สำเนาของ ณ ใจกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีดวงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า… “แก่นแสงแห่งลูมิน่า” แสงดวงนี้คอยโอบอุ้ (7)

View สำเนาของ ณ ใจกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีดวงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า… “แก่นแสงแห่งลูมิน่า” แสงดวงนี้คอยโอบอุ้ (7) flipbook.

พิมพิกา แจ่มเจริญ แพรวพรรณ วงศ์ปน

คํานํา หนังสือภาพเรือง “การผจญภัยของหิงห้อย” จัดทําขึนเพือถ่ายทอดเรืองราว ผ่านจินตนาการในโลกของหิงห้อย ธรรมชาติ และแสงสว่าง โดยนําเสนอ แนวคิด เกียวกับความสําคัญของสิงแวดล้อมและความสมดุลของธรรมชาติ ผ่าน การเดินทางของเด็กหิงห้อยทีออกตามหาเศษแสงทังสี เรืองราวเชือมโยงกับปญหาทีเกิดขึนในผืนปา ทังมลพิษทางนา การทําลายปา มลพิษทางอากาศ และมลภาวะทางแสง เพือสะท้อนให้เห็นว่า การดูแล ธรรมชาติไม่ใช่หน้าทีของใครเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกชีวิต ไม่ว่าจะเปนสัตว์ปา หิงห้อย หรือผู้คนในเมือง เพราะทุกการกระทําล้วนส่งผล ต่อความสมดุลของสิงแวดล้อม ผู้จัดทําหวังว่าหนังสือภาพเล่มนีจะช่วยสร้างความเข้าใจและความตระหนักถึง คุณค่าของธรรมชาติ พร้อมให้ผู้อ่านมองเห็นความสําคัญของหารใช้ชีวิตร่วมกับ สิงแวดล้อม อย่างเหมาะสม และตระหนักว่าทังแสงและความมืดต่างมีความ สําคัญและต้องการกันและกัน

1

ณ ใจกลางผืนปาอันอุดมสมบูรณ์ มีดวงแสงศักดิสิทธิทีเรียกว่า… “ แก่นแสงแห่งลูมิน่า ” แสงดวงนีคอยดูแล ผืนปา สายนา ต้นไม้ และสิงมีชีวิตทังหลาย ให้อยู่ร่วมกันอย่างสมดุล 2

แต่แล้ว… คืนหนึง ท้องฟาเงียบสงัด แก่นแสงแห่งลูมิน่า กลับแตกออกเปนสีส่วน “ เศษแสงทังสี ลอยหายไปคนละทิศทาง ” พร้อมกับความมืด ทีค่อย ๆ ปกคลุมผืนปา 3

4

5

นับจากคืนนัน... ปาทีเคยสว่างไสวเต็มไปด้วยแสงหิงห้อย 6

ตอนนีแสงของหิงห้อยทุกตัว เริมริบหรีลง พวกมันบินได้ไม่นาน ก่อนแสงจะดับวูบ... “ ผืนปาทีเคยส่องประกาย ค่อย ๆ ถูกความมืดกลืนกินทีละน้อย “ 7

8

9

คุณแม่หิงห้อย หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่า พร้อมเข็มทิศโบราณ แล้วส่งให้เด็กหิงห้อย พร้อมพูดอย่างอ่อนโยนว่า “เมือเข็มทิศเริมส่องแสง... จงบินตามแสงนันไป” “ เพราะปลายทางทีมันชี… ” “ คือสิงทีผืนปากําลังรอคอย ” 10

เข็มทิศค่อย ๆ เปล่งแสง นําเด็กหิงห้อย มาถึงลําธารสายแรก แต่ภาพตรงหน้า ไม่เหมือนเดิมอีกแล้ว สายนาทีเคยใสสะอาด กลายเปนสีดําหม่น “ เศษขยะและของเสีย กองทับถมอยู่เต็มธารนา ” ไม่มีแม้แต่ กบ หรือ ปลาตัวเล็ก หลงเหลืออยู่เลย.. 11

