1 ด้วยความเคารพรักและอาลัย อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ การจากไปของ อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ นับเป็นความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของวงการ การศึกษาและสังคม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ตลอดชีวิตของอาจารย์ได้อุทิศตนเพื่อพัฒนา เยาวชน การสร้างคุณธรรม ตลอดจนการส่งเสริมความยุติธรรมแก่เด็ก เยาวชน และครอบครัว ด้วยความวิริยะ อดทน และเปี่ยมด้วยความเมตตา อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ เป็นครูผู้เปี่ยมด้วยปัญญา เป็นผู้บริหารที่มีวิสัยทัศน์ เสียสละ และ รับผิดชอบทั้งในฐานะอดีตผู้จัดการอาวุโสโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา อดีตโค้ชกีฬากอล์ฟทีมชาติไทย อดีตนายกสโมสรโรตารี่พระนครศรีอยุธยา ภาค ๓๓๕๐ โรตารี่สากล และอดีตผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา คุณงามความดีที่ท่านอาจารย์ได้สร้างไว้ จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจแก่ศิษย์ ผู้ร่วมงาน และ ผู้ที่เคยได้รับโอกาสจากอาจารย์ตราบนานเท่านาน แม้ในวาระสุดท้ายของชีวิต อาจารย์ยังได้อุทิศ ร่างเพื่อเป็น “อาจารย์ใหญ่ แก่คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์” เพื่อเป็นประโยชน์ ต่อการศึกษา การเรียนรู้ และการผลิตแพทย์ ผู้จะดูแลชีวิตของประชาชนต่อไป นับเป็นการเสียสละ อันยิ่งใหญ่และเป็นคุณูปการแก่สังคมอย่างหาที่สุดมิได้
2 อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ “นักปั่นจักรยานรอบโลกคนแรก” นับย้อนหลังไป ๖๕ ปีที่ผ่านมา เมื่อวันที่ ๑๕ กุมภาพันธ์ ๒๕๐๔ อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ อดีตผู้จัดการอาวุโส โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา อดีตอาจารย์หนุ่มแห่งวิทยาลัยวิชาการศึกษา ประสานมิตร (มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตรในปัจจุบัน) ในวัย ๒๕ ปี เลือกที่จะปั่น จักรยานเป็นระยะทางกว่า ๒๐,๐๐๐ กิโลเมตร โดยใช้จักรยานคู่ใจที่ต่อขึ้นจากท่อเหล็กในราคา ไม่ถึง ๒,๐๐๐ บาท เป็นพาหนะในการเดินทางไปศึกษาต่อระดับปริญญาโท ณ มลรัฐอะลาบามา ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งท่านได้เริ่มเดินทางปั่นจักรยานตามแนวเส้นรุ้ง จากกรุงเทพฯ- ลพบุรี-ปากน้ำโพ-กำแพงเพชร-ตาก-แม่สอด-พม่า-อินเดีย-ปากีสถาน-เปอร์เซีย-ตุรกี-กรีก-อิตาลี-
3 สวิสเซอร์แลนด์-ฝรั่งเศส-อังกฤษ จากอังกฤษ ลงเรือโดยสารไปขึ้นฝั่งที่ New Orleans มุ่งตรงสู่ รัฐอะลาบามา สหรัฐอเมริกา เพื่อไปตามฝัน ในการเดินทางนั้นต้องผ่านแดนทุรกันดารหลายแห่ง โดยเฉพาะทะเลทรายชายแดน อินเดียที่จะไปสู่ตุรกี ในสมัยนั้นเพื่อนฝูงเป็นห่วงมากและผู้ใหญ่หลายคนก็ได้ห้ามด้วยความหวังดี เพราะยังไม่มีคนไทยคนใดได้เคยลองทำเช่นนี้ในขณะนั้น แต่ “อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์” ทำได้ แล้ว “นับเป็นคนแรกของประเทศไทย” โดยไปถึงจุดหมายคือสหรัฐอเมริกาและได้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาโท จากมหาวิทยาลัย อะลาบามา กลับมาสอนหนังสือที่ มศว.ประสานมิตร ระยะหนึ่ง และเป็นมาผู้จัดการโรงเรียน จิระศาสตร์วิทยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยาในเวลาต่อมา
