เอกสารนี้เป็นเรื่องสั้นสำหรับเด็ก เกี่ยวกับกลุ่มเพื่อน 5 คนที่โรงเรียนบ้านสวนสุข ได้แก่ กล้า ภู ตะวัน มะลิ และข้าวหอม พวกเขาได้รับมอบหมายให้ดูแลแปลงผักหลังห้องเรียน เพื่อนำผลผลิตไปทำอาหารกลางวัน เนื้อเรื่องเริ่มต้นเมื่อตะวันและภูอยากให้แปลงผักโตเร็ว จึงขอเงินค่าขนมไปซื้อปุ๋ยเคมีราคาแพงและเครื่องรดน้ำอัตโนมัติ ขณะที่กล้า มะลิ และข้าวหอมเสนอให้ใช้ของที่มีอยู่รอบตัวแทน…
เอกสารนี้เป็นเรื่องสั้นสำหรับเด็ก เกี่ยวกับกลุ่มเพื่อนสนิท 5 คนที่โรงเรียนบ้านสวนสุข ได้แก่ กล้า ภู ตะวัน มะลิ และข้าวหอม พวกเขาได้รับมอบหมายจากคุณครูให้ช่วยกันดูแลแปลงผักหลังห้องเรียน เพื่อนำผลผลิตไปต่อยอดเป็นอาหารกลางวัน ทุกคนตื่นเต้นและเริ่มวางแผนร่วมกันทันที เรื่องนี้สอนแนวคิดเรื่องจิตพอเพียง
เนื้อเรื่องเริ่มต้นเมื่อตะวันและภูอยากให้แปลงผักโตเร็วที่สุด จึงขอเงินค่าขนมจากกระเป๋าตัวเองเพื่อไปซื้อปุ๋ยเคมีราคาแพงและเครื่องรดน้ำอัตโนมัติ ตะวันบอกว่าถ้าใช้ของแพงๆ ผักจะต้องงามที่สุดในโรงเรียนแน่ๆ ขณะที่ภูก็พยักหน้าเห็นด้วยอย่างกระตือรือร้น
กล้า มะลิ และข้าวหอมรีบชวนเพื่อนๆ หยุดคิด กล้าเสนอว่าไม่ต้องซื้อของแพง มาช่วยกันทำปุ๋ยหมักจากเศษใบไม้แห้งหลังโรงเรียนดีกว่า มะลิเสริมว่าน้ำรดผักก็ใช้กระป๋องเก่าเจาะรูช่วยกันรดคนละไม้คนละมือก็เสร็จแล้ว ไม่ต้องสิ้นเปลืองเลย
ทั้งห้าคนตกลงใช้สิ่งที่มีอยู่รอบตัว ข้าวหอมและมะลิกวาดเศษใบไม้ ภูและกล้าช่วยกันขุดดินหมักปุ๋ย ส่วนตะวันนำขวดน้ำพลาสติกที่ไม่ใช้แล้วมาประดิษฐ์เป็นบัวรดน้ำ ทุกคนเหนื่อยแต่มีรอยยิ้ม และเห็นว่าสิ่งของเหลือใช้ก็มีประโยชน์มากมายโดยไม่ต้องเสียเงินสักบาท
สองสัปดาห์ผ่านไป ผักกาดและผักบุ้งในแปลงเติบโตเขียวชอุ่ม ลำต้นแข็งแรงสวยงามไม่แพ้แปลงไหนๆ ภูและตะวันมองผลงานด้วยความภูมิใจ ตะวันพูดขึ้นว่าถ้าวันนั้นซื้อของแพงมาคงเสียเงินไปเปล่าๆ การใช้ของที่มีอยู่และลงมือทำเองนี่วิเศษจริงๆ
เด็กๆ ทั้งห้าคนช่วยกันเก็บผักสดๆ ส่งให้คุณครูเพื่อนำไปทำต้มจืดและผัดผักแสนอร่อย ทุกคนนั่งกินข้าวกลางวันด้วยกันอย่างเอร็ดอร่อย แปลงผักเล็กๆ นี้ไม่ได้ให้แค่ผักสด แต่ยังสอนให้หัวใจของพวกเขาเติบโตอย่างงดงามด้วยความพอดี