Purple Modern Employee Handbook Document

Created in Canva

EMPLOYEE HANDBOOKDETAILED GUIDE TO WORKPLACE POLICIES AND EXPECTATIONS www.asiahotel.co.th

Employee Handbook คู่มือพนักงาน (Employee Handbook) นี จัดทําขึนเพือเปนแหล่งข้อมูลสําคัญสําหรับพนักงาน ตังแต่วันแรกทีเข้าร่วมงาน รวมถึงการใช้เปนแนวทางในการปฏิบัติงานและการอยู่ร่วมกันภายในบริษัท อย่างมืออาชีพ โดยมุ่งหวังให้ทุกคนสามารถปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและสอดคล้องกับมาตรฐานของบริษัท เราเชือว่า “พนักงานทุกคนคือส่วนสําคัญของความสําเร็จ” การทํางานร่วมกันด้วยความเคารพ ความรับผิดชอบ การสือสารทีดี และการให้บริการอย่างมีคุณภาพ จะช่วยสร้างสภาพแวดล้อมการทํางานทีดีและนําพาบริษัท ไปสู่ความสําเร็จ ขอให้พนักงานทุกคนศึกษารายละเอียดในคู่มือพนักงานและนําไปใช้เปนแนวทางในการปฏิบัติงาน ผู้จัดทําหวังเปนอย่างยิงว่าคู่มือฉบับนีจะเปนประโยชน์แก่พนักงานทุกคนและช่วยเสริมสร้างความร่วมมือ ในบริษัท เพือสร้างบริษัททีน่าอยู่และพนักงานทีมีคุณภาพสืบไป บทนํา ฝายทรัพยากรบุคคล บริษัท เอเชีย แอร์พอร์ท โฮเต็ล จํากัด

รู้จัก บริษัท เอเชีย แอร์พอร์ท โฮเต็ล จํากัด ข้อบังคับเกียวกับการทํางาน คําจํากัดความของคําศัพท์ทีเกียวข้อง การว่าจ้าง วันทํางาน เวลาทํางานปกติและเวลาพัก วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด หลักเกณฑ์การทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด วันและสถานทีจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวัน หยุด วันลาและหลักเกณฑ์การลา วินัยและโทษทางวินัย การพักงาน การร้องทุกข์ การเลิกจ้างและจ่ายค่าชดเชย การพ้นสภาพ สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน สารบัญ หน้า Employee Handbook

Employee Handbook บริษัท เอเชียแอร์พอร์ท โฮเต็ล จํากัด ดําเนินงานโรงแรม 4 แห่ง ได้แก่ 1.โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท – ตังอยู่บนอาคารศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี 2.โรงแรมเอเชีย ชะอํา – ตังอยู่ริมหาดชะอํา จังหวัดเพชรบุรี 3.โรงแรมดาร์เลย์ เชียงใหม่ – อําเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ 4.โรงแรมราชพฤกษ์ลานนา บูทีค – อําเภอหางดง จังหวัดเชียงใหม่ โรงแรมเอเชียแอร์พอร์ท (Asia Airport Hotel) บริษัท เอเชีย โฮเต็ล จํากัด (มหาชน) ได้ก่อตัง บริษัท เอเชีย แอร์พอร์ท โฮเต็ล จํากัด ในป พ.ศ. 2541 เพือประกอบธุรกิจโรงแรม, ภัตตาคาร และ Service Apartment. ตังอยู่ทีศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต พร้อมด้วย สิงอํานวยความสะดวกต่างๆ เช่น ห้องอาหาร สระว่ายนํา ห้องออกกําลังกายและบริการนวดแผนไทย ทีตัง : (ตังอยู่บนอาคารศูนย์การค้าเซียร์ รังสิต) 99/2 หมู่ 8 ถนนพหลโยธิน ตําบลคูคต อําเภอลําลูกกา จังหวัดปทุมธานี 12130 โทรศัพท์ : +66(0)2 992 6999 E-MAIL : airport@asiahotel.co.th Website : www.asiahotel.co.th 1

Employee Handbook จํานวนห้องพักรวม: 516 ห้อง แบ่งเปน: ห้องพักโรงแรม (406 ห้อง) Triple Room Superior Room Executive Room Grand Executive Room Premier Room Asia Suite ห้องพักระยะยาว (Service Apartment) 110 ห้อง 2

Employee Handbook บริการด้านอาหารและเครืองดืม ห้องจัดเลียงและประชุมสัมมนา 8 ห้อง ห้องอารียา ห้องบุษบา ห้องคัทรียา ห้องดุสิตา ห้องเอเวอร์กรีน ห้องไดมอนด์ ห้องบัวหลวง ห้องทิวลิป ห้องอาหาร 2 ห้อง โรซี คอร์ด (Rosy Court) ออคิด (Orchid) 3

Employee Handbook บริการอืน ๆ สระว่ายนํา เปดให้บริการบริเวณ ชัน 10 ของโรงแรม ทุกวันจันทร์-อาทิตย์ เวลา 06.00 – 20.00 น. แผนกต้อนรับ เจ้าหน้าทีคอยให้การต้อนรับและดูแลทุกท่านตลอด 24 ชัวโมง ฟตเนส เซ็นเตอร์ เปดให้บริการบริเวณชัน 10 ทุกวัน เวลา 06.00-20.00 น. ศูนย์การค้า บริเวณชันล่างของโรงแรม มีห้างสรรพสินค้าเซียร์ รังสิต ให้ทุกท่านได้เพลิดเพลินกับการช้อปปงเลือกซือสินค้าและอิมอร่อยกับร้านอาหารหลากหลายชนิด เปดให้บริการทุกวัน เวลา 10.30 - 21.00 น. 4

