กลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๖) สาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม หนังสือเรียน รายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย นวภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔.
คํานํา เอกสารเสริมประสบการณ รายวิชาพื้นฐานภาษาไทย ชุดนวภาษาไทย ระดับชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ เลมนี้ นักศึกษาสาขาวิชาภาษาไทย หลักสูตรครุศาสตรบัณฑิต จัดทําขึ้นเพื่อเปนสื่อการเรียนรูที่สอดคลองกับหลักสูตร แกนกลางการศึกษาชั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๖) โดยมีวัตถุประสงคเพื่อ พัฒนาทักษะภาษาไทยอยางมีประสิทธิภาพ เสริมสรางความรูความเขาใจเกี่ยวกับลักษณะของภาษาไทยและ สืบสานภูมิปญญาทางภาษา แนวทางการนําเสนอของเอกสารเสริมประสบการณรายวิชาพื้นฐาน ภาษาไทย นวภาษาไทย ระดับชั้น ประถมศึกษาปที่ ๔ มุงเนนใหนักเรียนไดเรียนรูทักษะทางภาษาจากการอาน เขียน ฟง ดู พูด เรื่องที่นาสนใจ ผสานความเขาใจของลักษณะภาษาไทย ตระหนักรับรูในความงามของภาษา ภูมิปญญาทางภาษา กระบวนการคิดและบูรณาการ เพื่อนําไปสูการเรียนรูดวยตนเองและกระตุนความสนใจ สามารถพัฒนา ทักษะทางภาษาเหมาะกับชวงวัย ชั้นปและเต็มตามศักยภาพสูงสุด เปนพื้นฐานของการคิดเชื่อมโยงในการเรียน รูกลุมสาระการเรียนรูกลุมอื่นปลูกฝงวัฒนธรรมทางภาษาความเปนไทย และความเปนคนดีของสังคมไทย และ สังคมโลกรวมทั้งการนําความรูและความคิดไปใชเปนแนวทางในการดําเนินชีวิตตอไป คณะผูจัดทําหวังเปนอยางยิ่งวาเอกสารเสริมประสบการณเลมนี้จะเปนประโยชนในการจัดการเรียนรูให บรรลุเปาหมายและเปนประโยชนตอการจัดการเรียนรู และบรรลุตามจุดมุงหมายของหลักสูตร หากมีขอเสนอ แนะใด ๆ กรุณาแจงสาขาวิชาภาษาไทย คณะครุศาสตร มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม เพื่อที่จะไดปรับปรุงแกไข ใหสมบูรณมากยิ่งขึ้นขอขอบคุณอาจารย ดร.สุชัญญา วงคเวสชที่ปรึกษาในการจัดทําเอกสารเสริมประสบการณ ใหลลวงดวยดี ณ โอกาสนนี้ คณะผูจัดทํา.
คําแนะนําสําหรับครู การวางแผนจัดการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ครูจําเปนตอง ๑. ศึกษาหลักสูตรและเอกสารที่เกี่ยวของกับหลักสูตร เพื่อใหเขาใจมาตรฐาน การเรียนรูและตัวชี้วัด หรือสิ่งอันพึงประสงคที่ควรจะเกิดแกนักเรียน ๒. ศึกษาหนังสือเรียน นวภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะ แลวจัดการเรียนรู โดยใชเนื้อหาแตละบทของ หนังสือเรียน เพื่อใหนักเรียนไดเรียนรูจากหนังสือเรียน นวภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะ ตลอดปการศึึกษา ๓. ศึกษาหนังสือเรียน นวภาษาไทยเพื่อพัฒนาทักษะ ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ ทุกเลม ทุกบทอยาง ละเอียด เพื่อใชเปนสื่อหลักในการจัดการเรียนการสอนภาษาไทย หนังสือหรือสื่ออื่น ๆ เพื่อใชเสริิมในการ จัดการเรียนการสอนภาษาไทยแลวจัดหนวยการเรียนรูและแผนการจัดการเรียนรูตามความเหมาะสม ๔. ศึกษาพื้นฐานความรูความสามารถดานภาษาไทยและดานอื่น ๆ ของนักเรียนโดยปฏิบัติ กิจกรรม ทดสอบ สัมภาษณ ฯลฯ และกอนเริ่มบทเรียนควรเตรียมความพรอมอยางนอย ๑-๒ สัปดาห การจัดกิจกรรมการเรียนรูภาษาไทย ชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ โดยใชหนังสือเรียน รูภาษาไทยเพื่อพัฒนา ทักษะ ครูจําเปนตองเขาใจแนวการนําเสนอเนื้อหาแตละบทของหนังสือเรียน เรียนรูภาษาไทยเพื่อพัฒนา ทักษะรอบดานอยางสรางสรรค ซึึ่งประกอบดวย บทอาน นําเสนอเปนเรื่องที่นาสนใจและมีตัวละคร เพื่อใหนักเรียนมีความ สนุกสนานเพลิดเพลิน สงเสริมนิสัยรักการอาน รูจักใชภาษาไทยที่ ถูกตอง ไพเราะสละสลวย และแทรกเนื้อหา ความคิดที่บูรณาการวิถีความเปนไทย ภูมิปญญาทองถิ่น สงเสริม คานิยมที่พึงประสงคและรูจักเทาทันโลกตามประสบการณ และ ชั้นป.
บทอานเสริม จัดไวเพิ่มเติมจากบทอาน เรียบเรียงขึ้นใหสอดคลองกับ แกนของเรื่องแตละบท บางบทเรียบเรียงเปนรอยแกว และบางบทเรียบเรียงเปนรอยกรอง ศัพทนารู เสนอความรูและความหมายของคําศัพทที่นักเรียนควร ศึกษา เสนอเนื้อหาใหความเขาใจดานหลักภาษาและการใช ภาษาที่นักเรียนในชั้นนี้ตองเรียนรู อธิบายเสริมเพิ่มเติมความรู กิจกรรม เปนสวนเสนอแนะใหนักเรียนไดฝกทักษะภาษาและ ความคิดในแตละบท ครูสามารถตอยอดความคิด หรือ ปรับกิจกรรมไดอยางอิสระ และสรางสรรคใหสอดคลอง กับนักเรียน ไมจําเปนตองทําทุกกิจกรรม ใหเลือกตาม ความความเหมาะสม หมายเหตุ มีการใชคิิวอารโคดเพื่อใหผูเรียนสามารถเขาถึง เนื้อหาและกิจกรรมเพิ่มเติิมได โดยครูจะตองชวยผูเรียน ในการใชเทคโนโลยีเพื่อสแกนคิวอารโคดเพื่อใหนักเรียน สามารถเรียนไดอยางเต็็มที่ผูเรียนควรเรียนรูแบบฝกหัด หนังสือเรียนรายวิชาพื้นฐานภาษาไทย.
สารบัญ บทที่ หนา ๑ หัวใจของกอนเมฆ อานเสริม : เคล็ดลับของเด็กเกง หลักและการใชภาษา : วิธีการอานจับใจความสําคัญ ๑ ๒ ผูพิทักษภาษา อานเสริม : การใชสํานวนในชีวิตประจําวัน หลักและการใชภาษา : สํานวน สุภาษิต คําพังเพย ๑๗ ๓๑๓ ดินแดนระเบียบสุข อานเสริม : ดินสอวิเศษ หลักและการใชภาษา : การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ๔ ความภูมิใจที่ไมไดสราง อานเสริม : โตไปไมโกง หลักและการใชภาษา : หลักการเลือกอานหนังสือที่มีคุณคา ๔๕.
สารบัญ บทที่ หนา ๕ ธารนํ้าใจสูภัยพิบัติ อานเสริม : นกกระจาบกับฝูงลิง หลักและการใชภาษา : การพูดแสดงความรูสึก ๖ พอเพียงสูความยั่งยืน อานเสริม : ความรูลํ้าคา เศรษฐกิจพอเพียง หลักและการใชภาษา : การแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ๗ เมกาหนุมาน อานเสริม : เมืองไทยเมืองทอง หลักและการใชภาษา : การแตงกลอนสี่ ๖๑ ๗๗ ๙๑.
สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด บทที่ ๑ สาระที่ ๑ การอาน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหา ในการดําเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอาน ท ๑.๑ ป.๔/๓ อานเรื่องสั้น ๆ ตามเวลาที่กําหนดและตอบคําถามจากเรื่องที่อาน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราว ในรูปแบบตาง ๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมี ประสิทธิภาพ ท ๒.๑ ป.๔/๓ เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใชพัฒนางานเขียน จุดประสงค/พฤติกรรม ๑.นักเรียนสามารถตอบคําถามจากเรื่องที่อานได ๒.นักเรียนสามารถเขียนแผนภาพความคิดได ๓.นักเรียนมีความตั้งใจและกระตือรือรนในการทํางาน สมรรถนะสําคัญ ๑.ความสามารถในการสื่อสาร ๒.ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค ใฝเรียนรู ๑
ทามกลางตึกสูงเสียดฟาและเสียงแตรรถยนตที่ดังไมขาดสาย “กอนเมฆ” เด็กชายวัย ๑๐ ขวบจากหมูบานชาติพันธุบนดอยไกลโพนยืนเก ๆ กัง ๆ อยูหนาประตู โรงเรียนใหมในเมืองหลวง เขามาเปนนักเรียนแลกเปลี่ยนเพื่อหาประสบการณใหม แต ทุกอยางที่นี่ดูแปลกตาและวุนวายไปหมด กอนเมฆรูสึกไมคุนเคยแตกลับรูสึกตื่นเตนกับ สิ่งรอบตัว กอนเมฆมักเปนเด็กที่ชางสังเกต อยากรูอยากเห็นและชอบตั้งคําถามบอย ๆ และเขามักจะจดบันทึกเรื่องที่สงสัยไวเสมอ วันแรกของการเรียนนั้น กอนเมฆพบ วาเนื้อหาวิชาในวิชาภาษาไทยคอนขางยาก สําหรับตนเองขณะที่กอนเมฆนั่งหนาเครียด อยูหลังหองครูประจําวิชาภาษาไทยเดินเขามาพรอมเอกสารในมือ “นักเรียนทุกคนตั้งใจฟงนะครับ อีกหนึ่งสัปดาหเราจะมีการสอบวิชาภาษาไทย พื้นฐาน ขอใหนักเรียนทบทวนบทเรียนเรื่องการอานจับใจความสําคัญใหดี” เขาพยายามกมหนากมตาอานหนังสือเลมหนาแตตัวหนังสือไทยดูเหมือนจะสลับที่กัน ไปมา จนเขาอานไมเปนประโยค กอนเมฆรูสึกทอแทเพราะเขาไมถนัดวิชานี้ เอาเสียเลย ความกังวลทําใหเขาเริ่มรูสึกวากระสับกระสาย และเผลอทําดินสอหลน พื้นอยูบอยครั้งจนเพื่อน ๆ หันมามอง “ดูกอนเมฆสิ อานหนังสือก็ชาเหมือนเตาคลานเลย” เสียงของ “เกง” หัวโจก ประจําหองดังขึ้นพรอมกับเพื่อน ๆ ที่หัวเราะเยาะ เกงเดินเขามาแยงหนังสือจากมือ กอนเมฆแลวชูขึ้นสูง กอนเมฆพยายามจะควาคืนแตดวยความประหมาทําใหเขาสะดุดขา ตัวเองจนเกือบจะลมลงทามกลางเสียงหัวเราะที่ดังขึ้นกวาเดิม หัวใจของกอนเมฆ ๓
“ทําอะไรกันหยุดแกลงเพื่อนเดี๋ยวนี้ เลยนะเกง” เสียงใส ๆ ของ “สุขสันต” ดัง ขึ้นเด็กหญิงผูหญิงผมเปยยาวนักเรียนดีเดน เธอเดินเขามาอยางไมเกรงกลัวและสุขสันต บังเอิญเดินผานมาเห็นเหตุการณพอดี เธอก็ จองหนาเกงอยางเขม็งจนเขาเริ่มที่จะทําตัว ไมถูกและยอมลดมือที่ถือหนังสือลง สุขสันตหันมาหา พรอมกับสงยิ้มใหกอนเมฆ “ไมตองเสียใจไปเลย อีก หนึ่งอาทิตยจะสอบแลวลองมาปรึกษาเราก็ไดนะ” กอนเมฆหยุดสะอื้นและก็เริ่ม ฉุกคิดไดวาความเศราไมไดชวยอะไร เขาจึงนั่งไตรตรองและไดตัดสินใจวาเขาจะ ใชเวลาที่เหลือเพื่อเตรียมตัวสอบใหดีที่สุดเพื่อพิสูจนตัวเอง “กอนเมฆเรามีเคล็ดลับมาฝาก” สุขสันตอธิบายพรอมกางสมุดจดสรุปที่ มีสีสันสดใส “การอานภาษาไทยตองเนนการจับใจความสําคัญมองหาวาใคร ทําอะไร ที่ไหน” เธอคอย ๆ สอนใหกอนเมฆมองเห็นความเชื่อมโยงของเนื้อหาในบทเรียน แทนที่จะกังวลกับคํายาก ๆ เพียงอยางเดียว ทําใหกอนเมฆเริ่มสนุกกับการเรียน เปนครั้งแรก ตลอดหนึ่งสัปดาหกอนสอบ กอนเมฆใชเวลาหลังเลิกเรียนํ้าอยูใน หองคอมพิวเตอร เพื่อแสวงหาความรูทบทวนบทเรียน คอยถามครูและเพื่อน ในสิ่งที่ตนไมเขาใจและฝกทําแบบฝกหัดอยาสมํ่าเสมอ เขาเชื่อวาความรูเกิด จากการเรียนรูและลงมือคนหาคําตอบดวยตนเอง “ไมตองเสียใจนะ อีกหนึ่งอาทิตยจะสอบแลวลองมาปรึกษาเราก็ไดนะ” ๔
เมื่อวันสอบมาถึง กอนเมฆสูดลมหายใจลึก ๆ อานโจทยแตละขออยางใจเย็น และรอบคอบ เขานึกถึงคําแนะนําของครูและเพื่อน พรอมนําความรูที่ไดจากการอาน และคนควา มาใชตอบคําถามอยางมั่นใจตอนนี้เขาเริ่มชํานาญในการมองหาการจับใจ ความสําคัญของเรื่องที่อานแลว มือที่เคยสั่นเทา ตอนนี้กลับเขียนคําตอบลงไปไดอยาง คลองแคลว และตางจากวันแรกอยางสิ้นเชิงเมื่อผลสอบประกาศออกมาทุกคนในหอง ตางตองตกใจจนตะลึงเพราะชื่อของกอนเมฆติดอยูในกลุมผูที่ไดคะแนนดีเยี่ยม ครูไดชื่นชมความพยายามของเขา ตอหนาเพื่อนทั้งหอง “ความสําเร็จของกอนเมฆเกิดจาก การที่ใฝรูใฝเรียนและไมหยุดคนหาความรู ใหม ๆ” ครูกลาว สุขสันตดีใจไปกับเพื่อน กอนเมฆ ยิ้มดวยความภูมิใจ เขาไดเรียนรู วาการคนหาความรูใหม ๆ และการเปดใจ ที่จะเรียนรูจากผูอื่น ทําใหภารกิจการสอบ ที่ยากและลําบากครั้งนี้ผานลุลวงไปดวยดี อยางนาประทับใจ สุขสันตกระโดดดีใจไป พรอมกับกอนเมฆ “เห็นไหม เราบอกแลววากอนเมฆทําได” “ขอบคุณเธอมาก ๆ เลยนะสุขสันต” กอนที่กอนเมฆจะจบการแลกเปลี่ยน และกลับบานที่ชนบท เกงเดินเขามา หาเขาดวยทาทางเขิน ๆ “เราขอโทษนะที่เคยแกลงนาย นายเกงมากจริง ๆ” ๕
