อารยธรรมเปอร์เซีย

Created in Canva

อารยธรรมเปอรเซียจัดทําโดย นาย อัครวัฒน ศรีมันตะ ม.5/2 เลขที่19 รายวิชา ประวัติศาสตร เสนอ ครูสุบรรณ พรมเสนา ภาคเรียนที่1/2569 โรงเรียนศรีรัตนวิทยา

สมุดเลมเล็กเรื่อง อารยธรรมเปอรเซีย จัดทําขึ้นเพื่อศึกษาความเปนมา ความ เจริญและความสําคัญของอารยธรรมเปอรเซียซึ่งเปนหนึ่งในอารยธรรมที่ยิ่งใหญของ โลกโบราณอารยธรรมเปอรเซียมีความโดดเดนดานการปกครองการทหาร ศาสนา การคา ศิลปะ และสถาปตยกรรม อีกทั้งยังเปนศูนยกลางการเชื่อมโยงวัฒนธรรม ระหวางทวีปเอเชีย แอฟริกา และยุโรปเนื้อหาในสมุดเลมเล็กเลมนี้ประกอบดวย ความหมายของอารยธรรมเปอรเซียที่ตั้งทางภูมิศาสตรการกําเนิดจักรวรรดิกษัตริยผู มีชื่อเสียง การปกครอง ศาสนา เศรษฐกิจ การคา ศิลปะ ภาษา วรรณกรรม วิทยาศาสตร ตลอดจนอิทธิพลที่มีตออารยธรรมโลก เพื่อใหผูอานเขาใจถึงความเจริญและคุณคาของอารยธรรมเปอรเซียไดอยางถูก ตอง ผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวาสมุดเลมเล็กเลมนี้จะเปนประโยชนตอผูที่สนใจศึกษา ประวัติศาสตรโลกและชวยใหผูอานเห็นถึงความสําคัญถึงอารยธรรมเปอรเซียคํานําอัครวัฒน ศรีมันตะ ผูจัดทํา

สารบัญคํานํา สารบัญ ความหมายของอารยธรรมเปอรเซีย ที่ตั้งทางภูมิศาสตร การกําเนิดอารยธรรมเปอรเซีย จักรวรรดิและกษัตริยสําคัญ ศาสนาและความเชื่อ เศรษฐกิจและการคา ศิลปะและสถาปตยกรรม อิทธิพลตออารยธรรมโลก ความสําคัญของอารยธรรมเปอรเซีย สรุป บรรณานุกรมก ข 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11

ความหมายอารยธรรมเปอรเซียคําวา "เปอรเซีย" (Persia) มีที่มาจากคําในภาษากรีกโบราณวา Persis ซึ่งใช เรียกดินแดนที่เปนศูนยกลางอํานาจดั้งเดิมบริเวณทางตอนใตของประเทศอิหรานใน ปจจุบัน ตอมาในปค.ศ.1935ไดมีการเปลี่ยนชื่อประเทศอยางเปนทางการเปนอิหราน"ซึ่ง มีความหมายวา"ดินแดนแหงชาวอารยัน" เพื่อสะทอนถึงรากเหงาทางชาติพันธุที่แทจริง ทั้งนี้ชาวเปอรเซียมีอัตลักษณที่ชัดเจนและไมใชชาวอาหรับโดยพวกเขามีภาษาพูดและ ภาษาเขียนเปนของตนเองคือภาษาฟารซี(Farsi)รวมถึงมีวัฒนธรรมที่สืบทอดมาอยาง ยาวนานในเชิงประวัติศาสตรและสังคมศาสตร "อารยธรรมเปอรเซีย" มีความหมายที่ สะทอนถึงความยิ่งใหญและมรดกตกทอดทางปญญาใน 3 ดานหลัก ดังนี้: 1.การหลอมรวมและการปกครอง: เปนจักรวรรดิแรก ๆ ที่ปกครองดวยความยืดหยุน ยอมรับความหลากหลายทางศาสนาและวัฒนธรรมของชนชาติตางๆ 2.นวัตกรรมและวิศวกรรม:คิดคนระบบอุโมงคสงนํ้าใตดิน(Qanat)เพื่อแกปญหาภัยแลง และสรางถนนหลวงสายจักรวรรดิ(RoyalRoad)ที่เปนรากฐานระบบคมนาคม,ไปรษณีย โบราณ 3.ศิลปะและสุนทรียศาสตร:เปนตนกําเนิดสถาปตยกรรมพระราชวังเปอรเซโพลิสศิลปะ การทอพรมอันประณีตและการจัดสวนแบบเปอรเซียที่เปนเอกลักษณสืบทอดมาถึง ปจจุบัน

