Thai Youth & Legends 2026 สูจิบัตร

Created in Canva

สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร

กรมสงเสริมวัฒนธรรมกระทรวงวัฒนธรรมไดดําเนินกิจกรรมวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร รวมกับมูลนิธิสงเสริมดนตรีสากล เยาวชน มาตั้งแต พ.ศ. 2533 โดยมีจุดมุงหมายใหเยาวชน ไดพัฒนาทักษะการบรรเลงดนตรีออรเคสตราจาก วิทยากรผูเชี่ยวชาญ ในการจัดการฝกอบรมเสริมสรางการเรียนรูผานการดําเนินกิจกรรมตาง ๆ เพื่อเพิ่มพูน ประสบการณทางดนตรี ใหกับเยาวชนไทย นําไปสูการตอยอดการบรรเลงดนตรีออรเคสตราของไทยสูระดับสากล การแสดงคอนเสิรตประจําป ครั้งที่ 2 ของวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ คอนเสิรต “รวมใจภักดิ์” สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ครั้งที่ 16 "Thai Youth & Legends 2026" เปนการแสดงของวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ โดยมีอาจารยวานิช โปตะวนิช ศิลปนศิลปาธร สาขาดนตรี ประจําปพุทธศักราช 2557 ในฐานะวาทยกร และ อาจารยอรุณกร ชัยสุบรรณกนก ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Trombone ในฐานะศิลปนรับเชิญ ที่จะมารวมถายทอดผลงานดนตรีคลาสสิก รวมกับเยาวชนไทยในการนําเสนอความสามารถทางดนตรีของเยาวชนผานการบรรเลง ใหเปนที่ประจักษแกสายตา ผูชมทั้งชาวไทยและตางชาติ ในนามของกรมสงเสริมวัฒนธรรม ขอขอบคุณมูลนิธิสงเสริมดนตรีสากลเยาวชน วาทยกร คณะผูเชี่ยวชาญ เจาหนาที่ที่เกี่ยวของ ตลอดจนผูปกครองและสมาชิกวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ ทุกทานที่มีสวน ผลักดันใหกิจกรรมครั้งนี้สําเร็จลุลวงไปไดดวยดี ขอใหอานิสงสแหงความตั้งใจและเสียสละของทุกทาน จงบันดาล ใหทุกทานประสบแตความสุข ความกาวหนาตลอดไป (นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา) อธิบดีกรมสงเสริมวัฒนธรรม สารจากอธิบดี กรมสงเสริมวัฒนธรรม

ผูกอตั้งวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ ดิฉันขออัญเชิญทอนหนึ่งของหนังสือเวนิสวานิชพระราชนิพนธของลนเกลารัชกาลที่ 6 ทรงแปลจากหนังสือ เรื่อง The Merchant of Venice ของ William Shakespeare นักประพันธผูซึ่งเปนที่รูจักดีทั่วโลก ความวา ชนใดไมมีดนตรีกาล ในสันดานเปนคนชอบกลนัก อีกใครฟงดนตรีไมเห็นเพราะ เขานั้นเหมาะคิดขบถอัปลักษณ ฤๅอุบายมุงรายฉมังนัก มโนหนักมืดมัวเหมือนราตรี และดวงใจยอมดําสกปรก ราวนรกชนเชนกลาวมานี่ ไมควรใครไวใจในโลกนี้ เจาจงฟงดนตรีเถิดชื่นใจ การจัดตั้งวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ ขึ้นมานั้น มีวัตถุประสงคที่ตองการใหเยาวชนไทย รักที่จะเลนดนตรี ฟงดนตรี เผยแพรดนตรี และประสงคจะใหเยาวชนชี้นําผูฟงใหซาบซึ้งดนตรี ดิฉันเห็นวา เราตองมีความสุจริตใจในการเผยแพร การรักดนตรี ขอใหผูมารวมฟงดนตรีมีความสุข และเพลิดเพลินกับการแสดงของวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ สารจากดร.สายสุรี จุติกุล

(นางปริศนา พงษทัดศิริกุล) ประธานมูลนิธิสงเสริมดนตรีสากลเยาวชน มูลนิธิสงเสริมดนตรีสากลเยาวชนขอถวายความจงรักภักดีและนอมรําลึกในพระมหากรุณาธิคุณตอสมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงมีพระกรุณาธิคุณ รับวงดุริยางคเยาวชนไทยไวในพระอุปถัมภ เมื่อวันที่ 31 สิงหาคม 2549 ซึ่งเปรียบประดุจพระผูซึ่งเปนแสงนําทางแหงดนตรีคลาสสิก การแสดงคอนเสิรตประจําป ครั้งที่ 2 ของวงดุริยางคเยาวชนไทยในพระอุปถัมภฯ คอนเสิรตรวมใจภักดิ์ สมเด็จพระเจาพี่นาง เธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ครั้งที่ 16 "Thai Youth & Legends 2026" ไดรับเกียรติจาก นักทรอมโบนระดับตํานานของประเทศ และยังเปนอาจารยผูเชี่ยวชาญประจําวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ อาจารย อรุณกร ชัยสุบรรณกนก ที่จะมาบรรเลงเดี่ยวในบทเพลง Trombone Concerto ประพันธโดย Ferdinand David นอกจากนี้วง TYO ยังขอนําเสนออีกสามบทเพลง ไดแก Sinfonia Sundaica ประพันธโดย ณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตร ศิลปนแหงชาติ ซึ่งการแสดงในครั้งนี้นับวาเปนการบรรเลงครั้งแรกในประเทศไทยอีกดวย ตามดวยบทเพลง Romanian Rhapsody No.1 ประพันธโดย Georges Enesco และบทประพันธอันโดงดังของ Igor Stravinsky Firebird Suite โดยคอนเสิรตครั้งนี้ไดรับเกียรติ จากศิลปนศิลปาธร สาขาดนตรี ดร. วานิช โปตะวนิช รวมถายทอดผานการอํานวยเพลงใหกับ วงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ ในนามมูลนิธิสงเสริมดนตรีสากลเยาวชน ขอขอบคุณกรมสงเสริมวัฒนธรรม รวมถึงหนวยงานภาครัฐและเอกชนที่ใหการ สนับสนุนและสงเสริมกิจกรรมของวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ดวยดีมาตลอด สารจากประธานมูลนิธิ มูลนิธิสงเสริมดนตรีสากลเยาวชน