กอนเมฆยิ้มตอบและขอบคุณเพื่อนใหมทุกคน นับจากวันนั้น กอนเมฆยังคงเปน เด็กชายที่ชอบเรียนรูสิ่งใหม ๆ อยูเสมอ เพราะเขาเชื่อวาความรูไมมีวันสิ้นสุด และใน ทุกคําถามยอมนําไปสูการคนพบสิ่งที่มีคุณคาเสมอ วันหนึ่งกอนเมฆสังเกตเห็นวาหองสมุดเล็ก ๆ ของโรงเรียนมีหนังสือเกาเก็บอยู จํานวนมาก แตแทบไมมีนักเรียนเขาไปอาน เขาจึงเกิดความสงสัยวา “จะทําอยางไรนะ เพื่อน ๆ ถึงจะอยากเขามาอานหนังสือมากขึ้น” เขาจึงลอง ปรึกษาครูและเพื่อน ๆ แลวชวยกันจัดหนังสือใหเปนหมวดหมู พรอมทําปายแนะนํา หนังสือที่นาสนใจ กอนเมฆไดแบงปนความรูที่เคยไดเรียนใหกับเพื่อนและนอง ๆ ในหมูบาน ไมนานนักหองสมุดที่เคยเงียบเหงาก็เริ่มมีนักเรียนเขามาใชบริการมากขึ้น กอนเมฆรูสึกดีใจที่ความรูไมไดมีประโยชนเฉพาะกับตนเอง แตยังสามารถแบงปนใหผู อื่นไดอีกดวยตั้งแตนั้นมา กอนเมฆจึงตั้งใจวาจะไมหยุดเรียนรู ไมวาจะอยูในเมืองใหญ หรือหมูบานเล็ก ๆ ๖ หลังจากที่กอนเมฆไดกลับมาถึง หมูบาน เขายังคงจดจําประสบการณ ที่ไดจากการเปนนักเรียนแลกเปลี่ยน ไดเปนอยางดี เขาไดเลาเรื่องราวที่ได พบเจอในเมืองหลวง ใหกับครอบครัว และเพื่อนไดฟงดวยความตื่นเตน โดย เฉพาะในเรื่องของการเรียนภาษาไทย อีกทั้งวิธีคนควาหาความรู ดวยตนเอง มาปรับใชในการเรียนชีวิตประจําวัน
เรื่อง เคล็ดลับของเด็กเกง วิธีการอาน ประเภทและตัวอยางของแผนภาพความคิด ( Infographic) บทอานเสริม ๗
๔.ตัวอยางประโยคการใช ฉุกคิด : ฉันฉุกคิดขึ้นมาไดวาลืมปดไฟ ไตรตรอง : เราควรไตรตรองใหดีกอนพูดเสมอ กระสับกระสาย : เขานอนกระสับกระสายเพราะกังวลเรื่องสอบ เคล็ดลับ : แมบอกเคล็ดลับการทําอาหารใหอรอย ลุลวง : ในที่สุดงานนี้ก็สําเร็จลุลวงไปดวยดี ๑.ฉุกคิด ๒.ไตรตรอง ๓.กระสับกระสาย ๔.ทอแท ๕.เคล็ดลับ ๖.ลุลวง ๗.ตะลึง ๘.ถนัด ๙.เนื้อหา ๑๐.ปรึกษา ๑๑.คุนเคย ๑๒.แสวงหา ๑๓.เสมอ ๑๔.บังเอิญ ๑๕.ชํานาญ คิดขึ้นมาไดเอง คิดทบทวนอยางละเอียด อาการที่อยูนิ่งไมไดเพราะไมสบายตัว หรือกังวลใจ นอนไมหลับ พลิกตัวไปมา รูสึกหมดพลัง วิธีการที่พิเศษทําแลวไดผลดีมากซึ่งมีไมกี่คนที่รู ทํางานหรือทําสิ่งยากๆ ไดสําเร็จเสร็จสิ้นไปดวยดี อาการอึ้ง ตัวแข็งทื่อ ไปชั่วขณะ เพราะเจอเรื่องที่นาตกใจหรืออัศจรรยใจ ทําสิ่งนั้นไดดี ทําไดงาย ๆ เพราะทําเปนประจํา เรื่องราว สาระ หรือรายละเอียดหลัก ๆ ที่อยูในหนังสือในบทเรียน การไปพูดคุยเพื่อขอความคิดเห็น ขอคําแนะนํา หรือขอความชวยเหลือจากคนอื่น สนิทสนมกัน เคยเห็นหรือเคยทําบอย ๆ จนชิน ไมรูสึกแปลกหนา พยายามหาบางสิ่งบางอยางมาใหได ทําเปนประจํา เรื่องที่เกิดขึ้นเองโดยไมไดตั้งใจหรือไมไดนัดหมายลวงหนา ทําสิ่งนั้นบอยมากจนทําไดคลองแคลวและไมมีผิดพลาด คําศัพทนารู ๘
หลักการอานจับใจความสําคัญดวยวิธี 5W1H ๑. อาน เพื่อทําความเขาใจเนื้อหาในแตละยอหนา ๒. คิด โดยตั้งคําถามวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไร อยางไร ๓. เขียน รางขอความหรือคําตอบที่ไดไวเปนตอน ๆ ๔. เรียบเรียง นําขอความที่สรุปไวมาเรียบเรียงใหเปนขอความ โดยใชคําสันธาน เชื่อมและเปนสํานวนภาษาของตนเอง อธิบายเพิ่มเติมความรู ๙
๑๐
ตัวอยางการเขียนแผนภาพความคิดจากเรื่องที่อาน ตนไมกับขวาน ชายคนหนึ่งตองการจะเขาไปตัดไมในปาเพื่อนํามาสรางบานหลังใหม แตเขายังไมอาจ ทําไดเพราะขวานที่เขามีอยูนั้นไมสามารถใชงานไดเนื่องจากดามขวานหักเขาจึงตัดสินใจเดินทาง ขึ้นไปบนยอดเขา ที่เต็มไปดวยตนไมมากมาย และมาหยุดที่ตนไมใหญตนหนึ่งพรอมกับพูดขึ้นวา “ทานตนไม ขาขอกิ่งไมสักกิ่งหนึ่งจากลําตนของทานไดไหม” ตนไมใหญจึงหันกลับมาขอคําแนะนําจากเพื่อน ๆ ตนไมตนหนึ่งจึงพูดขึ้นวา “เจาใหกิ่งไมเล็กๆ เขาไปเถอะ เขาจะไดไมมารบกวนพวกเราอีก” ตนไมใหญเห็นดวยจึงมอบกิ่งไมเล็กใหชายผูนั้นไป ๑ กิ่ง วันตอมาชายคนนั้นไดนําเอากิ่งไมไปทํา เปนดามขวาน และเดินทางกลับเขามาในปาใหมอีกครั้งพรอมกับโคนตนไมลงจนเกือบหมดปา เมื่อตนไมใหญเห็นเชนนั้นจึงพูดขึ้นวา “ขาไมนึกเลยวาความเมตตาของเราจะเปนสิ่งที่นําหายนะมาสูพวกพองของเราเอง!” ขั้นตอนการเขียนแผนภาพความคิด การเขียนแผนภาพความคิด คือ การถายทอดความคิดจากสมองลงบนกระดาษแผนเดียว โดยใหเขียน ประเด็นหลักไวตรงกลาง เขียนประเด็นรองลอมรอบประเด็นหลักประเด็นยอยลอมรอบประเด็นรองแยกออก มา โดยการใชภาพ สี เสน และการโยงใยใหมีเนื้อหาที่เกี่ยวของสัมพันธกัน แตละประเด็นมักจะเปนคําสําคัญ สั้น ๆ ที่มีความหมายชัดเจน ขั้นตอนการสรางแผนภาพความคิด ๑. เลือกประเด็นหลักไวตรงกึ่งกลางหนากระดาษ ๒. เขียนประเด็นรองที่สัมพันธประเด็นหลักไวรอบ ๆ ประเด็นหลัก ๓. เขียนประเด็นยอยที่มีความสัมพันธกับประเด็นรองแตกออกรอบ ๆประเด็นรอง ๔. ใชเสน สี ภาพ หรือสัญลักษณตกแตงเพื่อสื่อความหมายเปนตัวแทนความคิดใหชัดเจนมากยิ่งขึ้น ๕. เขียนคําสําคัญบนเสนและเสนตองเชื่อมโยงกันเพื่อแตกความคิดของหัวเรื่องออกเปนกิ่งหลายกิ่งตาม ความเหมาะสมของเนื้อหา ๖. ไมมีการตีกรอบ ใหคิดตามอิสระมากที่สุด ๗. ใชกระดาษที่ไมมีเสนหรือลวดลาย ใหตกแตงตามใจชอบ ๑๑
แผนภาพใยแมงมุม แผนภาพกางปลา ๑๒
แผนภาพตนไมั แผนภาพเปรียบเทียบ ๑๓
แผนภาพขั้นบันได แผนภาพโครงสราง ๑๔
เสวนา แลกเปลี่ยน (ฟง/พูด) นักเรียนแตละกลุมนําเสนอแผนภาพความคิดจากบทอานหลัก เรื่อง หัวใจของกอนเมฆ และรวมกันแลกเปลี่ยนความคิดพรอมบอกประโยชนในการนําไปใชในชีวิตประจําวัน ระดมความคิด มุงคําตอบ นักเรียนทําใบงานสรุปหลักการอานจับใจความสําคัญจากเรื่องที่อานโดยใชวิธี 5W1H เสวนาแลกเปลี่ยน กิจกรรม ๑๕
แบงกลุมนักเรียน กลุมละ ๓-๔ คน ชวยกันอานเรื่องและนํามาเขียนแผนภาพความคิดลงในกระดาษเอสี่ จากจากบทอานที่กําหนดใหตอไปนี้ หอหมกทาทอง หอหมกเปนอาหารพื้นเมืองดั้งเดิมของไทย แตสมัยกอนจะใชวิธีการหอใบตองแลวนํามาใสใตเตา ที่มีขี้เถาใสลงไปใหมีขี้เถาอยูรอบ ๆ หอ โดยเรียกวิธีนี้วา “หมก” อาศัยความรอนจากถานดานบน โดย ดานบนสามารถปรุงอาหารไดตามปกติซึ่งจะใชเวลา คอนขางนานสําหรับการหมกเนื่องจากไมไดสัมผัส ไฟโดยตรง ตอมาพัฒนาเปนการยางบนเตา จนกระทั่งลังถึงของจีนเขามาจึงเปลี่ยนเปนการนึ่งแทน แต กระนั้นก็ยังใชคําวา หอหมก อยูเหมือนเดิมทั้งที่ไมไดทําใหสุกโดยการหมกอีก ผูคนสวนใหญคุนลิ้นกับ หอหมกของปกษใตมากกวาหอหมกทางภาคกลางซึ่งรสชาติไมจัดจานเหมือนหอหมกใต เครื่องแกงที่ใส ขมิ้นทําใหสีหอหมกเหลืองสวยไมซีด หอหมกชาวปกษใตนิยมใชปลาทะเลหรือของทะเล สวนผักที่รอง จะเปนใบชะพลูยืนพื้นบางครั้งใชใบมัน กานคูน หรือโชนรองแทน แตไมนิยมใชใบยอ ใบโหระพาเหมือน ภาคกลางในตําบลทาทองใหม อําเภอกาญจนดิษฐ มีการทําประมงพื้นบานดวยเรือลําเล็ก ปู ปลา และกุง อาหารทะเลคอนขาง อุดมสมบูรณ มีโอกาสไดเจอรานขายหอหมกหลากหลายเจา ซึ่งหอหมกที่นี่ทํากินมาตั้งแตรุนแมทําขาย บางทํากินเองบาง จึงทําใหสูตรหอหมกตกทอดมาถึงทุกวัน (ออนไลน : ๒๕๖๐) เขียนสนุกสุดหรรษา ๑๖
สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด บทที่ ๒ สาระที่ ๑ การอาน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรู และความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจแกปญหาในการ ดําเนินชีวิตประจําวันและมีนิสัยรักการอาน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๔/๒ อธิบายความหมายของคํา ประโยค และสํานวนจากเรื่องที่อาน สาระที่ ๒ หลักการใชภาษา มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ตาง ๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศ และรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๔/๖ บอกความหมายของสํานวน จุดประสงค/พฤติกรรม ๑. อธิบายความหมายของคํา และสํานวนจากเรื่องที่อานไดอยางถูกตอง ๒. บอกความหมาย และลักษณะของสํานวนไทย สุภาษิต คําพังเพยไดอยางถูกตอง ๓. เลือกใชสํานวนไทยใหเหมาะสมกับสถานการณ ๔. แตงเรื่องสั้นโดยใชสํานวนไทยไดอยางถูกตอง ๕.มีความรับผิดชอบในการทํางาน สมรรถนะ ๑. ความสามารถในการคิด ๒. ความสามารถในการสื่อสาร ๓. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต คุณลักษณะอันพึงประสงค มุงมั่นในการทํางาน ๑๗
เหนือผืนเมฆสีขาวนั้นมีนครลอยฟาชื่อ “อักษรา” เมืองที่ทุกอยางขับเคลื่อนไป ดวยแกนภาษา พลังจากคําศัพท สํานวน สุภาษิต และคําพังเพยไทยเมื่อผูคนใชภาษา ไดถูกตองแกนภาษาจะเปลงแสงสีทองออกมา แตหากใชภาษาไดไมถูกตองพลังนั้นจะ ออนลง และเมืองจะคอย ๆ มืดมิด ลูนา โนวา และออโรรารีบมาสมทบพรอมกัน กอนที่ครูเอวาผูที่ดูแลแกนภาษา จะปรากฏตัวพรอมผลึกภาษา “พวกเธอไดรับเลือกเปนผูพิทักษภาษารุนเยาวเพื่อหยุดยั้งไวรัสบากิ” ครูเอวาชี้ไปยัง หอคอยสํานวน “จงเดินทางไปยังหอคอยแตละชั้นมีบททดสอบหากเพียงทองจําสํานวน ประตู จะไมเปด ตองเขาใจความหมายและนําไปใชแกปญหาจริง พลังของสํานวนจึงจะกลับ คืนมา” ทั้งสี่มองหนากันดวยความมุงมั่น ไคสูดหายใจลึกกอนตอบวา “พรอม!” ผูพิทักษภาษา เชาวันหนึ่งไคเด็กชายชั้นประถมศึกษาปที่ ๔ กําลังนั่งรถไฟเมฆไปโรงเรียนทันใดนั้นเสียงสัญญาณ เตือนภัยก็ดังขึ้นรถไฟหยุดนิ่งกลางอากาศแสงไฟทั่ว เมืองดับลง ปายรานคากลายเปนตัวอักษร เลือนราง ลูมิผูชวยเอไอรูปนกฮูกก็บินออกจากนาิกาที่ขอมือ “สถานการณฉุกเฉิน! ไวรัสบากิกําลังเริ่มที่จะ ลบสํานวนไทยออกจากแกนภาษา ถาวาหากสํานวน หายไปเมืองจะตกอยูในความมืด” ๑๙
ประตูแสงสีทองคอย ๆ เปดออกทั้งสี่จึงกาวเขาสูหอคอยสํานวนเพื่อเริ่มภารกิจ ปกปองภาษาไทย “เดี๋ยวกอน… สํานวนนี้ไมไดหมายถึงการตักนํ้าจริง ๆ” ลูนาอธิบายวา “นํ้าขึ้นใหรีบตัก หมายถึง เมื่อมีโอกาสที่ดีก็ตองรีบลงมือทํา ไมปลอยใหโอกาส ผานไป” ทุกคนจึงแบงหนาที่กันใรการสรางสะพาน ไมนานสะพานก็เสร็จกอนหมดเวลา นํ้าหยุดไหลและประตูบานแรกเปดออกพรอมแสงสีทอง เสียงจากหอคอยกลาววา “ผูที่รูจักควาโอกาส ยอมกาวสูความสําเร็จกอนผูอื่น” ทั้งสี่จึงเขาใจวา สํานวนไทยไมใชเพียงสิ่งที่ตองทองจํา แตสามารถนําไปใชเพื่อที่จะแก ปญหาในชีวิตจริงได หองตอมาเต็มไปดวยฟนเฟองทองคําและสะพานกลไกที่สรางคางไว ถาหากวา ซอมไมทันเวลาทุกคนจะเดินทางตอไมได โนวารีบประกอบฟนเฟอง โดยไมตรวจสอบ ตําแหนง ทําใหสะพานสั่นสะเทือนและพัง ไคจึงหยิบแบบแปลนขึ้นมา “เราลองทําตามขั้นตอนทีละอยางดีกวา” ลูนาตรวจฟนเฟอง ออโรราสงอุปกรณ สวนโนวา ประกอบใหมอยางรอบคอบ ไมนาน สะพานก็ซอมสําเร็จ ประตูบานที่สองเปดออก ๒๐ เมื่อถึงหองแรกนํ้าจํานวนมหาศาล ไหลทะลักเขามาโนวาและออโรรารีบตักนํ้า แตวากลับไมชวยใหนํ้าลดลง ไคสังเกตเห็น นาิกาทราย กลองไม และอุปกรณที่ใชใน การสรางสะพาน จึงเขาใจทันที
