Created in Canva
คํานํา หนังสือเล่มเล็กนี จัดทําขึ นเพื อเป นส่วน หนึ งของวิชา ประวัติศาสตร์ ชั นม.5 เพื อ ให้ได้ ศึกษาหาความรู้ในเรื องและได้ศึกษาอย่าง เข้าใจเพื อเป นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทําหวังว่า หนังสือเล่มเล็กนี จะเป น ประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที กําลังหาข้อมูลเรื องนี อยู่ หากมีข้อแนะนํา หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทําขอ น้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที นี ด้วย คํานํา หนังสือเล่มเล็กนี จัดทําขึ นเพื อเป นส่วน หนึ งของวิชา ประวัติศาสตร์ ชั นม.5 เพื อ ให้ได้ ศึกษาหาความรู้ในเรื องและได้ศึกษาอย่าง เข้าใจเพื อเป นประโยชน์กับการเรียน ผู้จัดทําหวังว่า หนังสือเล่มเล็กนี จะเป น ประโยชน์กับผู้อ่าน หรือนักเรียน นักศึกษา ที กําลังหาข้อมูลเรื องนี อยู่ หากมีข้อแนะนํา หรือข้อผิดพลาดประการใด ผู้จัดทําขอ น้อมรับไว้และขออภัยมา ณ ที นี ด้วย นางสาว สุพิชชา เหลาทอง ผู้จัดทํา นางสาว สุพิชชา เหลาทอง ผู้จัดทํา
สารบัญสารบัญ หน้า 4 5 6 7 8 9 10 11 ความหมาย ที ตั ง ประวัติความเป นมา ลักษณะเด่น การปกครอง ศาสนาเเละความเชื อ อิทธิพลต่อโลก สรุป
อารยธรรมเมโสโปเตเมีย เป น หนึ งในแหล่งอารยธรรมที เก่าแก่ ที สุดของโลก คําว่า "เมโสโปเต เมีย" มีความหมายว่า "ดินแดน ระหว่างแม่น าสองสาย" คือ แม่น าไทกรีส (TIGRIS) และยูเฟ รติส (EUPHRATES) (ป จจุบัน คือประเทศอิรักและซีเรีย) ดิน แดนแห่งนี เป นส่วนหนึ งของ พื นที รูปเสี ยววงเดือนอันอุดม สมบูรณ์ ซึ งเอื อต่อการเพาะ ปลูกและการตั งถิ นฐาน ความหมายความหมาย
ตั งอยู่ระหว่าง แม่น าไทกริสและ แม่น ายูเฟรทีส ในภูมิภาค ตะวันออกกลาง (ป จจุบันคือ ประเทศ อิรัก เป นส่วนใหญ่) ดิน แดนนี ถูกเรียกว่า "ดินแดนรูป พระจันทร์เสี ยวอันอุดมสมบูรณ์" (FERTILE CRESCENT) เพราะ เป นพื นที ราบลุ่มแม่น าที มีความ เขียวขจีและดินดีมากเนื องจากมี ตะกอนดินที พัดมากับน าท่วม ประจําป ท่ามกลางทะเลทรายที แห้งแล้งรอบๆ ที ตั งที ตั ง
ความเป นมาความเป นมา เมโสโปเตเมียเป นพื นที ราบ ลุ่มขนาดใหญ่ที ไม่มีปราการ ธรรมชาติ (ไม่มีภูเขาสูงหรือ ทะเลล้อมรอบ) ทําให้เป นชัยภูมิที เป ดโล่ง ความเป นมาของดิน แดนนี จึงไม่ใช่การปกครองของ ชนชาติเดียวแบบอียิปต์ แต่เป น ประวัติศาสตร์ที มีชนเผ่าต่างๆ (เช่น สุเมเรียน, บาบิโลเนียน, อัส ซีเรียน, คาลเดียน) หมุนเวียน กันเข้ารุกราน แย่งชิง และผลัด กันขึ นมาเป นใหญ่ตลอดเวลา
ลักษณะเด่นของคนใน อารยธรรมนี คือ "การเป นนัก ประดิษฐ์และผู้เอาชนะธรรมชาติ" พวกเขาเป นกลุ่มแรกที คิดค้น ระบบ ชลประทาน (ขุดคลอง ทําทํานบกั น น า) เพื อแก้ป ญหาน าท่วมและภัย แล้ง นอกจากนี ยังคิดค้น "ล้อ" เพื อ ใช้กับเกวียนในการเดินทางและการ ขนส่งสินค้า ซึ งปฏิวัติวิถีชีวิตของ มนุษย์ในยุคโบราณ ลักษณะเด่นลักษณะเด่น
ในยุคแรกปกครองในรูปแบบ "นครรัฐ" (CITY-STATE)เช่น เมืองอูร์ เมืองลากาช โดยแต่ละเมืองเป นอิสระ ต่อกัน มีกษัตริย์เป นผู้นําสูงสุดใน ฐานะ "ตัวแทนของเทพเจ้า" ต่อมา เมื อมีการทําสงครามและขยายอํานาจ จึงพัฒนาเปลี ยนไปสู่การปกครอง แบบ "จักรวรรดิ" ที รวมศูนย์อํานาจ ไว้ที เมืองหลวงเพียงแห่งเดียว การปกครองการปกครอง
ชาวเมโสโปเตเมียมีความเชื อ แบบ "พหุเทวนิยม" (POLYTHEISM) คือการนับถือ เทพเจ้าหลายองค์ โดยเชื อว่าสิ ง แวดล้อมและภัยธรรมชาติต่างๆ (น าท่วม ภัยแล้ง) เกิดจากความ ต้องการของเทพเจ้า พวกเขาจึง สร้าง "ซิกกูแรต" (ZIGGURAT) ซึ งเป นศาสนสถานทรงพีระมิดขั น บันไดขนาดใหญ่ไว้ใจกลางเมือง เพื อทําพิธีบูชาและเอาใจเทพเจ้า ศาสนาเเละความเชื อถือศาสนาเเละความเชื อถือ
มรดกสําคัญที ตกทอดมาถึง โลกป จจุบันมีมากมาย เช่น ระบบ เวลาและการคํานวณ (ระบบเลข ฐาน 60 ที แบ่ง 1 ชั วโมงมี 60 นาที และวงกลมมี 360 องศา) การคิดค้น ปฏิทินจันทรคติ ที แบ่งสัปดาห์ออกเป น 7 วันตาม ดวงดาว และสถาป ตยกรรมสุด ยิ งใหญ่อย่าง สวนลอยแห่งบาบิ โลน ที เป นสิ งมหัศจรรย์ของโลก ยุคโบราณ อิทธิพลต่อโลกอิทธิพลต่อโลก
สรุปสรุป สรุปได้ว่า อารยธรรมเม โสโปเตเมียคือ "อู่ อารยธรรมที เก่าแก่ที สุด ของโลก" แม้จะมีข้อจํากัด ทางทําเลที ตั งที แปรปรวน และเผชิญสงครามแย่งชิง อยู่บ่อยครั ง แต่ความ ท้าทายเหล่านั นกลับหล่อ หลอมให้กลุ่มชนต่างๆ สร้างสรรค์นวัตกรรม ทั ง ตัวอักษร กฎหมาย ชลประทาน และ ดาราศาสตร์ กลายเป น รากฐานสําคัญของความ เจริญในโลกยุคป จจุบัน