สีน้ำตาล ปกรายงาน หน้าปก ปก รายงาน ประวัติศาสตร์ เอกสารขนาด A4 20260714 192938 0000

เรืองอารยธรรมเมโสโปเตเมีย จัดทํ าโดย นางสาวสุพิชชาเหลาทอง ชันมัธยมศึกษาปที5/9 เสนอ ครูสุบรรณพรมเสนา รายวิชาประวัติศาสตร' ภาคเรียน1ปการศึกษา2569 โรงเรียนศรีรัตนวิทยา

คํ านํ า หนังสือเลมเล็กนีจัดทํ าขึนเพือเป็นสวนหนึงของวิชาประวัติศาสตร'ชันม.5 เพือใหได ศึกษาหาความรูในเรืองและไดศึกษาอยางเขาใจเพือเป็นประโยชน'กับการเรียน ผูจัดทํ าหวังวาหนังสือเลมเล็กนีจะเป็นประโยชน'กับผูอานหรือนักเรียนนักศึกษาที กํ าลังหาขอมูลเรืองนีอยูหากมีขอแนะนํ าหรือขอผิดพลาดประการใดผูจัดทํ าขอ นอมรับไวและขออภัยมาณทีนีดวย นางสาวสุพิชชาเหลาทอง ผูจัดทํ า

สารบัญ

บทนํ า

อารยธรรมเมโสโปเตเมีย ความเจริญและวิทยาการทังหลายทีเกิดขึนในโลกปัจจุบันลวนมีรากฐานมาจากอารยธรรมในสมัย โบราณแทบ ทังสินทังนีไดมีการผสมผสานกันและเชือมโยงกันระหวางอารยธรรมเกาและใหมและมีการสืบทอด กันตอๆมา แหลงอารยธรรมเกาแกของโลกสมัยโบราณเกิดขึนทีบริเวณราบลุมแมนาทีสาคัญโดยเริมจาก อารยธรรมเมโสโป เตเมียอารยธรรมอียิปต'อารยธรรมอินเดียและอารยธรรมจีนตอจากนันเป็นอารยธรรมทีเกิดขึน บริเวณริมฝง ทะเลคืออารยธรรมกรีกโบราณและมาสินสุดสมัยทีอารยธรรมโรมันโบราณอารยธรรมเหลานี ถือวาเปนแหลง เชือมสัมพันธ'และติดตอกันและเป็นรากฐานของความเจริญใหแกดินแดนทังในโลกตะวันตกและตะวัน ออกใน ปัจจุบัน คํ าวาเมโสโปเตเมียเป็นภาษากรีกมาจากคาวาMESOS เทากับภาษาอังกฤษวาMIDDLE และคาวา POTAMOS เทากับภาษาอังกฤษวาRIVER รวมความแลวหมายถึง“ดินแดนระหวางแมนา2 สาย” (LAND BETWEEN THE RIVERS) คือแมน ํ าไทกรีส(TIGRIS) และแมน ํ ายูเฟรทิส(EUPHRATES) ปัจจุบันอยูในประเทศอิรัก เป็นแหลงอารย ธรรมแหงแรกของโลกซึงเริมขึนเมือ3,500 ปีกอนคริสต'ศักราชโดยมีผูคนหลายเชือชาติผลัด เปลียนกันเขามา ปกครองดินแดนนีพรอมทังไดสรางสมอารยธรรมใหเจริญรุงเรืองตอเนืองและเป็นรากฐานความ เจริญทีดินแดน อืนๆไดนําไปพัฒนาสืบตอมาถึงปจจุบัน