เสียงจากหอคอยกลาววา “ชา ๆ ไดพราเลมงามผูที่ไมเรงรีบยอมทํางานไดรอบคอบประสบความสําเร็จ” โนวาพยักหนา “ตอไปฉันจะคิดและตรวจสอบใหดีกอนลงมือทํา” ทั้งสี่จึงเขาใจวา ความรอบคอบชวยลดความผิดพลาดและนําไปสูความสําเร็จ หลังจากผานหองที่สอง ทั้งสี่เดินทางมาถึงเมืองแหงโดรน เมืองอัจฉริยะ ที่มีทั้ง ระบบควบคุมเกิดขัดของ มีภารกิจพรอมกันสี่อยาง ไดแก ซอมหุนยนต สงยา ควบคุม โดรน และปลดล็อกประตูเมือง โนวาพูดอยางมั่นใจ ทุกคนแยกยายทําหนาที่ไมนานระบบทั้งหมดก็กลับมาทํางานแสงสีฟาสวางทั่ว เมือง เสียงจากหอคอยกลาววา “จับปลาสองมือ หมายถึง การทําหลายอยางพรอมกันจนไมสําเร็จสักอยาง” โนวาเขาใจและกลาววา “ตอไปฉันจะวางแผนและทํางานทีละอยาง” ทั้งสี่เรียนรูวาการแบงหนาที่ และทํางานเปนอยางทีมชวยใหงานสําเร็จไดดีกวาการทํา ทุกอยางเพียงคนเดียว เมื่อผานบททดสอบทั้งสามดาน ทั้งสี่มาถึง สวนลอยฟาคริสตัลที่เก็บผลึกภาษา ชิ้นสุดทายไวบนยอดตนไม รอบตนไมมีแทนลอยเคลื่อนที่ตลอดเวลาทั้งสี่ผลัดกัน กระโดดควาผลึก แตพลาดหลายครั้ง “เดี๋ยวฉันทําเองทั้งหมด!” โนวาพูดขึ้นมา เขาวิ่งทํางานสลับไปมาแตวา สุดทายกลับไมมีงานใดสําเร็จ ไคจึงวางแผน “โนวาซอมหุนยนต ลูนาควบคุมโดรน ออโรราสงยา สวนฉันปลดล็อกประตูเมือง” ๒๑
จนออโรราทอใจ “เราคงทําไมไดแลว” ไคจึงพูดวา “ทุกดานที่ผานมาเราผานมาไดนั้น เพราะเราไมเคยยอมแพ” ทันใดนั้น ผลึกภาษาเปลงแสงสีทองไปทั่วสวนลอยฟา และกระจายปกคลุมนคร อักษรา เมืองทั้งเมืองกลับมาสวางไสวอีกครั้ง เสียงจากหอคอยกลาววา “ความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น ผูที่ไมยอมแพ ยอมพบหนทางสู ความสําเร็จเสมอ” ออโรรายิ้มกวาง “ในที่สุด… เราก็ทําได!” ไคมองผลึกภาษาในมือกอนกลาววา “ความสําเร็จนั้นไมไดเกิดจากการเปนคนที่เกงที่สุด แตเกิดจากการเรียนรูปรับ วิธี และไมยอมแพ” ทั้งสี่ไดนําผลึกกลับคืนสูแกนภาษา แสงสีทองพุงขึ้นสูทองฟา รถไฟเมฆกลับมา เคลื่อนที่ ปายรานคาอานไดอีกครั้ง นครอักษรากลับมาสวางไสวดังเดิม ๒๒ ลูนาเสนอใหสังเกตจังหวะของแทนลอยทุก คนจึงชวยกันวางแผนโนวาบอกจังหวะลูนา ดูเสนทางออโรราใหกําลังใจ และไคคํานวณ เวลาเมื่อถึงจังหวะที่เหมาะสมไคจึงกระโดด ควาผลึกภาษาไดสําเร็จ
ครูเอวายิ้มอยางภาคภูมิใจ “พวกเธอชนะเพราะรับผิดชอบหนาที่ รวมมือกัน และไมยอมแพ ที่สําคัญที่สุด คือเขาใจวาสํานวนไทยมีคุณคาและนําไปใชในชีวิตจริงได” ทุกคนยิ้มดวยความภาคภูมิใจ แตแลวทองฟาที่สดใสกลับมืดลงอีกครั้งหอคอยสีดําคอย ๆ ผุดขึ้นที่เหนือทะเล เมฆพรอมปรากฏขอความสีแดงวา “สํานวนกลับคืนแลว… แตคําพังเพยกําลังจะหายไป” ไคกําผลึกไวแนนกอนหันไปหาเพื่อน “ดูเหมือนวา… การผจญภัยของพวกเราเพิ่งเริ่มตน” ทั้งสี่กาวเดินไปพรอมกัน มุงหนาสูภารกิจใหมเพื่อ ปกปองคําพังเพยและรักษา พลังแหงภาษาไทยใหคงอยูตลอดไป ๒๓
บทอานเสริม ๒๔ ความหมาย : ไมชวยเหลือใครเอาแตประโยชนของตนเอง ความหมาย : ไมตั้งใจฟง จึงไมไดรับรูสิ่งที่ควรจะรู สํานวน : ฟงหูซายทะลุหูขวา
๑. แกน ๒. กลไก ๓. ปรากฏ ๔. ทดลอง ๕. ควบคุม ๖. ขัดของ ๗. ภารกิจ ๘. คุณคา ๘. คลองแคลว ๑๐. คํานวณ ๑๑. ทันสมัย ๑๒. ฟนเฟอง ๑๓. เด็ดเดี่ยว ๑๔. บริเวณ สวนสําคัญหรือใจความหลักของสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ระบบหรือวิธีการทํางานที่ทําใหสิ่งหนึ่งดําเนินไปได แสดงใหเห็น หรือเกิดขึ้นใหเห็น ลองทําเพื่อดูผลหรือหาวิธีที่ดีที่สุด บังคับหรือดูแลใหเปนไปตามที่ตองการ มีปญหาหรือไมสามารถทํางานไดตามปกติ งานที่ไดรับมอบหมาย ประโยชน ความสําคัญ หรือสิ่งที่มีคุณประโยชน อาการที่ทําอะไรไดอยางวองไว รวดเร็ว และชํานาญ คิดหาคําตอบดวยตัวเลขหรือการประมาณอยางมีหลักการ มีลักษณะใหม เหมาะกับยุคปจจุบัน ชิ้นสวนเครื่องกลที่มีลักษณะเปนจานแบนรูปวงกลมและมีรอยหยักเปนแฉก โดยรอบเรียกวา "ฟนเฟอง" กลาหาญ มั่นคง และไมยอทอตออุปสรรค พื้นที่หรืออาณาเขตโดยรอบของสถานที่ใดสถานที่หนึ่ง ศัพทนารู ตัวอยางการใชประโยค ปรากฏ : สายรุงปรากฏบนทองฟาหลังฝนหยุดตก ทดลอง : มิราทดลองสรางเครื่องรอนจากกระดาษ ควบคุม : ทูนาตองควบคุมอารมณเมื่อเกิดความขัดแยงกับเพื่อน ขัดของ : เครื่องฉายภาพขัดของ ครูจึงตองเลื่อนการนําเสนอออกไป บริเวณ : บริเวณสนามเด็กเลนมีตนไมใหญใหรมเงา ๒๕
คํา โดยตรง โดยนัย กลวย ผลไมชนิดหนึ่ง ผลเดียวรูปรางกลม ยาวและโคงงอ เรื่องที่งายดาย เพชร เครื่องประดับที่มีราคาแพง บุคคลที่มีคา ผาขี้ริ้ว ผาสําหรับเช็ดสิ่งสกปรก, สิ่งสกปรก ไมดี, หมนหมอง, จน, ตกตํ่า หิน ของแข็งที่ประกอบดวยแรชนิด เดียวกัน เรื่องที่ยาก หงส นกนํ้าขนาดใหญในวงศเปดและหาน คนสูงศักดิ์ คนฐานะรํ่ารวย คํา คือ เสียงที่เปลงออกมาครั้งหนึ่งแลวมีความหมาย จะมีกี่พยางคก็ได คําที่มีความหมายโดยตรง คือ คําที่มีความหมายตรงตัว หรือมีความหมายตรงตามพจนานุกรมไมตอง อาศัยการตีความ คําที่มีความหมายโดยนัย คือ คําที่มีความหมายไมตรงตามตัว ตองอาศัยการตีความ อาจมีความหมาย ในเชิงเปรียบเทียบ อานเพิ่มเติมความรู คํา และสํานวนไทย ๒๖
สํานวน คือถอยคําที่มีความหมายไมตรงตัว ตองตีความจึงจะเขาใจได สํานวน ครอบคลุมทั้งคํา พังเพยและสุภาษิตหรือภาษิต รวมทั้งคําเปรียบตาง ๆ ดวย เชน “ขี่ชางจับตั๊กแตน” เปนสํานวนหมายความวาลงทุนมากแตผลที่ไดนั้นมีเพียงเล็กนอย “ฆาควายเสียดาย พริก” เปนสํานวน หมายความวา ทํางานใหญโตแตกลัวหมดเปลือง ไมยอมใชจายมากจึงทําใหงานเสีย สํานวนอาจเปนคําเดี่ยว ๆ ก็ได เชน คําวา “เสือ” เมื่อใชเปนสํานวนจะมีความหมายวาโจรหรือ คนดุราย สํานวนอาจมีลักษณะเปนคําหลายคําประสมกัน เชน คอสูงหมายความวา ชอบเหลารสดี ๆ หรือชอบอาหารที่มีราคา ผิดฝาผิดตัว หมายความวา ไมเขาชุดกัน ไมเขาคูกัน ๒๗ การเชื่อมโยงความหมายของสํานวนกับเหตุการณ คือ การนําความหมายของสํานวนมาเปรียบเทียบ กับเหตุการณหรือการกระทําของตัวละครในเรื่องที่อาน แลวพิจารณาวาเหตุการณนั้นตรงหรือ สอดคลองกับความหมายของสํานวนอยางไร พิจารณาจากการกระทํา สาเหตุ และผลที่เกิดขึ้นเพื่อ อธิบายความสัมพันธใหชัดเจน ตนกลาพยายามจะโยนความผิดใหเพื่อน แตสุดทายความจริงเปดเผยและตนกลาตองรับผิดชอบเอง จึง สอดคลองกับสํานวน “ขวางงูไมพนคอ” เพราะหมายถึง การโยนความผิดใหผูอื่น แตผลรายกลับยอนมา หาตนเอง ตัวอยาง
คําพังเพย ถอยคําที่แสดงความจริง ไมไดสอนโดยตรง จะเปนคําที่กลาวไวใหตีความหมายเขากับ เรื่อง มีความหมายทํานองติชมการเปรียบเทียบ และใหขอคิดในการปฏิบัติเชน คางคกขึ้นวอ กระตาย ตื่นตูม เห็นชางขี้ อยาขี้ตามชาง ไกงามเพราะขน คนงามเพราะแตง นํ้าพึ่งเรือเสือพึ่งปา สุภาษิต ถอยคําที่กลาวเปนทํานองใหขอคิด คติ สั่งสอน เพื่อใหกระทําความดีและละเวนความชั่ว เชน ความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่น ฝนทั่งใหเปนเข็ม ทําดีไดดีทําชั่วไดชั่ว อยาชิงสุกกอน หาม อยาเห็นกงจักรเปนดอกบัว รักวัวใหผูกรักลูกใหตี ๒๘ สํานวน ถอยคําหรือสํานวนพูดหรือเขียนที่มีความหมายไมตรงกับรากศัพทหรือตรงไปตรงมาตาม พจนานุกรม แตเปนถอยคําที่มีความหมายเปนอยางอื่น ขึ้นอยูกับเรื่องที่กลาวถึง โดยมีชั้นเชิงของถอยคํา ชวนใหคิดหรือตีความ ขอสังเกต โดยทั่วไปสํานวนจะมีความหมายครอบคลุมถึงสุภาษิต คําพังเพยดวย จึงยากที่จะแยก กันไดเด็ดขาด
คํา/ประโยคที่พบ สํานวน/สุภาษิต/คําพังเพย เหตุผล ๒. ใหนักเรียนนักเรียนอานสถานการณเพื่อจับคูสํานวนกับความหมายหรืสถานการณที่สอดคลองกัน พรอมทั้งอธิบายเหตุผลของการจับคูตอเพื่อนในชั้นเรียนรวมกันเฉลยและอภิปรายการนําสํานวนไปใชใน ชีวิตจริง ๑ มุกอยากใหเพื่อนยอมรับ จึงขอใหพอแมซื้อโทรศัพทรุนใหมเหมือนเพื่อน ทั้งที่ของเดิมยังใช งานไดดี และครอบครัวตองประหยัดคาใชจาย ๒ ครูยังอธิบายคําถามไมทันจบ บาสก็รีบตอบทันที สุดทายคําตอบกลับไมตรงกับสิ่งที่ครูถาม เพราะฟงไมครบ ๑. ใหนักเรียนอานบทเสริม ขีดเสนใตคํา ประโยค หรือขอความที่เปนสํานวน บันทึกลงในตาราง พรอม จําแนกประเภทของสํานวน อภิปรายรวมกันวาเหตุใดจึงจัดอยูในประเภทนั้น กิจกรรม ระดมความคิด มุงคําตอบ ๒๙
๓ ตนใชเงินคาขนมซื้อของเลนทุกวัน พอถึงวันทัศนศึกษา เขากลับไมมีเงินติดตัว ตองขอยืม เพื่อน ๔ ออมฝกวายนํ้าทุกวัน แมจะเหนื่อยและลมเหลวหลายครั้ง แตเธอไมยอมแพ จนสามารถควา เหรียญรางวัลจากการแขงขันได ๕ นุนไดรับมอบหมายใหทํารายงานเธอคอย ๆ วางแผน คนหาขอมูล และตรวจทานงานอยาง ละเอียด แมจะใชเวลานานกวาคนอื่น แตผลงานออกมาดีมาก ๑. ใหนักเรียนเลือกสํานวนไทยที่สนใจ ๓-๕ สํานวน และแตงประโยคใหสอดคลองกับความหมายของ แตละสํานวน ๒. ใหนักเรียนเลือกสํานวนไทย ๑ สํานวน แตงเรื่องสั้นพรอมตั้งชื่อ ความยาว ๘-๑๐ บรรทัด หรือ ๑ หนากระดาษ โดยใหเหตุการณสะทอนความหมายของสํานวนนั้น วาดภาพประกอบหรือสรางภาพดวย AI เพื่อสื่อความหมายของเรื่องสงเปนชิ้นงานในรูปแบบสมุดหรือดิจิทัล เขียนสนุกสุดหรรษา ๓๐ชา ๆ ไดพราเลมงาม เห็นชางขี้ ขี้ตามชาง ทําดีไดดี มือเติบ ฟงไมไดศัพท จับไปกระเดียด ความพยายามอยูที่ไหน ความสําเร็จอยูที่นั่นตัวเลือกสํานวน
สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด บทที่ ๓ สาระที่ ๑ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนสื่อสาร เขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ตาง ๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ ตัวชี้วัด ท ๒.๑ ป.๔/๗ เขียนเรื่องตามจินตนาการ สาระที่ ๒ หลักการใชภาษา มาตรฐาน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภูมิปญญาของภาษา และรักษาภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๔/๔ แตงประโยคไดถูกตองตามหลักภาษา จุดประสงค/พฤติกรรม ๑.อธิบายหลักการเขียนเรื่องตามจินตนาการได ๒.เขียนเรื่องตามจินตนาการไดถูกตองตามหลักภาษาไทย ๓.มีความกระตือรือรนในการทํางาน สมรรถนะสําคัญ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค มีวินัย ๓๑
เชาวันจันทร เด็กชายจอม รีบลุกจากที่นอนดวยความตกใจ เนื่องจากเมื่อคืน เขาเอาแตเลนเกมจนดึกดื่นทําใหตื่นสายทั้งที่วันนี้เปนวันแรกที่เขาตองตื่นไปโรงเรียน “แยแลว! สายอีกแลว!” จอมพูดกอนรีบลางหนาแตงตัวหยิบกระเปานักเรียน เขารีบวิ่งออกจากหองนอนโดยไมไดจัดที่นอนใหเรียบรอย ลืมเก็บแกวนํ้าที่วางไวบน โตะและไมไดสวมรองเทาใหเรียบรอย คุณแมไดแตสายหนาและกลาวตักเตือน “จอม แมบอกหลายครั้งแลวใชไหมวาตองมีระเบียบและตรงตอเวลา” “เดี๋ยวคอยทําก็ไดแม” จอมรีบตอบคุณแมกอนจะรีบวิ่งออกจากบานในทันที เมื่อถึงโรงเรียนเสียงกริ่งเขาแถวก็ดังขึ้นเขารีบวิ่งนํากระเปานักเรียนขึ้นไปเก็บบนหอง โดยไมไดถอดรองเทากอนขึ้นตึกเรียน ทั้งที่มีปายติดไวชัดเจนวา ‘กรุณาถอดรองเทา’ คุณครูกลาวตักเตือนดวยเสียงดุทันที “จอม ทําไมเธอมาสายอีกแลว ทําไมไมถอดรองเทากอนขึ้นชั้นเรียน” “ขอโทษครับครู” จอมยกมือขอโทษคุณครูทันที วันนี้ในคาบเรียนวิชาภาษาไทยคุณครูอารีสอนการเขียนเรื่องตามจินตนาการ “การเขียนเรื่องตามจินตนาการเปนการเขียนที่ตองใชความคิด ความรูสึก และ จินตนาการในการเขียนถายทอดออกมา ตองวางโครงเรื่องเลือกใชภาษาใหเหมาะสม และตองไมลืม ตรวจทานภาษาใหถูกตองกอนสงงานคะ” พลอยสวยเปนตัวแทนของเพื่อน ๆ กลาวสรุปความรูในทายคาบเรียนและไดรับเสียง ปรบมือจากทุกคน หลังจากนั้นคุณครูอารีไดมอบหมายการบานใหนักเรียนทุกคนไป เขียนเรื่องตามจินตนาการของตนเองและใหออกมาเลาเรื่องหนาชั้นเรียนในวันพรุงนี้ ดิินแดนระเบีียบสุข ๓๓