Employee Handbook ข้อบังคับเกียวกับการทํางาน 1. คําจํากัดความ “บริษัท” หมายความถึง บริษัท เอเชีย แอร์พอร์ท โฮเต็ล จํากัด “พนักงาน” หมายความถึง พนักงานซึงบริษัทตกลงจ้างไว้เปนรายเดือน “ค่าจ้าง” หมายความถึง เงินทีบริษัทและพนักงานตกลงกันให้จ่ายแก่พนักงานเพือ ตอบแทนการทํางานตามสัญญาจ้างแรงงาน สําหรับการทํางานในเวลาปกติ “วันทํางาน” หมายความถึง วันทีบริษัทกําหนดให้พนักงานมาทํางานตามปกติ “วันหยุด” หมายความถึง วันทีบริษัทกําหนดให้เปนวันหยุดประจําสัปดาห์ วันหยุดตาม ประเพณี และวันหยุดพักผ่อนประจําป “วันลา” หมายความถึง วันทีพนักงานลาปวย ลาคลอด ลาเพือกิจธุระอันจําเปน ลาเพือรับราชการทหาร ลาเพือทําหมัน ลาเพือการฝกอบรม “ค่าทํางานล่วงเวลา” หมายความถึง ค่าตอบแทนทีพนักงานได้รับจากการปฏิบัติงานนอกเหนือ จากเวลาทํางานปกติ ตามหลักเกณฑ์และอัตราทีบริษัทกําหนด “ค่าทํางานในวันหยุด” หมายความถึง ค่าตอบแทนทีพนักงานได้รับจากการปฏิบัติงานในวันหยุด ตามทีบริษัทกําหนด โดยจ่ายตามหลักเกณฑ์และอัตราทีบริษัทกําหนด “ค่าชดเชย” หมายความถึง เงินทีบริษัทจ่ายให้แก่พนักงานนอกเหนือจากค่าตอบแทนอืนๆ เมือบริษัทเลิกจ้างพนักงาน 5

Employee Handbook 2. การว่าจ้าง 2.1 การว่าจ้าง คือ กระบวนการทีบริษัทดําเนินการเพือคัดเลือกและรับบุคคลเข้ามาปฏิบัติงานกับบริษัท โดยพิจารณาจากคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ ทักษะ และความเหมาะสมกับตําแหน่งงาน รวมถึงพิจารณาความเหมาะสมด้านบุคลิกภาพ ทัศนคติ ความรับผิดชอบ และความสามารถในการทํางาน ร่วมกับผู้อืน เพือให้ได้บุคลากรทีมีความเหมาะสมกับลักษณะงานและสามารถปฏิบัติหน้าทีได้อย่างมีประสิทธิภาพ 2.2 การจ้างงาน คือ กระบวนการดําเนินการเพือรับบุคคลทีผ่านการสรรหาและคัดเลือกเข้ามาเปนพนักงาน ของบริษัท โดยผู้สมัครจะต้องผ่านขันตอนการพิจารณาคุณสมบัติ ความรู้ ความสามารถ ประสบการณ์ และความเหมาะสมกับตําแหน่งงาน รวมถึงผ่านการสัมภาษณ์หรือกระบวนการคัดเลือกตามหลักเกณฑ์ ทีบริษัทกําหนด เมือผู้สมัครผ่านกระบวนการคัดเลือกและได้รับการอนุมัติให้เข้าทํางานแล้ว บริษัทจะแจ้งรายละเอียดเกียวกับตําแหน่งงาน หน้าทีความรับผิดชอบ วันเริมงาน ค่าจ้าง สวัสดิการ และเงือนไขการจ้างงานให้ผู้สมัครทราบอย่างชัดเจน การจ้างงานจะถือว่าเสร็จสมบูรณ์เมือผู้สมัคร ผ่านการอนุมัติจากบริษัท จัดส่งเอกสารทีจําเปนครบถ้วน และดําเนินการลงนามในเอกสารการจ้างงาน ตามทีบริษัทกําหนด ทังนี พนักงานจะต้องปฏิบัติตามเงือนไขการจ้างงาน ระเบียบ ข้อบังคับ และนโยบาย ของบริษัทตังแต่วันทีเริมงานเปนต้นไป 3. การทดลองปฏิบัติงาน พนักงานทีได้รับการว่าจ้างเข้าทํางานกับบริษัทจะต้องผ่านระยะเวลาการทดลองปฏิบัติงานตามระยะเวลาทีกําหนด โดยบริษัทได้กําหนดช่วงทองลองปฏิบัติงาน จํานวน 120 วัน เพือให้บริษัทมีโอกาสประเมินความรู้ ความสามารถ ทักษะในการปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบ ความประพฤติ วินัยในการทํางาน ตลอดจนความเหมาะสมกับตําแหน่ง โดยบริษัทจะกําหนดวันเริมต้นและวันสินสุดระยะเวลาทดลองงานไว้อย่างชัดเจน การผ่านหรือไม่ผ่านการทดลองงานจะพิจารณาจากภาพรวมของผลการปฏิบัติงานและความเหมาะสมของ พนักงาน เช่น คุณภาพและประสิทธิภาพของงาน ความรับผิดชอบ ความตรงต่อเวลา การปฏิบัติตามระเบียบวินัย ความร่วมมือกับผู้บังคับบัญชาและเพือนร่วมงาน รวมถึงทัศนคติและพฤติกรรมในการทํางาน 6

Employee Handbook วันทํางาน เวลาทํางานปกติ และเวลาพัก เนืองจากลักษณะงานของบริษัทเปนงานด้านการให้บริการจําเปนต้องทําติดต่อกันไปจึงกําหนดวันเวลาทํางาน และเวลาพักดังนี 1. วันทํางาน ส่วนสํานักงาน ทํางานสัปดาห์ละ 6 วัน วันจันทร์ ถึง วันเสาร์ ส่วนบริการ ทํางานสัปดาห์ละ 6 วัน เวลาทํางานปกติไม่เกินวันละ 8 ชัวโมง เวลาพักรวมกันไม่น้อยกว่าวันละ 1 ชัวโมง โดยมีวันหยุดประจําสัปดาห์ไม่น้อยกว่าสัปดาห์ละ 1 วัน 2. เวลาทํางานปกติ สํานักงานทํางานวันละ 8 ชัวโมง ตังแต่เวลา 9.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. ส่วนบริการทํางานวันละ 8 ชัวโมง กะที 1 เวลา 05.00 น. ถึงเวลา 14.00 น. กะที 2 เวลา 06.00 น. ถึงเวลา 15.00 น. กะที 3 เวลา 07.00 น. ถึงเวลา 16.00 น. กะที 4 เวลา 08.00 น. ถึงเวลา 17.00 น. กะที 5 เวลา 09.00 น. ถึงเวลา 18.00 น. กะที 6 เวลา 10.00 น. ถึงเวลา 19.00 น. กะที 7 เวลา 11.00 น. ถึงเวลา 20.00 น. กะที 8 เวลา 12.00 น. ถึงเวลา 21.00 น. กะที 9 เวลา 13.00 น. ถึงเวลา 22.00 น. กะที 10 เวลา 14.00 น. ถึงเวลา 23.00 น. กะที 11 เวลา 21.00 น. ถึงเวลา 06.00 น. กะที 12 เวลา 22.00 น. ถึงเวลา 07.00 น. กะที 13 เวลา 23.00 น. ถึงเวลา 08.00 น. หมายเหตุ : ให้มีการเปลียนกะได้ หรือทํางานสัปดาห์ละไม่เกิน 48 ชัวโมงต่อสัปดาห์ตามกฎกระทรวงฉบับที 7 ข้อ 2 7