ที่ตั้งทางภูมิศาสตรศูนยกลางของอารยธรรมเปอรเซียตั้งอยูบนที่ราบสูงอิหราน(IranianPlateau) ในภูมิภาคตะวันออกกลางพื้นที่สวนใหญถูกโอบลอมดวยเทือกเขาสูงชันเชนเทือก เขาซากรอสและเทือกเขาอัลบอรซภายในเปนทะเลทรายและทุงหญากวางใหญที่มี สภาพภูมิอากาศแหงแลง ซึ่งขอจํากัดนี้ผลักดันใหชาวเปอรเซียตองคิดคนระบบชลประทานใตดินอันลํ้า สมัยเพื่อการเพาะปลูกนอกจากนี้ที่ตั้งของเปอรเซียยังเปนจุดยุทธศาสตรสําคัญที่ เชื่อมตอระหวางทวีปเอเชียและยุโรปทําใหอารยธรรมแหงนี้กลายเปนศูนยกลางการ คาและการแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมระดับโลกในยุคที่รุงเรืองที่สุดจักรวรรดิเปอรเซียได แผขยายอาณาเขตกวางขวางครอบคลุมตั้งแตลุมแมนํ้าสินธุในอินเดียไปจนถึงอียิปต ในแอฟริกาเหนือ และคาบสมุทรบอลขานในยุโรป ถือเปนหนึ่งในจักรวรรดิที่ยิ่งใหญ ที่สุดในโลกยุคโบราณ

การกําเนิดอารยธรรมเปอรเซียการอพยพของชาวอารยัน: ประมาณ 1,000 ปกอนคริสตกาล ชนเผาอินโด-ยู โรเปยนหรือ "ชาวอารยัน" ไดอพยพลงมาตั้งถิ่นฐานบนที่ราบสูงอิหรานโดยแบงเปน สองกลุมหลักคือ ชาวมีเดส ทางตอนเหนือและชาวเปอรเซียนทางตอนใตซึ่งในระยะ แรกชาวเปอรเซียนตองยอมอยูใตการปกครองของอาณาจักรมีเดียการรวมชาติของ. พระเจาไซรัสมหาราช:จุดเปลี่ยนเกิดขึ้นเมื่อ550ปกอนคริสตกาลพระเจาไซรัส มหาราชผูนําชาวเปอรเซียนไดกอกบฏลมลางอํานาจของมีเดียไดสําเร็จและทรง รวบรวมทั้งสองชนเผาเขาดวยกันพรอมสถาปนา "จักรวรรดิอคีเมนิด"หรือจักรวรรดิ เปอรเซียแหงแรกขึ้น กาวสูมหาอํานาจ:พระเจาไซรัสมหาราชทรงขยายอาณาเขตอยางรวดเร็วโดยการ พิชิตอาณาจักรใหญในยุคนั้น เชน ลิเดีย และบาบิโลน ทําใหเปอรเซียเปลี่ยนสถานะ จากชนเผาเล็ก ๆ กลายเปนจักรวรรดิที่ยิ่งใหญที่สุดในโลกยุคโบราณ