4 จักรยานคู่ใจ (คันแรก)
5 ตลอดระยะเวลาในการเดินทางอาจารย์ปรีชา ได้เขียนจดหมายถึง “ประวิทย์” เพื่อนรัก (อาจารย์ประวิทย์ อัศเวศน์ ตั้งหลักปักฐานอยู่ในสหรัฐอเมริกา กว่า ๔๐ ปี และได้เดินทางกลับมา ประเทศไทยเมื่อสามปีก่อน ปัจจุบันถึงแก่กรรมด้วยโรคชรา ที่กรุงเทพมหานคร) โดยได้เล่าเรื่อง การเดินทางอันน่าตื่นเต้นแฝงไว้ด้วยความรู้ ความคิด ความเพลิดเพลินเป็นอันดี ตีพิมพ์ลงใน วารสารวิทยาสาร เริ่มตั้งแต่ฉบับลงวันที่ ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ เป็นต้นมา และทางสำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช ได้ตีพิมพ์หนังสือ “ปรีชา จักรยานข้ามสามทวีป” เล่มที่ ๑ และเล่มที่ ๒ โดยนำจดหมายที่ท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ เขียนถึงอาจารย์ประวิทย์ อัศเวศน์ มาจัดพิมพ์ เป็นรูปเล่มพ็อคเก็ตบุ๊ค ตั้งแต่เริ่มเดินทางออกจากประเทศไทย เข้าศึกษาต่อ จนสำเร็จการศึกษา ปริญญาโท และเดินทางรอบโลก ดังนั้นในโอกาสพิธีสวดพระอภิธรรมศพ ท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ซึ่งจัดขึ้นในวันที่ ๒๑- ๒๓ กรกฎาคม ๒๕๖๙ ณ วัดเสนาสนารามราชวรวิหาร อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา นี้ จึงขอนำเรื่องเสนอเรื่องราวการปั่นจักรยานรอบโลกของท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ซึ่งนับเป็นแบบอย่างการเขียนจดหมาย ที่ควรแก่การศึกษาและน่าภาคภูมิใจอย่างยิ่ง ทางคณะเจ้าภาพ และลูกหลาน จึงขออนุญาตนำจดหมายบางตอนที่ท่านอาจารย์ปรีชา เขียนถึง อาจารย์ประวิทย์ เพื่อนรัก นำมาเสนอต่อท่านผู้อ่าน ดังนี้ มหาวิทยาลัยอะลาบามา ๔ กรกฎาคม ๒๕๐๕ ประวิทย์ เพื่อนรัก เป็นเวลานานที่ผมยุติส่งข่าวคราวมายังคุณ ทั้งนี้เพราะว่าผมขอใช้เวลาทั้งหมดในการเรียนเพื่อให้ได้ผล ตามความมุ่งหมายขั้นที่ ๒ ของผม ตามที่ผมตั้งใจไว้เดิม คือ ๑) เดินทางโดยจักรยานเพื่อไปศึกษาต่อ ๒) ท าปริญญาโทให้ได้ ...บัดนี้ผลของความตั้งใจในขั้นที่ ๒ นี้ก็บรรลุผลสมความมุ่งหมายแล้ว ผมจึงเริ่ม เขียนจดหมายมาคุยกับคุณต่อไปอีกได้ คุณคงอยากทราบความเป็นไปในการศึกษาเล่าเรียนของผมแล้วว่า การเรียนของผมเป็นอย่างไร เอาละผมจะเล่าให้ฟังแต่เพียงย่อๆ เพราะไม่มีอะไรมันน่าสนุกเหมือนกับตอน บุกจักยานเลย คุณเคยทราบจากจดหมายฉบับก่อนของผมแล้วว่า ที่มหาวิทยาลัยอะลาบามานี้มีนักศึกษา
