานศึกษาในบริบทของแต่ละ สถานศึกษาและผลลัพธ์ในการพัฒนาการบริหารสถานศึกษาที่เกิดจากการพัฒนางานตามข้อตกลงเป็นสำคัญ โดยไม่เน้นการประเมินจากเอกสาร ส่วนที่ 2 ข้อตกลงในการพัฒนางานที่เป็นประเด็นท้าทายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และ สถานศึกษา ประเด็นที่ท้าทายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ครู และสถานศึกษาของผู้จัดทำข้อตกลงซึ่ง ปัจจุบันดำรงตำแหน่งรองผู้อำนวยการสถานศึกษา วิทยฐานะรองผู้อำนวยการชำนาญการ ต้องแสดงให้เห็นถึง ระดับการปฏิบัติที่คาดหวังของวิทยฐานะชำนาญการ คือ แก้ไขปัญหา การบริหารจัดการสถานศึกษาและ คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา ให้เกิดการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีขึ้นหรือมีการพัฒนามากขึ้น (ทั้งนี้ ประเด็นท้าทายอาจจะแสดงให้เห็นถึงระดับการปฏิบัติที่คาดหวังในวิทยฐานะที่สูงกว่าได้) ประเด็นท้าทาย เรื่อง การบริหารจัดการเรียนรู้เพื่อส่งเสริมและยกระดับสมรรถนะการอ่าน การ คิด และการเขียน ของนักเรียนโรงเรียนบ้านคูตัน ด้วยนวัตกรรมการบริหาร “Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้” ด้วยรูปแบบ HERO MODEL 1. สภาพปัญหาการบริหารจัดการสถานศึกษาและคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา การศึกษาถือเป็นกลไกสำคัญในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์และยกระดับขีดความสามารถใน การแข่งขันของประเทศ โดยพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม กำหนดให้ การจัดการศึกษามุ่งพัฒนาผู้เรียนให้เป็นบุคคลที่สมบูรณ์ทั้งด้านความรู้ คุณธรรม ทักษะกระบวนการคิด และ สามารถเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต (กระทรวงศึกษาธิการ, 2542) สอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้น พื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. 2560) ที่กำหนดให้ผู้เรียนมีสมรรถนะสำคัญ โดยเฉพาะ ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา และการใช้ทักษะชีวิต ซึ่งล้วนมีพื้นฐานสำคัญจากทักษะการ อ่าน การคิด และการเขียน (กระทรวงศึกษาธิการ, 2560) ในบริบทของการเปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วในศตวรรษที่ 21 องค์การเพื่อความร่วมมือทาง เศรษฐกิจและการพัฒนา (OECD) ได้เสนอว่า ความสามารถด้านการอ่าน (Reading Literacy) มิได้หมายถึง เพียงการอ่านออกเสียงได้เท่านั้น แต่ครอบคลุมถึงการทำความเข้าใจ การตีความ การประเมิน และการนำ สารสนเทศไปใช้ในการแก้ปัญหาและดำรงชีวิตอย่างมีประสิทธิภาพ (OECD, 2023) ดังนั้น การพัฒนาทักษะ