คืนนั้นเองจอมไมรูวาจะเขียนเรื่องอะไรไปสงคุณครูในวันพรุงนี้ เขาเอาแตจอง กระดาษเปลาบนโตะเขียนหนังสือไมนานมากนักเขาก็เคลิ้มและหลับไปบนโตะตัวเดิม ในทันใดนั้นเองหองก็สวางไสวไปดวยแสงสีทองที่สาดสองออกมาจากผนังหอง “แปลกจัง แสงอะไรกัน” จอมเดินเขาไปใกลแสงสีทองนั้นและตองตกใจสุดขีด เมื่อแสงสีทองนั้นสองสวางขึ้นมากอนที่รางของจอมจะถูกแรงดึงดูดมหาศาลดูดเขาไป เมื่อลืมตาขึ้นเขาพบวาตนเองยืนอยูในดินแดนมหัศจรรยรอบตัวเต็มไปดวยสิ่ง แปลกตาทั้งภูเขาเขียวขจีลูกใหญลอยอยูบนทองฟา รถยนตมีปกบินสงผูโดยสาร และ สะพานสายรุงลอยทอดยาวเชื่อมตอทั้งสองฝง ทําใหคนสามารถเดินขามไปอีกฟากได “ยินดีตอนรับเขาสู ดินแดนระเบียบสุข” เสียงหนึ่งดังขึ้น ตรงหนาคือชายชราผมสีขาวกับหนวดที่ยาวเกือบถึงพื้นสวมเสื้อลายลูกกวาดสงยิ้มมา ใหเขาอยางเปนมิตร “ขาคือพอมดที่สรางเมืองนี้ขึ้น และเปนผูดูแลเมืองนี้” “ที่นี่สวยมากเลยครับ” จอมพูดอยางตื่นเตน รอบกายของเขาตอนนี้มีแตสิ่งมหัศจรรยเต็มไปหมดราวกับไดมาอยูบนโลกอีกใบหนึ่ง ที่ไมมีอยูจริง “กอนเขาเมือง เจาตองปฏิบัติตามกฎระเบียบของดินแดนแหงนี้” เมื่อพอมดกลาวจบกระดาษสีนํ้าตาลก็ปรากฏขึ้นกลางอากาศและลอยมาตรงหนาเขา บนกระดาษแผนนั้นไดเขียนกฎและระเบียบของเมืองมหัศจรรยแหงนี้ไวอยางชัดเจน ๑. สะพานสายรุงจะใหขามก็ตอเมื่อทุกคนเดินแถวกันอยางเปนระเบียบ ๒. หามสงเสียงดังในหอสมุดเวทมนตร ๓. เดินตามเสนทางที่กําหนดเทานั้น ๓๔
เมื่อจอมอานขอความจบพอมดเฒาก็หายตัวไปเสียแลว จอมมองซายมองขวา เขาอยากจะเดินไปที่หอสมุดเวทมนตรที่อยูอีกฝงจากที่เขายืนอยูตอนนี้ แตหากเขาจะ เดินตามเสนทางที่บอกไวก็คงใชเวลานานกวาจะถึง “ถาเราเดินลัดสนามไปทั้งแบบนี้จะไวกวานะสิ” เขาพูดขี้นเพราะความขี้เกียจ เขาเดินลัดสนามไปในทันทีทั้งที่มีปายติดไววา ‘หามเดินลัดสนาม’ จอมรีบวิ่งผานไป ทางสะพานสายรุงเพราะกลัววาจะมีคนมาเห็นเขาทําผิดกฎ “คนเยอะจังถาเราแทรกแถวเขาไปนาจะขามไปอีกฝงไดไวขึ้นนะ” เมื่อจอมพูด จบก็เดินเขาไปแทรกในแถวโดยไมไดสนใจวาจะมีภูติตัวจิ๋วหลายตนยืนเรียงตอแถวอยู “นี่! อยาแซงคิวสิ!” ภูติจิ๋วสีเขียวตนหนึ่งตะโกนขึ้นอยางโมโห ทันใดนั้นเองสะพานสายรุงหายวับไปกับตาทําใหภูติจิ๋วหลายตนที่กําลังขามสะพาน เพื่อไปทํางานตางตองไปสายเสียงเตือนจากหอนาิกากลางเมืองรองดังขึ้นในทันที “กริ๊งงงงงง กฎขอที่สองถูกละเมิด” จอมขอโทษภูติจิ๋วอยางรูสึกผิด ๓๕ ทันทีที่จอมเขามาในหอสมุดเวทมนตรก็พบหนังสือมากมายบินขึ้นลงเพื่อกลับ เขาชั้นวางของตนอยางเปนระเบียบ จอมตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นจนเผลอตะโกนออกมา “วาว หนังสือบินได!” จอมรองเสียงดังทันใดนั้นเองหนังสือที่วาง เรียงกันอยางเปนระเบียบในชั้นและหนังสือ ที่กําลังบินเพื่อจะกลับเขาชั้นก็รวงตกลงมา เต็มพื้นราวกับวาเวทมนตรไดหายไปเพราะ เสียงที่จอมตะโกนนั่นเองตัวอักษรหลุดปลิว ออกมาจากหนังสือกลาดเกลื่อนอยูเต็มพื้น นกฮูกสีนํ้าตาลผูซึ่งคอยเฝาหอสมุดเวทมนตรกางปกบินลงมาจากชั้นบนดวยนํ้าเสียงดุ “เจาทําผิดกฎอีกแลว”
๓๖ จากนั้นไมนานนักทั้งเมืองก็เริ่มเกิดความวุนวายพอมดปรากฏตัวขึ้นตรงหนา จอมกลาวขอโทษดวยความรูสึกผิดจากใจจริง และคอย ๆ ชวยแกไขทุกอยาง เขาเก็บ หนังสือใหเขาที่ทีละเลม ตอแถวขามสะพานสายรุงอยางเปนระเบียบ เดินเฉพาะทาง ที่กําหนด คอยเตือนนักทองเที่ยวใหปฏิบัติตามกฎ ไมนานเมืองก็กลับมาปกติดังเดิม “เจาคนพบแลวใชไหมวา ความมีวินัยไมไดทําใหชีวิตของเราลําบาก แตทําให ทุกคนอยูรวมกันไดอยางมีความสุข” “ครับ ผมเขาใจแลว” ทันใดนั้นแสงสีทองก็สองลงมาอีกครั้ง พอมดมอบเหรียญผูพิทักษวินัยแกจอมพรอม กลาวชม จอมรับเหรียญดวยความภาคภูมิใจ พรอมกับใหคําสัญญาวาจะเปลี่ยนแปลง ตัวเองเปนคนมีระเบียบวินัยขึ้น จอมสะดุงตื่นขึ้นเขาพบวาตัวเองยังคงนั่งอยูที่โตะเขียนหนังสือดังเดิมเขารีบ หยิบดินสอขึ้นมาเขียนเรื่อง ‘กฎระเบียบแหงดินแดนมหัศจรรย’ ลงสมุดอยางตั้งใจ เชาวันรุงขึ้น จอมตื่นแตเชา และเก็บของอยางเปนระเบียบแตงกายเรียบรอย และไปโรงเรียนตรงเวลา คุณแมชมวาวันนี้จอมมีวินัยในตัวเองสามารถบริหารจัดการ หนาที่ของตัวเองไดดีมากไมตองใหคุณแมคอยปลุกเหมือนเชนเคย ในคาบเรียนวิชาภาษาไทยเขาเสนอตัวเพื่อออกมาเลาเรื่องที่เขียนใหเพื่อน ๆ ฟงหลังเลาจบ เพื่อน ๆ ทุกคนตางพากันปรบมือเสียงดัง อีกทั้งคุณครูอารียังกลาวชม “นอกจากเปนเรื่องที่ใชจินตนาการไดดีแลว ยังชวยปลูกฝงจิตสํานึกดานความ มีวินัยใหกับทุกคน ความมีวินัยเปนสิ่งสําคัญ ถาเราไมเคารพกฎหมาย และกติกาของ สังคมผูคนก็จะขาดวินัยบานเมืองก็จะไมสงบสุขอีกตอไป” “ตั้งแตนี้ไป ผมจะเปนคนมีวินัย และทําหนาที่ของตนเองใหดีที่สุดโดยไมตอง ใหใครมาบังคับครับ” จอมยิ้มอยางภาคภูมิใจ ตั้งแตนั้นเปนตนมา เขาก็ไมเคยมาสาย ไมละเลยกฎระเบียบ และกลายเปนแบบอยางที่ดีใหเพื่อน ๆ ในหองตลอดมา
cartoon animation๓๗ บทอานเสริมบทอานเสริม
ศัพทนารู ตัวอยางประโยค เคลิ้ม : พี่นั่งฟงเพลงจนเคลิ้มเกือบหลับ อนุญาต : คุณครูอนุญาตใหนักเรียนออกไปดื่มนํ้าได แทรก : ครูแทรกขอคิดที่ดีระหวางการเลานิทาน ปฏิบัติ : นักเรียนปฏิบัติตามคําแนะนําของครูอยางเครงครัด ลําธาร : นํ้าในลําธารใสสะอาดและไหลเย็นตลอดทั้งป ๑.กฎหมาย ๒.กติกา ๓.กลาดเกลื่อน ๔.เขียวขจี ๕.เคลิ้ม ๖.เคารพ ๗.แทรก ๘.บังคับ ๙.ปฏิบัติ ๑๐.ปลูกฝง ๑๑.มอบหมาย ๑๒.มหัศจรรย ๑๓.ลําธาร ๑๔.อนุญาต ขอบังคับที่คนในสังคมหรือในประเทศตองปฏิบัติตาม ขอกําหนดที่ใชรวมกัน กระจัดกระจาย เขียวสด อุดมสมบูรณ รูสึกงวงจนเกือบหลับ การใหเกียรติ นับถือ สอดเขาไป หรืออยูระหวางสิ่งอื่น คําสั่ง หรือสิ่งที่ตองปฏิบัติตาม ลงมือทํา ตามกฎ หรือคําสั่ง การอบรม สั่งสอนใหเกิดความคิด การกําหนดหรือสั่งเพื่อใหผูอื่นรับผิดชอบงานหรือหนาที่ แปลกประหลาดผิดไปจากปกติ นํ้าสายเล็ก ๆ ที่ไหลไปตามธรรมชาติ ยินยอม หรือยอมใหทํา ๓๘ ศัพทนารู
การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ความหมายของการเขียนเรื่องตามจินตนาการ การเขียนเรื่องตามจินตนาการ คือ การเขียนเรื่องที่เกิดจากความคิดสรางสรรค โดยอาจอาศัย ประสบการณ ความรู หรือสิ่งที่จินตนาการขึ้น แลวเรียบเรียงเปนเรื่องราว หลักการเขียนเรื่องตามจินตนาการ ๓๙ อธิบายเพิ่มเติมความรู
องคประกอบของเรื่อง องคประกอบของเรื่อง ไดแก ตัวละคร คือ • บุคคล • สัตว • หรือสิ่งของ ที่ผูเขียนสมมติใหมีบทบาทดําเนินเรื่อง อาจแบงเปนตัวละครเอก ตัวละครรอง และตัวละครประกอบ เชน เด็กชายกองภพ ตนไมวิเศษ สัตวพูดได ฉาก คือ สถานที่และเวลาที่เหตุการณเกิดขึ้น เชน ปาแหงเวทมนตร เหตุการณ คือ เรื่องราวหรือการกระทําที่เกิดขึ้นกับตัวละคร เรียงลําดับตั้งแตตนจบ เชน ปญหาหรือความขัดแยง คือ เหตุการณที่ทําใหเรื่องนาติดตามนําไปสูการแกปญหา เชน สัตวในผืนปาตางเห็นแกตัว ทําใหเหยือกนํ้าแหงความดีของปาแหงขอด ตนไมเริ่มเหี่ยวเฉา ขอคิดของเรื่อง คือ แนวคิดหรือบทเรียนที่ผูอานไดรับหลังจากอานจบ เชน การมีนํ้าใจชวยเหลือ กันจะทําใหสังคมอยูรวมกันไดอยางมีความสุข ๔๐
โครงสรางของเรื่องประกอบดวย คํานําหรือการเปดเรื่อง คือ การแนะนําตัวละคร ฉาก เหตุการณเริ่มตน เพื่อดึงดูดความสนใจของ ผูอาน เชน กองภพ เด็กชายวัยสิบขวบสวมชุดนักเรียนสะพายกระเปาเปสีดํา เนื้อเรื่อง คือ เปนการเลาเหตุการณที่เกิดขึ้นตามลําดับ มีปญหา อุปสรรค หรือเหตุการณสําคัญ ที่ทําใหเรื่องดําเนินตอไป เชน เด็กชายกองภพเดินหลงเขาไปในปาลึก พบตนไมทั้งปาเหี่ยวเฉา และพบ วาปาจะกลับมาสวยงาม ก็ตอเมื่อใชนํ้าแหงความดีจากเหยือกกลางปากองภพและสัตวตาง ๆ จึงชวยกัน ทําความดี แบงปน มีนํ้าใจ ทําใหนํ้าแหงความดีกลับมาเต็มเหยือกเพื่อหลอเลี้ยงผืนปาอีกครั้ง ตอนจบที่สรุปผลหรือคลี่คลายเหตุการณ คือ เปนการคลี่คลายปญหา สรุปเหตุการณ เชน ตนไมที่เคยเหี่ยวเฉาก็คอย ๆ กลับมาเขียวชอุม ดอกไมออกดอกผลิบานทั่วผืนปา สัตวนอยใหญหัน มาทําความดี มีนํ้าใจแบงปนซึ่งกันและกัน ๔๑ ตัวอยางการเขียนเรื่องตามจินตนาการ กองภพ เด็กชายวัยสิบขวบสวมชุดนักเรียนสะพายกระเปาเปสีดํากําลังเดินกลับจากโรงเรียน ขณะเดินผานปาสน เขาเห็นผีเสื้อสีรุงตัวหนึ่งบินผานไป กองภพรูสึกประหลาดใจจึงเดินตามเขาไปใน ปาเพื่อหวังจะถายรูปไปใหคุณพอคุณแมดู เขาเดินตามทางเดินมาเรื่อย ๆ รูตัวอีกทีกองภพก็หลงทาง เสียแลว เขาสังเกตรอบตัวพบวาปาผืนนี้ไมเหมือนปาทั่วไป ตนไมเล็กใหญแหงเหี่ยวราวกับใกลตาย เขาเดินเขาไปเรื่อย ๆ จนพบกับเหยือกนํ้าขนาดใหญ ตั้งอยูกลางผืนปา มันแหงราวกับไมเคยมีนํ้าอยู “นี่คือปาแหงเวทมนตร ผืนปาจะมีชีวิตอยูไดก็ตอมีนํ้าแหงความดีี” นกฮูกเฒากลาวขึ้น “นํ้าแหงความดีคืออะไรเหรอครับ” กองภพสงสัย “นํ้าแหงความดีจะเพิ่มขึ้นทุกครั้งที่ใครสักคนทําความดี แตเมื่อทุกคนเห็นแกตัวนํ้าในเหยือกก็ แหงขอด ตนไมทั้งปาตางก็เหี่ยวเฉา” นกฮูกกลาวเพิ่ม กองภพพยักหนาอยางเขาใจ เขาจองมองเหยือกนํ้าสลับกับตนไมเหี่ยวเฉารอบกาย กอนจะไดยินเสียงทะเลาะกันของเหลาสัตว สัตวทุกตัวตางเหนื่อยลาจากการหาอาหารและแบกนํ้ามาดูแลผืนปา จนเกิดการถกเถียงกันเมื่อไดยิน สัตวตาง โทษกันไปมา กองภพกลาวเตือนสติวาหากทุกคนไมชวยกัน ผืนปาอาจหายไปตลอดกาล เหลาสัตวจึงเริ่มตระหนักไดและแบงหนาที่ชวยเหลือกัน นํ้าแหงความดีคอย ๆ เพิ่มขึ้นจนเต็มเหยือก กองภพและสัตวทุกตัวชวยกันนํานํ้าไปรดตนไม ทําใหผืนปากลับมาเขียวชอุมและมีชีวิตชีวาอีกครั้ง
สวนขยาย คือ คําหรือกลุมคําที่ทําหนาที่ขยายคําอื่นใหมีความหมายชัดเจนยิ่งขึ้น อาจใชขยาย ภาคประธาน หรือขยายภาคแสดง คํานาม คํากริยา หรือคําวิเศษณ สวนขยายอาจมีหรือไมมีก็ได สวนขยายภาคประธาน เปนคําหรือกลุมคําที่ขยายภาคประธาน เพื่อบอกลักษณะของผู กระทํา ตัวอยาง เด็กชายตัวสูงวิ่งเร็ว ตัวสูง เปนสวนขยายของ เด็กชาย สวนขยายภาคแสดง เปนคําหรือกลุมคําที่ขยายคํากริยา เพื่อบอกลักษณะ เวลา การกระทํา ตัวอยาง เด็กชายวิ่งอยางรวดเร็ว อยางรวดเร็ว เปนสวนขยายของ วิ่ง ความหมายของประโยค ประโยค คือ คําหรือกลุมคําที่มีความเกี่ยวของกันอยางเปนระเบียบ และมีเนื้อความ ครบบริบูรณ วาใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร เชน จอมเขียนการบานสงคุณครู สวนประกอบของประโยค สวนประกอบของประโยคมี ๒ ภาค คือ ภาคประธานและภาคแสดง ภาคประธาน คือ สวนของผูทําอาการ หรือบทประธาน อาจมีสวนขยายหรือไมมีก็ไดคําที่ทํา หนาที่เปนผูกระทําอาการ ไดแก คํานาม เชน เด็กชายจอม เจาตูบ คุณยายหรือคําสรรพนาม เชน หลอน เขา ทาน เธอ ตัวอยาง ตํารวจจับผูราย ตํารวจ คือ ภาคประธาน แมวกินปลา แมว คือ ภาคประธาน ภาคแสดง คือ สวนที่แสดงอาการหรือบอกการกระทําของประธาน คําที่แสดงอาการ ไดแก คํากริยา และตองประกอบดวยบทอื่น ๆ เชน บทกรรม บทประกอบกริยา อาจมีสวนขยายหรือไมมีก็ได ตัวอยาง ตํารวจจับผูราย จับผูราย คือ ภาคแสดง โดยคําวา จับ เปนคํากริยา และคําวา ผูราย คือ กรรม แมวกินปลา แมว คือ ภาคประธาน โดยคําวา กิน เปนคํากริยา และคําวา ปลา คือ กรรม ๔๒ การแตงประโยคใหถูกตองตามหลักภาษา