12

13

เด็กหิงห้อยไม่ได้มีเวทมนตร์ เขาทําได้เพียงบินลงไป ใช้ขาคู่เล็ก ๆ “ ลากเศษขยะออกจากลําธาร ” ทีละชิน… จนสายนากลับมาสะอาด นาเริมไหลอีกครัง ทันใดนัน เศษแสงสีนาเงิน ก็ลอยขึนจากก้นลําธาร พร้อมเสียงแผ่วเบา “ หากสายนาไม่สะอาด… ” “ แสงของเราก็สะท้อนบนผิวนาไม่ได้ ” 14

เด็กหิงห้อยบินลึกเข้าไปในปา แต่สิงทีพบ กลับเปนพืนทีโล่งกว้าง ต้นไม้ใหญ่ “ ถูกตัดโค่นจนเหลือเพียงตอ ” ไม่มีใบไม้ ให้หิงห้อยวางไข่ ไม่มีบ้าน ให้สัตว์ปาได้อาศัย ทังปาเงียบลง จนน่าใจหาย... 15

16

17

ไม่นานนัก เด็กหิงห้อยพบครอบครัวกระรอก และนกน้อย พวกมันกําลังวิงวุ่น เพราะไร้ทีอยู่อาศัย เด็กหิงห้อยจึงช่วยพวกมัน “ นําเมล็ดพันธุ์ไม้ บินไปปลูก ตามจุดต่าง ๆ ของผืนปา ” ด้วยความหวังว่า... สักวันหนึง ปาแห่งนีจะกลับมาเขียวชอุ่มอีกครัง 18

วันเวลาผ่านไป... “ ต้นอ่อนเล็ก ๆ ค่อย ๆ ผลิใบ “ สายลมพัดผ่าน พร้อมเสียงนกร้อง ทีกลับมาดังขึนอีกครัง และแล้ว… เศษแสงสีเขียว ก็ปรากฏขึน “ ราวกับธรรมชาติ กําลังกลับมามีชีวิตอีกครัง ” 19

20

21

ยิงบินลึกเข้าไป หมอกสีเทาก็ยิงหนาขึน “ กลินสารเคมี ลอยอบอวลไปทัวผืนปา “ หิงห้อยตัวน้อย บินผ่านหมอกนัน ไม่นานก็เริมทีจะหมดแรง... 22

แต่แล้ว… ผีเสือกลางคืนตัวหนึง ก็บินเข้ามา ใช้ปกใหญ่ ช่วยบังหมอกพิษเอาไว้ เด็กหิงห้อยจึงปลอดภัย เธอยิมอย่างอ่อนโยน “ พ่อของเจ้า... ไม่ได้หายไปไหนหรอก ” “ เขาเลือกทีจะปกปอง สิงสําคัญทีสุดของผืนปา ” คําพูดนัน จุดประกายเล็ก ๆ ในหัวใจของเด็กหิงห้อย 23

24

25

เด็กหิงห้อยนึกขึนได้ว่า... ยังมีพืชชนิด ทีชือว่า “มอส” “ ซึงสามารถดูดซับ สารพิษในอากาศได้ ” แต่ตอนนี พวกมันกําลังเหียวเฉา “ เพราะขาดแสง ” เด็กหิงห้อยจึงแบ่งแสง จากท้องของตน ค่อย ๆ มอบให้มอสทีละต้น 26

ไม่นานนัก... มอสทังผืนปา ก็กลับมาส่องประกาย “ และช่วยฟอกอากาศ ให้อากาศดีขึน จนหมอกพิษค่อย ๆ จางไป ” ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ เศษแสงสีม่วง ค่อย ๆ ปรากฏขึน 27

28

29

เข็มทิศพาเด็กหิงห้อย มาถึงชายปา เบืองหน้าคือเมืองใหญ่ ทีเต็มไปด้วยแสงไฟ และตึกสูง แต่บนท้องฟา... ไม่มีแม้แต่ดวงดาว หิงห้อยจํานวนมาก บินหลงเข้าใกล้แสงไฟ พวกมันหมดแรง และร่วงหล่นลงทีละตัว 30