รายการแสดง VANICH POTAVANICH CONDUCTOR PICHAWAT THANASOMBATPAISARN KARM BHAVABHUTANANDA MASTER OF CEREMONIES ORCHESTRA MANAGER Sinfonia Sundaica (Symphony No.10) Narongrit Dhamabutra Thailand Premiere Concertino for Trombone and Orchestra in Eb Major Ferdinand David Romanian Rhapsody No. 1 Georges Enesco Firebird Suite (1919) Igor Stravinsky Arunkorn Chaisubankanok, Trombone พักการแสดง 20 นาที

ประวัติเพลง Sinfonia Sundaica อาจารยณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตร "Sinfonia Sundaica" สําหรับวงออรเคสตรา นับเปนซิมโฟนีหมายเลข 10 ของณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตร บทเพลงนี้มีความยาวประมาณ 16 นาที และมี โครงสรางแบบโปรแกรมซิมโฟนี ที่แมจะเปนการประพันธเพื่อพรรณนาเรื่องราว แตก็มีการนําคีตลักษณโซนาตามาปรับใชอยางชัดเจน แนวคิดของซิมโฟนีบทนี้คือการนําเสนอเรื่องราวของ Sundaland หรือ Sundaica ซึ่งเปนมหาทวีปโบราณอันกวางใหญในภูมิภาคเอเชียตะวันออก เฉียงใต ชวงยุคนํ้าแข็ง ซึ่งเปนชวงที่ระดับนํ้าทะเลยังคงตํ่าอยู ชื่อบทเพลง "Sinfonia Sundaica" จึงเปนการอางอิงถึงภูมิภาคนี้โดยตรง ซึ่งในอดีต ครอบคลุมพื้นที่ตั้งแตคาบสมุทรมลายู บอรเนียว สุมาตรา ชวา อาวไทย และบาง สวนของทะเลจีนใต Sinfonia Sundaica ประกอบดวย 6 ทอนที่บรรเลงตอเนื่องกันเพื่อ พรรณนาถึงดินแดนโบราณแหงนี้ ไดแก: • The Last Ice Age พรรณนาถึงยุคนํ้าแข็งดวยบรรยากาศที่อางวางและ ลึกลับ ทํานองหลักที่ 1 ซึ่งประกอบดวยโนต 4 ตัว จะถูกเปดตัวในทอนนี้ • Migrations พรรณนาถึงการอพยพยายถิ่นฐานของมนุษยโบราณเขามายัง ภูมิภาคนี้ โดยใชเทคนิคออสตินาโต และเริ่มนําเสนอทํานองที่ 2 • Siam River พรรณนาถึงแมนํ้าสายใหญที่เคยไหลผานดินแดนซุนไดกา โดย ใชการสอดประสานทํานองของกลุมเครื่องลมไมเพื่อแสดงถึงการแผขยายของ สายนํ้า • Cave Paintings สะทอนถึงการคนพบภาพเขียนสีตามถํ้าในภูมิภาคนี้ ถายทอดบรรยากาศอันนาพิศวงผานเสียงของเครื่องลมไม • Asian Savanna นําเสนอแนวคิดทางดนตรีหลัก 2 ประการ คือ แนวโนตที่ วิ่งอยางตอเนื่องในกลุมเครื่องสาย ขัดแยงกับจังหวะประสมจากกลุมเครื่องทอง เหลืองเสียงตํ่า เพื่อพรรณนาถึงความหลากหลายของสัตวปาในทุงหญาสะวันนา • The Dawn of Civilizations ผสมผสานสุมเสียงที่หลากหลายของเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต รวมถึงระนาดหิน ฆอง ดนตรีปพาทยของไทย และกลอง มโหระทึก ดนตรีคอย ๆ ทวีความเขมขนจนถึงจุดสุดยอด กอนจะจบลงอยาง แผวเบาดวยทํานองหลักที่ 1 ในการประพันธ Sinfonia Sundaica ผูประพันธไดบูรณาการวัตถุดิบทาง ดนตรีของเอเชียตะวันออกเฉียงใตเขากับการตีความที่เปนนามธรรมและเปนไป ตามอารมณความรูสึกสวนตัว มากกวาที่จะหยิบยกทํานองพื้นบานมาใชโดยตรง ผลงานชิ้นนี้จึงเปนการผสมผสานองคประกอบดั้งเดิมเขากับสุมเสียงดนตรีตะวัน ตกรวมสมัย เพื่อสรางสรรคเสียงดนตรีที่มีเอกลักษณและทรงพลัง ผูประพันธขอขอบคุณวง Weidner Philharmonic แหงมหาวิทยาลัย วิสคอนซิน-กรีนเบย และ Michael Alexander อธิการบดี ซึ่งเปนผูอํานวย เพลงในการแสดงรอบปฐมทัศน ณ เมืองกรีนเบย ประเทศสหรัฐอเมริกา สําหรับการแสดงในคํ่าคืนนี้ เปนการแสดงรอบปฐมทัศนในประเทศไทย ผู ประพันธขอขอบคุณ อาจารยวานิช โปตะวนิช ศิลปนศิลปาธร ผูอํานวยเพลง และวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ สําหรับการแสดงครั้งนี้