Employee Handbook 3. เวลาพัก 3.1 ระหว่างการทํางานปกติ สํานักงาน พักระหว่างเวลา 12.30 น.ถึงเวลา 13.30 น. บริการ พนักงานในส่วนบริการจัดให้พัก 1 ชัวโมง ในแต่ละวัน โดยเปลียนสลับกันพัก 3.2 ก่อนการทํางานล่วงเวลา ในกรณีทีมีการทํางานล่วงเวลาต่อจากเวลาทํางานปกติไม่น้อยกว่า 2 ชัวโมง ให้พนักงานพัก 15 นาที ก่อนเริมทํางานล่วงเวลา 4. การทํางาน 4.1. พนักงานต้องมาทํางานให้ทันเวลา โดยต้องสวมเครืองแบบทํางานให้เรียบร้อยก่อนถึงเวลาทํางาน ของตน ยกเว้นพนักงานทีไม่ต้องสวมเครืองแบบและพนักงานทีได้รับการยกเว้นจากบริษัทเปนลายลักษณ์อักษร พนักงานต้องปฏิบัติงานจนถึงเวลาทีได้รับมอบหมาย นอกจากได้รับอนุญาตจากบริษัทให้กลับบ้านก่อนเวลาได้ 4.2 การสแกนนิวมือถือเปนหลักฐานแสดงถึงการมาปฏิบัติงานของพนักงาน 4.3 พนักงานต้องสแกนนิวมือเพือเปนหลักฐานการมาทํางานของตนทุกครังทีเข้าและออกจากการปฏิบัติงาน 4.4 การไม่สแกนนิวมือเข้าและออก ถือเปนการฝาฝนระเบียบข้อบังคับเกียวกับการทํางานของบริษัท 4.5 พนักงานต้องเข้าและออกจากทีทํางาน รวมทังการเดินติดต่อภายในบริเวณโรงแรมด้วยประตู ทางเข้าออกและเส้นทางทีโรงแรมได้กําหนดให้เท่านัน 4.6 พนักงานต้องพร้อมทีจะแสดงบัตรประจําตัวพนักงานให้เจ้าหน้าทีรักษาความปลอดภัยตรวจสอบได้ ในขณะเข้าหรือออกจากทีทํางานหรือเมือจําเปนและยินยอมให้เจ้าหน้าทีรักษาความปลอดภัยหรือผู้ทีได้รับ มอบหมายจากบริษัททีเปนเพศเดียวกันตรวจค้นร่างกายหรือสิงของทีติดตัวมาได้เท่าทีจําเปนและเห็นสมควร 4.7 บริษัทมีสิทธิโยกย้ายพนักงานไปทํางานในตําแหน่งและหน้าทีอืนได้ตามทีเห็นสมควร โดยกระทําด้วยความเปนธรรม 8

Employee Handbook วันหยุดและหลักเกณฑ์การหยุด 1. วันหยุดประจําสัปดาห์ บริษัทจัดวันหยุดให้พนักงานสัปดาห์ละ 1 วัน โดยได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้างในวันทํางานปกติ ส่วนสํานักงานหยุดวันอาทิตย์ ส่วนบริการ ทํางานงาน 6 วัน ได้หยุด 1 วัน โดยหมุนเวียนเปลียนกันหยุด 2. วันหยุดตามประเพณี พนักงานมีสิทธิหยุดงานในวันหยุดตามประเพณีอีกปละ 13 วัน รวมทังวันแรงงานแห่งชาติโดยได้รับค่าจ้างเท่ากับ วันทํางานปกติ ซึงบริษัทจะประกาศให้ทราบในแต่ละป ถ้าวันหยุดตามประเพณีวันใดตรงกับวันหยุดประจําสัปดาห์ ให้เลือนวันหยุดตามประเพณีวันนันไปหยุดในวันทํางานถัดไป 3. วันหยุดพักผ่อนประจําป พนักงานทีทํางานติดต่อกันมาครบ 1 ป มีสิทธิหยุดพักผ่อนประจําปโดยได้รับค่าจ้างปละ 6 วันทํางาน ภายใต้เงือนไขและหลักเกณฑ์ดังนี 3.1 พนักงานทีประสงค์จะใช้สิทธิหยุดพักผ่อนประจําปจะต้องยืนใบลาต่อผู้บังคับบัญชาเพือขออนุมัติล่วงหน้า ก่อนการขอลาหยุดงานและจะต้องได้รับอนุมัติจากบริษัทก่อนจึงจะมีสิทธิหยุดพักผ่อนได้ ทังนีเพือให้บริษัทมีพนักงานจํานวนเพียงพออยู่ปฏิบัติหน้าทีในระหว่างทีพนักงานหยุดพักผ่อนประจําป 3.2 การลาหยุดพักผ่อนประจําปขอลาได้คราวละไม่น้อยกว่า 1 วัน หรือมากกว่านัน 3.3 สิทธิการลาหยุดพักผ่อนประจําปจะขอเลือนเพือสะสมไว้ก็ได้ 3.4 บริษัทมีสิทธิใช้ดุลยพินิจกําหนดช่วงระยะเวลาการหยุดพักผ่อนประจําปของพนักงานได้ และในกรณีที มีงานเร่งด่วนหรือมีความจําเปนอย่างอืน บริษัทสงวนสิทธิไม่อนุมัติคําขอลาหยุดหรือจะเรียกให้พนักงาน ผู้ใดกลับเข้าปฏิบัติหน้าทีก่อนระยะเวลาการลาพักผ่อนประจําปจะสินสุดลง ในกรณีเช่นว่านี พนักงานผู้นันทีจะลา หยุดพักผ่อนประจําปสําหรับระยะเวลาทีเหลืออยู่ได้ในภายหลังหรือบริษัทจะจ่ายเปนค่าทํางานในวันหยุดให้ 9

