คํานํา
ณ ใจกลางผืนปาอันอุดมสมบูรณ มีดวงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกวา… “แกนแสงแหงลูมินา” แสงดวงนี้คอยโอบอุมผืนปา สายนํ้า ตนไม และสรรพชีวิต ใหดํารงอยูรวมกันอยางสมดุลมาเนิ่นนาน
แตแลว… คืนหนึ่งที่ทองฟาเงียบสงัด แกนแสงแหงลูมินา กลับแตกสลายออกเปนสี่สวน เศษแสงทั้งสี่ ลอยหายไปคนละทิศทาง พรอมกับความหวังของทั้งผืนปา
นับจากคืนนั้น ปาที่เคยสวางไสวเต็มไปดวยแสงหิ่งหอย
ตอนนี้แสงของหิ่งหอยทุกตัว เริ่มริบหรี่ลง พวกมันบินไดไมนาน กอนแสงจะดับวูบ ผืนปาที่เคยสองประกาย คอย ๆ ถูกความมืดกลืนกินทีละนอย
คุณแมหยิบสมุดบันทึกเลมเกา พรอมเข็มทิศโบราณ สงใหเด็กหิ่งหอย กอนจะยิ้มอยางออนโยนแลวกลาววา “เมื่อเข็มทิศเริ่มสองสวาง…” “จงบินตามแสงนั้นไป” “เพราะปลายทางที่มันชี้…” “คือสิ่งที่ผืนปากําลังรองขอ”
เข็มทิศคอย ๆ เปลงแสง นําเด็กหิ่งหอย มาถึงลําธารสายแรก แตภาพตรงหนา กลับไมเหมือนที่เคยเปน สายนํ้าใส กลายเปนสีดําหมน เศษขยะและของเสีย กองทับถมอยูเต็มธารนํ้า ไมมีแมแตกบ หรือปลาตัวเล็ก หลงเหลืออยูเลย
เด็กหิ่งหอยไมไดมีเวทมนตร เขาทําไดเพียงบินลงไป ใชขาคูเล็ก ๆ คอย ๆ ลากเศษขยะออกจากลําธาร ทีละชิ้น… จนตอนนี้ธารนํ้าสะอาด นํ้าเริ่มไหลเวียนอีกครั้ง ทันใดนั้น เศษแสงสีนํ้าเงิน ก็ลอยขึ้นจากกนลําธาร พรอมเสียงแผวเบา “หากสายนํ้าไมสะอาด…” “แสงของเราก็ไมมีวันสะทอนบนผิวนํ้าได”
เด็กหิ่งหอยบินลึกเขาไป ในปาชั้นใน แตสิ่งที่พบ กลับเปนพื้นที่โลงกวาง ตนไมใหญ ถูกตัดโคนจนเหลือเพียงตอ ไมมีใบไม ใหหิ่งหอยวางไข ไมมีบาน ใหสัตวปาไดอาศัย ทั้งปา… เงียบงันเสียจนนาใจหาย
ไมนานนัก เด็กหิ่งหอยก็พบ ครอบครัวกระรอกและนกนอย กําลังวิ่งวุน เพราะไรที่อยูอาศัย เด็กหิ่งหอยจึงชวยพวกมัน นําเมล็ดพันธุไม บินไปปลูก ตามจุดตาง ๆ ของผืนปา ดวยความหวัง วาสักวันหนึ่ง ที่นี่จะกลับมาเขียวชอุมอีกครั้ง
วันเวลาผานไป ตนออนเล็ก ๆ ก็คอย ๆ ผลิขึ้น สายลมพัดผาน พรอมเสียงนกรอง ที่เริ่มดังขึ้นอีกครั้ง และแลว… เศษแสงสีเขียวก็ปรากฏขึ้นมา ราวกับธรรมชาติ กําลังยิ้มอีกครั้ง
ยิ่งบินลึกเขาไป หมอกสีเทา ก็ยิ่งหนาทึบ กลิ่นสารเคมี ลอยอบอวลไปทั่วผืนปา หิ่งหอยตัวนอย บินผานหมอกนั้น ไมนานก็เริ่มที่จะหมดแรง
แตแลว… ผีเสื้อกลางคืนตัวหนึ่ง ก็บินเขามา ใชปกใหญ ชวยบังหมอกพิษเอาไว เธอยิ้มอยางออนโยน “พอของเจา…” “ไมไดหายไปไหนหรอก” “เขาเลือกที่จะปกปอง…” “สิ่งสําคัญที่สุดของผืนปา”