เด็กหิงห้อย บินร่วงลงในสวน ของบ้านหลังหนึง ทีนัน… เด็กผู้หญิงคนหนึง กําลังนังมองท้องฟา อย่างเศร้า ๆ “ทําไมคืนนี…ถึงไม่มีดาวเลยนะ” เมือเธอเห็น แสงริบหรีของเด็กหิงห้อย เธอก็เข้าใจว่า “ แสงไฟทีสว่างเกินไป อาจรบกวนทังคน สัตว์ และธรรมชาติ ” 31

32

เด็กผู้หญิง จึงปดไฟในสวน และชวนเพือนบ้าน มาร่วมกิจกรรม “ คืนแห่งความมืด ” “ เมือแสงไฟทีไม่จําเปน ค่อย ๆ ดับลง ” 33 ท้องฟาก็เผยให้เห็น หมู่ดาวทีส่องประกายอีกครัง พร้อมกับ... เศษแสงสีชมพูชินสุดท้าย ทีลอยเข้ามาหาเด็กหิงห้อย

34

เศษแสงทังสี รวมเข้ากับเข็มทิศ จนเปล่งประกายเจิดจ้า มันนําทางเด็กหิงห้อย ไปยังหุบเขาลึกลับ บนยอดเขาแห่งนัน... หิงห้อยสีทองตัวใหญ่ “ กําลังใช้พลังทังหมดประคอง แก่นแสงดวงสุดท้าย ไม่ให้ดับลง ” เด็กหิงห้อยเบิกตากว้าง “ พ่อ! ” 35

36

37

พ่อไม่ได้ทอดทิงเขา แต่เลือกอยู่ทีนี เพือเฝาปกปอง แก่นแสงดวงสุดท้าย “ เพราะหากแสงนีดับลง โลกทังใบจะสูญเสียสมดุล ” พ่อโอบกอดเด็กหิงห้อยไว้แน่น ด้วยความคิดถึง ทีเก็บไว้แสนนาน 38

พ่อยิม แล้วลูบหัวลูกเบา ๆ “ โลกไม่ได้ต้องการ แสงทีมากขึน... ” “ แต่ต้องการคนทีเข้าใจ ว่า เมือไหร่ควรส่องสว่าง ” “และเมือไหร่…” “ ควรปล่อยให้คาคืนได้พักผ่อน ” 39

40

41

ไม่มีใคร กอบกู้ผืนปาได้เพียงลําพัง สัตว์ปาช่วยกันปลูกต้นไม้ หิงห้อยช่วยกันส่องแสงนําทาง ส่วนผู้คนในเมือง ช่วยกันดับไฟ ทีไม่จําเปน ทีละดวง… ธรรมชาติ และเมือง ค่อย ๆ เรียนรู้ ทีจะอยู่ร่วมกันอีกครัง เมือเศษแสงทังสี กลับคืนมา ผืนปาทังผืน ก็ส่องประกาย งดงามกว่าทีเคย 42

เด็กหิงห้อย ยืนเคียงข้างพ่อ บนยอดไม้สูง เบืองล่างคือหิงห้อยนับพัน เบืองบนคือดวงดาว ทีกลับมาส่องประกายเต็มท้องฟา และในคืนนัน… ผืนปาแห่งลูมิน่า ก็กลับมามีชีวิตอีกครัง “ แสงไม่ได้เกิดมาเพือเอาชนะความมืด ” “ แต่เกิดมาเพือเตือนให้เรารู้ว่า… ” “ ทังแสงและความมืด ” “ ต่างต้องการกันและกัน ” 43

44

45

46

47

48

เมือแสงของผืนปากําลังจะดับลง... เด็กหิงห้อยตัวน้อยจึงออกเดินทางตามหา “เศษแสงทังสี” เพือคืนความสว่างให้แก่ลูมิน่า ระหว่างการเดินทาง เขาจะได้พบกับเรืองราวของผืนปา และเรียนรู้ว่า ทุกชีวิตล้วนเชือมโยงถึงกัน เพราะบางครัง... การรักษาแสงเล็ก ๆ หนึงดวง อาจหมายถึงการรักษาทังผืนปาไว้ด้วยกัน “ ทุกครังทีหิงห้อยเปล่งแสง ผืนปากําลังบอกเราวา่า...ธรรมชาติยังคงอยู่ ”