Employee Handbook หลักเกณฑ์การทํางานล่วงเวลาและการทํางานในวันหยุด พนักงานจะทํางานล่วงเวลาหรือทํางานในวันหยุดโดยมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าทํางานในวันหยุด ก็ต่อเมือได้รับอนุมัติหรือได้รับคําสังจากบริษัทเปนลายลักษณ์อักษรให้ทํางานล่วงเวลา หรือทํางานในวันหยุด แล้วแต่กรณี พนักงานทีมีสิทธิได้รับค่าล่วงเวลาหรือค่าทํางานในวันหยุดจะได้รับค่าล่วงเวลาหรือทํางานในวันหยุด ดังนี 1. ค่าล่วงเวลา 1.1 พนักงานทีทํางานล่วงเวลาในวันทํางานปกติ จะได้รับค่าล่วงเวลา 1.5 เท่า ของอัตราค่าจ้างต่อชัวโมง ในเวลาทํางานปกติสําหรับเวลาทีทําเกิน 1.2 พนักงานทีทํางานล่วงเวลาในวันหยุดจะได้รับค่าล่วงเวลา 3 เท่าของอัตราค่าจ้างต่อชัวโมงในเวลาทํางานปกติ สําหรับเวลาทีทําเกิน 2. ค่าทํางานในวันหยุด พนักงานทีมาทํางานในวันหยุดซึงมีสิทธิรับค่าจ้างในวันดังกล่าวจะได้รับค่าทํางานในวันหยุดเพิมขึนอีก 1 เท่า ของค่าจ้างในวันทํางานปกติตามจํานวนชัวโมงทีทํางานในวันหยุด พนักงานทีมาทํางานในวันหยุดซึงไม่มีสิทธิได้รับค่าจ้างในวันหยุดดังกล่าวจะได้รับค่าทํางานในวันหยุดเพิมขึน อีกเปน 2 เท่า ของค่าจ้างในวันทํางานปกติตามจํานวนชัวโมงทีทํางานในวันหยุด 2.1 การคํานวณหาอัตราค่าจ้างรายชัวโมงของพนักงานเพือคิดค่าล่วงเวลาและค่าทํางานในวันหยุด ให้คํานวณโดยการหารค่าจ้างรายเดือนของพนักงานด้วยจํานวน 30 วัน แล้วจึงหารค่าจ้างรายวัน ด้วยจํานวนชัวโมงทํางานในแต่ละวัน 8 ชัวโมง 2.2 หากบริษัทจําเปนต้องให้พนักงานมาทํางานในวันหยุดประจําสัปดาห์ บริษัทจะเลือนวันหยุดประจําสัปดาห์ ไปไม่เกิน 4 สัปดาห์ติดต่อกัน เว้นแต่พนักงานแสดงความจํานงทีจะขอรับค่าทํางานในวันหยุด แทนการหยุดทํางานในวันหยุดประจําสัปดาห์ทีเลือนออกไป วันและสถานทีจ่ายค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุด 1. บริษัทจะจ่ายค่าจ้าง,ค่าล่วงเวลา,ค่าทํางานในวันหยุดและค่าล่วงเวลาในวันหยุดทุกวันสุดท้ายของเดือน โดยจ่ายเข้าบัญชีธนาคารทีบริษัทฯกําหนดถ้าวันดังกล่าวตรงกับวันหยุดของธนาคารพาณิชย์ก็จะจ่าย ในวันทํางานปกติของธนาคารพาณิชย์ก่อนวันดังกล่าว 2. ในกรณีเลิกจ้าง บริษัทจะจ่ายเงินค่าจ้าง ค่าล่วงเวลา ค่าทํางานในวันหยุด และค่าล่วงเวลาในวันหยุด ให้ พนักงานภายใน 3 วัน นับแต่วันทีเลิกจ้าง 10

Employee Handbook วันลาและหลักเกณฑ์การลา การลาทุกชนิด ต้องขออนุมัติล่วงหน้าก่อนใช้สิทธิ ยกเว้น การลาปวย 1. การลาปวย พนักงานมีสิทธิลาปวยได้เท่าทีปวยจริง โดยได้รับค่าจ้างไม่เกิน 30 วันทํางานในหนึงป ภายใต้เงือนไข และหลักเกณฑ์ดังนี 1.1 เมือพนักงานเจ็บปวยถึงขนาดไม่สามารถปฏิบัติหน้าทีได้ ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตน หรือแผนกบุคคลโดยเร็วทีสุดทีจะทําได้แต่ไม่เกิน 3 ชัวโมงทํางานแรกของวันทํางานแรกทีเจ็บปวยเพือบริษัท จะได้ดําเนินการตามสมควรเพือปองกันการเสียหายแก่กิจการของบริษัท 1.2 เมือพนักงานกลับเข้าทํางานตามปกติ จะต้องยืนใบลาต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตนในวันแรก ทีสามารถกลับเข้าทํางานได้ 1.3 กรณีลาปวยตังแต่ 3 วันขึนไป พนักงานต้องแสดงใบรับรองแพทย์แผนปจจุบันชันหนึงประกอบ ใบลาด้วย แต่ถ้าพนักงานไม่อาจหาแพทย์แผนปจจุบันชันหนึงได้ ให้พนักงานชีแจงให้นายจ้างทราบ 2. การลาเพือการคลอดบุตร 2.1 พนักงานซึงเปนหญิงมีครรภ์มีสิทธิลาเพือคลอดบุตร ครรภ์หนึงไม่เกิน 120 วัน รวมถึงการลา เพือตรวจครรภ์ก่อนคลอด โดยรวมวันหยุดทีมีระหว่างวันลาด้วย มีสิทธิได้รับค่าจ้างเท่าเวลาทีลาตามอัตรา ทีได้รับอยู่แต่ไม่เกิน 60 วัน 2.2 พนักงานหญิงมีครรภ์ทีมีใบรับรองแพทย์แผนปจจุบันชันหนึงแสดงว่าไม่อาจทํางานในหน้าทีเดิมได้ ให้มีสิทธิขอเปลียนงานในหน้าทีเปนการชัวคราวก่อนหรือหลังคลอดได้ โดยนายจ้างจะพิจารณาเปลียนงาน ให้กับพนักงานนันตามทีเห็นสมควร 2.3 พนักงานทีประสงค์จะใช้สิทธิลาเพือการคลอดบุตร จะต้องแจ้งต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงของตนล่วงหน้า ก่อนกําหนดการคลอดทีแพทย์กําหนดไม่น้อยกว่า 1 เดือน ทังนี เพือบริษัทจะได้จัดเตรียมพนักงาน เข้าปฏิบัติหน้าทีแทนได้ 2.4 การหยุดงานเนืองจากการแท้งบุตรทีตังครรภ์ไม่ครบ 28 สัปดาห์ ให้ถือว่าเปนการลาปวย 11