6 นับจ านวนพันๆ มีทั้งพวกปริญญาตรี ปริญญาโท ปริญญาเอก และหลายสาขาวิชาด้วยกัน เรียนกันตั้งแต่เช้า ถึงกลางคืนเลย ชั่วโมงของใคร วิชาใด ชั้นใด ก็เข้าเรียนตามตารางสอนซึ่งได้เช็คไว้ถูกต้องเรียบร้อย ก่อนเปิด เรียนแล้ว ผมโดนเรียนตอนค่ าอยู่สองวัน วันไหนที่ต้องเรียนกลางคืนผมก็พักในหอ เพราะผมเช่าหอไว้ตลอด เทอม วันไหนเรียนกลางวันก็กลับไปนอนบ้าน ดร.อาเล็กซานเดอร์ ซึ่งไม่ไกลจากมหาวิทยาลัยเท่าไรนัก ผมซื้อ มอเตอร์ไซด์เจ้านอร์ตันคู่ใจ (Norton) ๑ คัน ไว้ขี่ไปมาแทนเจ้าคู่ชีพ ซึ่งให้มันนอนพักผ่อนอยู่ห้องใต้ถุนบันได นับว่าสะดวกดี... ...นับตั้งแต่ผมเก็บเจ้าคู่ชีพเข้าใต้ถุนบันไดหอนอนแล้ว ผมก็เริ่มบุกในการเรียนของผมที่เดียว ผมเลือก เรียนวิชา Guidance เพราะผมเห็นว่าวิชานี้มีความจ าเป็นที่จะน าไปใช้ในเมืองไทยเราเวลานี้เป็นอย่างมาก จริงไหม คุณก็คงทราบตามแผนการศึกษาของเรา ซึ่งได้แก้ไขเปลี่ยนแปลงใหม่และประกาศใช้ไปแล้วว่า รัฐเห็น ความจาเป็นแล้วว่าในขณะนี้อาชีพอื่นๆ เป็นสิ่งส าคัญกว่าอาชีพการรับราชการ แต่ประชาชนเรายังมองไม่เห็น ยังมุ่งแต่จะเข้ารับราชการกันอย่างเดียว แม้ว่าเราจะมีโรงเรียนช่างกล ช่างก่อสร้าง ช่างไม้ อะไรก็ตาม แต่เมื่อ เรียนส าเร็จออกมาแล้ว ก็อยากเข้ารับราชการแม้จะเป็นเสมียนก็ยินดี ดูเอาเถอะบ้านเมืองเราจะเป็นอย่างไร เก้าอี้ในวงราชการจะมีพอให้นักศึกษา ซึ่งเดี๋ยวนี้ส าเร็จปีละจ านวนพัน จานวนหมื่นนั่งกันละหรือ และอาชีพ อื่นๆใครเล่าจะเป็นผู้ลงมือท า ดังนั้นผมจึงเลือกเรียนวิชาสาขานี้ เพื่อรู้หลักการที่จะแนะแนวอาชีพ เพื่อให้ สอดคล้องกับความต้องการของรัฐบาลเรา และผมเองก็มีความเห็นว่าอาชีพอื่นๆ ถ้าได้ประกอบให้ถูกต้องตาม หลักการแล้ว ย่อมมีความเจริญรุ่งเรือง มีการครองชีพที่ดี ดังที่ผมเคยผ่านประเทศต่างๆในยุโรปมาแล้วหลาย ประเทศ ประเทศที่นับว่าเจริญ ประชาชนของประเทศนั้นรักที่จะเป็นเกษตรกร พาณิชยกร กรรมกร มากกว่าที่ จะเป็นข้าราชการ ดังในประเทศเดนมาร์ก เนเธอร์แลนด์ กรีก เป็นต้น ประชาชนเขามีการครองชีพที่ดี ซึ่งผมเคย เขียนเล่าเรื่องมาในจดหมายตอนที่ผ่านเดนมาร์กมาให้คุณฟังหนหนึ่งแล้ว คุณจาได้ไหมว่า ถ้าผมกลับเมืองไทย ถ้าไม่ได้เข้ารับราชการแล้วจะขอเป็นเกษตรกรอย่างชาวเดนมาร์ก คุณคงแปลกใจละซิว่าผมใช้ค าว่า “บุกในการเรียน” คุณคงเข้าใจไปว่าผมเคยปั่นจักรยานบุกผ่าน มาแล้วหลายประเทศเลยติดนิสัย พอจะทาอะไรก็ติดคาว่า “บุก” เสียเรื่อยไป แม้การเรียนก็ใช้บุกในการเรียน ความจริงไม่ได้ติดคาว่าบุกดังกล่าวแล้วเลย แต่นี่กล่าวว่าบุกนี่มันต้องบุกจริงๆ คืออย่างนี้ ตามธรรมดานักเรียน ใหม่ หรือที่เขาเรียกกันว่านักเรียนเทอมแรก โดยเฉพาะอย่างยิ่งนักเรียนต่างประเทศแล้ว เขาถือกันนักหนาว่า เทอมแรกไม่ควรเลือกเรียนวิชามาก ควรเรียนเพียง ๓ หรือไม่ก็ ๔ วิชา ก็มากพอแล้ว เพื่อจะได้มีเวลาเตรียมตัว เตรียมหู เตรียมตา เตรียมค้นคว้าตาราเรียนทันเขา เพราะการไม่ชินต่อเสียง ส าเนียง ค าบรรยายของอาจารย์ ผู้สอน อาจท าให้คะแนนต่ า หรืออาจตกไปเลยก็ได้ นี่เป็นที่รู้ๆกันทั่วๆไปของนักเรียนต่างประเทศ แต่ผมตอนนั้น นึกอย่างไรก็ไม่รู้ ตกลงใจเลือกเรียน ๕ วิชาเลย กะว่า ๒ เทอมก็ส าเร็จ ๓๐ เครดิตได้ปริญญาเลย ปีเดียวจบ