ปัจจัยทีทําใหเกิดอารยธรรมเมโสโปเตเมีย พืนทีอารยธรรมเมโสโปเตเมียอยูทางทิศตะวันตกเฉียงใตของเอเชียในบริเวณทีเชือมตอ ระหวางทวีปเอเชียยุโรป และแอฟริกาโดยเฉพาะทางตะวันตกเฉียงเหนือซึงหันออกสูทะเลเมดิเตอร'เรเนียนเป็นจุด เชือมโยงติดตอกับอารย ธรรมอียิปต'โบราณพืนทีของแหลงอารยธรรมทังหมดจะกินอาณาบริเวณจากทะเล เมดิเตอร'เรเนียนไปสูอาว เปอร'เซียมีลักษณะเป็นรูปเสียวจึงเรียกอีกชือหนึงวา“ดินแดนพระจันทร'เสียวอันอุดม สมบูรณ'” ครอบคลุม ดินแดนบางสวนในประเทศอิรักและซีเรียในปัจจุบันจากลักษณะทางภูมิศาสตร'ของเมโสโปเต เมียเปนทีราบลุม แมนามีการทับถมของดินตะกอนตามชายฝังแมน ํ าทังสองทํ าใหบริเวณแถบนีอุดมสมบูรณ' และมีสภาพเหมาะสม แกการเพาะปลูกแมวาสภาพอากาศในดินแดนแถบนีจะแปรปรวนเกิดความแหงแลงน ํ าทวม เป็นประจําอันเปน เหตุใหการควบคุมน ํ าหรือการชลประทานมีความจํ าเป็นตอการทํ ากสิกรรมของผูคนแถบนี นอกจากนันแลวทาง บกยังติดกับทะเลเมดิเตอร'เรเนียนเชือมตออียิปต'และอารยธรรมทีกํ าลังกอตัวในยุโรปทาง ตอนใตก็ยังเปดสูอาว เปอร'เซียซึงเอืออํ านวยตอการขนสงคาขายทางทะเลกับอารยธรรมทีหางไกลเชนสินธุ ลักษณะเชนนีเอง ทํ าใหดินแดนเมโสโปเตเมียแหงนีเป็นทีหมายปองของชนกลุมตางๆซึงปัจจัยทีทํ าใหเกิดอารย ธรรมเมโสโปเตเมียมี ดังนี

1.ภูมิศาสตร' โสโปเตเมียโลกไซเบอร'ทีดินระหวางยูเฟรติสและไทกริสแมนาทังสองซึงมีตนกําเนิดของพวกเขาในเทือกเขาราศี พฤษภแมนาทังสองสายไดรับการเลียงดูจากลํานาสาขาจํานวนมากและระบบของแมนาทังหมดจะระบายออกไป ยังพืนทีภูเขาอันกวางใหญเสนทางบกในเมโสโปเตเมียมักจะเปนไปตามยูเฟรติสเนืองจากริมฝงของไทกริสมักจะชัน และยากสภาพภูมิอากาศของภูมิภาคนีกึงแหงแลงโดยมีพืนทีกวางใหญเปนทะเลทรายทางตอนเหนือซึงทําใหมี พืนที15,000 ตารางกิโลเมตร(5,800 ตารางไมล') ของหนองนาบึงโคลนและริมฝงกกทางตอนใตในภาคใตที รุนแรงทียูเฟรติสและไทกริสรวมกันและลางเขาไปในอาวเปอร'เซีย สภาพแวดลอมทีแหงแลงมีตังแตพืนทีทางตอนเหนือของการเกษตรทีไดรับนาฝนไปจนถึงทางใตซึงการชลประทาน ในการเกษตรเป็นสิงจําเปนหากตองไดรับพลังงานสวนเกินทีไดรับคืนจากพลังงานทีลงทุน(EROEI) การชลประทาน นีไดรับความชวยเหลือจากโต9ะนาสูงและหิมะละลายจากยอดเขาสูงของเทือกเขาZAGROSทางตอนเหนือและจากที ราบสูงอาร'เมเนียซึงเปนแหลงทีมาของแมนาไทกริสและยูเฟรติสซึงทําใหภูมิภาคนีมีชือประโยชน'ของการ ชลประทานขึนอยูกับความสามารถในการระดมแรงงานทีเพียงพอสําหรับการกอสรางและบํารุงรักษาคูคลองและ จากชวงแรกสุดไดชวยพัฒนาการตังถินฐานในเมืองและระบบรวมศูนย'อํานาจทาง การเมือง เกษตรกรรมทัวทังภูมิภาคไดรับการเสริมดวยการเลียงสัตว'แบบเรรอนทีซึงอาศัยอยูใน เต็นท'เรรอนเลียงแกะและแพะในฝูง(และอูฐในภายหลัง) จากทุงหญาริมแมนาในชวง ฤดูรอนทีแหงแลงออกไปสูพืนทีทุงเลียงสัตว'ตามฤดูกาลบนขอบทะเลทรายในฤดูหนาว ทีเปยกชืนโดยทัวไปพืนทีนีขาดการสรางหินโลหะมีคาและไมดังนันในอดีตจึงตองอาศัยการคาผลผลิตทาง การเกษตรทางไกลเพือรักษาความปลอดภัยของสินคาเหลานีจากพืนทีหางไกลในพืนทีลุมทางตอนใตของพืนที วัฒนธรรมการจับปลาในนาทีซับซอนมีมาตังแตสมัยกอนประวัติศาสตร'และไดเพิมการผสมผสานทางวัฒนธรรมเขา ดวยกัน