จักรวรรดิและกษัตริยสําคัญประวัติศาสตรเปอรเซียโบราณมีจักรวรรดิและกษัตริยที่สรางความรุงเรืองและมีบทบาท สําคัญตอโลก ดังนี้: 1. จักรวรรดิอคีเมนิด (Achaemenid Empire: 550–330 ปกอนคริสตกาล) เปนจักรวรรดิเปอรเซียแหงแรกและยิ่งใหญที่สุดในยุคโบราณ มีกษัตริยองคสําคัญคือ: พระเจาไซรัสมหาราช (Cyrus the Great): ผูกอตั้งจักรวรรดิทรงมีชื่อเสียงดานการปกครองดวย ความเมตตาทรงปลดปลอยชาวยิวจากการเปนทาสในบาบิโลน และใหเสรีภาพในการนับถือศาสนา แกชนเผาใตปกครองพระเจาดาริอัสมหาราช (Darius the Great): ผูขยายอาณาเขตไปกวางใหญ ที่สุดทรงปฏิรูประบบการปกครองโดยแบงเปนมณฑล(Satrapies)สรางถนนหลวงสายจักรวรรดิ (Royal Road) และเริ่มสรางพระราชวังเปอรเซโพลิส 2. จักรวรรดิพารเทียน (Parthian Empire: 247 ปกอนคริสตกาล – ค.ศ. 224) เปนจักรวรรดิที่กาวขึ้นมาเรืองอํานาจหลังยุคพระเจาอเล็กซานดรามหาราช มีความโดดเดน ในฐานะคูปรับสําคัญของจักรวรรดิโรมันและเปนผูควบคุมเสนทางสายไหมที่เชื่อมการคา ระหวางจีนกับยุโรป 3. จักรวรรดิซาซาเนียน (Sasanian Empire: ค.ศ. 224–651) เปนยุคทองสุดทายของอารยธรรมเปอรเซียกอนการเขามาของศาสนาอิสลามมีความรุงเรือง สูงสุดในดานศิลปวัฒนธรรม สถาปตยกรรม และการฟนฟูศาสนาโซโรอัสเตอรใหเปนศาสนา ประจําชาติ กอนจะลมสลายลงจากการรุกรานของกองทัพมุสลิมอาหรับ

เศรษฐกิจและการคาเศรษฐกิจของจักรวรรดิเปอรเซียมีความรุงเรืองและมั่นคงสูงเนื่องจากรัฐบาลใหการ สนับสนุนการคาเสรีและการคมนาคมอยางเต็มที่โดยมีปจจัยขับเคลื่อนหลักดังนี้: ระบบเงินตรามาตรฐาน:พระเจาดาริอัสมหาราชทรงปฏิรูประบบเงินตราโดยการผลิต เหรียญทองคํา "ดาริก" (Daric) และเหรียญเงิน "ซิกูรอส" (Siglos) ที่มีนํ้าหนักและมูลคา มาตรฐานใชรวมกันทั่วจักรวรรดิ ชวยใหการคาขายและเก็บภาษีมีความสะดวกและยุติธรรม เสนทางการคาคมนาคม: มีการใชประโยชนจาก "ถนนหลวงสายจักรวรรดิ" (Royal Road) ซึ่งไมเพียงแตใชในทางการทหารและการทูตเทานั้นแตยังเปนเสนทางหลักของพอคา ในการขนสงสินคาอยางปลอดภัยและรวดเร็ว การเกษตรและระบบชลประทาน: ฐานรากทางเศรษฐกิจในประเทศพึ่งพาเกษตรกรรม เปนหลัก โดยมี "ระบบคานัต" (Qanat) หรืออุโมงคสงนํ้าใตดินที่ชวยใหสามารถเพาะปลูก พืช เชน ขาวสาลี บารเลย และผลไมตาง ๆ ในเขตแหงแลงได การคาระหวางประเทศ:ดวยชัยภูมิที่เชื่อมเอเชียและยุโรปเปอรเซียจึงเปนศูนยกลางการ คาและควบคุมเสนทางสายไหม สินคาสงออกสําคัญ ไดแก พรมเปอรเซีย อัญมณี มาสาย พันธุดี และเครื่องเทศ