7 จะได้ใช้เวลาที่เหลืออยู่ตระเวนบุกต่อไปให้ทั่วทวีปอเมริกา ใจผมมันนึกอย่างนี้ ผมจึงใช้ค าว่าบุกในการเรียน ตั้งแต่เทอมแรกทีเดียว ดูว่าพอจะผ่านได้ไหม พอเรียนไปได้สัก ๒-๓ อาทิตย์ก็ชักเห็นโทษเสียแล้ว โดยฟังคา บรรยายไม่ใคร่จะรู้เรื่องเลย บางอาจารย์ก็พูดช้าเสียงอย่างคนติดอ่าง บางอาจารย์ก็พูดเร็วอย่างพวกแขก ทั้งพูด เร็วและพูดช้านี้ ไม่ถูกกับหูผมทั้งนั้น ผมเคยฟังบทสนทนาสั้นๆมาโดนอันยาวๆเข้า พิลึกแฮะ เพราะหูเราไม่เคย ชินกับการฟัง การพูดยาวๆ เลยนึกๆจะไปขอถอนวิชาที่เลือกเรียนไว้ออกเสียสัก ๑ หรือ ๒ วิชา มานึกอีกที ถ้า เราทาเช่นนั้นเราก็อาจจะเป็นคนโลเลต่อไปได้ เสียนิสัยเลยก้มหน้าก็ตากัดฟันสู้ แม้จะอดหลับอดนอนในการ ค้นคว้าตาราก็ทนสู้ เรียกว่าสู้ยิบตาเลย ดูซิว่ามันจะทนความพยายามของเราไหวไหม นี่แหละท าให้ผมต้องเขียน ว่าบุกในการเรียนละ คุณคงเข้าใจตามนี้นะ ถ้าคุณมีโอกาสมาเรียน อย่างเอาอย่างผมเลย มันทรมานร่างกาย ล าบากมากเสียยิ่งกว่าตอนบุกเดินทาง นอนกลางดินกินกลางทรายอยู่ในทะเลทรายเสียอีก ๕ วิชาที่ผมเรียนใน เทอมแรก ก็คือ ๑) Principle of Guidance ๒) Student Personnel Service in Higher Education ๓) Introduction to Public School Organization and Administration ๔) Adolescent Psychology ๕) จากการเรียน ๕ วิชานี้ ต้องต่อสู้อยู่ ๕ เดือนอย่างตาเปียกตาแฉะ ผลการสอบก็ออกมาตามดุลของมันคือ เกือบร่วง แต่ก็ยังดีกว่าเกือบ ได้จริงไหม คือได้ผลดังนี้ วิชาที่ ๑ ได้ A วิชาที่ ๒ ได้ B วิชาที่ ๓ ได้ B วิชาที่ ๔ ได้ B วิชาที่ ๕ ได้ C ดูเอาซิวิชาที่ ๕ เกือบท าพิษเอาเห็นไหม แต่ยังตู๊กันได้ คะแนนเฉลี่ยจึงเป็นอันว่าได้ B นับว่าผ่านไปได้ เทอมที่ ๒ ก็ต้องบุกอีก ๕ วิชา ดังนี้ ๑) Technique in Counseling ๒) Occupational Information and Guidance Service ๓) Case Studies in Counseling ๔) Contribution of Psychology to teaching ๕) Curriculum Development เทอมที่สอง นี้เรียนค่อยรู้เรื่องดีกว่าเทอมแรกหน่อย ฟังอาจารย์รู้เรื่องมากขึ้น ได้อภิปรายกันบ้าง ถกเถียงกันบ้าง ภาษาค่อย ฟิตขึ้น ผลการสอบเทอมนี้ได้ A กับ B ไม่มี C ปนมาเลย เป็นอันว่ารอดตัวไปได้ M.A. เข้ามาอยู่ในมือเราแล้ว เมื่อวันที่ ๓๐ พฤษภาคม ๒๕๐๕ นี่แหละคือการบุกในการเรียนของผมหละ หลังจากนี้ก็ไม่มีอะไรอีกนอกจาก คอยรับปริญญาบัตรในวันประสาทปริญญาเท่านั้นเอง วันประสาทปริญญาบัตรของเขากับของเราคล้ายๆกัน เขากาหนดเอาวันที่ ๓ มิถุนายน ๒๕๐๕ เป็นวัน ประสาทปริญญาบัตร ผมก็ได้รับกับเขาด้วยในวันนั้น ดูทุกคนคึกคักดี สวมเสื้อครุยเต็มไปหมด เขาให้ President เป็นผู้แจก มีแขกที่ได้รับเชิญมาก็ล้วนแต่ผู้มีเกียรติส าคัญ เขาใช้สนามฟุตบอลเป็นสถานที่แจกปริญญาบัตร เพราะแขกคนเขามากเหลือเกิน โดยเฉพาะอาจารย์ก็เข้าไปสองสามร้อยคนแล้ว…