2. ความเจริญทางเทคโนโลย เทคโนโลยีเปนปจจัยสําคัญทีกอใหเกิดอารยธรรมของมนุษย'กลาวคือในยุคกอน ประวัติศาสตร'เทคโนโลยีของมนุษย'ยังคงเป็นแบบงายๆแตภายหลังเมือมีการพัฒนาเทคโนโลยีใหมๆ ขึนซึง เทคโนโลยีแบบใหมนีมักเกิดขึนจากการทีมนุษย'พยายามทีจะเอาชนะธรรมชาติเพือสามารถทีจะดํ ารง ชีวิตอยูได อยางสมบูรณ'ดังนันมนุษย'จึงพยายามขวนขวายหาวิธีทีจะอยูรวมกับธรรมชาติหรือบางแหงตองหา วิธีเอาชนะ ธรรมชาติในทุกดานความพยายามทังสองประการนีกอใหเกิดการแสวงหาความรูเกียวกับธรรมชาติ เชน เทคโนโลยีในดานเกษตรซึงในบางทองทีเกิดน ํ าทวมเกิดความแหงแลงก็ตองมีการพัฒนาระบบ ชลประทานเพือ ประโยชน'ในการเกษตรและการประมงทาใหชาวสุเมเรียนตองคิดคนการชลประทานการระบายนาไป ยังพืนที เพาะปลูกในเวลาไมชาชาวนาก็เริมขุดคูคลองสงนาขนาดเล็กตอจากแมนาเพือระบายไปยังไรนาของ พวกเขาทัง ยังมีการประดิษฐ'คันไถทาดวยโลหะสาริดซึงเกิดจากการนาแรดีบุกผสมกับทองแดงทาใหคันนา แข็งแกรง นํ าวัวคูมาเทียมคันไถนับวามีความสํ าคัญและเป็นครังแรกทีมีการนํ าแรงงานสัตว'มาใชทุนแรงมนุษย' เป็นตน 3. การเจริญเติบโตของสังคมและการเปลียนแปลงทางวัฒนธรรมมนุษย'เมือมีการรวมตัวเป็นชุมชน โดยการ รวมตัวขันแรกอาจเป็นเพียงหมูบานหรือเมืองขนาดเล็กภายหลังจึงขยายเป็นชุมชนขนาดใหญซึงการ รวมตัวกัน ของมนุษย'นันนอกจากเพือใหมนุษย'สามารถดารงชีวิตอยูไดแลวยังทาใหมนุษย'สามารถประดิษฐ'สิง ตางๆขึนได อีกดวยซึงอารยธรรมเมโสโปเตเมียก็เชนเดียวกันผลจากการขยายพืนทีการเพาะปลูกและการขุดคู คลองสงนา เพิมขึนดวยกอใหเกิดการเพิมของผลผลิตทางเกษตรกรรมจานวนประชากรการขยายตัวของชุมชน และการ สรางสังคมเมือง(URBAN SOCIETY) อยางตอเนืองทาใหตอมามีการจัดตังเป็นนครรัฐจานวน12 นครรัฐ นอกกํ าแพงเมืองเป็นทีตังของไรนาซึงเป็นแหลงอาหารของชาวเมืองทีดินสวนใหญเป็นของกษัตริย' นักบวชและ ชาวเมืองทีมังคังมีชนชันแรงงานหรือชาวนาเป็นแรงงานเพาะปลูกดังนันจึงตองมีการบริหารจัดการ ทีดินเกิดขึน การรวมตัวกันของมนุษย'ยังกอใหเกิดความสัมพันธ'ทางสังคม