ประวัติเพลง Concertino for Trombone and Orchestra in E-flat major, Op. 4Ferdinand David นักไวโอลิน นักประพันธเพลง และครูดนตรีชาว เยอรมันผูมีบทบาทสําคัญในดนตรียุคโรแมนติก ไดรับการยกยองให เปนหนึ่งในนักไวโอลินชั้นนําแหงคริสตศตวรรษที่ 19 เขาดํารง ตําแหนง Concert Master ของวง Gewandhaus Orchestra และเปนอาจารยคนแรกดานไวโอลินของ Leipzig Conservatory เขามีความสัมพันธอันใกลชิดกับ Felix Mendelssohn โดยเปนผู บรรเลงรอบปฐมทัศน Violin Concerto in E minor, Op. 64 แมวาผลงานสวนใหญของเขาจะประพันธสําหรับไวโอลิน แต Concertino for Trombone and Orchestra, Op. 4 ถือเปนผลงานที่มีชื่อเสียงและไดรับการบรรเลงมากที่สุดของเขา Concertino for Trombone and Orchestra in E-flat major, Op. 4 ประพันธขึ้นในป ค.ศ. 1837 เพื่ออุทิศแก Karl Traugott Queisser นักทรอมโบนผูมีชื่อเสียงแหงวง Gewandhaus Orchestra ซึ่งเดิม Felix Mendelssohn ตั้งใจ จะประพันธคอนแชรโตให แตเนื่องจากภารกิจจํานวนมาก จึงมอบ หมายให Ferdinand David เปนผูประพันธแทน ผลงานชิ้นนี้เปด การแสดงครั้งแรกที่ Gewandhaus เมืองไลพซิก โดย Queisser เปนผูเดี่ยว และ Mendelssohn เปนวาทยกร กอนจะไดรับการ ยอมรับอยางรวดเร็วจนกลายเปนหนึ่งในบทเพลงมาตรฐานของนัก ทรอมโบนทั่วโลก บทเพลงประกอบดวย 3 ทอนที่บรรเลงตอเนื่องโดย แทบไมมีชวงหยุด ไดแก ทอนที่ 1 Allegro maestoso – เปดบทเพลงดวยทํานองที่สงางาม และทรงพลัง ถายทอดศักยภาพของทรอมโบนทั้งดานเสียงกังวาน ความคลองแคลว และการใชชวงเสียงกวาง พรอมดวย Cadenza ที่เปดโอกาสใหผูเดี่ยวแสดงเทคนิคอยางเต็มที่ ทอนที่ 2 Marcia funebre (Andante) – ทอนชาในลักษณะเพลง เดินศพ เปยมดวยความสงบ ลึกซึ้ง และโศกเศรา แสดงความสามารถ ของผูเดี่ยวในการสรางวลีที่ไพเราะและแสดงอารมณอยางละเอียดออน ทอนที่ 3 Allegro maestoso – ทอนสุดทายนําแนวคิดทางดนตรี จากทอนแรกกลับมาพัฒนาในบรรยากาศที่สดใสและเปยมพลัง กอนจบลงอยางสงางามและเราใจ Ferdinand David (1810–1873)

Georges Enesco นักประพันธเพลง นักไวโอลิน วาทยกร นักเปยโน และครูดนตรีชาวโรมาเนีย ผูไดรับการยกยองวาเปน บุคคลสําคัญที่สุดในประวัติศาสตรดนตรีคลาสสิกของโรมาเนีย เกิดเมื่อวันที่ 19 สิงหาคม ค.ศ. 1881 ที่เมืองลิเวนี (Liveni) ประเทศโรมาเนีย เขาแสดงพรสวรรคทางดนตรีตั้งแตวัยเยาว เริ่มเลนไวโอลินเมื่อ อายุเพียง 4 ป และเริ่มประพันธเพลงเมื่อ อายุ 5 ป กอนเขาศึกษาที่ Vienna Conservatory และตอ มาที่ Paris Conservatoire ซึ่งไดเรียนกับคีตกวีชั้นนําอยาง Jules Massenet และ Gabriel Fauré Enescu มีผลงานครอบคลุมทั้งซิมโฟนี โอเปรา ดนตรีแชม เบอร และบทเพลงสําหรับเครื่องเดี่ยว แตผลงานที่สรางชื่อเสียง มากที่สุดคือ Romanian Rhapsodies Nos. 1 และ 2, Op. 11 ซึ่งสะทอนเอกลักษณดนตรีพื้นบานโรมาเนียไดอยางโดดเดน นอกจากบทบาทในฐานะนักประพันธแลว เขายังเปนครูของนัก ไวโอลินระดับโลก เชน Yehudi Menuhin และไดรับการ ยอมรับวาเปนศิลปนผูเชื่อมโยงวัฒนธรรมดนตรียุโรปตะวันออก และตะวันตกเขาดวยกันอยางงดงาม Romanian Rhapsody No. 1 in A major, Op. 11 ประพันธขึ้นในป ค.ศ. 1901 ขณะที่ Enescu มีอายุเพียง 19 ป นําออกแสดงครั้งแรกเมื่อป ค.ศ. 1903 ณ Romanian Athenaeum กรุงบูคาเรสต โดย Enescu เปนผูควบคุมวง ดวยตนเอง ผลงานชิ้นนี้ไดรับความนิยมอยางรวดเร็วและกลาย เปนสัญลักษณของดนตรีโรมาเนีย แมในเวลาตอมาเขาจะรูสึกวา ความสําเร็จของบทเพลงนี้บดบังผลงานสําคัญอื่น ๆ ของเขา บทเพลงมีลักษณะเปน Rhapsody ที่รวบรวมและพัฒนา ทํานองพื้นบานโรมาเนียหลายบทเขาดวยกันอยางตอเนื่อง ผาน จังหวะการเตนรําพื้นเมือง เชน Hora และ Sârba พรอมการ เปลี่ยนสีสันของเครื่องดนตรีอยางมีชีวิตชีวา จนพัฒนาไปสูตอน จบที่เปยมดวยพลัง ความเราใจ และความอลังการของวงออร เคสตรา จึงเปนหนึ่งในบทเพลงออรเคสตราที่ไดรับความนิยม มากที่สุดแหงศตวรรษที่ 20 และยังคงเปนผลงานที่แสดงถึง เอกลักษณทางวัฒนธรรมของโรมาเนียไดอยางสมบูรณแบบ Georges Enesco (1881–1955) ประวัติเพลง Romanian Rhapsody No. 1 in A major, Op. 11