8 Dr. Alexander ดูแกดีใจเป็นอันมาก เพราะแกไม่เคย ถูกเชิญมาในงานเช่นนี้เลย ด้วยแกไม่มีลูก แกเที่ยวอวดใคร ต่อใครกันใหญ่ว่าผมเป็นลูกแก แกเล่าเรื่องของผมให้คนบาง คนที่ยังไม่รู้จักเรื่องของผมให้รู้ ดูตื่นเต้นเข้ามาไต่ถามกันใหญ่ ผมกลายเป็นตัวประหลาดไปเสียแล้วในวันนั้น บางคนเชิญให้ ไปบ้าน ให้นามบัตรไว้ บางคนขอสนทนาเรื่องเส้นทางในบาง ประเทศในยุโรปและขอดูภาพที่ถ่ายไว้ในวันต่อไปด้วย ดูเขา สนใจตื่นเต้นกันมาก ผมเข้าใจเอาว่าพวกนี้เขาไม่เคยล าบาก ไปไหนมาไหนก็ล้วนแต่ใช้รถยนต์ เพราะถนนดี พอรู้ว่าเรามา จักรยานและผ่านทะเลทรายมาเป็นวันๆ เขาตกใจพากันถาม เรื่องนอนเรื่องกินกันให้กลุ้มไปหมด พวกเขาเคยกินอยู่อย่าง สบายจนเคยตัวจึงเห็นเป็นของประหลาด จริงไหม Dr. Alexander แกดีใจมากเป็นพิเศษ เพราะแกเคย วิตกมาก่อนที่ผมจะเข้าเรียนมาแล้วแกเกรงว่าผมซึ่งตรากตรา ในการเดินทางผ่านแดนทุรกันดารในทะเลทรายที่ร้อนขนาด ยางในรถละลาย เป็นเวลาหลายวันมาแล้วเช่นนี้ อาจทาให้สมองเสื่อมลงจะเรียนไม่ได้ผล ซึ่งแกวิตกอยู่ในใจมา นานแล้ว และแกคงเห็นการค้นคว้าในการเรียนของผมขนาดตี ๑ ตี ๒ ตาเปียกแฉะอยู่ทุกวัน แกจึงเป็นห่วงมาก แกเป็นหมอแกพยากรณ์ไปตามเรื่องทางวิชาการของแก แต่ผมมันถือเอาความพยายามเป็นที่ตั้ง มันผิดกัน ผลจึงไม่เป็นไปตามที่แกวิตก แกดีใจมากเป็นพิเศษ แกจัดการเลี้ยงผมเป็นพิเศษที่บ้านพร้อมทั้งครอบครัวบ้าน ใกล้เรือนเคียงอีกหลายครอบครัว แกคุยอวดพวกนั้นใหญ่โตและวางแผนพาผมไปเที่ยวพักผ่อนหย่อนอารมณ์ หลายรัฐโดยรถยนต์ของแก ผมตระเวนไปกับครอบครัว Dr. Alexander ทุกเสาร์ – อาทิตย์ บางครั้งแถมวันจันทร์ อังคารพ่วงด้วย เป็นอยู่อย่างนี้ตลอดเดือนมิถุนายน วันใดไม่ได้ไปไหน ผมก็เตรียมตัวจะเดินทางตามแผนการของผมที่วางไว้เดิม คือ จะใช้เวลาที่ยังเหลืออยู่ ๗-๘ เดือนนี้ ตระเวนโดยเจ้าจักรยานคู่ชีพคันเก่าของผมไปให้ทั่วทวีปอเมริกา เพื่อ เพิ่มความเข้มข้นและเปิดหุเปิดตาต่อไป เมื่อใคร่ครวญดูแล้วก็ตกลงว่าจะบุกข้าทวีปไปยังเมืองซานฟรานซิสโก ซึ่งระยะทางราว ๒,๐๐๐ ไมล์ หรือ ๓,๒๐๐ กม.จะต้องข้ามภุเขา ข้ามทะเลทราย หน้านี้พอไปได้ หิมะไม่ปกคลุม ทาง ถ้าเป็นหน้าหนาวไปไม่ได้เลย จึงเริ่มศึกษาถนนหนทางตามแผนที่ เตรียมวางแผนงานไว้พร้อม การที่ผม เลือกเดินทางข้ามทวีปนี้ก็โดยวางแผนไว้ว่าเมื่อใกล้เวลากาหนดหมดเวลาอู่ต่อได้แล้ว (ตอนนั้นจะเป็นหน้า
9 หนาว) จะบุกจักรยานไปตามทางนี้ไม่ได้ เพราะหิมะปกคลุมทาง ผมจึงไปเสียหน้าร้อนนี้ ดังนั้นผมจึงตกลงใจ เดินทางไว้ล่วงหน้าก่อน เพื่อรักษาระดับการเดินทางที่ผมตั้งใจไว้แต่เดิมเอาไว้ให้ได้ รักและคิดถึง ปรีชา เรื่องราวการเดินทางรอบโลกของอาจารย์ ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ถูกตีพิมพ์เผยแพร่ผ่านสื่อต่างๆ มากมาย ทั้งในประเทศและต่างประเทศ สำหรับ ท่านที่สนใจรายละเอียดสามารถสืบค้นได้จากหนังสือ “ปรีชา พิมพ์พันธุ์ จักรยานข้ามสามทวีป เล่ม ๑ และเล่ม ๒” จัดพิมพ์โดยสำนักพิมพ์ ไทยวัฒนาพานิช เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๐๘ ไม่เพียงแต่การเดินทางโดยจักรยานคันแรก เท่านั้น เกือบ ๒๐ ปีที่แล้ว ท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์ พันธุ์ ยังได้ฉลอง “แซยิด” แพ็คจักรยานคันที่ ๒ ขึ้น เครื่องบิน เพื่อไปปั่นตามแนวเส้นแวงจากอลาสก้า เรื่อยลงมาถึงอเมริกาใต้ ซึ่งเป็นทริปจักรยานสุดท้าย ของอาจารย์ อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ กับจักรยานคันที่สอง