๔๓ หลักการแตงประโยคใหถูกตองตามหลักภาษาไทย ควรเรียงลําดับคําใหถูกตอง คือ ประธาน + กริยา + กรรม เชน รถยนตชนเด็กเสียชีวิต ถูก เด็กถูกรถยนตชนเสียชีวิต ผิด รถยนตชนเด็กเสียชีวิต เปนการเขียนประโยคที่ถูกตามหลักภาษาไทย เพราะ รถยนต คือ ประธาน เปนผูกระทํากริยา ชน และเด็ก คือ กรรม หรือผูถูกกระทํา เด็กถูกรถยนตชนเสียชีวิต เปนการเขียนประโยคที่ผิดหลักภาษาไทย เพราะ เปนการนํา กรรม มาขึ้นตนประโยค ซึ่งไมถูกตองตามหลักภาษาไทย แตงประโยคใหมีใจความสมบูรณ โดยตองมี ภาคประธาน และภาคแสดง เพื่อใหผูอาน เขาใจวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน อยางไร เชน นกบินอยูบนทองฟา เด็กหญิงอานหนังสือ ใชคําเชื่อมใหเหมาะสมและใชคําใหตรงความหมาย เพื่อใหผูอานเขาใจไดอยางถูกตอง เชน ฝนตก จึง ตองกางรม เพราะ สัตวทุกตัวมีนํ้าใจชวยเหลือกันปาแหงเวทมนตร จึง กลับมาปกติอีกครั้ง แม เธอจะพูดแบบนั้นฉัน ก็ จะทํา
เสวนาแลกเปลี่ยน ใหผูเรียนสมมติวาเปนเด็กชายจอมจะตัดสินใจแกปญหาตาง ๆ ที่เกิดขึ้นดวยวิธีการใด เพื่อใหผูเรียนฝก จินตนาการและแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ระดมความคิด มุงคําตอบ ครูสุมสงดินสอวิเศษใหนักเรียน ผูที่ไดรับดินสอตองบอกหลักการเขียนเรื่องตามจินตนาการ คนละ ๑ ขอ จากนั้นครูและนักเรียนรวมกันสรุปหลักการเขียนเรื่องตามจินตนาการ เขียนสนุกสุดหรรษา ผูเรียนเขียนเรื่องตามจินตนาการในหัวขอประตูมิติลับหลังบานของฉัน จากนั้นแลกเปลี่ยนกันอานผลงาน ของเพื่อน เขียนสนุกสุดหรรษา ใหผูเรียนวิเคราะหประโยคที่กําหนดใหแลวแยกองคประกอบแตละสวนเติมลงในตาราง ๔๔ กิจกรรม
สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด บทที่ ๔ สาระที่ ๑ สาระการอาน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหา ในการดําเนินชีวิตและมีนิสัยรักการอาน ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป๔/๗ อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยางสมํ่าเสมอและแสดงความคิด เห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อาน สาระที่ ๒ สาระวรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็น คุณคาและนํามาประยุกตใชในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท.๕.๑ ป.๔/๒ อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนําไปใชในชีวิตจริง จุดประสงค/พฤติกรรม ๑. นักเรียนสามารถบอกคุณคาและขอคิดจากวรรณกรรมไดถูกตอง ๒. นักเรียนสามารถตีความจากเรื่องที่อานไดอยางถูกตอง ๓. เห็นคุณคาของวรรณกรรมและการอาน สมรรถนะ ๑. ความสามารถในการสื่อสาร ๒. ความสามารถในการคิด ๓. ความสามารถในการแกปญหา คุณลักษณะอันพึงประสงค ความซื่อสัตย ๔๕
๔๕
เมยไดเก็บเรียงความไวในแฟมผลงานสีฟาอยางเรียบรอย กอนที่จะโดนคุณครูเรียกให ไปชวยในการเอกสารสําหรับการประกวดที่หองสมุดสวนปนนั่งมองกระดาษเปลาตรง หนาเขาพยายามคิดวาจะเขียนอะไรดีแตยิ่งปนคิดก็ยิ่งไมออก “ทําไมเราคิดไมไดเลย”ปนพูดกับตัวเองพรอมถอนหายใจ เขาที่เริ่มคํานึงถึงรางวัลชนะเลิศเพราะปนอยากทําใหพอแมภูมิใจ ถาหากเราทําพลาด โอกาสนี้เขาคงรูสึกเสียใจมาก เรื่อง ความภูมิใจที่ไมไดสราง“เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก็จะหมดเขตสงผลงานแลวนะ” เสียงประกาศของคุณครูอรดังขึ้นภายในหองเรียน ใหนักเรียนทุกคนตรวจดูเรียงความ ของตนเองกอนนําไปสงโรงเรียนไดจัดประกวดเรียงความ ในหัวขอ “วรรณคดีไทยที่ฉันประทับใจ” โดยที่กําหนดใหทุกคนเขียนดวยตนเองผูชนะจะไดทุนการสนับสนุนการศึกษา และได เปนตัวแทนของโรงเรียนเพื่อไปแขงขันในระดับจังหวัดเมยที่เปนนักเรียน ที่ตั้งใจเรียน เธอใชเวลาหลายวันเขียนเรียงความจนเสร็จสมบูรณ ๔๗
ขณะนั้นในหองประชุมของโรงเรียนนั้นเต็มไปดวยนักเรียนที่มารอฟงผลการแขงขันซึ่ง คุณครูไดประกาศชื่อผูที่ชนะการแขงขันวา “รางวัลชนะเลิศ ไดแก… เด็กชายปน!” เสียงปรบมือดังขึ้นเปนจังหวะทุกคนตางก็แสดงความยินดีแตแทนที่ปนจะดีใจเขามาก กลับรูสึกผิดเมื่อเห็นสีหนาของเมยที่ผิดหวังกับ ผลการแขงขัน หลังจากประกาศผลเสร็จเมยก็ เดินไปดูผลงานที่ติดอยูบนบอรดเธอเริ่มสังเกต วาเนื้อหาแทบทุกยอหนาเหมือนกับเรียงความ ของตนเอง “ทําไมถึงเหมือนกันขนาดนี้” เมยจึงรีบนําแฟมผลงานของตนเองไปพบครูอร ระหวางทุกคนกําลังวุนวายอยูกับการสงผลงานแลวปนเหลือบไปเห็นแฟมสีฟา ของเมยที่วางอยูบนโตะเขาเดินเขาไปอยางเงียบ ๆ เพื่อจะเปดแฟมแลวใชโทรศัพท มือถือแอบถายเรียงความของเมยไวกอนแลวรีบเดินกลับมาที่โตะของตนเองเมื่อกลับ มาถึงบานปนนําขอความทั้งหมดมาเขียนใหมเปลี่ยนคําเพียงเล็กนอยแลวสงผลงานใน วันรุงขึ้นหลายวันตอมา ครูอรอานผลงานของทั้งสองคนอยางละเอียด กอนจะพูดวา “ขอความหลายตอนเหมือนกันมากจนครูคิดวาไมใชเรื่องบังเอิญ” ครูจึงเรียกปนมาพูดคุย “ปน เรื่องนี้เปนผลงานของเธอจริงหรือ” ๔๘
ครูอรจึงนําแฟมของเมยภาพถาย และเรียงความของปนมาเปรียบเทียบเปนหลักฐาน ปนกมหนาลงนํ้าตาเริ่มไหล “ผมขอโทษครับคุณครู….ผมเปนคนถายเรียง ความของเมยจริง ๆ” คุณครูอรถอนหายใจกอนพูดดวยนํ้าเสียง ที่ออนโยน “การยอมรับความผิดที่ตองใชความกลาหาญ และสติครูดีใจที่เธอกลาพูดความจริง” ปนหันไปขอโทษเมย “เราขอโทษที่ เราอยากชนะมากจนลืมคิดถึง ความรูสึกของเธอความถูกตอง และคุณธรรม” ปนรีบตอบทันทีดวยสีหนาที่มีความทุกข “ครับครู ผมเขียนเอง” “คุณครูครับ… ผมมีเรื่องจะบอก” ทุกคนในหองเงียบกริบ “วันนั้นผมเห็นปนเดินไปเปดแฟมของเมย แลวใชโทรศัพทถายเรียงความไวครับ” คําพูดของนัททําใหหองทั้งหองเงียบลงทันที ๔๙
เมยยิ้มกอนตอบวา “ถาเธอรูวาผิดและพรอมแกไขเราใหอภัย” ปนตัดสินใจสละรางวัล และตั้งใจเขียนเรียงความขึ้นใหมดวยความสามารถของตนเอง แมวาไมไดรับรางวัลครั้งนั้นแตเขาก็ไดเรียนรูวา ความซื่อสัตยมีคุณคามากกวาคะแนน หรือถวยรางวัล ครูอรกลาวกับนักเรียนทั้งหองวา “ความรูมีประโยชนก็ตอเมื่อเราใชควบคูกับความซื่อสัตย ของผลงานที่เกิดจาก ความพยายามของตนเองยอมมีคุณคามากกวา การนําเอาผลงานที่เปนของผูอื่นนํามา เปนของตนเองหากทุกคนสามารถยึดมั่นทําในความซื่อสัตย โรงเรียนก็จะเปนสถานที่ แหงการเรียนรูที่ทุกคนภาคภูมิใจ” นักเรียนทุกคนพยักหนาพรอมกับใหคําสัญญากับตนเองวาจะทํางานทุก ๆ ชิ้น ดวยความสามารถของตนเอง และจะไมคัดลอกผลงานของผูอื่นมาเปนของตัวเอง ๕๐
บทอานเสริม ๕๑
๑. ขณะ ๒. คํานึง ๓. คุณธรรม ๔. จังหวะ ๕. จัดการ ๖. กลุมใจ ๗. ทุกข ๘. กําหนด ๙. อึดอัด ๑๐. สนิท ๑๑. สติ ๑๒. สังเกต ๑๓. สัญญา ๑๔. หลักฐาน ๑๕. สามารถ ชวงเวลาที่กําลังเกิดเหตุการณขึ้น คิดถึงสิ่งที่กําลังจะทําหรือทําลงไปแลว ความถูกตองความดี เสียงปรบมือ หรือ โอกาสที่เหมาสม ดําเนินงานใหเรียบรอย มีความทุกขใจ หรือคิดไมตก จากปญหาหรือเรื่องราวที่ทําใหไมสบายใจ อยูไมสุขสีหนามีความเครียด การระบุเวลาที่ชัดเจน คับอกคับใจ หรือมีความรูสึกไมสบายใจ ความเปนเพื่อนกันมานาน ความรูสึกตัวรูตัววาทําอะไร การตั้งใจดู จับตาดู เฝาดูอยางละเอียด การใหคํามั่น หรือการรับปากวาจะทํา ขอมูล ขอเท็จจริง สิ่งของที่เปนพยานหลักฐาน การกระทําสิ่งใดสิ่งหนึ่งไดดวยตัวเอง มีคุณสมบัติ มีฝมือที่ทําไดสําเร็จ ศัพทนารู ตัวอยางประโยค สังเกต : ฉันสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนในหอง สามารถ : เขามีความสามารถในการรองเพลง สนิท : ฉันมีเพื่อนสนิทชื่อฟาใส สัญญา : ฉันสัญญากับแมวาจะตั้งใจเรียน หลักฐาน: เขากลาวหาคนอื่นโดยไมมีหลักฐาน ๕๒
การเลือกหนังสือที่มีคุณคา การพิจารณาเนื้อหาที่มีประโยชน ใหความรู ความคิด และความเพลิดเพลินที่ถูกตองเหมาะสม โดย ดูจากความนาเชื่อถือของผูเขียน วัตถุประสงคในการอาน และคุณภาพของภาษา ซึ่งมีความสําคัญอยาง ยิ่งในการพัฒนาสติปญญา ยกระดับจิตใจ และชวยใหเรานําความรูไปปรับใชในชีวิตประจําวันไดอยางถูก ตอง หลักการเลือกหนังสืออานมีหลักการเลือก คือ เริ่มจากสํารวจความตองการ และเปาหมายของตนเอง พิจารณาจากความสนใจ ตรวจสอบสารบัญและคํานํา รวมถึงเลือกประเภทหนังสือที่เขากับนิสัยการอาน เพื่อใหการอานสนุกและไดประโยชนสูงสุด อธิบายเพิ่มเติมความรู ๕๓
ตัวอยางหนังสือที่มีคุณคา "Atomic Habits" (เพราะทุกกาวใหญเริ่มตนจากกาวเล็กๆ) เปนหนังสือเรื่องหนึ่งที่มีคุณคาระดับโลก ๕๔
การอานอธิบายขอคิด การอานอธิบายขอคิด คือกระบวนการรับสารที่ผูอานไมเพียงแตเขาใจเนื้อหาเรื่องราว แตยัง สามารถวิเคราะห ตีความ และเรียบเรียงสาระหรือคติสอนใจที่ผูเขียนแฝงไวออกมาเปนคําพูดหรือตัว หนังสือไดอยางชัดเจนเพื่อนําไปปรับใชเปนแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจําวัน หลักการอานอธิบายขอคิด หลักการอานอธิบายขอคิดชวยใหเราเขาใจบทเรียนหรือคติสอนใจจากเรื่องที่อานไดอยางลึกซึ้ง นําไปปรับใชแกปญหาในชีวิตจริงได ฝกกระบวนการคิดวิเคราะหอยางมีเหตุผล และชวยพัฒนา คุณธรรมจริยธรรมในการดําเนินชีวิตประจําวัน ๕๕
ตัวอยางหลักการอานอธิบายขอคิด ๕๖
การอานมีคุณคาและประโยชนรอบดาน ทั้งชวยพัฒนาสมอง เพิ่มพูนความรู กลอมเกลาจิตใจ และ เสริมสรางทักษะการใชชีวิตประจําวัน โดยคุณคาของการอานจําแนกไดเปน ๓ ดานหลัก ไดแกดังนี้ ๑. คุณคาดานขอคิด (สติปญญาและมุมมองชีวิต) ชวยพัฒนาความคิดเชิงวิเคราะห และกระบวนการคิดอยางเปนระบบไดรับคติสอนใจ และแนวทาง ในการแกปญหาชีวิตสรางความเห็นอกเห็นใจ และความเขาใจในมุมมองของผูอื่นชวยใหจิตใจงอกงาม ผอนคลายความเครียด และเพิ่มพูนประสบการณ ประโยคตัวอยางจากเรื่อง ขุนชางขุนแผน (ตอนพลายงามแตงงาน) "อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุดซอนใสในฝกไว" การมองเปนคุณคาดานขอคิด ใหขอคิดในเรื่อง "ความออนนอมถอมตน" เตือนใจคนมีความรูความ สามารถวา ไมควรโออวดหรือแสดงตนขมผูอื่นโดยไมจําเปน ควรเก็บงําความเกงกาจไวใชในเวลาที่ เหมาะสมเทานั้น ๒. คุณคาดานสังคม (วัฒนธรรมและการอยูรวมกัน) เปนสื่อกลางในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญา และประวัติศาสตร สะทอนวิถีชีวิต คา นิยม และความเคลื่อนไหวของสังคมในยุคสมัยตาง ๆ สงเสริมความเขาใจอันดี และความรวมมือในการ อยูรวมกันอยางสันติสุข ขับเคลื่อนความเจริญกาวหนาของประเทศชาติผานประชากรที่มีคุณภาพ คุณคาแตละดานของการอาน ๕๗
ประโยคตัวอยาง(จากเรื่อง สุนทรภู) "เปนมนุษยสุดนิยมเพียงลมปาก จะไดยากโหยหิวเพราะชิวหา" การมองเปนคุณคาดานสังคมี ประโยคนี้สะทอนวา "สังคมไทยใหคุณคากับสัจจะ และการรักษาวาจา" คนที่พูดจาไมดีหรือไมรักษาสัจจะ จะถูกสังคมลงโทษดวยการ ไมยอมรับ ทําใหใชชีวิตในสังคมไดยากลําบาก (การอยูรวมกันในสังคม) ๓. คุณคาดานภาษา (ทักษะและการสื่อสาร) ชวยเพิ่มคลังคําศัพท และสํานวนภาษาที่หลากหลาย พัฒนาทักษะการฟง พูด อาน เขียน ใหมี ประสิทธิภาพ และถูกตองตามหลักเกณฑ เรียนรูรูปแบบการใชประโยค และการเรียบเรียงความคิดเพื่อการสื่อสาร อนุรักษ และสืบสานความงดงามของภาษาประจําชาติ ประโยคตัวอยางการใชคําเพื่อสรางอารมณ(จากวรรณคดีเรื่องเงาะปา) "ผิวฟานภาเดือด ดั่งไฟเผา แดดแผดเผาแผนดินสิ้นใจตาม" คุณคาดานภาษา การใชคําสรรคอารมณ ใชคําวา "เดือด" "แผดเผา" "สิ้นใจ" เพื่อสรางความรูสึกรอน ระอุ รุนแรง และกดดัน การสรางจินตภาพ อานแลวผูอานสามารถนึกภาพทองฟาสีแดงฉานและความรอน ของแดดจนแผนดินแหงแลงไดอยางชัดเจน ๕๘