๙ การอ่านจึงเป็นรากฐานของการเรียนรู้ในทุกกลุ่มสาระ และเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อผลสัมฤทธิ์ทางการเรียน โดยรวมของผู้เรียน ผลการประเมินระดับชาติและนานาชาติในช่วงหลายปีที่ผ่านมา สะท้อนให้เห็นว่าผู้เรียนไทย ยังมีข้อจำกัดด้านสมรรถนะการอ่านและการคิดวิเคราะห์ โดยเฉพาะหลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรค ติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ซึ่งส่งผลให้เกิดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) และ ความเหลื่อมล้ำด้านคุณภาพการเรียนรู้ระหว่างผู้เรียนเพิ่มสูงขึ้น (สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น พื้นฐาน,2565; UNESCO, 2021) โรงเรียนบ้านคูตัน สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุรินทร์ เขต 3 เป็นโรงเรียนขยายโอกาสทางการศึกษา ซึ่งให้ความสำคัญกับการยกระดับคุณภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง จากการวิเคราะห์ข้อมูลสารสนเทศของสถานศึกษา ได้แก่ ผลการประเมิน RT, NT, O-NET ผลสัมฤทธิ์ทางการ เรียนของผู้เรียน และข้อมูลการคัดกรองรายบุคคล พบว่าผู้เรียนบางส่วนยังมีข้อจำกัดด้านการอ่านจับใจความ การคิดวิเคราะห์ และการสื่อสารด้วยการเขียน ส่งผลต่อการเรียนรู้ในกลุ่มสาระอื่นและสมรรถนะการเรียนรู้ โดยรวม นอกจากนี้ ยังพบความแตกต่างระหว่างบุคคลค่อนข้างสูง ทำให้การจัดการเรียนรู้แบบเดียวกันสำหรับ ผู้เรียนทุกคนไม่สามารถตอบสนองศักยภาพของผู้เรียนได้อย่างเต็มที่ เมื่อวิเคราะห์สภาพการดำเนินงานของโรงเรียนในเชิงระบบ ข้าพเจ้าพบว่าปัญหาดังกล่าวมิได้ เกิดจากการจัดการเรียนรู้ของครูเพียงอย่างเดียว แต่เกิดจากข้อจำกัดของระบบบริหารจัดการทางวิชาการที่ยัง ขาดการเชื่อมโยงข้อมูลสารสนเทศผู้เรียน การวางแผนพัฒนาผู้เรียน การนิเทศติดตาม การพัฒนาครู และการ มีส่วนร่วมของผู้ปกครองให้เป็นกระบวนการเดียวกัน ส่งผลให้การใช้ข้อมูลเพื่อการตัดสินใจ (Data-informed Decision Making) ยังไม่เกิดประสิทธิภาพสูงสุด (Fullan, 2007) ในฐานะรองผู้อำนวยการสถานศึกษา ข้าพเจ้าตระหนักว่าการยกระดับคุณภาพผู้เรียน จำเป็นต้องอาศัย "นวัตกรรมการบริหาร" ควบคู่กับ "นวัตกรรมการจัดการเรียนรู้" โดยใช้หลักการบริหารเชิง ระบบ (General Systems Theory) ที่มององค์กรเป็นระบบซึ่งองค์ประกอบทุกส่วนมีความสัมพันธ์และส่งผล ต่อกัน (Von Bertalanffy, 1968) ร่วมกับวงจรคุณภาพ PDCA ของ Deming (1986) ที่เน้นการวางแผน การดำเนินงาน การตรวจสอบ และการปรับปรุงอย่างต่อเนื่อง ตลอดจนแนวคิดชุมชนแห่งการเรียนรู้ทาง วิ ชาชี พ (Professional Learning Community: PLC) ซึ่ งส่ งเสริ มให้ ครู ร่ วมกันเรี ยนรู้ แลกเปลี่ ยน ประสบการณ์ และพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง (DuFour & Eaker, 1998) จากแนวคิดดังกล่าว ข้าพเจ้าจึงได้ พัฒนานวัตกรรม Kuton Reading Hero Plus อ่านออก คิดเป็น เขียนได้ เพื่อเป็นรูปแบบการบริหารจัดการเรียนรู้ที่บูรณาการการบริหารงานวิชาการ การจัดการ เรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) การนิเทศภายใน การใช้ข้อมูลสารสนเทศ และการมีส่วนร่วมของผู้ปกครอง ภายใต้กรอบการดำเนินงาน HERO Model ประกอบด้วย H : Hunt & Highlight, E : Empower Learning, R : Review & Reflect และ O : Optimize & Opportunity ซึ่งดำเนินการผ่านวงจรคุณภาพ PDCA อย่าง เป็นระบบ เพื่อให้การพัฒนาผู้เรียน ครู และองค์กรเกิดความเชื่อมโยงอย่างต่อเนื่อง และนำไปสู่การยกระดับ คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาอย่างยั่งยืน