10 วันนี้ถึงแม้จะเดินทางด้วยจักรยานไปเยือนครบทุกทวีปแล้ว แต่บันทึกการเดินทางเล่มใหญ่ ของ อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ยังไม่จบสมบูรณ์นัก อาจารย์บอกเราว่า “ถ้ายังมีเวลา เส้นทางในฝันของอาจารย์ คือ การได้นั่งรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ทางรถไฟสายยาวที่สุดในโลกสักครั้ง” ประสบการณ์การเดินทางโดยจักรยานของอาจารย์ปรีชา ผ่านประเทศต่างๆอย่างโชกโชน เช่น ประเทศพม่า (๕ ครั้ง) อินเดีย (๓ ครั้ง) ปากีสถาน (๑ ครั้ง) อิหร่าน (๑ ครั้ง) กรีซ (๑ ครั้ง) อิตาลี (๓ ครั้ง) สวิตเซอร์แลนด์ (๒ ครั้ง) ลักเซมเบอร์ก (๑ ครั้ง) เยอรมนี (๓ ครั้ง) เดนมาร์ค (๒ ครั้ง) สวีเดน (๒ ครั้ง) นอร์เวย์ (๒ ครั้ง) เบลเยี่ยม (๑ ครั้ง) เนเธอร์แลนด์ (๒ ครั้ง) อังกฤษ (๓ ครั้ง) สก๊อตแลนด์ (๑ ครั้ง) ไอร์แลนด์ (๑ ครั้ง) แคนาดา (๓ ครั้ง) สหรัฐอเมริกา (๘ ครั้ง) เม็กซิโก (๒ ครั้ง) กัวเตมาลา (๑ ครั้ง)ฮอนดูรัส (๑ ครั้ง) เอลซัลวาดอร์ (๑ ครั้ง) นิคารากัว (๑ ครั้ง) ปานามา (๑ ครั้ง) คอสตาริกา (๑ ครั้ง) โคลัมเบีย (๑ ครั้ง) บราซิล (๓ ครั้ง) อาร์เจนตินา (๓ ครั้ง) ชิลี (๒ ครั้ง) เปรู (๑ ครั้ง) โบลิเวีย (๑ ครั้ง)ปารากวัย (๑ ครั้ง) อาหรับอีมิเรสต์ (๑ ครั้ง) อียิปต์ (๑ ครั้ง) เคนยา (๑ ครั้ง) เซาท์อัฟริกา (๑ ครั้ง) จีน (๒ ครั้ง) ออสเตรเลีย (๕ ครั้ง) นิวซีแลนด์ (๒ ครั้ง) ปาปัวนิวกินี (๒ ครั้ง) ญี่ปุ่น (๒ ครั้ง) เกาหลี (๘ ครั้ง) ไต้หวัน (๕ ครั้ง) สิงคโปร์ (๘ ครั้ง) ฮ่องกง (๘ ครั้ง) มาเลเซีย (๕ ครั้ง) ลาว (๒ ครั้ง) กัมพูชา (๒ ครั้ง) เวียดนาม (๓ ครั้ง) สเปน (๑ ครั้ง) โปรตุเกส (๑ ครั้ง) โมนาโค (๑ ครั้ง) อินโดนีเซีย (๕ ครั้ง) ฟิลิปปินส์ (๕ ครั้ง) ศรีลังกา (๑ ครั้ง) ฟินแลนด์ (๑ ครั้ง) วันนี้ถึงแม้จะเดินทางด้วยจักรยานไปเยือนรอบโลกแล้ว แต่บันทึกการเดินทางเล่มใหญ่ ของอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ยังไม่จบสมบูรณ์นัก ท่านอาจารย์บอกเราว่า .... “ถ้ายังมีเวลา เส้นทางในฝันของอาจารย์ คือ...การได้นั่งรถไฟสายทรานส์ไซบีเรีย ทางรถไฟสายยาวที่สุดในโลกสักครั้ง” ท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ อดีตผู้จัดการอาวุโส ของโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา จังหวัด พระนครศรีอยุธยา ได้บอกกับทุกๆ คนเสมอว่า... “ไม่ได้สอนให้เขาเหมือนเรา แต่สอนให้เขารู้สึกว่าถ้าเขาอยากท าอะไรที่จะเป็นประโยชน์ก็ท าไป ชาตินี้เกิดมาแล้ว ถ้าไม่เริ่มท าอะไรเลยก็จะไม่ได้ท าสักอย่าง”