๑. ใหนักเรียนอานบทอานหลักเรื่องความภูมิใจที่ไมไดสรางแลวตอบคําถามดังตอไปนี้ วาเรื่องนี้มีคุณคาอยางไร - ตัวละครมีใครบาง - ในเรื่องเกิดอะไรขึ้น - ใครเปนคนคลายปมเรื่อง ๒. ใหนักเรียนบอกขอคิดที่ไดจากการอานในบทอานหลักเรื่องความภูมิใจที่ไมไดสราง แลวอธิบายวาสามารถนําไปปรับใชในชีวิตประจําวันไดอยางไรบาง ๓. ใหนักเรียนเลือกอานหนังสือที่คิดวามีคุณคานาสนใจแลวออกมาบอกคุณคาที่ได ของหนังสือเลมนั้นหนาชั้นเรียน กิจกรรม ๕๙
แบบฝกหัด ๖๐
สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด สาระที่ ๓ การฟง การดู และการพูด บทที่ ๕ มาตรฐาน ท ๓.๑ ป.๔/๔ พูดแสดงความรู ความคิดเห็น และความรูสึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดู (สามารถเลือกฟงและดูอยางมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู ความคิด และความรูสึกในโอกาส ตาง ๆ อยางมีวิจารณญาณและสรางสรรค) สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ ป.๔/๑ ระบุขอคิดจากนิทานพื้นบานหรือนิทานคติธรรม (เขาใจและแสดงความ คิดเห็น วิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคา และนํามาประยุกตใชในชีวิตจริง) จุดประสงค/พฤติกรรม ๑. อธิบายหลักการแสดงความคิดเห็นจากนิทานพื้นบานหรือนิทานคติธรรมไดอยางถูกตอง ๒. พูดแสดงความคิดเห็นและความรูสึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟงและดูพรอมสรางชิ้นงานจากนวัตกรรมได นิทานไปประยุกตใชไดอยางถูกตอง ๓. เห็นคุณคาของขอคิดจากนิทานและนําขอคิดไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน สมรรถนะสําคัญ ๑. ดานการสื่อสาร สามารถฟงและดูเรื่องราวจากนิทาน แลวถายทอดความรู ความคิดเห็น และ ความรูสึกของตนเองไดอยางเหมาะสม ๒. ดานการคิด สามารถวิเคราะหเนื้อหาเหตุการณ และพฤติกรรมของตัวละคร ๓. ดานการใชทักษะชีวิต สามารถนําขอคิดจากนิทานไปประยุกตใชในชีวิตประจําวัน คุณลักษณะอันพึงประสงค -มีจิตสาธารณะ ๖๑
ณ หมูบานสุขใจเกิดประสบกับภัยพิบัติจากสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงฝนไม ตกตองตามฤดูกาลทําใหเกิดความแหงแลงนํ้าในลําคลองเกิดแหงขอด พืชผลทางการ เกษตรก็เสียหายหลายครอบครัวเริ่มจะอดอยาก และขาดแคลนนํ้าดื่มที่ทางโรงเรียน ไดรับคําสั่งจากหนวยงานทองถิ่นใหชวยกันรณรงคประหยัดนํ้า และรวมกันชวยเหลือ ผูประสบภัยถึงแมเด็กทั้งสี่คนจะมีอายุนอย แตพวกเขาเชื่อวาทุกคนสามารถทําความ ดีเพื่อสวนรวมไดหากทุกคนรวมแรงรวมใจครั้งนี้กันดวยความ สามัคคี และเสียสละ ก็ จะชวยใหหมูบานผานพนวิกฤตครั้งนี้ไปได เชาวันหนึ่ง ซึ่งอากาศรอนอบอาว ผิดปกติ ทองฟาก็ไรเมฆลมพัดแผวเบา ทําตนไมหลายตนเริ่มเหี่ยวเฉาบอนํ้าที่ กลางหมูบานเหลือนํ้าเพียงเล็กนอยแต ชาวบานตางก็พากันเปนหวงเพราะทํา ธารนํ้าใจ สูภัยพิบัติ ๖๓ ใหทราบถึงสถานการณที่เกิดในครั้งนี้นับวาเปนเหตุการณที่รุนแรงที่สุดในรอบหลายป ที่โรงเรียนบานสุขใจนักเรียนทุกคนกําลังจะเขาแถวเคารพธงชาติหลังจากนั้นจึงอยาก ใหผูอํานวยการโรงเรียนไดแจงขาวสําคัญวา “นักเรียนทุกคนชุมชนของเราชวงนี้กําลังประสบภัยแหงแลงอยางหนักขอให นักเรียนชวยกันใชนํ้าอยางประหยัดเพื่อปฏิบัติตามคําสั่งของครูอยางเครงครัดแตทาง โรงเรียนจะจัดกิจกรรมชวยเหลือผูประสบภัย ขอใหนักเรียนทุกคนรวมมือกันนะ”
ระหวางพักกลางวัน ปงปงเดินไปชวนกุบกิ๊บ เพื่อนสนิทที่กําลังนั่งอานหนังสืออยู ใตตนไม กุบกิ๊บยิ้มแลวตอบวา“เราก็กําลังคิดเหมือนกันเลยถาพวกเราชวยกันคนละไม คนละมือก็นาจะเกิดประโยชนตอหลายครอบครัว” ขณะนั้น มินนี่และ รถเมล เดินเขามาพอดี กุบกิ๊บคิดตอวา “นอกจากนั้นเราควรชวนทุกคนเก็บขวดพลาสติก กระดาษและของเหลือใชมา ขายเพื่อนําเงินไปซื้อของชวยผูประสบภัย” มินนี่“เราจะทําปายรณรงคประหยัดนํ้าดวยใชวัสดุที่เหลือใชในโรงเรียนจะไดไมสิ้น เปลือง” รถเมลเห็นดวย“เปนความคิดที่เหมาะมากเพราะเราจะใชทรัพยากรอยางคุม คา” “มินนี่ คิดวาเราควรทําปายประชาสัมพันธกันไหม อาจจะทําใหทุกคนใหความ รวมมือมากกวาถาเกิดวาเราบอกใหเขาไดรูกัน ดวยการทําปายเชิญชวน โดยใช วัสดุ ที่หาไดภายในโรงเรียน เชน กระดาษลัง กลองนม เศษผา และเราก็จะบอกใหทุกคน นําสิ่งของมารวมบริจาค เพื่อชวยเหลือผูประสบภัยดวยกันในครั้งนี้รวมกัน” ๖๔
จากนั้นทั้งสี่คนจึงชวยกันเตรียมกระ ดาษ สี ปากกา และอุปกรณตาง ๆ แลวแบง หนาที่ดวยกันอยางขยันขันแข็ง ปงปงเขียนขอ ความกุบกิ๊บวาดภาพประกอบมินนี่ชวยตกแตง ปาย สวนรถเมลชวยตรวจสอบขอความ และ จัดการเตรียมสถานที่ เพื่อที่จะติดปายไมนาน ปายที่ใชเชิญชวนก็เสร็จเรียบรอยโดยที่บนปายของทั้งสี่คนนั้นเขียนวา “รวมแบงปนนํ้าใจ ชวยเหลือผูประสบภัย บริจาคอาหาร นํ้าดื่ม เสื้อผา และ ของใชที่จําเปนคนละเล็กคนละนอยรวมเปนธารนํ้าใจที่ยิ่งใหญมารวมมือกันชวยเหลืย ผูประสบภัยไปดวยกัน” ปงปงมองกองสิ่งของดวยรอยยิ้มแลวพูดวา “ดูสิ ทุกคนชวยกันจริง ๆ ดวย ถาเรารวมมือกัน ถึงจะทําเพียงเล็กนอยก็ สามารถชวยคนที่กําลังเดือดรอนไดมากเลยนะ” กุบกิ๊บพยักหนาและชวยจัดแยกสิ่งของเปนหมวดหมู “ใชแลว เราไมจําเปนตองมีของมากมาย แคมีนํ้าใจและรูจักแบงปนก็เพียง พอแลว” มินนี่นั้นก็พับเสื้อผาและบรรจุลงกลองอยาง เปนระเบียบและสวนรถเมลชวยคุณครูตรวจ นับสิ่งของและเขียนรายการที่จะกํากับแตละ กลองอยางพอเหมาะ และทั้งสี่คนก็ตั้งใจทํา งานจนแทบไมไดพัก แมจะเหนื่อยแตทุกคน ก็รูสึกมีความสุข ที่ไดชวยเหลือผูประสบภัย ๖๕
“ทุกคนมีนํ้าใจมากเลย”กุบกิ๊บตอบวา”ใชแลว แมแตคนที่มีไมมากก็ยังแบงปน เพราะเขารูวาการสละความสุขสวนตัวเล็กนอยนั้นจะสามารถชวยเหลือคนอีกหลาย คนได” เมื่อรวบรวมสิ่งของเสร็จเด็ก ๆ พรอมทั้งคุณครูไดนําของเพื่อไปมอบใหชาวบานที่ได รับผลกระทบคุณยายคนหนึ่งกลาวดวยนํ้าตาคลอวา “ขอบใจพวกหนูมากนะ ถาไมไดของพวกนี้ยายก็คงลําบากเพราะชวงนี้ผลผลิต เสียหายหมดแลว” ทุกคนยิ้มดวยความสุขแมวาจะเหนื่อยแตไมมีใครบนเลยในระหวางนั้นครูไดพาเด็ก ๆ เดินสํารวจแมนํ้าลําคลองที่เหือดแหงเปนสาเหตุสําคัญสวนหนึ่งที่เกิดจากการทําลาย สิ่งแวดลอม และการใชนํ้าอยางฟุมเพือยหากพวกเรายังไมชวยกันอนุรักษธรรมชาติ ปญหาแบบนี้เกิดขึ้นไดอีก ปงปงจึงพูดวา “ตอไปเราจะชวยกันปลูกตนไม และประหยัดนํ้าทุกวัน” มินนี่ กลาวเสริมวา “เราจะชวนเพื่อน ๆ ทําโครงการปลูกตนไมรอบโรงเรียนดวย” รถเมลยิ้มแลวพูดวา “ตนไมจะชวยรักษาความชุมชื้นของดิน ทําใหธรรมชาติ คอย ๆ ฟนตัว” ๖๖
เมื่อสิ้นปการศึกษา โรงเรียนไดมอบเกียรติบัตรใหกับปงปง กุบกิ๊บ มินนี่ และ รถเมลเพื่อยกยองการทําความดีเพื่อสวนรวม “ปงปงกลาวแทนเพื่อน ๆ วา พวกเราไมไดทําเพื่อรางวัล แตทําเพราะอยากชวย เหลือผูอื่น เมื่อเห็นทุกคนยิ้มได พวกเราก็รู สึก ภูมิใจ มาก” “กุบกิ๊บบกลาวตอวา การชวยเหลือกัน ไมจําเปนตองใชเงินจํานวนมากแตขอแคเพียงมี ความตั้งใจและรวมมือกันก็สามารถสรางทําสิ่ง ที่เปนประโยชน ใหสังคมได" “มินนี่พูดวา สิ่งเล็ก ๆ ที่พวกเราทําในวันนี้อาจเปนกําลังใจใหคนอื่นลุกขึ้นมา ทําความดีตอไป” รถเมลกลาวปดทายวา“พวกเราจะรักษาความดีนี้ไว แลวก็ชวนทุกคนชวยกัน ดูแลสิ่งแวดลอม ชวยเหลือสังคม และทําความดีตอไป” การชวยเหลือกันดวยความจริงใจการแบงปนการสละเวลาและแรงกายในการทํางาน ดวยความสุจริต การรวมมือกันอยางสามัคคี การอนุรักษธรรมชาติโดยเด็ก ๆ ทุกคนจะยึดคติประจําใจที่วา “การใหนั้น คือ ความสุขที่แทจริง” และการแสดงจิตสาธารณะ รวมกันครั้งนี้เพื่อ พัฒนา และฟนฟูรอยยิ้มของ ผูประสบภัยใหกลับคืนมาเหมือนเดิม ทุกอยาง นี้ ลวนเปนหนทางที่ทําใหสังคมเขมแข็งกลับมา เจริญอีกครั้งและนาอยูยิ่งขึ้น ๖๗
บทอานเสริม ๖๘๑๒๓๔๕๑๒๓๔ เรื่อง นกกระจาบกับฝูงลิง
วัสดุ : นักเรียนชวยกันนําวัสดุที่เหลือใชมาประดิษฐเปนถังขยะรีไซเคิล แหงแลง : ปนี้อากาศแหงแลงทําใหตนไมขาดนํ้าและเหี่ยวเฉา อนุรักษ : นักเรียนรวมกันอนุรักษปาไมเพื่อชวยลดปญหาภัยธรรมชาติ เหตุการณ : ครูใหนักเรียนเลาเหตุการณนํ้าทวมที่เกิดขึ้นในชุมชน สามัคคี : นักเรียนชวยกันเก็บขยะดวยความสามัคคีจนโรงเรียนสะอาด ศัพทนารู ๖๙ ตัวอยางประโยคการใช
๓ความหมายของการพูดแสดงความรูสึก การพูดแสดงความรูสึก คือ การใชคําพูดเพื่อบอกความรูสึกหรืออารมณของ ตนเองใหผูอื่นเขาใจเชน ดีใจ เสียใจ โกรธ กลัว ตื่นเตน ภูมิใจ ประหลาดใจ หรือ ผิดหวัง ความสําคัญของการพูดแสดงความรูสึก การพูดแสดงความรูสึกมีความสําคัญเพราะชวยใหผูอื่นเขาใจวาเรารูสึกอยางไร เชน ดีใจ เสียใจ โกรธ หรือไมสบายใจ ทําใหเราสามารถสื่อสารกับผูอื่นไดอยาง เหมาะสมและชวยลดการเขาใจผิดนอกจากนี้ยังชวยสรางความสัมพันธที่ดีระหวาง เพื่อน ครอบครัว และครู เราควรพูดแสดงความรูสึกดวยคําสุภาพและบอกเหตุผล อยางตรงไปตรงมา เพื่อใหผูอื่นเขาใจและเคารพความรูสึกของเรา อธิบายเพิ่มเติม ความรู ๗๐ การฟง การดูและการพูด
๗๑ ศึกษาเรื่องที่จะพูดใหเขาใจ ชัดเจน แจมแจง กลาวถึงขอมูลหรือขอเท็จจริงกอน กลาวความรูสึกและความคิดเห็นอยางมีเหตุผล ควรพูดในเชิงสรางสรรคและมีขอเสนอแนะ พูดและปรับปรุงสํานวนภาษาใหดี มีมารยาทในการดู การฟง และการพูด หลักการพูดแสดงความรูสึก และความคิดเห็น ขอควรคํานึงในการพูด การพูดแสดงความรูสึกและความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟงและดูเราควรพิจารณา ใหรอบคอบกอนพูด เพื่อไมใหเกิดความขัดแยงกับผูอื่น เพราะในเรื่องเดียวกัน แตละคนอาจมีมุมมองและความคิดเห็นที่แตกตางกัน ควรคํานึงถึงเวลาสถานที่ บุคคล ตลอดจนเนื้อหาที่พูด ไมใชแสดงความรูสึกที่เปนสวนตัวมากเกินไปไมพูด พาดพิงบุคคลอื่นไมแสดงความคิดเห็นเชิงลบมากเกินไป เพื่อฝกพัฒนาตนใหฝก คิดเชิงบวก
๑. คําศัพทแสดงความรูสึก ๒. เชน ดีใจ เสียใจ โกรธ กลัว ตื่นเตน ภูมิใจ ผิดหวัง นอยใจ ๓. การพูดบอกความรูสึก ๔. ฝกใชประโยค เชน “ฉันรูสึก… เพราะ…” “ฉันรูสึก… เมื่อ…” “ฉันชอบ… เพราะ…” “ฉันไมสบายใจเมื่อ…” การพูดอยางสุภาพและเหมาะสม ๑. เลือกใชคําสุภาพ ไมพูดทํารายความรูสึกผูอื่น และใชนํ้าเสียงเหมาะสม ๒. การพูดแสดงความรูสึกตามสถานการณ ๓. เชน เมื่อไดรับคําชม สอบไดคะแนนดี เพื่อนทําของหาย หรือถูกเพื่อนลอ ๔. การฟงและตอบสนองความรูสึกของผูอื่น ๕. รูจักรับฟง แสดงความเขาใจ และพูดใหกําลังใจ เชน “ไมเปนไรนะ” “เราจะชวยเธอ” ๖. การใชสีหนา นํ้าเสียง และทาทาง ๗. ใหสอดคลองกับความรูสึก เชน ดีใจใชสีหนายิ้มแยม เสียใจใชนํ้าเสียงออนลง ๗๒ การใชภาษาในการพูดแสดงความรูสึก