The Firebird Suite (1919) Igor Stravinsky นักประพันธเพลง วาทยกร และนักเปยโนชาวรัสเซีย ผูไดรับ การยกยองวาเปนหนึ่งในคีตกวีผูทรงอิทธิพลที่สุดของคริสตศตวรรษที่ 20 เกิด เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน ค.ศ. 1882 ที่เมืองโอราเนียนบาวม (ปจจุบันคือเมืองโลโม โนซอฟ ใกลนครเซนตปเตอรสเบิรก) ประเทศรัสเซีย แมจะเริ่มศึกษากฎหมายตาม ความประสงคของครอบครัว แตดวยพรสวรรคทางดนตรี เขาไดศึกษาการประพันธ เพลงกับ Nikolai Rimsky-Korsakov ซึ่งมีอิทธิพลอยางมากตอแนวคิดดานการ ประพันธและการเรียบเรียงเสียงประสานของเขา ชื่อเสียงของ Stravinsky เริ่มเปนที่รูจักในระดับนานาชาติจากความรวมมือกับ คณะ Ballets Russes ของ Sergei Diaghilev โดยมีผลงานบัลเลตสําคัญ ไดแก The Firebird (1910), Petrushka (1911) และ The Rite of Spring (1913) ซึ่งลวนเปนผลงานที่พลิกโฉมวงการดนตรีสมัยใหม ดวยการใช จังหวะที่ซับซอน สีสันของวงออรเคสตราที่โดดเดน และภาษาเสียงประสานที่แปลก ใหม ตอมา Stravinsky ไดพัฒนารูปแบบการประพันธผานหลายยุค ทั้งแนว รัสเซียดั้งเดิม นีโอคลาสสิก และดนตรีแบบเซเรียล (Serialism) ทําใหผลงานของ เขามีอิทธิพลตอคีตกวีในศตวรรษที่ 20 อยางกวางขวาง เขาเสียชีวิตเมื่อป ค.ศ. 1971 ที่นครนิวยอรก สหรัฐอเมริกา และไดรับการยกยองใหเปนหนึ่งในบุคคล สําคัญที่สุดในประวัติศาสตรดนตรีคลาสสิก The Firebird Suite (1919) : The Firebird เปนบัลเลตเรื่องแรกของ Stravinsky ที่ประสบความสําเร็จในระดับนานาชาติ ประพันธขึ้นในป ค.ศ. 1910 ตามคําสั่งของ Sergei Diaghilev สําหรับคณะ Ballets Russes โดยไดรับแรง บันดาลใจจากนิทานพื้นบานรัสเซียเกี่ยวกับ นกไฟ (Firebird) สิ่งมีชีวิตมหัศจรรย ผูเปลงประกายและมีพลังวิเศษ รวมถึงเจาชายอีวาน เจาหญิง และพอมดผูชั่วราย ชื่อ Kashchei ผลงานเปดการแสดงครั้งแรกที่กรุงปารีสเมื่อวันที่ 25 มิถุนายน ค.ศ. 1910 และสรางชื่อเสียงให Stravinsky ในฐานะคีตกวีชั้นนําของยุโรปทันที ตอมา Stravinsky ไดเรียบเรียงดนตรีจากบัลเลตฉบับเต็มเปนชุดสําหรับการ แสดงคอนเสิรตหลายครั้ง โดย Firebird Suite (1919) เปนฉบับที่ไดรับความ นิยมมากที่สุด โดย The Firebird Suite (1919) ประกอบดวย 6 ตอน ไดแก ทอนที่ 1. Introduction – เปดฉากดวยบรรยากาศลึกลับ ถายทอดอาณาจักรอัน มืดมนของ Kashchei ทอนที่ 2. The Firebird and Its Dance – ดนตรีที่รวดเร็ว เปลงประกาย และ เต็มไปดวยพลัง สะทอนการเคลื่อนไหวอันคลองแคลวของนกไฟ ทอนที่ 3. Variation of the Firebird – ตอนเดี่ยวที่แสดงความสงางามและ ความมหัศจรรยของนกไฟผานการใชสีสันของเครื่องดนตรีอยางประณีต ทอนที่ 4. Round Dance of the Princesses – ทํานองออนหวานและงดงาม อางอิงลักษณะเพลงพื้นบานรัสเซีย สรางบรรยากาศอบอุนและออนโยน ทอนที่ 5. Infernal Dance of King Kashchei – ตอนที่มีพลังรุนแรงที่สุด ของบทเพลง ใชจังหวะหนักแนน การเปลี่ยนจังหวะอยางฉับพลัน และสีสันของวง ออรเคสตราที่เขมขน เพื่อถายทอดการเตนรําอันดุเดือดของพอมดและเหลาปศาจ ทอนที่ 6. Berceuse and Finale – บทเพลงจบเริ่มดวยเพลงกลอมอันสงบ กอนคอย ๆ พัฒนาไปสูตอนจบที่ยิ่งใหญและเปยมดวยชัยชนะ แสดงถึงการพายแพ ของความชั่วรายและชัยชนะของความดี Igor Stravinsky (1882–1971) ประวัติเพลง