ระบบเศรษฐกิจ การทํ าเหมืองแรพืนทีของโบราณเอเชียตะวันตกสีของกลอง: สารหนูอยูในสีนาตาลทองแดงในสีแดงดีบุกเปนสีเทา เหล็กในสีนาตาลแดงทองในสีเหลืองเงินในสีขาวและตะกัว เป็นสีดําพืนทีสีเหลืองหมายถึงสีบรอนซ'สารหนูในขณะที พืนทีสีเทายอมาจากดีบุกทองแดง วัดซูหนาทีเปนธนาคารและการพัฒนาขนาดใหญครังแรกทีระบบของเงินใหสินเชือและบัตรเครดิตแตบาบิโลเนีย พัฒนาระบบการคาเกาแกทีสุดของธนาคารมันเทียบไดกับเศรษฐศาสตร'ยุคหลังเคนส'ยุคใหมแตมีแนวทาง "อะไรก็ ได" มากกวา การเกษตร เกษตรกรรมชลประทานแพรกระจายไปทางทิศใตจากเชิงเขาZAGROS พรอมกับวัฒนธรรมSAMARA และHADJI MUHAMMED ตังแตประมาณ5,000 ปีกอนคริสตกาลในชวงแรกจนถึงวัดUR III มีทีดินถึงหนึงในสามของ ทีดินทีมี อยูลดลงเมือเวลาผานไปเนืองจากการถือครองของราชวงศ'และเอกชนอืนๆเพิมความถีขึนคํ าวาENSIถูกใช เพือ อธิบายถึงเจาหนาทีทีจัดงานการเกษตรของวัดทุกแงมุมVILLEINSเป็นทีรูจักกันไดทํ างานบอยทีสุดใน การเกษตร โดยเฉพาะอยางยิงในพืนทีของวัดหรือพระราชวังภูมิศาสตร'ของเมโสโปเตเมียตอนใตเป็นเชนนันการเกษตร เป็นไป ไดเฉพาะกับการชลประทานและการระบายน ํ าทีดีซึงเป็นขอเท็จจริงทีมีผลอยางมากตอวิวัฒนาการของ อารยธรรม เมโสโปเตเมียในยุคแรกความจํ าเป็นในการชลประทานทํ าใหชาวสุเมเรียนและตอมาชาวอัคคาเดียนสรางเมือง ของ พวกเขาตามแนวแมน ํ าไทกริสและยูเฟรติสและสาขาของแมน ํ าเหลานีเมืองใหญๆเชนอูร'และอูรุกมีรากฐาน มา จากแควของยูเฟรติสในขณะทีเมืองอืนๆโดยเฉพาะลากาชถูกสรางขึนบนกิงกานของไทกริสแมน ํ าให ประโยชน' เพิมเติมของปลา(ใชเป็นอาหารและปุ:ย) กกและดินเหนียว(สํ าหรับวัสดุกอสราง) ดวยการชลประทานทํ าให แหลง อาหารในเมโสโปเตเมียเทียบไดกับทุงหญาในแคนาดาหุบเขาไทกริสและแมนายูเฟรติสกอตัวทาง ตะวันออกเฉียงเหนือของพระจันทร'เสียวทีอุดมสมบูรณ'ซึงรวมถึงหุบเขาแมน ํ าจอร'แดนและของแมน ํ าไนล'