เสวนาแลกเปลี่ยน ใหนักเรียนรวมการอานเรื่อง ธารนํ้าใจ สูภัยพิบัติเกี่ยวกับเหตุการณภัยพิบัติ (เชน นํ้าทวม หรือแผนดินไหว) ใหเด็ก ๆ ดูจากนั้นตั้งวงสนทนาโดยใหนักเรียนแตละคนผลัด กันพูดแสดงความรู ความคิดเห็น และความรูสึก คําถาม ถานักเรียนเปนปงปง หรือ กุบกิ๊บนักเรียนจะรูสึกอยางไรกับเหตุการณที่เกิดขึ้น และในฐานะ นักเรียนจะสามารถแสดงจิตสาธารณะเพื่อชวยเหลือผูประสบภัยดวยวิธี ใดไดบาง (เชน การบริจาคของเลน การชวยแพ็คสิ่งของ หรือการสงกําลังใจ) ใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ ๔-๕ คนไปสืบคนนิทานพื้นบาน หรือนิทานคติธรรม ที่มีเนื้อหาสอดแทรกเกี่ยวกับการชวยเหลือเกื้อกูลกันความเสียสละหรือการทําประโยชน เพื่อสวนรวมมากลุมละ ๑ เรื่องโดยใหตัวแทนกลุมนํานิทานมาเลาใหเพื่อนฟงหนาชั้นเรียน พรอมทั้งระบุขอคิดจากนิทานและเชื่อมโยงอธิบายวาสามารถนําขอคิดที่ไดไปประยุกตใช ในการชวยเหลือสังคมหรือผูประสบภัยในชีวิตจริงไดอยางไร ระดมความคิด มุงคําตอบ กิจกรรมชวนกันคิด ชวนกันทํา ๗๓
เขียนสนุกสุดหรรษา ๓ ๗๔
คําชี้แจง: ใหนักเรียนเลือกคําตอบที่ถูกตองที่สุด ขอ ๑ นักเรียนเห็นเพื่อนชวยเก็บขยะในโรงเรียน ควรพูดแสดงความรูสึกอยางไร กิ. “ไมเห็นตองเก็บเลย” ข. “เรารูสึกชื่นชมเพื่อนที่ชวยเก็บขยะ เพราะทําใหโรงเรียนสะอาด” ค. “ไปเลนกันดีกวา” ง. “ขยะเยอะมาก ไมตองสนใจ” ขอ ๒ หลังจากดูคลิปเรื่องนักเรียนชวยกันปลูกตนไม นักเรียนรูสึกอยางไร ควรตอบขอใด ก. “รูสึกดีใจที่ทุกคนชวยกันดูแลสิ่งแวดลอม” ข. “ตนไมมีสีเขียว” ค. “นักเรียนกําลังปลูกตนไม” ง. “โรงเรียนมีตนไมหลายตน” ขอ ๓ ขอใดเปนการพูดแสดงความรูสึกพรอมเหตุผล ก. “ฉันชอบชวยเหลือผูอื่น” ข. “ฉันรูสึกภูมิใจที่ไดชวยเก็บขยะ เพราะทําใหชุมชนสะอาด” ค. “การเก็บขยะเปนสิ่งที่ดี” ง. “ทุกคนควรเก็บขยะ” ขอ ๔ หากเห็นเพื่อนแบงอาหารใหเพื่อนที่ไมมีอาหาร นักเรียนควรพูดวาอยางไร ก. “ฉันรูสึกประทับใจ เพราะเพื่อนมีนํ้าใจและรูจักแบงปน” ข. “อาหารของเพื่อนนากินมาก” ค. “ทําไมตองแบงใหคนอื่น” ง. “ฉันไมสนใจ” ขอ ๕ ขอใดแสดงถึงการมีจิตสาธารณะและการพูดแสดงความรูสึก ก. “ฉันรูสึกดีใจที่ไดชวยครูจัดหองเรียน เพราะทําใหหองเรียนสะอาด” ข. “ฉันอยากกลับบานเร็ว ๆ” ค. “หองเรียนมีโตะหลายตัว” ง. “ฉันไมอยากชวยใคร” ๗๕
ขอ ๖ หลังจากเลิกเรียน นักเรียนเห็นเพื่อนชวยจัดเกาอี้ที่ถูกเลื่อนออกจากแถวใหเรียบรอย นักเรียนควรพูดแสดงความรูสึกอยางไร ก. “เกาอี้มีหลายตัวเลย” ข. “ฉันรูสึกชื่นชมเพื่อน เพราะเพื่อนชวยจัดสถานที่ใหเปนระเบียบโดยไมตองรอใหครูบอก” ค. “ทําไมเพื่อนตองจัดเกาอี้ดวย” ง. “ฉันจะรีบกลับบาน” ขอ ๗ ระหวางเดินกลับบาน นักเรียนเห็นเพื่อนชวยเก็บของที่ตกจากกระเปาของผูสูงอายุ นักเรียนควรพูดวาอยางไร ก. “ของตกเต็มพื้นเลย” ข. “ฉันรูสึกประทับใจ เพราะเพื่อนมีนํ้าใจและชวยเหลือผูที่กําลังลําบาก” ค. “เราเดินตอกันเถอะ” ง. “คุณยายตองเก็บเอง” ขอ ๘ โรงเรียนจัดกิจกรรมทําความสะอาดบริเวณสนาม นักเรียนเห็นเพื่อนอาสาชวยเก็บใบไม แมไมใชหนาที่ของตนเอง นักเรียนควรพูดวาอยางไร ก. “ฉันรูสึกภูมิใจที่เห็นเพื่อนอาสาชวยเก็บใบไม เพราะเปนการชวยดูแลสวนรวมใหสะอาด” ข. “ใบไมมีสีนํ้าตาลหลายใบ” ค. “ทําไมไมใหภารโรงทํา” ง. “ฉันไมอยากทํางานนี้” ขอ ๙ นักเรียนพบวากอกนํ้าในหองนํ้าของโรงเรียนเปดทิ้งไว จึงปดกอกเพื่อชวยประหยัดนํ้า นักเรียนควรพูดแสดงความรูสึกอยางไร ก. “ฉันรูสึกดีใจที่ไดชวยประหยัดนํ้า เพราะนํ้าเปนทรัพยากรที่ทุกคนควรชวยกันรักษา” ข. “กอกนํ้าเปดอยู” ค. “นํ้าไหลแรงมาก” ง. “ฉันไมเกี่ยวกับเรื่องนี้” ขอ ๑๐ ในวันกีฬาสี นักเรียนเห็นเพื่อนชวยเก็บขวดนํ้าและขยะหลังจากการแขงขัน แมตนเองจะแขงขันเสร็จแลว นักเรียนควรพูดวาอยางไร ก. “ฉันรูสึกชื่นชมเพื่อน เพราะเพื่อนรับผิดชอบตอสวนรวมและชวยใหบริเวณสนามสะอาด” ข. “การแขงขันสนุกมาก” ค. “ขวดนํ้ามีหลายขวด” ง. “แขงขันเสร็จแลวก็กลับบานไดเลย” ๗๖
สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด บทที่ ๖ สาระที่ ๑ การอาน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชกระบวนการอานสรางความรูและความคิดเพื่อนําไปใชตัดสินใจ แกปญหาในการ ดําเนินชีวิต และมีนิสัยรักการอาน ท ๑.๑ ป.๔/๕ แยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากเรื่องที่อาน สาระที่ ๒ การเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชกระบวนการเขียนสื่อสารเขียนเรียงความ ยอความ และเขียนเรื่องราวในรูปแบบ ตาง ๆ เขียนรายงานขอมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคนควาอยางมีประสิทธิภาพ ท ๒.๑ ป.๔/๒ เขียนสื่อสารโดยใชคําไดถูกตอง ชัดเจน และเหมาะสม จุดประสงค/พฤติกรรม ๑.นักเรียนสามารถอธิบายความหมายและบอกลักษณะของขอเท็จจริงและขอคิดเห็นได ๒.นักเรียนสามารถเขียนแผนผังความคิดได ๓.นักเรียนเห็นคุณคาและตระหนักถึงความสําคัญผานการเขียนคําแนะนํา เพื่อนําไปใชในชีวิตประจําวัน สมรรถนะสําคัญ ๑. ดานการคิด นักเรียนมีความสามารถในการจําแนก แยกแยะ ความแตกตางขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ๒. ดานการสื่อสาร นักเรียนมีความสามารถในการรับสาร และสงสารไดอยางมีประสิทธิภาพ คุณลักษณะอันพึงประสงค อยูอยางพอเพียง ๗๗
๗๗
๗๙ พอเพียงสูความยั่งยืน ในหองนอนที่เต็มไปดวยสีสัน เด็กหญิงสมโอ กําลังใชแท็บเล็ตทองโลก อินเทอรเน็ตดวยความเพลิดเพลินสายตาของเธอสะดุดตาเขากับกลองสุมตุกตาหมี รุนพิเศษที่กําลังเปนกระแสโดงดัง ใจของเธอเปยมไปดวยความ ปรารถนาที่อยากจะ ไดมันมาครอบครองแตเมื่อมองดู ราคาที่สูงถึงหลักพัน เธอก็หนามุยลงทันที “แมคะ สมโออยากไดกลองสุมตัวนี้ จังเลยคะเพื่อน ๆ ที่โรงเรียนมีกันทุกคนแลว” สมโอวิ่งไปบอกแมที่กําลังอบขนมอยูในครัว แมนิ่มยิ้มอยางอบอุนแลวสวมกอดลูกสาว “สมโอลูกรัก ตุกตากลองสุมราคาแพงตัวนี้ ถาซื้อเลยตอนนี้มันจะเปลืองเงิน โดยใชเหตุนะจะ เพราะมันไมไดจําเปนตอวิถีชีวิตการเรียนของลูกเลยแตถาลูกอยาก ไดมันจริง ๆ แมวาเรามาลองชวยกันหารายไดเสริมดีไหม แลวแมจะสอนวิธีเก็บออม เงินในแอปพลิเคชันแบบลํ้าๆ ให” สมโอตาเปนประกายรีบเขาไปปรึกษาแมทันที
แมนิ่มแนะนําใหสมโอใชเวลาวางหลังเลิกเรียนมาชวยทําขนมคุกกี้สิงคโปรโฮมเมดซึ่ง เปนกิจการเล็กๆที่สงขายตามยอดออเดอรในกลุมหมูบานที่พรอมทั้งชวยดาวนโหลด แอปพลิเคชันธนาคารที่มีฟเจอรจะแยกกระเปาเงินดิจิทัลอัจฉริยะเพื่อที่ตั้งเปาหมาย ในการเก็บเงินในทุก ๆ วันสมโอตั้งใจชวยแมแพ็กขนมและโพสตขายอยางขยันขัน แข็งเธอไดรับคําแนะนําจากพี่เกงเปนรุนพี่ขางบานที่คอยชวยเหลือดวยความเอื้อเฟอ ชวยสอนเทคนิคการแตงรูปขนมใหดูนารับประทาน และลุง ๆ ปา ๆ ในหมูบานตางก็ ชวยกันอุดหนุนขนมของเด็กหญิงดวยความเอื้ออาทร ๘๐
เมื่อจบสัปดาหแรกแมไดกําไรจากการขายคุกกี้ แลวแมนิ่มก็ไดนําเงินนั้น เปนคาขนมใหสมโอ โดยโอนเขาบัญชีดิจิทัลของสมโอหลังจากหักทุนแลวเธอพบวา ตัวเองไดเงินมาหลายรอยบาท สมโอจัดการยายยอดเงินนั้นแยกเขากระเปายอยใน แอปฯ ทันที โดยแบงเปนเงินทุนหมุนเวียนเงิน เพื่อกลองสุมและตั้งระบบล็อกเงิน ออมอัตโนมัติเผื่อใชจายยามฉุกเฉิน ซึ่งการเห็นตัวเลขสะสมในแอปพลิเคชันเพิ่มขึ้น ทุกวันทําใหเธอสนุกและมีวินัยทางการเงินเพิ่มขึ้นเปนทวีคูณสองเดือนผานไป ยอด เงินดิจิทัลในกระเปา “กลองสุมของสมโอ” ก็ครบถวนตามเปาหมายแตทวาสมโอ กลับนั่งมองหนาจอแอปพลิเคชันแลวยิ้มเธอบอกแมวา “หนูเปลี่ยนใจไมซื้อกลองสุมแลวคะแม หนูรูแลววากวาจะไดเงินมามัน เหนื่อยแคไหนหนูอยากเก็บเงินกอนนี้ไวเปนทุนการศึกษาดีกวาคะ” แมนิ่มกอดลูกสาวดวยความภูมิใจ สมโอคิดในใจวา “เกือบไปแลวเสียทีที่ตอนแรกคิดจะใชเงินตามกระแส” วันนี้เธอไดเรียนรู แลววาระบบเศรษฐกิจพอเพียงในยุคดิจิทัลชวยสรางความมั่นคงและทําใหเธอ เติบโตเปนผูใหญที่รูคุณคาของเงินอยางแทจริง ๘๑
บทอานเสริม เรื่อง ความรูลํ้าคา เศรษฐกิจพอเพียงยุคดิจิทัล ๑. ๒. ๓. ๔. ๕. ๘๒
๑.เก็บออม ๒.กําไร ๓.กิจการ ๔.ปรึกษา ๕.ปรารถนา ๖.เปลือง ๗.เผื่อ ๘.วิถีชีวิต ๙.วินัย ๑๐.เสียที ๑๑.อินเตอรเน็ต ๑๒.เอื้อเฟอ ๑๓.เอื้ออาทร ๑๔.เศรษฐกิจ ๑๕.มั่นคง การแบงรายไดสวนหนึ่งเก็บสะสมไว ผลประโยชนที่ไดเกินจากตนทุนหลังจากหักคาใชจายทั้งหมดแลว การงานที่ตองทํา ธุระ หรือกิจกรรมที่กอใหเกิดผลผลิต การหารือ ขอคําแนะนํา แลกเปลี่ยนความคิดเห็น มุงหมาย ความอยากได ความตองการ การใชหมดไปโดยไมจําเปน หรือเกินกวาที่ควร การเตรียมไวสําหรับสถานการณขางหนา แนวทางการดําเนินชีวิตหรือความเปนอยู กฎเกณฑ ขอบังคับ แบบแผนความประพฤติ พลาดทา เกือบหลงผิด เครือขายคอมพิวเตอรขนาดใหญ ที่เชื่อมตอกันทั่วโลก การแสดงนํ้าใจไมตรี และแบงปนตอผูอื่น ความหวงใย ความเอาใจใส การชวยเหลือกัน งานเกี่ยวกับการผลิต การจําหนาย และการบริโภค ความตั้งมั่น แข็งแรง หรือไมเปลี่ยนแปลงตามกาลเวลา ตัวอยางประโยคการใช ปรึกษา : เขาไปปรึกษาครูเรื่องการเรียนตอ ปรารถนา : เนื่องในวันเกิดปนี้ขอสงความปรารถนาดีใหคุณมีสุขภาพแข็งแรงตลอดไป วินัย : การจะออกกําลังกายใหไดผลจริงตองอาศัยวินัย และความสมํ่าเสมอเปนหลัก เอื้อเฟอ : การแบงปนอาหารใหเพื่อนบานเปนตัวอยางเล็กๆ ของความเอื้อเฟอเผื่อแผ มั่นคง : เขาตั้งใจทํางานเก็บเงินเพื่อสรางรากฐานชีวิตที่มั่นคงใหกับลูก ๘๓ ศัพทนารู
การแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ความหมายของขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ขอเท็จจริง คือ เรื่องราว เหตุการณ หรือขอมูลที่เปนความจริง สามารถพิสูจนได มีหลักฐานอางอิง และตรวจสอบความถูกตองไดตามหลักวิชาการหรือความเปนจริง ขอคิดเห็น คือ ความคิด ความรูสึก ความเชื่อ ทัศนคติ หรือการคาดเดาของบุคคลตอสิ่งใดสิ่งหนึ่ง ซึ่งยังไมสามารถพิสูจนไดวาเปนความจริงแทแนนอน ความสําคัญของขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ชวยใหแยกแยะขอมูล สรางการตัดสินใจที่ถูกตอง และรูเทาทันสื่อ โดยขอเท็จจริงใหขอมูลที่พิสูจน ได สวนขอคิดเห็นใหมุมมองและแนวคิดเพิ่มเติม อธิบายเพิ่มเติมความรู ๘๔
ขอเท็จจริง ๑.ใหความจริงที่เชื่อถือได เปนขอมูลที่เกิดขึ้นจริงและสามารถพิสูจนไดดวยหลักฐาน ๒.ชวยในการตัดสินใจ ทําใหแกปญหาไดอยางถูกตองบนพื้นฐานความเปนจริง ๓.ชวยใหแกปญหาไดถูกตองบนพื้นฐานความเปนจริง ขอคิดเห็น ๑.แสดงมุมมองและทัศนะ สะทอนความรูสึก ความคิด หรือความเชื่อสวนบุคคล ๒.กระตุนการวิเคราะห ชวยใหมองเห็นแงมุมที่หลากหลาย ๓.ใชในการแสดงเหตุผลเพื่อแลกเปลี่ยนความเขาใจ หลักการแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ขอเท็จจริง ๑.มีความสมจริงและเปนไปไดสูง ๒.มีหลักฐานอางอิงและพิสูจนได ๓.มีความสมเหตุสมผลตามหลักวิทยาศาสตรหรือเหตุการณจริง ขอคิดเห็น ๑.เปนความรูสึก ความเชื่อ หรือทัศนคติสวนบุคคล ๒.มักเปนการคาดคะเน การเปรียบเทียบ หรือขอเสนอแนะ ๓.มีคําวา นาจะ, ควรจะ, คิดวา, รูสึกวา ประกอบอยู ๘๕