อาจารยอรุณกร ชัยสุบรรณกนก Trombone Our Legend เริ่มเลนดนตรีจากวงดุริยางคโรงเรียนวัดสุทธิวราราม ในป พ.ศ. 2525 เขาไดเขารวมอบรมเชิงปฏิบัติการและแสดงคอนเสิรต กับโปรเฟสเซอร เปอ เกด อาจารยสอนทรอมโบนชาวเดนมารค ซึ่งเปนแรงบันดาลใจใหเขาหันมาเรียนดนตรี อยางจริงจัง ที่โรงเรียนวัดสุทธิวราราม อรุณกรไดศึกษาทฤษฎีดนตรี, การประสานเสียง, ประวัติศาสตรดนตรี และการซอมวงแบนด จากอาจารยสุรพล ไพโรจนธนชัย พ.ศ. 2528 อรุณกร ได รับโอกาสแสดงเดี่ยวทรอมโบนกับวงดุริยางคโรงเรียนวัดสุทธิวราราม นั่นเปนการ แสดงคอนเสิรตครั้งแรกของวงและการแสดงเดี่ยวครั้งแรกในชีวิตของเขาเชนกัน อรุณกรเขาศึกษาตอที่คณะศิลปกรรมศาสตร จุฬาลงกรณมหาวิทยาลัย (เอกการแสดงดนตรี) ศึกษากับอาจารยอนุพงษ อมาตยกุล หลังจากนั้นเขาไดรับ ทุนใหไปศึกษาตอที่ Hong Kong Academy for Performing Arts (Advance Diploma) เขาไดรับความรูและประสบการณจากอาจารยหลาย ๆ ทาน เชน William Damron, Simone De Hann, Ronald Smart, John Swallow และ Mitchel Tilkin ใน พ.ศ.2533 และ พ.ศ.2534 อรุณกรไดรับ คัดเลือกใหเขารวม วงดุริยางคเยาวชนแหงเอเชีย (Asian Youth Orchestra) ในการควบคุมของ Sir Yehudi Menuhin อรุณกร ชัยสุบรรณกนก เปนสมาชิกของวงดุริยางคซิมโฟนี กรุงเทพ ตั้งแต พ.ศ. 2530 จนถึงปจจุบันดํารงตําแหนงหัวหนากลุม Trombone

ศิลปนแหงชาติ สาขาศิลปะการแสดง (ดนตรีสากล - ประพันธเพลง คลาสสิก) เปนนักประพันธเพลงคลาสสิกรวมสมัยคนสําคัญของ ประเทศไทย มีผลงานการประพันธเพลงที่เปนเอกลักษณ คือ การ ผสมผสานลักษณะที่โดดเดนของดนตรีไทยและดนตรีอาเซียนใหเขา กับการประพันธเพลงคลาสสิกรวมสมัยตะวันตก จนเปนที่ยอมรับใน ระดับชาติและนานาชาติอยางตอเนื่องยาวนานกวา 40 ป ผลงานเปนบทเพลงคลาสสิกขนาดใหญที่มีความละเอียดปราณีตใน การประพันธ ผลงานไดแก ซิมโฟนีสําหรับวงออรเคสตรา 10 บท คอนแชรโต 9 บท ซิมโฟนิกโพเอ็ม 15 บท และงานดนตรีสําหรับวงเชมเบอร จํานวนมาก ผลงานของศาสตราจารย ดร.ณรงคฤทธิ์ ไดประพันธขึ้นในวาระสําคัญของประเทศหลายบทเพลง และไดรับ การเผยแพรโดยวงดุริยางคซิมโฟนีระดับชาติและนานาชาติจํานวน มาก เชน Royal Bangkok Symphony Orchestra, Thailand Philharmonic Orchestra, Thai Youth Orchestra, Athens State Orchestra, Moscow Virtuosi Chamber Orchestra, Vienna Chamber Orchestra, Hiroshima Symphony Orchestra, Japan Shinsei Symphony Orchestra, Southwest German Chamber Orchestra, Cyprus Symphony Orchestra, New York New Music Ensemble, Civic Orchestra of Chicago, Weidner Philharmonic Orchestra เปนตน นับเปนผูบุกเบิกการประพันธเพลงคลาสสิก รวมสมัยของไทยใหทัดเทียมนานาประเทศ นอกจาก นั้นยังไดสรางแรงบันดาลใจและเปนแบบอยางใหกับ นักประพันธเพลงคลาสสิก รวมสมัยอื่น ๆ เปนผูสรางนักประพันธเพลงและ บุคลากรทางดนตรีที่มีชื่อเสียงและประสบความสําเร็จ ออกไปสูสังคมไทย นับไดวาเปนคุณูปการใหแกวงการ ดนตรีสากลของประเทศไทย ปจจุบันศาสตราจารย ดร.ณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตร เปน ศาสตราจารยระดับ A-1 (ระดับ 11) ประจําภาควิชา ดุริยางคศิลป คณะศิลปกรรมศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย มีภารกิจในการสอนนิสิตดานการ ประพันธเพลงในระดับปริญญาตรี ปริญญาโท และ ปริญญาเอก และมีผลงานประพันธเพลงคลาสสิก ขนาดใหญออกแสดงในระดับชาติและนานาชาติอยาง สมํ่าเสมอ ศาสตราจารย ดร.ณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตรศาสตราจารย ดร.ณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตร Our Legend