11 อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ กับการเป็น “โค้ชกีฬากอล์ฟทีมชาติ” ถ่ายภาพคู่กับ Bill Glasson (ซ้าย) และ Hurbert Green (ขวา) ที่ PGA West (Arnold Palmer Course) Palm Springs, California นอกจากความสามารถในการปั่นจักรยานแล้ว ท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ยังโปรดปรานกีฬากอล์ฟ เป็นชีวิตจิตใจ เคยทำหน้าที่โค้ชกอล์ฟทีมชาติไทย นำชัยชนะชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติหลายครั้ง โดยเฉพาะ การคุมทีมกอล์ฟทีมชาติไทย คว้าแชมป์ “ปุตรา คัพ สองสมัย” และมีลูกศิษย์ในวงการกีฬากอล์ฟอาชีพ ที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น ธงชัย ใจดี, บุญชู เรืองกิจ, ประหยัด มากแสง, ปรีชา เสนาพรหม, และ ถาวร วิรัตน์จันทร์ เป็นต้น ท่านอาจารย์ปรีชา ได้ฝากข้อคิดสะกิดเตือนใจไว้ว่า... “ไม่ได้เป็นคนไม่ยอมแพ้ เพราะไม่เคยคิดว่าเราจะต้องชนะ คิดเพียงแค่เราพอใจ อยากจะท าอะไร ก็ท าไป ไม่จาเป็นต้องท าเพื่อไปคุยหรือโอ้อวดกับใคร”
12 Jack Nicklaus จากซ้ายไปขวา อาจารย์ประวิทย์ อัศเวศน์, Arnold Palmer และอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ นอกจากความสามารถในการปั่นจักรยานแล้ว ท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ เคยเป็นผู้ฝึกสอนกีฬารักบี้ ฟุตบอล ชนะเลิศ ๓ ปี เคยเป็นนักกีฬากอล์ฟทีมชาติไทยในปี ๒๕๑๘ และโปรดปรานกีฬากอล์ฟเป็นชีวิตจิตใจ เคยทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนกีฬากอล์ฟทีมชาติไทย ๑๐ ปี (ชนะเลิศทุกปี) นำชัยชนะชื่อเสียงมาสู่ประเทศชาติหลาย ต่อหลายครั้ง โดยเฉพาะการทำหน้าที่ผู้ฝึกสอนกีฬากอล์ฟทีมชาติไทย คว้าแชมป์ “ปุตรา คัพ ติดต่อกัน สองสมัย” และมีลูกศิษย์ในวงการกีฬากอล์ฟอาชีพที่มีชื่อเสียงมากมาย เช่น บุญชู เรืองกิจ, ถาวร วิรัตน์จันทร์ ประหยัด มากแสง, ธงชัย ใจดี เป็นต้น นอกจากนั้นท่านอาจารย์ปรีชา และท่านอาจารย์จิระพันธุ์ พิมพ์พันธุ์ และคณะกรรมการชมรมหลายท่าน เช่น ท่าน เฉลียว จรัสศรี (นักกอล์ฟอาวุโส) อดีตผู้ว่าราชการจังหวัดเลย และท่านอื่นๆที่ไม่ได้เอ่ยนาม ยังได้ร่วมกันจัดแข่งขันกอล์ฟทุกเดือน ของ “ชมรมกอล์ฟอยุธยา” เป็นเวลา ติดต่อกัน ๑๐ ปี (พ.ศ. ๒๕๓๘-๒๕๔๘) มีสมาชิก ร่วม ๘๐๐ คน มีเงินเก็บสะสมเข้า “มูลนิธิชมรม กอล์ฟพระนครศรีอยุธยา เพื่อนักเรียนยากจน” จำนวน ๕๐๐,๐๐๐ บาท (ห้าแสนบาทถ้วน) อาจารย์ประวิทย์ อัศเวศน์ นายกสมาคมกอล์ฟไทยแคลิฟอร์เนีย พร้อมด้วย อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ น าเงินรายได้จากการแข่งขันกอล์ฟการกุศล มอบให้ พลเอก ชาติชาย ชุณหวัณ นายกรัฐมนตรี ณ ท าเนียบรัฐบาล
13 อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ กับการท าหน้าที่เป็น “ผู้พิพากษาสมทบ” อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ นอกจากการอุทิศตนช่วยเหลือสังคม ดังที่กล่าวมาแล้วข้างต้น ท่านอาจารย์ ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ยังได้ปฏิบัติหน้าที่ “ผู้พิพากษาสมทบ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัด พระนครศรีอยุธยา” ตลอดระยะเวลาที่ปฏิบัติหน้าที่ผู้พิพากษาสมทบ รุ่นที่ ๑ เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๓๗