Employee Handbook 3.การลาเพือเข้ารับราชการทหาร 3.1 พนักงานมีสิทธิลาเพือเข้ารับราชการทหารในการเรียกพลเพือตรวจสอบ เพือฝกวิชาทหาร หรือเพือทดลองความพรังพร้อมตามกฎหมายว่าด้วยการรับราชการทหารโดยได้รับค่าจ้างเท่ากับค่าจ้าง ในวันทํางานตลอดระยะเวลาทีลา แต่ไม่เกินปละ 60 วัน (ยกเว้นการเกณฑ์ทหาร) 4.การลาเพือทําหมัน พนักงานมีสิทธิลาเพือทําหมันได้และมีสิทธิลาเนืองจากการทําหมัน ตามระยะเวลาทีแพทย์แผนปจจุบัน ชันหนึงกําหนดและออกไปรับรองโดยได้รับค่าจ้างตามระยะเวลาทีลา 5. การลาเพือกิจธุระอันจําเปน พนักงานมีสิทธิลากิจ ตามข้อบังคับเกียวกับการทํางานปละไม่เกิน 3 วัน โดยได้รับค่าจ้าง 6. การลาเพือการฝกอบรมหรือพัฒนาความรู้ 6.1 ให้พนักงานมีสิทธิลาเพือการฝกอบรมหรือพัฒนาความรู้ ความสามารถในกรณีดังต่อไปนี เพือประโยชน์ต่อการแรงงานและสวัสดิการสังคมหรือการเพิมทักษะ ความชํานาญ เพือเพิมประสิทธิภาพ ในการทํางานของพนักงาน การสอบวัดผลทางการศึกษาทีทางราชการจัดหรืออนุญาตให้จัดขึน แต่ไม่รวมไปถึงการลาศึกษาต่อ โดยให้พนักงานยืนใบลาล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน เมือบริษัทอนุญาตจึงหยุดได้ การฝกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถจะต้องมีโครงการหรือหลักสูตรและกําหนดช่วงเวลาของ โครงการหรือหลักสูตรทีแน่นอนและชัดเจน 6.2 ในการลาเพือการฝกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถของพนักงานให้พนักงานแจ้งถึงเหตุทีลา โดยชัดเจน พร้อมทังแสดงหลักฐานทีเกียวข้องให้บริษัททราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 7 วัน ก่อนวันลา เพือเข้ารับการอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ 6.3 บริษัทอาจไม่อนุญาตให้ลูกจ้างลาเพือการฝกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถในกรณีดังต่อไปนี ในปทีลานันพนักงานเคยได้รับอนุญาตให้ลาเพือการฝกอบรมหรือพัฒนาความรู้ความสามารถ ไม่น้อยกว่า 30 วัน หรือ 3 ครัง ไปแล้ว บริษัทได้แสดงให้เห็นว่าการลาของพนักงานอาจก่อให้เกิดความเสียหายหรือกระทบต่อการประกอบธุรกิจ ของบริษัท 12

Employee Handbook วินัยและโทษทางวินัย เพือให้การปฏิบัติงานเปนไปอย่างมีประสิทธิภาพ เปนระเบียบเรียบร้อย และสร้างมาตรฐานการปฏิบัติงานร่วมกัน พนักงานทุกคนต้องปฏิบัติตามระเบียบและข้อกําหนดของบริษัท ดังนี 1. การปฏิบัติตามระเบียบ ปฏิบัติตามข้อบังคับ ระเบียบ และคําสังของผู้บังคับบัญชาทีชอบด้วยกฎหมาย ปฏิบัติงานตรงต่อเวลา และอยู่ปฏิบัติหน้าทีตามเวลาทีกําหนด ปฏิบัติหน้าทีด้วยความรับผิดชอบ ซือสัตย์ สุภาพ และมีประสิทธิภาพ ให้ความร่วมมือและรักษาความสามัคคีระหว่างเพือนร่วมงาน 2. การแต่งกายและบัตรพนักงาน สวมเครืองแบบให้เรียบร้อยตลอดเวลาปฏิบัติงาน ต้องมีบัตรประจําตัวพนักงานขณะปฏิบัติงาน และแจ้ง HR ทันทีเมือบัตรชํารุดหรือสูญหาย แจ้ง HR ภายใน 15 วัน เมือมีการเปลียนแปลงชือ นามสกุล ทีอยู่ หรือข้อมูลส่วนบุคคลทีเกียวข้อง 3. การรักษาทรัพย์สินและข้อมูลของบริษัท ดูแลทรัพย์สิน เครืองแบบ บัตร กุญแจ และอุปกรณ์ของบริษัทให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ห้ามนําทรัพย์สินหรืออุปกรณ์ของบริษัทไปใช้ส่วนตัวโดยไม่ได้รับอนุญาต เมือพบทรัพย์สินของบริษัทหรือแขก ต้องส่งมอบให้ผู้บังคับบัญชาทันที ห้ามเปดเผยข้อมูลหรือความลับทางธุรกิจของบริษัทแก่บุคคลทีไม่เกียวข้อง ห้ามใช้ชือหรือทรัพย์สินของบริษัทเพือแสวงหาผลประโยชน์ส่วนตัว 4. มารยาทและการประพฤติตน ปฏิบัติต่อแขก ผู้บังคับบัญชา และเพือนร่วมงานด้วยความสุภาพ ห้ามทะเลาะวิวาท ข่มขู่ ทําร้ายร่างกาย หรือแสดงพฤติกรรมก้าวร้าว ห้ามประพฤติผิดศีลธรรม หรือกระทําการไม่เหมาะสมภายในบริษัท ห้ามหลับ หยอกล้อ เล่นกัน หรือทํากิจกรรมส่วนตัวระหว่างปฏิบัติหน้าที ห้ามกระทําการใด ๆ ทีทําให้บริษัทเสียชือเสียงหรือเกิดความแตกแยก การใช้พืนทีและสิงอํานวยความสะดวก ห้ามเข้าใช้ห้องพัก ห้องอาหาร บาร์ ห้องนํา หรือพืนทีสําหรับแขก เว้นแต่ได้รับอนุญาต ห้ามเข้าไปในห้องพักแขกหรือพืนทีหวงห้ามโดยไม่มีเหตุเกียวข้องกับงานหรือไม่ได้รับอนุญาต ห้ามนําบุคคลภายนอกเข้าพืนทีโรงแรมโดยไม่ได้รับอนุญาต หลังหมดเวลาปฏิบัติงาน ให้ออกจากบริเวณโรงแรมภายในเวลาทีบริษัทกําหนด เว้นแต่ได้รับอนุญาต 13