ศาสตราภิชาน ดร. วานิช โปตะวนิช ไดรับรางวัล ศิลปาธร สาขาดนตรีประจําป 2557 จากกระทรวง วัฒนธรรม และคีตศาสตราภิชาน ประจําป 2558 จากมหาวิทยาลัยรังสิต ไดรับเหรียญ อภิรักษนาวี จากกองทัพเรือ และ เครื่องหมายแสดงความสามารถ ชั้นกิตติมศักดิ์ จากกองดุริยางคทหารอากาศ กองทัพอากาศ จบการศึกษาในระดับปริญญาตรี โท และปริญญา เอก จากคณะศิลปกรรมศาสตร จุฬาลงกรณ มหาวิทยาลัย เริ่มศึกษาดนตรีในเครื่องมือทรัมเปต จาก ร.ร.วัดสุทธิวราราม ไดรับทุนจาก Rotterdam Conservatory ใหไปศึกษาทางดานทรัมเปตที่ ประเทศเนเธอรแลนด ไดรับเชิญรวมแสดงกับวง ตางๆ ในระดับนานาชาติ และเคยรวมแสดงในหลาย ประเทศในทวีป ยุโรปและเอเซีย วานิช ดํารงตําแหนงหัวหนากลุมทรัมเปตของวง Bangkok Symphony Orchestra ตั้งแต พ.ศ. 2529 ถึงป 2547 และยังคงรวมเลน จนถึงปจจุบัน มีผลงานการประพันธและเรียบเรียงเสียงประสาน สําหรับวงดุริยางคและวงโยธวาทิตมากกวา 400 ชิ้น ซึ่งบทประพันธเปนที่ไดรับความนิยมใชในรายการ แสดงดนตรีตาง ๆ ทั้งในและตางประเทศ (เอเชีย ยุโรป อเมริกา)Our Legend ศาสตราภิชาน ดร. วานิช โปตะวนิช

อยางสมํ่าเสมอ ซึ่งรวมถึงเพลงประกอบภาพยนตร ทั้งในและตางประเทศ โดยศึกษาวิชาการประพันธ เพลงกับ ศ.ดร. ณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตร (ศิลปนแหงชาติ) ปจจุบันเปนผูอํานวยเพลงประจําวงรอยัลบางกอก ซิมโฟนีออรเคสตรา วงดุริยางคสากลกรมศิลปากร วงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ และเปนผู อํานวยเพลงรับเชิญใหกับวงตาง ๆ เชน วงดุริยางค แหงสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา วงดุริยางคแหง มหาวิทยาลัยรังสิต วงดุริยางคเครื่องลมแหง มหาวิทยาลัยบูรพา วงดุริยางคเครื่องลมแหง มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร วงดุริยางคเครื่องลมแหง มหาวิทยาลัยมหิดล, Bangkok Metropolitan Orchestra (BMO), Darthmouth College Wind Ensemble (USA), Fukushima Youth Sinfonietta, Millions Wind Philharmonic, Musica Sinfonietta (Penang Malaysia) และ Thaksin Philharmonic Orchestra ไดรับเลือกใหเปนวาทยกรในเทศกาลดนตรีตาง ๆ เชน Asian Composer League Conference, Thailand International Composition Festival และ Thailand International Jazz Conference, Asian Pacific Saxophone Academy, China-ASEAN (Nanning) Music Festival รวมทั้งการแสดงของวง RBSO ในเมือง St. Petersburg, Moscow (Russia) และ Beijing (China) วานิช อํานวยเพลงใหวงดุริยางคซิมโฟนีกรุงเทพ ตั้งแตป พ.ศ. 2538 มีผลงานอํานวยเพลงในการ บันทึกเสียงรวมกับวง RBSO และ วงดุริยางคสากล กรมศิลปากร ยังเปนวิทยากรอบรม ดานการบรรเลง รวมทั้งเปนกรรมการตัดสินการประกวดดนตรีหลาย รายการทั้งในและตางประเทศอยางสมํ่าเสมอ

วงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภ สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร เริ่มตนจาก กลุมนักดนตรีเยาวชนขนาดเล็กที่มีความสนใจในดนตรีคลาสสิก ไดรวมตัวกันฝกซอม ณ สถาบันวัฒนธรรมเยอรมัน (เกอเธ) ภายใตการนําของอาจารยภูกร ศรีณรงค และนายวิทยา ตุมรสุนทร ผูจัดการวงดุริยางคซิมโฟนีกรุงเทพฯ (BSO) ในป พ.ศ. 2533 วงไดกอตั้งขึ้นเพื่อพัฒนาวงซิมโฟนีออรเคสตราในประเทศไทย โดยอยูภายใตการดูแลของศูนยวัฒนธรรมแหงประเทศไทย และได รับการสนับสนุนเครื่องดนตรีสําหรับการฝกซอมและการแสดงจาก รัฐบาลญี่ปุน ตอมาในป พ.ศ. 2549 สมเด็จพระเจาพี่นางเธอ เจาฟากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร ทรงรับวง ดุริยางคเยาวชนไทยฯ ไวในพระอุปถัมภ โดยในปจจุบัน วงอยูภาย ใตการดูแลของกรมสงเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม และ มูลนิธิสงเสริมดนตรีสากลเยาวชน ในป พ.ศ. 2560 วงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ ไดเขารวมการแขงขันวงออรเคสตราระดับนานาชาติ รายการ Summa Cum Laude International Youth Music Festival ณ กรุงเวียนนา สาธารณรัฐออสเตรีย และไดรับรางวัล ชนะเลิศอันดับที่ 1 ในป พ.ศ. 2561–2562 วงไดรับเชิญจากเมือง Alicante ประเทศสเปนเขารวมการแสดงคอนเสิรตและกิจกรรมแลกเปลี่ยน ทางวัฒนธรรมรวมกับวงดนตรีจากประเทศสเปนเปนระยะเวลาสอง ปติดตอกันในป พ.ศ. 2568 วงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ ได รับเชิญจาก Guangxi Arts University ใหเขารวมการแสดงในงาน The 14th China–ASEAN (Nanning) Music Festival ซึ่งเปน เทศกาลดนตรีนานาชาติที่จัดตอเนื่องมากวา 14 ป เพื่อสงเสริมความ รวมมือดานวัฒนธรรมและดนตรีระหวางประเทศจีนและอาเซียน นอกจากนี้ สมาชิกวงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ รุนอายุไมเกิน 15 ป ประจําป พ.ศ. 2568 จํานวน 3 คน ที่ไดรับการ คัดเลือกใหเขารวมแสดงในคอนเสิรตระดับนานาชาติ "Subscription Concert for Children 2025 – No.96" รวม กับ Tokyo Symphony Orchestra และเยาวชนจากประเทศญี่ปุน กวา 20 คน ภายใตการอํานวยเพลงของวาทยกร Keitaro Harada ลาสุดในเดือนกรกฎาคมที่ผานมา วงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ ไดรับเกียรติใหแสดงคอนเสิรตในโครงการ เชื่อมสัมพันธการทูตวัฒนธรรมมาเลเซีย - ไทย 2026 (The Malaysia - Thailand Cultural Diplomacy Programme 2026) รวมกับตัวแทนนักดนตรีเยาวชนมาเลเซีย ระหวางวันที่ 9-13 กรกฎาคม 2569 ณ กรุงกัวลาลัมเปอร ประเทศมาเลเซีย วงดุริยางคเยาวชนไทย ในพระอุปถัมภฯ มีบทบาทสําคัญ ในการพัฒนานักดนตรีเยาวชนสูเวทีระดับชาติและนานาชาติ รวมถึง สนับสนุนเยาวชนที่มีความสามารถทางดนตรีใหไดรับโอกาสในการ ศึกษาและการแสดงดนตรี ปจจุบันวงยังคงดําเนินกิจกรรมอยางตอ เนื่อง อาทิ การฝกซอมประจําทุกวันอาทิตย ณ ศูนยวัฒนธรรมแหง ประเทศไทย และการจัดแสดงคอนเสิรตอยางสมํ่าเสมอThai Youth Orchestra Thai Youth Orchestra