ดวย

นวัตกรรมอืนๆ ของชาวเมโสโปเตเมียไดแกการควบคุมนาโดยเขือนและการใชทอระบายนามาตังถินฐานของทีดินอุดมสมบูรณ'ใน เมโสโปเตใชไมไถใหนุมดินกอนปลูกพืชเชนขาวบาร'เลย', หัวหอม, องุน, ผักกาดและแอปเปลเมโสโปเตมาตังถิน ฐานบางสวนของคนแรกทีจะทําใหเบียร'และไวน'อันเปนผลมาจากทักษะทีเกียวของกับการทําฟาร'มในภูมิภาคเมโส โปเตเมียโดยทัวไปแลวเกษตรกรไมไดพึงพาทาสเพือทํางานในฟาร'มใหสําเร็จแตก็มีขอยกเวนบางประการมีความ เสียงมากเกินไปทีจะทําใหการเปนทาสใชงานไดจริง(เชนการหลบหนี/ การกบฏของทาส) แมวาแมนาจะชวยชีวิต ไวไดแตก็ยังทําลายมันดวยนาทวมบอยครังทีทําลายเมืองทังเมืองสภาพอากาศของชาวเมโสโปเตเมียทีไมสามารถ คาดเดาไดมักจะเปนเรืองยากสําหรับชาวนาพืชผลมักจะถูกทําลายดังนันแหลงอาหารสํารองเชนวัวและลูกแกะก็ ถูกเก็บไวเชนกัน. เมือเวลาผานไปพืนทีทางใตสุดของสุเมเรียนเมโสโปเตเมียไดรับความเดือดรอนจากความเค็มของ ดินทีเพิมขึนสงผลใหเกิดการเสือมโทรมของเมืองอยางชาๆและการรวมศูนย'อํานาจในอัคกาดทางเหนือขึนไป การคา การคาของชาวเมโสโปเตเมียกับอารยธรรมลุมแมน ํ าสินธุรุงเรืองในชวงตนสหัสวรรษทีสามกอนคริสต' ศักราชใน ประวัติศาสตร'สวนใหญเมโสโปเตเมียทําหนาทีเปนจุดเชือมตอทางการคา- ตะวันออก- ตะวันตกระหวางเอเชีย กลางและโลกเมดิเตอร'เรเนียน(สวนหนึงของเสนทางสายไหม) เชนเดียวกับทิศเหนือ- ใตระหวางยุโรปตะวัน ออก และแบกแดด( โวลกาเสนทางการคา). การบุกเบิกเสนทางเดินเรือระหวางอินเดียและยุโรปของวาสโกดากา

รัฐบาล ภูมิศาสตร'ของเมโสโปเตเมียมีผลกระทบอยางมากตอพัฒนาการทางการเมืองของภูมิภาคทามกลาง แมนาและลํา ธารชาวสุเมเรียนไดสรางเมืองแรกพรอมกับคลองชลประทานซึงคันดวยทะเลทรายเปิดกวางหรือหนอง น ํ าทีมีชนเผา เรรอนสัญจรไปมาการสือสารระหวางเมืองทีอยูโดดเดียวเป็นเรืองยากและบางครังก็อันตรายดังนัน เมืองของชาวสุ เมเรียนแตละเมืองจึงกลายเป็นนครรัฐโดยไมขึนกับเมืองอืนๆและปกปองเอกราชบางครังเมืองหนึง พยายามทีจะ ยึดครองและรวมภูมิภาคแตความพยายามดังกลาวถูกตอตานและลมเหลวมานานหลายศตวรรษดวย เหตุนี ประวัติศาสตร'ทางการเมืองของชาวสุเมเรียนจึงเป็นหนึงในสงครามทีแทบจะไมหยุดหยอนในทีสุดชาวสุ เมเรียนก็ รวมเป็นหนึงเดียวโดยEANNATUMแตการรวมกันเป็นหนึงเดียวและไมสามารถดํ ารงอยูไดในขณะทีชาว AKKADIANS พิชิตSUMERIA ใน2331 ปีกอนคริสตกาลเพียงชัวอายุคนตอมาจักรวรรดิอัคคาเดียนเป็นอาณาจักร ทีประสบ ความสํ าเร็จแหงแรกทีมีอายุยืนยาวกวาชัวอายุคนและไดเห็นการสืบทอดอยางสันติของกษัตริย' จักรวรรดิมีอายุ คอนขางสันเนืองจากชาวบาบิโลนพิชิตพวกเขาไดภายในไมกีชัวอายุคน กฎหมาย นครรัฐของเมโสโปเตเมียไดสรางประมวลกฎหมายฉบับแรกขึนจากหลักกฎหมายและการตัดสินใจของ กษัตริย'รหัส ของURUKAGINA และLIPIT อิชตาร'ไดรับพบวาสิงทีมีชือเสียงทีสุดคือของฮัมมูราบีดังทีไดกลาวไวขางตนผู ซึงมี ชือเสียงในดานกฎหมายของเขาประมวลกฎหมายฮัมมูราบี(สรางค. 1780 ปกอนคริสตกาล) ซึงเปนหนึงในชุด กฎหมายทีเกาแกทีสุดทีพบและเป็นหนึงในกฎหมายตัวอยางทีเก็บรักษาไวอยางดีทีสุดของเอกสารประเภทนี จาก เมโสโปเตเมียโบราณเขาประมวลกฎหมายกวา200 ฉบับสํ าหรับเมโสโปเตเมียการตรวจสอบกฎหมายแสดง ให เห็นถึงการลดทอนสิทธิของผูหญิงอยางตอเนืองและทวีความรุนแรงในการปฏิบัติตอทาส