Employee Handbook 5. สิงต้องห้าม ห้ามสูบบุหรีในพืนทีห้ามสูบหรือบริเวณทีให้บริการแขก ห้ามดืมเครืองดืมมึนเมา เสพ หรือครอบครองยาเสพติดภายในบริษัท ห้ามเข้ามาปฏิบัติงานในสภาพมึนเมาหรือขาดสติ ห้ามเล่นการพนันภายในบริษัท ห้ามพกพาอาวุธหรือสิงของทีอาจก่อให้เกิดอันตราย ห้ามประกอบอาหารภายในพืนทีบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต ห้ามใช้โทรศัพท์หรือเวลางานเพือประโยชน์ส่วนตัวโดยไม่จําเปน ห้ามใช้ยานพาหนะของบริษัทโดยไม่ได้รับอนุญาต 6. ความปลอดภัยและการรายงาน ปฏิบัติตามมาตรการรักษาความปลอดภัยของบริษัทอย่างเคร่งครัด แจ้งบริษัททันทีเมือพบการบาดเจ็บ เหตุผิดปกติ ทรัพย์สินเสียหาย สูญหาย หรือการกระทําผิดระเบียบ ให้ข้อมูลตามความจริงเมือมีการสอบสวน หากพบเห็นการกระทําทีผิดกฎหมายหรือฝาฝนระเบียบ ต้องแจ้งผู้บังคับบัญชาหรือ HR 7. การรักษาความสะอาด ร่วมกันรักษาความสะอาดภายในบริเวณบริษัท ทิงขยะในภาชนะทีบริษัทจัดเตรียมไว้ ห้ามรับประทานอาหารหรือเครืองดืมในพืนทีห้ามรับประทานและห้ามรับประทานอาหารหรือเครืองดืมทีจัดไว้ สําหรับแขกโดยไม่ได้รับอนุญาต โทษทางวินัย กรณีพนักงานฝาฝนระเบียบหรือข้อบังคับ บริษัทจะพิจารณาโทษตามความเหมาะสมและความร้ายแรง ของการกระทํา ได้แก่ ตักเตือนด้วยวาจา ตักเตือนเปนลายลักษณ์อักษร พักงานโดยไม่รับค่าจ้าง ให้พักงานได้ไม่เกิน 7 วัน เลิกจ้าง กรณีกระทําความผิดร้ายแรงหรือเปนไปตามหลักเกณฑ์ของบริษัทและกฎหมาย หมายเหตุ: การพิจารณาโทษทางวินัยจะขึนอยู่กับลักษณะ ความรุนแรง และข้อเท็จจริงของการกระทําผิด รวมถึงข้อบังคับของบริษัทและกฎหมายแรงงานทีเกียวข้อง 14

Employee Handbook การพักงาน 1. บริษัทมีสิทธิพักงานพนักงานทีถูกกล่าวหาว่ากระทําความผิด เพือสอบสวนข้อเท็จจริงหรือเพือปกปอง ความเสียหายได้ ถ้าหากจะให้พนักงานผู้นันปฏิบัติหน้าทีต่อไปจะไม่รับข้อเท็จจริง หรืออาจจะเกิดความเสียหาย แก่บริษัทได้ โดยคําสังพักงานนันจะแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้า โดยทําเปนหนังสือระบุความผิด และกําหนดเวลาพักงานไม่เกิน 7 วันทํางานปกติ และได้รับค่าจ้างในระหว่างถูกพักงานในอัตราร้อยละ 50% ของค่าจ้างก่อนถูกสังพักงาน หากสอบสวนได้ความว่าพนักงานมีความผิดจริง พนักงานผู้นันจะต้องถูกลงโทษ ทางวินัยตามสมควรแก่กรณี 2.เมือการสอบสวนเสร็จสิน หากปรากฎว่าพนักงานไม่มีความผิด บริษัทจะจ่ายค่าจ้างให้แก่พนักงานเท่ากับ ค่าจ้างในวันทีพนักงานถูกสังพักงานเปนต้นไป การร้องทุกข์ คือ การทีพนักงานมีปญหา ความไม่พอใจ หรือได้รับความไม่เปนธรรมจากการทํางาน เช่น เรืองสภาพการทํางาน การว่าจ้าง การบังคับบัญชา การมอบหมายงาน ค่าตอบแทน หรือการปฏิบัติทีไม่เหมาะสม และต้องการให้บริษัท ช่วยตรวจสอบ แก้ไข หรือยุติปญหาดังกล่าว 1. วิธีการร้องทุกข์ พนักงานทีมีความไม่พอใจหรือมีความทุกข์เนืองจากการทํางานดังกล่าวข้างต้น ควรยืนคําร้องทุกข์ ต่อผู้บังคับบัญชาโดยตรงหรือผู้บังคับบัญชาชันแรกของตนโดยเร็วเว้นแต่เรืองทีจะร้องทุกข์นันเกียวกับ การปฏิบัติของผู้บังคับบัญชาดังกล่าวหรือผู้บังคับบัญชาดังกล่าวเปนเหตุก็ให้ยืนคําร้องทุกข์ต่อผู้บังคับบัญชา ระดับสูงขึนไปอีกชันหนึง การยืนคําร้องทุกข์ให้กรอกข้อความลงในแบบพิมพ์ทีบริษัทได้กําหนดขึน (เพือให้เปนแบบเดียวกัน และได้ข้อมูลทีสําคัญครบถ้วน) 2. การสอบสวนและพิจารณา ผู้รับเรืองต้องตรวจสอบและรวบรวมข้อเท็จจริงอย่างละเอียด หากสามารถแก้ไขได้ภายในอํานาจหน้าที ให้ดําเนินการแก้ไขและแจ้งผลให้พนักงานทราบ หากเกินอํานาจหน้าที ให้ส่งเรืองต่อผู้บังคับบัญชาระดับสูงขึนไป การดําเนินการเกียวกับคําร้องทุกข์ต้องดําเนินการโดยเร็ว และ ไม่เกิน 7 วัน 3. การยุติข้อร้องทุกข์ หากพนักงานพอใจกับผลการแก้ไข ให้แจ้งผู้บังคับบัญชาทราบ หากไม่พอใจ สามารถยืนอุทธรณ์ต่อผู้บังคับบัญชาสูงสุด ภายใน 7 วัน นับจากวันทีทราบผล ผู้บังคับบัญชาสูงสุดจะพิจารณาและแจ้งผลภายใน 15 วัน หากยังไม่พอใจ พนักงานสามารถดําเนินการตามสิทธิทีกฎหมายกําหนดต่อไปได้ 4. การคุ้มครองผู้ร้องทุกข์ บริษัทจะให้ความคุ้มครองแก่พนักงานทีร้องทุกข์หรือให้ข้อมูลและพยานหลักฐาน โดยสุจริต รวมถึงผู้ทีเกียวข้อง กับการพิจารณาเรืองร้องทุกข์ โดยจะไม่ถือการร้องทุกข์หรือการให้ข้อมูลโดยสุจริตเปนเหตุในการเลิกจ้าง ลงโทษ หรือดําเนินการใด ๆ ทีเปนผลเสียต่อพนักงานดังกล่าว 15