VIOLIN 1 นายภควัต บุญบํารุง, Concert Master เด็กหญิงวืนจีง เฉิน (Wendy Chen) นางสาวณฐมน อัจฉริยบดี เด็กหญิงภคพร จิตรชัยภูมิ เด็กหญิงจูรัน หยาง (Junran Yang) นางสาวปภาวรินท ทะนา นางสาวปทิตตา เรืองณรงค เด็กชายดนุภัทร เฉตรไธสง นางสาวจอย จู (Joy Joo) VIOLIN 2 นายสิรภพ หงษาภูธร นางสาวนพินประภา วณีสอน นายคีรีโรจน คางคีรี เด็กหญิงญาดาพัชร สุขมาก นายวิชยุตม ชาติธรรมรักษ นางสาวปุญญภัสร เติมสุขสวัสดิ์ นางสาวมนสิชา คลองศิริเวช เด็กหญิงอชิรา จิตติอรุณชัย นางสาวชญาดา ผันผาย เด็กชายโจวซือ เลอ (Youze Le) เด็กหญิงอัยยนันท เลิศสินธพานนท นางสาวเนตรนภา ธรรมวรรธนะ นางสาวศิรินันท ตันติเวสส นางสาวนฤภร คณินธรกุล VIOLA นายณภัทร เรือนแกว นางสาวณฐมน อัศวโกวิท นางสาวจันทนี เรือนแกว นางสาวชณัฐ กาลวิบูลย นางสาวสิริกร แกวสุข นายภาทวกร เนียมเทศ นายศิววงศ รัตนภิญโญวงศ นางสาวธัญภา เลียงอําไพCELLO นางสาวพิมพชนก เกตุมี นางสาวชมพูนุช ภคพรวิวรรธน นางสาวเมทินี อยูเหมาะ นายปธานิน ถิตยวิลาศ นางสาวปุณยนุช รัตนกุล นางสาวชวิศา เส็งนา นายพีตากร จรัสเลิศสุวรรณ นายธนะเมศฐ เลิศวัฒนารักษ เด็กหญิงสุภาณี สันติวรนันท นางสาวอินเดร บาลาเคาสคัส นางสาวนปภา โผไพบูลย DOUBLE BASS นายนรภัทร ตีระแพทย นายธนวัฒน ศรีมูลตรี นายมโน พงศาปาน สุทธาเวศ นายภูวเดช เจริญเมือง นางสาวสุชานันท จงภักดี นายเอกณัฏฐ ลือพอก เด็กชายลาภิชาญ ศิรินันท FLUTE นายปณณ ตัณฑโกไศย นายชยณัฐ โคตรเจริญ FLUTE/PICCOLO นางสาวจารุวรรณ เพียแกว OBOE นายนภัสกร ปตะสิงห นางสาวปวิชญา เปาริบุตร OBOE / ENGLISH HORN นายภัครภูมิ เจนเจษฎา CLARINET นายณัฐกมล ทิพยสิงห นายธนาธิป แสงจันทร นางสาววิภาณี ทองใบBASSOON นายมนภัทร สุทธิรัตน นายสุภัทร โคตรภูธร เด็กชายวริศ สุทธิขันเงิน HORN นายพีรพัฒน หัตถี นางสาวสุภารัตน ทองใบ นายวรดร วะนา นางสาวศรัณยรัตน ศรัณยสมบัติ TRUMPET นางสาวอุษา จันทรเทวี นางสาวเนตรกิตติยา อุบลประเสริฐ นางสาวทิพวรรณ สันธิศิริ นางสาวมณิสรา บัวแกว TROMBONE นายเติมทอง บุนนาค นายภูรินทร ออนมั่ง BASS TROMBONE นายธนภัทร บํารุงธรรม TUBA นายวรากร ศรีอุดร TIMPANI นายชลันธร เตียวตระกูล PERCUSSION นายตนบุญ เจริญผล นายวรภพ รัตนสุข นายธารพระกร บูรณะพงษ นายพัชรดนัย พิมโคตร HARP นางสาวทรรศนวรรณ ผุสสราคมาลัย เด็กหญิงริลรฎา สิงหสถิตยสุข PIANO นายเลิศ เลิศวงศวาณิชยTHAI YOUTH ORCHESTRA