ศิลปะและสถาปตยกรรมศิลปะและสถาปตยกรรมเปอรเซียสะทอนถึงความยิ่งใหญ ความประณีต และการผสมผสาน ทางวัฒนธรรมจากชนชาติตาง ๆ โดยมีเอกลักษณสําคัญดังนี้: สถาปตยกรรมพระราชวังอันยิ่งใหญ:ผลงานที่โดดเดนที่สุดคือพระราชวัง เปอรเซโพลิส (Persepolis) ซึ่งมีลักษณะเดนในการสรางอาคารบนฐานยกพื้นสูง การใชเสาหิน ขนาดใหญที่หัวเสาสลักเปนรูปสัตว เชน วัวหรือสิงโต และภาพสลักนูนตํ่าตามฝาผนังที่เลาเรื่อง ราวการทูตและการเดินทัพ การจัดสวนแบบเปอรเซีย(Persian Gardens): เปนตนแบบของการจัดสวนโลกโบราณออกแบบ มาเพื่อเปน "สวรรคบนดิน" ทามกลางความแหงแลง โดยเนนความรมรื่นของตนไม การแบงพื้นที่เปน สี่สวนอยางสมมาตร และการเดินรองนํ้าไหลผานทั่วสวน ศิลปหัตถกรรมชั้นสูง:ชาวเปอรเซียขึ้นชื่อเรื่องความประณีตในการทําเครื่องทอง เครื่องเงิน และเครื่องปนดินเผาเคลือบรวมถึง "พรมเปอรเซีย" ที่มีการถักทอลวดลายอันซับซอนและงดงาม ซึ่งกลายเปนมรดกตกทอดที่มีชื่อเสียงระดับโลกมาจนถึงปจจุบัน

อิทธิพลตออารยธรรมโลกอารยธรรมเปอรเซียมีความสําคัญอยางยิ่งตอประวัติศาสตรโลกไมใชเพียงเพราะความยิ่ง ใหญในฐานะจักรวรรดิที่เคยครอบครองพื้นที่ 3 ทวีป (เอเชีย ยุโรป แอฟริกา) แตรวมถึงมรดก ตกทอดที่ยังคงสงผลตอสังคมมนุษยในปจจุบัน ดังนี้: รากฐานแนวคิดสิทธิมนุษยชน: ผาน "ศิลาจารึกของไซรัส" (Cyrus Cylinder) ที่ยอมรับกันวา เปนปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของโลกซึ่งเนนการใหเสรีภาพในการนับถือ ศาสนาและการปลดปลอยทาสตนแบบการบริหารรัฐสวนกลาง:เปอรเซียริเริ่มระบบแบงมณฑล (Satrapies)มีผูตรวจการสวนกลางและระบบไปรษณียดวนผานถนนหลวงสายจักรวรรดิซึ่งกลาย เปนรากฐานระบบการปกครองและการคมนาคมของโลกตะวันตกในเวลาตอมา การสงตอความเชื่อทางศาสนา: ศาสนาโซโรอัสเตอร(Zoroastrianism)ของเปอรเซียเปนศาสนา แรกๆที่สอนเรื่องพระเจาองคเดียว ความดี-ความชั่ว นรก-สวรรค และวันสิ้นโลกซึ่งแนวคิดเหลา นี้ไดสงอิทธิพลโดยตรงตอศาสนายิว คริสต และอิสลาม ตนตํารับศิลปะและภูมิปญญา:ทิ้งมรดก ทางสุนทรียศาสตรที่ยิ่งใหญไวใหโลกทั้งระบบชลประทานใตดิน(Qanat)ที่เอาชนะภัย แลง,สถาปตยกรรมพระราชวังอันโออา,ศิลปะการจัดสวนแบบสมมาตร(Persian Gardens) และ พรมเปอรเซียที่ไรคูปรับในเรื่องความประณีต