วัฒนธรรม เทศกาล ชาวเมโสโปเตเมียโบราณมีพิธีในแตละเดือนรูปแบบของพิธีกรรมและเทศกาลในแตละเดือนถูกกํ าหนด โดยปัจจัย สํ าคัญอยางนอยหกประการ: 1. ดิถี(แว็กซ'ดวงจันทร'หมายถึงความอุดมสมบูรณ'และการเจริญเติบโตในขณะทีขางแรมทีเกียวของ กับการ ลดลงของการอนุรักษ'และเทศกาลของมาเฟีย) 2. ขันตอนของวัฏจักรการเกษตรประจํ าปี 3. EQUINOXESและอายัน 4. ตํ านานทองถินและผูอุปถัมภ'อันศักดิ'สิทธิ' 5. ความสํ าเร็จของการครองราชย'ของพระมหากษัตริย' 6. AKITUหรือปีใหมเทศกาล(พระจันทร'เต็มดวงครังแรกหลังจากทีฤดูใบไมผลิฤดูใบไม) 7. การระลึกถึงเหตุการณ'ทางประวัติศาสตร'ทีเฉพาะเจาะจง (การกอตังชัยชนะทางทหารวันหยุดพระวิหารฯลฯ) เพลง บางเพลงเขียนขึนเพือเทพเจาแตหลายเพลงเขียนขึนเพือบรรยายเหตุการณ'สําคัญแมวาเพลงและ เพลงขบขันกษัตริย'พวกเขาก็มีความสุขจากคนธรรมดาทีชอบการรองเพลงและเตนรําในบานของพวก เขาหรือในตลาดมีการรองเพลงใหกับเด็กๆทีสงตอไปยังลูกๆดวยเหตุนีบทเพลงจึงถูกสงตอกันมา หลายชัวอายุคนโดยเปนประเพณีการพูดจนกระทังการเขียนเปนสากลมากขึนเพลงเหลานีสือถึงขอมูล ทีสําคัญอยางยิงเกียวกับเหตุการณ'ทางประวัติศาสตร'ทีผานมาหลายศตวรรษ อู9ด(อาหรับ: ﺍﻟﻌﻮﺩ(มีขนาดเล็กซึงเครืองดนตรีทีใชโดยMESOPOTAMIANS บันทึกภาพทีเกาแกทีสุด ของอูรุกยอนกลับไปในสมัยอูรุกในเมโสโปเตเมียตอนใตเมือ5,000 ปกอนมันอยูบนตราทรงกระบอก ซึงปจจุบันตังอยูทีBRITISH MUSEUM และไดมาโดยDR. DOMINIQUE COLLON ภาพแสดงใหเห็นวา CROUCHING หญิงกับเครืองมือของเธอบนเรือเลนขวามือเครืองมือนีปรากฏหลายรอยครังตลอด ประวัติศาสตร'เมโสโปเตเมียและอีกครังในอียิปต'โบราณตังแตราชวงศ'ที18 เปนตนมาในพันธุ'คอยาว

และคอสันอู9ดไดรับการยกยองวาเปนปูชนียบุคคลไปยุโรปเกรียงชือของมันมาจากคําภาษาอาหรับ

บรรณานุกรม ศิลปะอารยธรรมเมโสโปเตเมียสืบคนเมือ13 กรกฎาคม2569 HTTPS://WWW.THAIGOODVIEW.COM/LIBRARY/DLCEP1/03/MESOPOTA MIAN.HTML อารยธรรมเมโสโปเตเมียสืนคนเมือวันที13 กรกฎาคม2569 HTTPS://HMONG.IN.TH/WIKI/MESOPOTAMIAN