วาทยกร เเละผูเชี่ยวชาญ ประจําปงบประมาณ พ.ศ. 2569ศาสตราจารยณรงคฤทธิ์ ธรรมบุตร นายภูกร ศรีณรงค นายดําริห บรรณวิทยกิจ นายกิตติคุณ สดประเสริฐ นายชัยวัฒน พรวัฒนานุกูล นายวิรัช อยูถาวร นายวานิช โปตะวนิช นายนฤชา ศิริโสดา นางบิง ฮาน นายโชติ บัวสุวรรณ นายรวยชัย แซโงว นายอัจยุติ สังขเกษม นายสุรชน เลิศลบ นายปญญพัทธ วงศเวชวิวัฒน นายวิชญวิน สุรียรัตนากร นายศุกล ศิริศักดิ์ นายณัฐวุฒิ สังฆัสโร นายบัณณพัฒน ตั้งไพบูลย นายธีรัตม เกตุมี นายชนันนัทธ มีนะนันทน นายเชาวลิต เจริญชีพ นายสุขสันต รัตนะผล นายประพันธพงศ มณีวงษ นายยศ วณีสอน นายธนวัฒน โงสวาง นายศิริอนันต ใจซื่อ นายนันทวัฒน วารนิช นายกฤษณ ดวงมรกต นายปติพงศ ภูแกว นายวรรณฉัตร ศรีปาน พันจาอากาศเอกภูมิพัฒน ตั้งวัฒนมงคล นายอรุณกร ชัยสุบรรณกนก ผูชวยศาตราจารย ดร.สุขนิษฐ สะสมสิน นายธีรพัฒน เดชะ นายธนสิทธิ์ ศิริพานิชวัฒนา นายธรรมศักดิ์ หิรัญขจรโรจน นายพศธร เสถียรนิธิ นางสาวพรวรินทร กาลศิริศิลป นายพิชวัตร ธนสมบัติไพศาล นางสาวอธิชนันท จูนอย นายสิรดนัย เหลืองอรุณ นายรวิช รัชตะสมภพที่ปรึกษา ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา/ดานเครื่องเปาลมไม ที่ปรึกษา ที่ปรึกษา ผูอํานวยการดนตรี วาทยกรและรองผูอํานวยการดนตรี ผูชวยผูอํานวยการดนตรี ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Violin 1 ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Violin 1 ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Violin 2/ผูชวยวาทยกร ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Viola ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Viola ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Cello ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Cello ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Double Bass ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Double Bass ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Flute ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Flute ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Oboe ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Oboe ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Clarinet ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Clarinet ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Clarinet ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Bassoon ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Bassoon ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Horn ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Horn ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Trumpet ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Trumpet ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Trumpet/ผูชวยวาทยกร ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Trombone ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Trombone ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Tuba ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Percussion ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Percussion ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Harp ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Piano/ผูชวยผูจัดการวง ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Tuba/ผูจัดการวง ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Oboe/ผูชวยผูจัดการวง ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Piano/ผูชวยผูจัดการวงฝายเครื่องดนตรี ผูเชี่ยวชาญเครื่องดนตรี Tuba/ผูชวยผูจัดการวงฝายโนต

นางยุถิกา อิศรางกูร ณ อยุธยา นายบันเทิง เพียรคา นางสาวรุงนภา กระเสียร นางสาวรัตนาภรณ กลีบเนตร นางสาวสุไรยา สายวารี นางสาวสุภลักษณ ขาวชวย นางสาวอรนีย พูนดิษฐ นายภูมิภัทร ทองยอย นายกฤษณพงศ ทาจีน ประชาสัมพันธ ลูกคาสัมพันธ / อาคารสถานที่ เทคนิค เเสง สี เสียง ศิลปกรรม ตกแตงสถานที่ จัดทําตนแบบ พิสูจนอักษร บันทึกวิดีโอเเละเสียง บันทึกเสียง อธิบดีกรมสงเสริมวัฒนธรรม รักษาราชการแทนผูอํานวยการสถาบันวัฒนธรรมศึกษา ผูอํานวยการกลุมสงเสริมการเรียนรูทางศิลปะการแสดง นักวิชาการวัฒนธรรมชํานาญการ นักวิชาการวัฒนธรรมปฏิบัติการ นักวิชาการวัฒนธรรม นักวิชาการวัฒนธรรม นักวิชาการวัฒนธรรม นักวิชาการวัฒนธรรม : กลุมประชาสัมพันธ สํานักงานเลขานุการกรม กรมสงเสริมวัฒนธรรม : กลุมลูกคาสัมพันธและอาคารสถานที่ ศูนยวัฒนธรรมแหงประเทศไทย กรมสงเสริมวัฒนธรรม : กลุมสงเสริมเเละพัฒนาเทคโนโลยีการเเสดง ศูนยวัฒนธรรมแหงประเทศไทย : กลุมศิลปกรรม สถาบันวัฒนธรรมศึกษา : กลุมสงเสริมการเรียนรูทางศิลปะการเเสดง รวมกับ นางสาวภราดา สัมปชชลิต นางสาวอธิชนันท จูนอย นายวิทวัส โพธิ์ศรี : บริษัท ไอเดียล8 จํากัด : นายรวิช รัชตะสมภพ กรมสงเสริมวัฒนธรรม

TYO 2026 ACTIVITIES