คําพูดนั้น จุดประกายเล็ก ๆ ในหัวใจของเด็กหิ่งหอย เขานึกขึ้นไดวา ยังมีพืชชนิดหนึ่ง “มอส” ซึ่งสามารถดูดซับ สารพิษในอากาศได แตพวกมันกําลังเหี่ยวเฉา เพราะขาดแสง เด็กหิ่งหอย จึงแบงแสงจากทองของตน คอย ๆ มอบใหมอสทีละตน
ไมนานนัก มอสทั้งผืนปา ก็กลับมาสองประกาย และชวยฟอกอากาศ จนหมอกพิษสลายไป ทามกลางอากาศบริสุทธิ์ เศษแสงสีมวง คอย ๆ ปรากฏขึ้น
เข็มทิศพาเด็กหิ่งหอย มาถึงชายปา เบื้องหนาคือเมืองใหญ ที่เต็มไปดวยแสงนีออน และตึกสูงระฟา บนทองฟา…ไมมีแมแตดวงดาว หิ่งหอยจํานวนมาก บินหลงเขาใกลแสงไฟ หมดแรง และรวงหลนลงทีละตัว
เด็กหิ่งหอย บินรวงลงในสวน ของบานหลังหนึ่ง ที่นั่น… เด็กผูหญิงคนหนึ่ง กําลังนั่งมองทองฟาอยางเศรา ๆ “ทําไมคืนนี้…ถึงไมมีดาวเลยนะ” เมื่อเธอเห็น แสงริบหรี่ของเด็กหิ่งหอย เธอก็เขาใจวาแสงจากเมือง กําลังบดบัง ทั้งดวงดาวและธรรมชาติ
เด็กผูหญิง จึงปดไฟในสวน และชวนเพื่อนบาน รวมกิจกรรม “คืนแหงความมืด” เมื่อแสงไฟที่ไมจําเปน คอย ๆ ดับลง ทองฟาก็เผยใหเห็นหมูดาว ที่สองประกายอีกครั้ง พรอมกับเศษแสงสีชมพูชิ้นสุดทาย ที่ลอยเขามา หาเด็กหิ่งหอย
เศษแสงทั้งสี่ รวมเขากับเข็มทิศ จนเปลงประกายเจิดจา มันนําทางเด็กหิ่งหอย สูหุบเขาลึกลับ บนยอดเขาแหงนั้น หิ่งหอยสีทองตัวใหญ กําลังใชพลังทั้งหมดประคอง แกนแสงดวงสุดทาย ไมใหดับลง เด็กหิ่งหอย เบิกตากวาง กอนจะรองออกมา “พอ!”
พอไมไดทอดทิ้งเขา แตเลือกอยูที่นี่ เพื่อเฝาปกปอง แกนแสงดวงสุดทาย เพราะหากแสงนี้ดับลง โลกทั้งใบ จะสูญเสียความสมดุล พอโอบกอด เด็กหิ่งหอยไวแนน ดวยความคิดถึง ที่เก็บไวแสนนาน
พอยิ้ม แลวลูบหัวลูกเบา ๆ “โลก…” “ไมไดตองการแสงที่มากขึ้นหรอก” “แตตองการผูที่เขาใจ…” “วาเมื่อใดควรสองสวาง” “และเมื่อใด…” “ควรปลอยใหคํ่าคืนไดพักผอน”
ไมมีใคร กอบกูผืนปาไดเพียงลําพัง สัตวปา ชวยกันปลูกตนไม หิ่งหอย ชวยกันสองแสงนําทาง สวนผูคนในเมือง รวมกันดับไฟ ที่ไมจําเปน ทีละดวง… ทีละดวง…
ธรรมชาติ และเมือง คอย ๆ เรียนรู ที่จะอยูรวมกันอีกครั้ง เมื่อเศษแสงทั้งสี่ กลับคืนสูแกนแสงแหงลูมินา ผืนปาทั้งผืน ก็สองประกาย งดงามกวาที่เคย
เด็กหิ่งหอย ยืนเคียงขางพอ บนยอดไมสูง เบื้องลางคือหิ่งหอยนับพัน เบื้องบนคือดวงดาว ที่กลับมาสองประกายเต็มทองฟา และในคืนนั้น… ผืนปาแหงลูมินา ก็กลับมามีชีวิตอีกครั้ง “แสงไมไดเกิดมาเพื่อเอาชนะความมืด” “แตเกิดมาเพื่อเตือนใหเรารูวา…” “ทั้งแสงและความมืด” “ตางตองการกันและกัน”