Employee Handbook การเลิกจ้าง และค่าชดเชย 1. การเลิกจ้าง หมายความว่า 1.1 การทีบริษัทไม่ให้พนักงานทํางานต่อไป และไม่จ่ายค่าจ้างให้ไม่ว่าจะเปนเพราะเหตุสินสุดสัญญาจ้าง หรือเหตุอืนใด 1.2 การทีพนักงานไม่ได้ทํางานและไม่ได้รับค่าจ้างเพราะเหตุทีบริษัทไม่สามารถดําเนินการต่อไปได้ พนักงานทีถูกบริษัทเลิกจ้าง มีสิทธิได้รับค่าชดเชยตามกฎหมาย ดังต่อไปนี พนักงานซึงทํางานติดต่อกันครบ 120 วัน แต่ไม่ครบ 1 ป จะได้รับค่าชดเชยตามอัตราค่าจ้างสุดท้าย 30 วัน พนักงานซึงทํางานติดต่อกันครบ 1 ป แต่ไม่ครบสาม 3 ป จะได้รับค่าชดเชยตามอัตราค่าจ้างสุดท้าย 90 วัน พนักงานซึงทํางานติดต่อกันครบ 3 ป แต่ไม่ครบ 6 ป จะได้รับค่าชดเชยตามอัตราค่าจ้างสุดท้าย 180 วัน พนักงานซึงทํางานติดต่อกันครบ 6 ป แต่ไม่ครบ 10 ป จะได้รับค่าชดเชยตามอัตราค่าจ้างสุดท้าย 240 วัน พนักงานซึงทํางานติดต่อกันครบ 10 ป แต่ไม่ครบ 20 ป จะได้รับค่าชดเชยตามอัตราค่าจ้างสุดท้าย 300 วัน พนักงานซึงทํางานติดต่อกันครบ 20 ป ขึนไป จะได้รับค่าชดเชยตามอัตราค่าจ้างสุดท้าย 400 วัน ข้อยกเว้นในการไม่จ่ายค่าชดเชย 1.บริษัทไม่ต้องจ่ายค่าชดเชยให้แก่พนักงานซึงเลิกจ้างในกรณีหนึงกรณีใด ดังนี ทุจริตต่อหน้าทีหรือกระทําความผิดอาญาโดยเจตนาต่อบริษัท จงใจให้บริษัทได้รับความเสียหาย ฝาฝนข้อบังคับหรือระเบียบเกียวกับการทํางานหรือคําสังอันชอบด้วยกฎหมายของบริษัทและเปนธรรมและ บริษัทได้ตักเตือนเปนหนังสือแล้ว ซึงหนังสือเตือนนันมีผลบังคับไม่เกิน 1 ป นับตังแต่วันทีลูกจ้างได้รับ หนังสือเตือน เว้นแต่กรณีทีร้ายแรงบริษัทไม่จําเปนต้องตักเตือน ละทิงหน้าทีเปนเวลา 3 วันทํางานติดต่อกันไม่ว่าจะมีวันหยุดคันหรือไม่ก็ตาม โดยไม่มีสาเหตุอันสมควร ประมาทเลินเล่อเปนสาเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหายอย่างร้ายแรง ต้องคําพิพากษาถึงทีสุดให้จําคุก 2. การย้ายสถานประกอบการ ไปตัง ณ สถานทีอืน อันมีผลกระทบสําคัญต่อการดํารงชีวิตตามปกติของพนักงานหรือครอบครัว บริษัทจะปฏิบัติดังนี บริษัทต้องแจ้งให้พนักงานทราบล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 30 วัน ก่อนวันย้ายสถานประกอบการ ในกรณีทีบริษัท ไม่สามารถแจ้งได้ หรือแจ้งการย้ายสถานประกอบการน้อยกว่า 30 จะจ่ายค่าชดเชยพิเศษแทนการบอกกล่าว ล่วงหน้าเท่ากับค่าจ้างอัตราสุดท้าย 30 วัน หรือเท่ากับค่าจ้างของการทํางาน 30 วันสุดท้ายสําหรับพนักงาน ซึงได้รับค่าจ้างตามผลงานโดยคํานวณเปนหน่วย หากพนักงานไม่ประสงค์จะไปทํางานด้วย พนักงานมีสิทธิบอกเลิกสัญญาได้ โดยพนักงานจะมีสิทธิได้รับค่า ชดเชยพิเศษ 100 เปอร์เซ็นต์ ของอัตราค่าชดเชยทีพนักงานมีสิทธิได้รับ 16