ความสําคัญของอารยธรรมเปอรเซียอารยธรรมเปอรเซียมีความสําคัญอยางยิ่งตอประวัติศาสตรโลกไมใชเพียงเพราะความยิ่ง ใหญในฐานะจักรวรรดิที่เคยครอบครองพื้นที่ 3 ทวีป (เอเชีย ยุโรป แอฟริกา) แตรวมถึงมรดก ตกทอดที่ยังคงสงผลตอสังคมมนุษยในปจจุบัน ดังนี้: รากฐานแนวคิดสิทธิมนุษยชน: ผาน "ศิลาจารึกของไซรัส" (Cyrus Cylinder) ที่ยอมรับ กันวาเปนปฏิญญาสากลวาดวยสิทธิมนุษยชนฉบับแรกของโลก ซึ่งเนนการใหเสรีภาพในการ นับถือศาสนาและการปลดปลอยทาส ตนแบบการบริหารรัฐสวนกลาง: เปอรเซียริเริ่มระบบแบงมณฑล (Satrapies) มีผูตรวจ การสวนกลาง และระบบไปรษณียดวนผานถนนหลวงสายจักรวรรดิ ซึ่งกลายเปนรากฐานระบบ การปกครองและการคมนาคมของโลกตะวันตกในเวลาตอมา การสงตอความเชื่อทางศาสนา: ศาสนาโซโรอัสเตอร (Zoroastrianism)ของเปอรเซีย เปนศาสนาแรก ๆ ที่สอนเรื่องพระเจาองคเดียว ความดี-ความชั่ว นรก-สวรรค และวันสิ้นโลก ซึ่ง แนวคิดเหลานี้ไดสงอิทธิพลโดยตรงตอศาสนายิว คริสต และอิสลาม ตนตํารับศิลปะและภูมิปญญา:ทิ้งมรดกทางสุนทรียศาสตรที่ยิ่งใหญไวใหโลกทั้งระบบ ชลประทานใตดิน (Qanat) ที่เอาชนะภัยแลง, สถาปตยกรรมพระราชวังอันโออา, ศิลปะการจัด สวนแบบสมมาตร (Persian Gardens) และพรมเปอรเซียที่ไรคูปรับในเรื่องความประณีต

สรุปอารยธรรมเปอรเซียเปนหนึ่งในอารยธรรมที่ยิ่งใหญของโลกโบราณตั้งอยูในบริเวณ ประเทศอิหรานในปจจุบัน มีความโดดเดนดานการปกครอง การคา ศาสนา ศิลปะ และเทคโนโลยีจักรวรรดิเปอรเซียสามารถขยายอํานาจครอบคลุมดินแดนกวางใหญ และพัฒนาระบบถนนหลวงไปรษณียและชลประทานที่มีประสิทธิภาพ นอกจากนี้ยังมีศาสนาโซโรอัสเตอรซึ่งสงอิทธิพลตอแนวคิดทางศาสนาในเวลา ตอมาอารยธรรมเปอรเซียจึงนับเปนรากฐานสําคัญของความเจริญดานการบริหาร การคมนาคม การคาและวัฒนธรรมของโลกและยังคงมีอิทธิพลตอสังคมมนุษยจนถึง ปจจุบัน

บรรณานุกรมกรมศิลปากร. กรุงเทพฯ: กรมศิลปากร. ประวัติศาสตรโลกสมัยโบราณ. กระทรวงศึกษาธิการ.หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานประวัติศาสตรสากลชั้นมัธยมศึกษาตอนตน กรุงเทพฯ: สกสค. ลาดพราว. สุจิตต วงษเทศ. ประวัติศาสตรโลก. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพมติชน. ดิเรก ชัยนาม. อารยธรรมของโลก. กรุงเทพฯ: สํานักพิมพโอเดียนสโตร