14
15 ในครั้งนั้นยังเป็นแผนกคดีเยาวชนและครอบครัว ของศาลจังหวัดพระนครศรีอยุธยา
16 ต่อมาได้จัดตั้งเป็นศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ยังได้ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริต เที่ยงธรรม และเปี่ยมด้วยความเมตตาธรรม ยึดมั่นใน หลักนิติธรรมและประโยชน์สูงสุดของเด็ก เยาวชน และครอบครัว มีส่วนสำคัญในการอำนวยความ ยุติธรรม คุ้มครองสิทธิของผู้เยาว์และส่งเสริมโอกาสในการแก้ไขฟื้นฟูเด็กและเยาวชนให้กลับมา เป็นพลเมืองดีของสังคม
17 ผลงานสำคัญ ในปี ๒๕๔๖ ศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ได้เป็นเจ้าภาพ “จัดการประชุมผู้พิพากษาสมทบศาลเยาวชนและครอบครัวทั่วราชอาณาจักร” โดยมีงานเลี้ยงต้อนรับอย่างยิ่งใหญ่ ณ บริเวณวัดไชยวัฒนาราม จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
18
19 คุณูปการและความเสียสละของอาจารย์ ในฐานะผู้พิพากษาสมทบฯ จะเป็นที่ประจักษ์ และได้รับการจารึกจดจำด้วยความเคารพยิ่งตลอดไป
20 อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ กับการท าหน้าที่เป็น “นายกสโมสรโรตารี่” นอกเหนือจากการบริการช่วยเหลือกิจกรรมสาธารณประโยชน์ของสังคม ดังที่กล่าว มาแล้วข้างต้น ท่านอาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ยังได้ทุ่มเทกำลังกาย กำลังใจ กำลังสติปัญญา และ กำลังทรัพย์ ปฏิบัติหน้าที่ในฐานะ “นายกสโมสรโรตารี่พระนครศรีอยุธยา” ภาค ๓๓๕๐ โรตารี่ สากล ด้วยความมุ่งมั่น เสียสละและยึดมั่นในอุดมการณ์ “บริการผู้อื่นเหนือตนเอง” (Service Above Self) ของโรตารี่สากล ตลอดระยะเวลาในการดำรงตำแหน่งนายกสมสรโรตารี่พระนครศรีอยุธยา ได้เป็นประธาน ในการจัดประชุมใหญ่โรตารี่สากล ภาค ๓๓๕๐, ๓๓๖๐ (Rotary District Conference) โดย สโมสร โรตารี่พระนครศรีอยุธยา สโมสรโรตารี่ท่าเรือ และสโมสรอินเนอร์วีลพระนครศรีอยุธยา ร่วมกัน เป็นเจ้าภาพ จัดขึ้น ณ โรงแรมกรุงศรีริเวอร์ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา นอกจากนี้ยังเป็นนายกก่อตั้งสโมสรอินเตอร์แรคท์โรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา (Interact Club of Jirasartwitthaya School) เมื่อปี พ.ศ. ๒๕๒๙ และก่อตั้งสโมสรโรตาแรคท์ (Rotaract Club) มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลสุวรรณภูมิ ศูนย์หันตรา ภายใต้การอุปถัมภ์ของสโมสรโรตารี่ พระนครศรีอยุธยา อาจารย์ปรีชา พิมพ์พันธุ์ ได้สร้างคุณูปการอันเป็นประโยชน์แก่ชุมชน สังคมส่วนรวม เป็นแบบอย่างของผู้เปี่ยมด้วยคุณธรรม ความเมตตา และจิตอาสา คุณงามความดีและอุดมการณ์ แห่งการรับใช้สังคมของอาจารย์ จะยังคงเป็นแรงบันดาลใจแก่ชาวมวลมิตรโรแทเรี่ยนและผู้ที่ได้ ร่วมงานกับอาจารย์สืบไป ด้วยความส านึกในพระคุณอย่างสูงยิ่ง จาก ดร.ปฐมพงศ์ ศุภเลิศ ผู้จัดการอาวุโสโรงเรียนจิระศาสตร์วิทยา