Employee Handbook การพ้นสภาพ 1. ถึงแก่กรรม 2. ลาออกจากกงาน พนักงานอาจลาออกจากงานได้ แต่ต้องบอกกล่าวให้บริษัททราบเปนลายลักษณ์อักษรเปนการล่วงหน้า ไม่น้อยกว่า 30 วัน 3. เกษียณอายุ เมือพนักงานมีอายุครบ 60 ป โดยจะถือให้เปนการพ้นสภาพการเปนพนักงานในวันสินปปฏิทิน ทีมีอายุครบ 60 ปบริบูรณ์ แต่ทังนีหากเปนกรณีพิเศษทีต้องการให้พนักงานผู้หนึง ผู้ใดทํางานต่อไปอีก บริษัทอาจอนุมัติให้ พนักงานผู้นันทํางานต่อไปได้ โดยการตกลงกันทังสองฝายตามระยะเวลาทีตกลงกัน สวัสดิการและสิทธิประโยชน์ของพนักงาน 1. กองทุนสํารองเลียงชีพ บริษัทมีกองทุนสํารองเลียงชีพสําหรับพนักงานเพือเปนการส่งเสริมการออมระยะยาวของพนักงาน ให้พนักงานมีเงินออมไว้ใช้เมือเกษียณอายุหรือเมือออกจากงาน โดยลูกจ้างมีหน้าทีจ่าย “เงินสะสม” และนายจ้าง จ่าย “เงินสมทบ” เข้ากองทุน เงือนไข พนักงานจะสามารถสมัครเปนสมาชิกกองทุนได้เมือครบทดลองงาน โดยเลือกอัตราสะสมได้ตังแต่ 3% - 15% การเปนสมาชิกกองทุนจะสินสุดเมือลาออกจากงานหรือลาออกจากกองทุน การจ่ายเงินสมทบของนายจ้างขึนอยู่กับจํานวนปทีทํางานของพนักงาน ดังนี อายุงาน นายจ้างสมทบ น้อยกว่า 3 ป เท่ากับเงินสะสมของพนักงานแต่ไม่เกิน 3 % ครบ 3 ป ขึนไป เท่ากับเงินสะสมของพนักงานแต่ไม่เกิน 5% 2. กองทุนสงเคราะห์ลูกจ้าง อัตราการจัดเก็บเงิน ช่วงที 1 (1 ตุลาคม 2569 – 30 กันยายน 2573) : ลูกจ้างจ่ายเงินสะสม 0.25% และนายจ้างจ่ายเงิน สมทบ 0.25% ของค่าจ้าง ช่วงที 2 (ตังแต่ 1 ตุลาคม 2573 เปนต้นไป) : ปรับเพิมเปนฝายละ 0.50% ของค่าจ้าง เงือนไขและสิทธิประโยชน์ ใครต้องเข้าบ้าง : ลูกจ้างทุกประเภท เช่น พนักงานรายเดือน รายวัน ทดลองงาน หรือชาวต่างชาติ ทีไม่ได้เปน สมาชิกกองทุนสํารองเลียงชีพ การจ่ายเงินคืน : ลูกจ้างจะได้รับเงินสะสมและเงินสมทบทังหมดคืนเมือความเปนลูกจ้างสินสุดลง ในทุกกรณี (เช่น ลาออก ถูกเลิกจ้าง เกษียณ) หรือกรณีเสียชีวิตจะมอบให้ทายาท 17

Employee Handbook 3.ประกันสังคม ประกันสังคมเปนระบบทีช่วยให้ผู้ประกันตนได้รับความคุ้มครองและสิทธิประโยชน์ในกรณีต่าง ๆ โดยพนักงาน และนายจ้างจะมีการนําส่งเงินสมทบเข้ากองทุนตามหลักเกณฑ์ทีกําหนด อัตราเงินสมทบ พนักงานและนายจ้างจ่ายเงินสมทบ 5% ของค่าจ้าง สําหรับพนักงานทีเปนผู้ประกันตน มาตรา 33 จะได้รับความคุ้มครองใน 7 กรณี ได้แก่ กรณีเจ็บปวยหรือประสบอันตราย กรณีคลอดบุตร กรณีทุพพลภาพ กรณีเสียชีวิต กรณีสงเคราะห์บุตร กรณีชราภาพ กรณีว่างงาน 4. บัตรอาหาร พนักงานจะได้รับบัตรอาหารเพือใช้เปนสวัสดิการสําหรับค่าอาหาร โดยสามารถใช้ซืออาหารและเครืองดืมได้ที ศูนย์อาหาร ของห้างสรรพสินค้าเซียร์ รังสิต 5. ยูนิฟอร์ม บริษัทจัดให้พนักงานได้รับเครืองแบบพนักงาน (Uniform) ตามตําแหน่งและลักษณะงาน เพือส่งเสริม ภาพลักษณ์ทีดี ความเปนมืออาชีพ และมาตรฐานการให้บริการของบริษัท โดยพนักงานจะได้รับคนละ 3 ชุด 6. ตรวจสุขภาพประจําป พนักงานทีผ่านการทดลองงานแล้วจะได้รับสิทธิเข้ารับการตรวจสุขภาพประจําป เพือส่งเสริมสุขภาพและคุณภาพ ชีวิตทีดีของพนักงาน รวมถึงเปนการเฝาระวังและปองกันความเสียงด้านสุขภาพทีอาจเกิดขึนจากการปฏิบัติงาน 7. โบนัสประจําป บริษัทพิจารณาการจ่ายโบนัสประจําปให้แก่พนักงานตามผลประกอบการของบริษัท โดยบริษัทจะประกาศปต่อป 8. ปรับเงินเดือนประจําป บริษัทมีนโยบายพิจารณาปรับเงินเดือนประจําปให้แก่พนักงานตามหลักเกณฑ์ทีบริษัทกําหนด โดยพิจารณาจากผลการปฏิบัติงาน ความรับผิดชอบ ความสามารถในการทํางาน รวมถึงผลประกอบการ และสถานการณ์ทางธุรกิจของบริษัท 18

Employee Handbook 9. ค่าฌาปนกิจ กรณีพนักงานเสียชีวิต : ได้รับเงินช่วยเหลือ 15,000 บาท และพวงหรีด 1 พวง โดยบริษัทเปนผู้ดําเนินการตาม ความเหมาะสม กรณีบุคคลในครอบครัวเสียชีวิต : ได้รับเงินช่วยเหลือ 3,000 บาท ตามหลักเกณฑ์ทีบริษัทกําหนด ผู้มีสิทธิ : พนักงานทีทํางานกับบริษัท ครบ 120 วัน 10. Service Charge หรือค่าบริการ คือ เงินค่าบริการทีโรงแรมเรียกเก็บจากลูกค้าตามอัตราทีโรงแรมกําหนด 11. จองห้องพักในเครือราคาพนักงาน พนักงานสามารถใช้สิทธิจองโรงแรมทีอยู่ในเครือ ได้ทังหมด 5 แห่ง ได้แก่ โรงแรมเอเชียราชเทวี โรงแรมเอเชียพัทยา โรงแรมเอเชีย แอร์พอร์ท โรงแรมเอเชียชะอํา โรงแรมดาร์เลย์ เชียงใหม่ 12. ฝกอบรม บริษัทให้ความสําคัญกับการพัฒนาความรู้ ความสามารถ และทักษะของพนักงาน เพือส่งเสริมให้พนักงาน สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีความก้าวหน้าในสายอาชีพ บริษัทจึงจัดให้มีการฝกอบรมและ พัฒนาบุคลากรทังภายในและภายนอกองค์กรตามความเหมาะสมของตําแหน่งงานและความจําเปนของบริษัท พนักงานทุกคนจะได้เข้ารับการฝกอบรมอย่างน้อยคนละ 1 หลักสูตร/ป 19