๑๐ 2. วิธีการดำเนินการให้บรรลุผล ข้าพเจ้าดำเนินงานใช้นวัตกรรมการบริหาร HERO Model บูรณาการร่วมกับวงจร บริหารงานคุณภาพ PDCA ดังนี้ 2.1 ขั้นการวางแผน : Plan (P) 1) ศึกษานโยบายและวิเคราะห์บริบท (SWOT Analysis) นำผลการประเมิน RT, NT, O-NET และข้อมูลผู้เรียนรายบุคคลมาวิเคราะห์จุดควรพัฒนา 2) วางแผนเชิงกลยุทธ์และทำข้อตกลง (MOU) กำหนดเป้าหมายการพัฒนา จัดทำ แผนพัฒนาและทำบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ (MOU) ร่วมกับครู คณะกรรมการสถานศึกษา และภาคี เครือข่ายผู้ปกครอง 2.2 ขั้นการดำเนินงาน : Do (D) ผ่านขับเคลื่อนกระบวนการ HERO Model 1) H - Hunt & Highlight คัดกรองและวิเคราะห์ผู้เรียนรายบุคคล เพื่อจำแนก กลุ่ มเป้าหมาย จัดทำฐานข้อมูล และกำหนดแนวทางการซ่อมเสริมตามความแตกต่างระหว่างบุคคล 2) E - Empower Learning ส่ งเสริ ม สนั บสนุ นให้ ครู จั ดการเรี ยนรู้ เชิ งรุ ก (Active Learning) บูรณาการสื่อ นวัตกรรม และเทคโนโลยีที่เหมาะสมกับผู้เรียน 3) R - Review & Reflect ดำเนินการนิเทศภายในอย่างเป็นระบบ สังเกตการสอน สะท้อน ผล และขับเคลื่อนกระบวนการชุมชนแห่งการเรียนรู้ทางวิชาชีพ (PLC) เพื่อแก้ปัญหาผู้เรียนรายบุคคลอย่าง ต่อเนื่อง 4) O - Optimize & Opportunity นำผลการประเมินและข้อเสนอแนะมาปรับปรุงพัฒนา กระบวนการ พร้อมทั้งสร้างโอกาส ขยายผล และเผยแพร่แนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) 2.3 ขั้นการตรวจสอบประเมินผล : Check (C) 1) ประเมินสมรรถนะผู้เรียนด้านการอ่าน การคิด และการเขียน (Pre-test / Post- test) 2) นิเทศ ติดตามการจัดการเรียนรู้เชิงรุก (Active Learning) และการจัดทำสื่อ/ แผนพัฒนาการอ่าน/นวัตกรรมซ่อมเสริมของครู 3) ประเมินอัตราความร่วมมือตามบันทึกข้อตกลง (MOU) และประเมินความพึงพอใจ ของครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษา 2.4 ขั้นการปรับปรุงและพัฒนา : Act (A) 1) ถอดบทเรียนการปฏิบัติงาน (AAR) ผ่านกิจกรรม PLC 2) สรุปและจัดทำรายงานผลการปฏิบัตินวัตกรรมที่เป็นเลิศ (Best Practice) 3) เผยแพร่ผลงานผ่านระบบสารบรรณอิเล็กทรอนิกส์ สพป.สุรินทร์ เขต 3, เพจ Facebook และในเครือข่ายสถานศึกษา

๑๑ 3. ผลลัพธ์การพัฒนาที่คาดหวัง 3.1 เชิงปริมาณ 1) ผู้เรียนระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึงมัธยมศึกษาปีที่ 3 ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 ผ่าน เกณฑ์การประเมินสมรรถนะด้านการอ่าน การคิด และการเขียน 2) ครูผู้สอนร้อยละ 100 สามารถจัดการเรียนรู้ เชิงรุก (Active Learning) บูรณาการ กระบวนการ PLC และผลิตสื่อ/นวัตกรรมซ่อมเสริมผู้เรียนรายบุคคลได้อย่างน้อยคนละ 1 นวัตกรรม 3) สถานศึกษามีแนวปฏิบัติที่เป็นเลิศ (Best Practice) จำนวน 1 เล่ม และมีอัตราความ ร่วมมือตามบันทึกข้อตกลง (MOU) ของภาคีเครือข่ายผู้ปกครองไม่น้อยกว่าร้อยละ 90 4) ครู ผู้ปกครอง และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน มีความพึงพอใจต่อภาพรวมการ ดำเนินงาน ไม่น้อยกว่าร้อยละ 85 3.2 เชิงคุณภาพ 1) ผู้เรียนมีสมรรถนะ "อ่านออก คิดเป็น เขียนได้" สูงขึ้นตามศักยภาพของแต่ละช่วงวัย และ ลดภาวะถดถอยทางการเรียนรู้ (Learning Loss) 2) โรงเรียนบ้านคูตันมีรูปแบบการบริหารจัดการงานวิชาการและการนิเทศภายในที่เป็น ระบบ มีเครือข่ายความร่วมมือระหว่างบ้านและโรงเรียน (Home-School Connection) ที่เข้มแข็ง 3) ครูผู้สอนเกิดสมรรถนะและความเชี่ยวชาญในการจัดการเรียนรู้เชิงรุกและการใช้ข้อมูล สารสนเทศในการพัฒนาผู้เรียนรายบุคคล 4) ผู้ปกครองและชุมชนเกิดความเชื่อมั่นและพึงพอใจต่อคุณภาพการจัดการศึกษาของ สถานศึกษา ลงชื่อ............................................................................ (นางสาววรวรรณ สำราญใจ) ตำแหน่ง รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ผู้จัดทำข้อตกลงในการพัฒนางาน 1 ตุลาคม 2569 ความเห็นของผู้บังคับบัญชา (✓) เห็นชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน ( ) ไม่เห็นชอบให้เป็นข้อตกลงในการพัฒนางาน โดยมีข้อเสนอแนะเพื่อนำไปแก้ไขและ เสนอเพื่อพิจารณาอีกครั้ง ดังนี้ ............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ............................................................................ (นายกรีฑา หวังมั่น) ตำแหน่ง ผู้อำนวยการสถานศึกษา

๑๒

Merklogo

แบบข้อตกลงในการพัฒนางาน (PA) รองผู้อำนวยการสถานศึกษา ปีงบประมาณ 2570

Melden