ขอเท็จจริง คือ เหตุการณหรือเรื่องราวที่เกิดขึ้นจริง สามารถพิสูจนไดวาจริงหรือเท็จมีหลักฐาน อางอิง และมีความสมเหตุสมผล ลักษณะของขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ๑.มีความเปนไปได/มีความสมจริง ตัวอยาง เทศกาลสงกรานตจัดขึ้นในเดือนเมษายนของทุกป ๒.มีหลักฐานเชื่อถือได ตัวอยาง ภาษาไทยเปนภาษาประจําชาติ ๓.มีความสมเหตุสมผล ตัวอยาง ดวงอาทิตยเปนดาวฤกษที่อยูใกลโลกมากที่สุด ขอคิดเห็น คือ ความรูสึก ความคิดเห็น การคาดคะเน หรือขอเสนอแนะของบุคคลที่สอดแทรกอยู ในเนื้อหา ซึ่งอาจตรงหรือไมตรงกับขอเท็จจริงก็ได ๑.เปนขอความแสดงความรูสึก ตัวอยาง ทุเรียนรสชาติอรอยกวามังคุด ๒.เปนขอความที่แสดงการคาดคะเน มักมีคําวา อาจ อาจจะ นา นาจะ ตัวอยาง การรับประทานแตผักไมนาจะเปนผลดีตอรางกาย ๓.ขอความที่แสดงการเปรียบเทียบหรืออุปมาอุปไมย ตัวอยาง คนเกงยอมประสบความสําเร็จในชีวิตเสมอ ๔.เปนขอความที่เปนขอเสนอแนะ ตัวอยาง การฟงเพลงชวยเพิ่มสมาธิได ลักษณะของขอเท็จจริงและขอคิดเห็น ๘๖
ความหมายของการเขียนคําแนะนํา การเขียนคําแนะนํา คือ การบอกขอปฏิบัติ ขอควรรู วิธีใช หรือวิธีทํา เพื่อสรางความรูความเขาใจและเปนประโยชนแกผูอาน ประเภทของการเขียนคําแนะนํา ๑.แนะนําวิธีการใช ๒.แนะนําแนวทาง ๓.แนะนําขอบงชี้ ๔.แนะนําหลักการ หลักการเขียนคําแนะนํา ใชภาษาเขียนที่เขาใจงาย ไดใจความ เพื่อใหผูอานสามารถเขาใจไดงาย ใชคําสุภาพ ภาษาที่เขียนตองนุมนวลไมหยาบคาย นําเสนอดวยวิธีหลากหลาย เพื่อเปนทางเลือกใหผูอาน ใชการยกตัวประกอบ เพื่อชวยใหไมตองอธิบายที่ยืดยาวทําใหผูอานเขาใจไดงาย ตัวอยางการเขียนคําแนะนํา การเขียนคําแนะนํา ๘๗
ระดมความคิด มุงคําตอบ นักเรียนอานบทความสั้น ๆ และใหนักเรียนแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นโดยใหนักเรียนแบงกลุม กลุมละ ๓-๔ คน และชวยกันวิเคราะห วาขอความใดเปนขอเท็จจริง ขอความใดเปนขอคิดเห็น กิจกรรม ๘๘
เขียนสนุกสุดหรรษา ๑. นักเรียนแตละคนอานบทความจากบทอานเสริม เรื่อง ความรูลํ้าคา เศรษฐกิจพอเพียงยุคดิจิทัล แลวแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็นจากบทอาน โดยสรุปเปนแผนผังความคิด ๒. นักเรียนเขียนคําแนะนําเกี่ยวกับการใชชีวิตอยางพอเพียงไดถูกตองตามหัวขอที่กําหมด เรื่อง “ความพอเพียง ในยุคดิจิทัล” ๘๙
๙๐
สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด บทที่ ๗ สาระที่ ๑ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคิดเห็นวิจารณวรรณคดีและวรรณกรรมไทยอยางเห็นคุณคาและ นํามาประยุกตใชในชีวิตจริง ตัวชี้วัด ท ๕.๑ ป.๔/๔ ทองจําบทอาขยานตามที่กําหนดและบทรอยกรองที่มีคุณคาตามคามสนใจ สาระที่ ๒ การเขียน ท ๔.๑ เขาใจธรรมชาติของภาษาและลักษณะภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลังของภาษา ภูมิปญญาทางภาษาและอนุรักษภาษาไทยไวเปนสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๔.๑ ป.๔/๕ แตงบทรอยกรอง จุดประสงค/พฤติกรรม ๑.นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของกลอนสี่สุภาพอยางถูกตอง ๒.นักเรียนสามารถแตงกลอนสี่สุภาพไดอยางถูกตอง ๓.นักเรียนเห็นคุณคาและความภาคภูมิใจในภาษาไทย สมรรถนะสําคัญ ๑) สมรรถนะดานการสื่อสาร ๒) สมรรถนะดานการคิด คุณลักษณะอันพึงประสงค รักความเปนไทย ๙๑
เสียงออดเวลาเลิกเรียนดังขึ้นพรอมกับโจทยบนกระดานดําตัวใหญที่ทําเอา “อนันท” เด็กชายชั้น ป.๔ ถึงกับนั่งนิ่ง แววตาวางเปลาพรอมกับยกมือขึ้นเกาหัวแกรก ๆ "เฮอ...ใหทําสิ่งประดิษฐจากของเหลือใชเนี่ยนะ จะไปเอามาจากไหนละทีนี้" อนันทบนพึมพํากับตัวเองขณะเก็บของใสกระเปา เขาเดินคอตกกลับบานเพราะในหัวยังคิดไมออกเลยวาจะทําอะไรสงครูในวิชาการงาน อาชีพสัปดาหหนา พอถึงบานอนันทก็ลองไปรื้อกลองของเลน เกา ๆ แลวก็บังเอิญเจอ "เมกา" หุนยนตพลาสติก ตัวโปรดของเขาเมื่อนานมาแลว แตตอนนี้มันอยู ในสภาพแขนหักขาหลุดพังจนเลนไมไดแลว “โธ...เมกา สภาพดูไมไดเลยนะเรา" อนันทถอนหายใจยาว มองหุนยนตที่อยูในมือดวย ความเสียดายและเสียใจ "จะทิ้งก็ทิ้งไมลง แตจะเอาไปสงครูสภาพนี้ มีหวังโดนตัดคะแนนยับแน ๆ" วันตอมาชวงพักกลางวัน หลังจากที่อนันทกําลังจะเดินกลับไปยังที่อาคารเรียน หองป.๔ ซึ่งตองเดินผานหองนาฏศิลปที่อยูในอาคารเรียน ทันใดนั้นเองอนันทก็ไดยิน เสียงปลอยแผวขึ้นมา รอยเรียงไปกับระนาดที่สะทอนเปนจังหวะ มีฆองวงขับทํานอง หนักแนน สวนเสียงฉิ่งและกลองทับคอยเรงจังหวะใหหัวใจเตนตุบ ๆ ตามทุกสําเนียง หลอมรวมกันเปนมนตรแหงศิลปะไทย ๙๓ เมกาหนุมาน
เขาเลยชะเงอหนาเขาไปดู ภาพที่เห็นคือรุนพี่ชั้น ม.๑ ที่กําลังใสหัวโขนลิงหนุมานแตง กายเหมือนหลุดออกมาจากวรรณคดีจริง ๆ กําลังซอมรําโขนอยู พี่เขาตัวออนจัง แถมยังกระโดดลอยตัวทาทางเทสุด ๆ ทําเอาอนันทถึงกับมอง ตาคาง พลางนึกในใจวา “โอโห เทระเบิดไปเลย” ที่ผานมาอนันทเคยเห็นหนุมานอยูแคในหนังสือเรียน ภาษาไทยเลมหนา นาเบื่อ ๆ แตพอมาเห็นของจริงแบบนี้ อนันทรูสึกเลยวาหนุมาน ดูเทและทรงพลังไมแพซูเปอรฮีโรในทีวีเลยสักนิด ตั้งวงกวัดแกวง ยอกายออนโอน ราวลิงรําโขน ทวงทาเลิศลํ้า ดนตรีบรรเลง พรอมเพรียงเเลวไซร สําแดงโลดโผน แลวโหนโดดยํ่า กระโจนรายรํา จดจําตรึงใจ เสียงเพลงแบบไทย คงไวเอกลักษณ ๙๔
อนันทมองอยูพักใหญจนเสียงดนตรีจบลง “นองชายตรงนั้นนะ ยืนมองซะนานเลยนะสนใจอยากลองรําโขนเหรอ?" รุนพี่ ม.๑ คนที่ใสหัวโขนหนุมานถอดหัวโขนออกแลวหันมายิ้มทักทาย “เปลาครับพี่” อนันทหัวเราะเขิน ๆ “ผมแครูสึกวาหนุมานของพี่เทมาก ๆ เลยครับเหมือนซูเปอรฮีโรเลย" “ฮาๆ ขอบใจนะ” “จริง ๆ วรรณคดีไทยเรามีตัวละครเท ๆ อีกเยอะเลยละ" รุนพี่บอกพลางยิ้มรา อยางภาคภูมิใจ จังหวะนั้นเอง เหมือนมีหลอดไฟสวางขึ้นในหัวของอนันท “จริงดวย เราเอามาประยุกตใชกับหุนยนตของเราไดนี่นา!” อนันทอุทานขึ้น มา ไอเดียสุดสรางสรรคพุงพลานจนแทบรอใหถึงเวลาเย็นไมไหว เมื่อกลับถึงบานตน อนันทไมรอชารีบเปลี่ยนโตะเขียนหนังสือใหกลายเปนหอง แล็บนักประดิษฐ เขาจึงไดรวบรวมวัสดุเหลือใชรอบ ๆ ตัวมา ไดแก หลอดดูด แกนกระดาษทิชชู กลอง ลัง ฟอยลสีทองระยิบระยับ และลวดกํามะหยี่ของคุณแม นํามาผสมผสานกับหุนยนตตัวเกาที่แขนขาหักใชการไมไดอยางตั้งใจ โดยมีเปาหมาย วาจะดึงจิตวิญญาณแหงความเปนไทยในตํารา ออกมาโลดแลนในโลกความจริงใหได “เดี๋ยวนะ ถาจะซอมใหสมบูรณเราตองรูกอนวาตัวละครที่รุนพี่คนนั้นซอมอยูมี ลักษณะอยางไร” อนันทพึมพํากอนจะไปหยิบแท็บเล็ตเกาของพอ แลวเริ่มคนหาขอมูลเกี่ยวกับโขนไทย และหนุมาน จากเว็บไซตตาง ๆ ทางอินเทอรเน็ต ๙๕
ไมนานเขาก็พบภาพหนากากโขนจํานวนมาก ทั้งยักษ และลิงสีตาง ๆ แตภาพ ที่ดึงดูดสายตาที่สุดคือ หนากากหนุมานสีขาว ที่แสนลํ้าคา แนนหนาทนทาน สืบเสาะตามอาน โบราณตํารา นี่แหละชฎา งามตาแแวววาว ใหดีสีขาว แพรวพราวคลายลิง เริ่มตนขาแขน นําหลอดดูดมา ตัดลังทําเกราะ ลายหนุมาน ฟอยลทองตัดแปะ ปะติดใสมา ลวดกํามะหยี่ ใชแทนหางยาว ๙๖
อนันทไดตั้งชื่อใหกับผลงานชิ้นนี้อยางภาคภูมิใจวา "เมกาหนุมาน" เมื่อวันนําเสนอผลงานมาถึง อนันทจึงรีบถือเมกาหนุมานไปที่หองเรียนวิชาการ งานอาชีพดวยความตื่นเตน แมจะรูสึกประหมาเล็กนอย แตก็อยากใหทุกคนไดเห็นสิ่ง ที่เขาตั้งใจทํา เมื่อถึงเวลานําเสนอ คุณครูเรียกชื่ออนันทขึ้นหนาชั้นเรียน “อนันท เชิญนําเสนอผลงานไดเลยจะ” อนันทยิ้มพรอมเดินไปหนาชั้นเรียนกอนจะยกเมกาหนุมานขึ้นใหเพื่อน ๆ ดู เพื่อน ๆ ตางพากันปรบมือและเดินเขามาชมผลงานอยางใกลชิด “ครูชอบแนวคิดของอนันทมาก นอกจากผลงานจะสวยงามแลว ยังไดแสดงให เห็นถึงความคิดสรางสรรค และการอนุรักษวัฒนธรรมไทยในรูปแบบที่สรางสรรคมาก ครูขอใหคะแนนเต็มสิบเลย” สิ้นเสียงคุณครู เพื่อน ๆ ตางปรบมือแสดงความยินดี ในขณะนั้นเอง อนันทรูสึกภูมิใจเปนอยางยิ่ง เขาไมไดภูมิใจเพียงเพราะวาไดรับ คะแนนเต็มเพียงเทานั้น อนันทยังภูมิใจที่ผลงานของเขาสามารถทําใหเพื่อน ๆ คุณคาของศิลปะและวรรณคดีไทยในมุมมองใหม ๙๗ ไดเห็น
คนไทยนี้ดี เมืองไทยเมืองทอง คนไทยเขมแข็ง รักชาติยิ่งใหญ ธงไทยไตรรงค ทั้งสามสิ่งนี้ สีแดงคือชาติ นํ้าเงินงามตา เรารักเพื่อนบาน เมื่อยามมีภัย เรารักทองถิ่น ถิ่นไทยเรานั้น เปนพี่เปนนอง เปนของคนไทย รวงแรงรวมใจ ไทยสามัคคี เปนธงสามสี เปนที่บูชา สีขาวศาสนา พระมหากษัตริยไทย ไมรุกรานใคร รวมใจปองกัน ทํากินเแบงปน ชวยกันดูแล นภาลัย สุวรรณธาดา บทอานเสริมนี้มีเนื้อหาสงเสริมใหผูเรียนตระหนักถึงการเปนพลเมืองที่ดี มีใจ และความรักชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย ปลูกฝงจิตสํานึกในการอนุรักษความ เปนไทยและการอยูรวมกันอยางสันติ จึงสอดคลองกับคุณลักษณะอันพึงประสงค เรารักเมืองไทย ๙๘ บทอานเสริม
ศัพทนารู ๑) ประดิษฐ ๒) อาชีพ ๓) วรรณคดี ๔) ประยุกต ๕) ชฎา ๖) ไตรรงค ๗) นาฏศิลป ๘) โขน ๙) ตระหนัก ๑๐) สรางสรรค ๑๑) โบราณ ๑๒) เมืองทอง ๑๓) นําเสนอ ๑๔) ศาสนา การทําหรือสรางขึ้นดวยความคิดและฝมือ งานที่ทําเปนประจําเพื่อหารายไดเลี้ยงชีพ หนังสือหรือบทประพันธที่มีคุณคาทางภาษาและวรรณศิลป การนําสิ่งที่มีอยูมาปรับใชใหเหมาะสมกับสถานการณใหเกิดประโยชน เครื่องสวมศีรษะยอดแหลมใชในกาคแสดงโขนและละคร ธงชาติไทยที่มี ๓ สี คือ แดง ขาว และนํ้าเงิน ศิลปะการฟองรํา การแสดงนาฏศิลปไทยที่สวมหนากากเปนตัวละครในเรื่องรามเกียรติ์ เพื่อ ถายทอดเรื่องราวในเรื่องรามเกียรติ์ รูสึกหรือเขาใจถึงความสําคัญของสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยางชัดเจน คิดหรือทําสิ่งใหมขึ้น ใหเกิดประโยชนและมีคุณคา เกาแก มีมาตั้งแตสมัยกอนหรือในอดีต เปนความหมายเปรียบหมายถึง ดินแดนที่อุดมสมบูรณ รมเย็นเปนสุข การบอกกลาว,การแสดงใหเห็น หรือการถายทอดขอมูล ความรู ความคิด และไอเดียตาง ๆ ใหผูอื่นไดรับรูและเขาใจ หลักศีลธรรมคําสอนและพิธีกรรม ซึ่งเปนที่ยึดเหนี่ยวจิตใจและแนวทางใน การดําเนินชีวิต ตระหนัก : แพทตระหนักรูคุณคาของการปดนํ้าเมื่อไมใช อาชีพ : พี่ชายของฉันทําอาชีพเปนคุณครูสอนเด็กอนุบาล นาฏศิลป : วันนี้ครอบครัวพาฉันและพี่สาวไปดูการแสดงนาฏศิลปที่โรงละคร โบราณ : ประเพณีลอยกระทงเปนประเพณีโบราณ ศาสนา : คนไทยโดยสวนใหญนับถือศาสนาพุธ ตัวอยางการใช ๙๙
เชาวันตอมา/ พระอาทิตยทอแสงอันแจมใสเมื่อรุงอรุณ// นํ้าฝนติดอยูตามใบไม/ กอหญา/ ตองแสงอาทิตยเปนประกาย/ เมฆฝนที่ทะมึนอยูเมื่อกลางคืน / คงเหลือในสภาพเหมือนปุย นุนเล็ก ๆ / ที่ถูกลมพัดปลิวไปติดขอบฟา ในการอานออกเสียงบทรอยแกว จะใชเครื่องหมายวรรคตอนในการอาน เพื่อเปนการเวนชวงจังหวะการอาน ดังนี้ เครื่องหมาย/ หมายถึง การหยุดเวนชวงจังหวะสั้นๆ เครื่องหมาย//หมายถึง การหยุดเวนชวงจังหวะที่ยาวกวาเครื่องหมาย/ หลักในการอานบทรอยแกว ๑) อานคําใหถูกตองตามอักขรวิธี เชน คําควบกลา หรือคําที่มี รร (ร หัน) ๒) อานออกเสียงพยัญชนะ สระและวรรณยุกตใหชัดเจน ๓) อานใหคลองไมติดตะกุกตะกักและเวนจังหวะวรรคตอนใหถูกตอง ๔) อานออกเสียงแบบพูด บางครั้งอาจตองใชนําเสียงเพื่อแสดงอารมณตามเนื้อเรื่อง ๕) ควรใชทาทางรวมกับการอานใหเหมาะสม เชน การวางมือ การมองผูฟง ฯลฯ ๖) เขาใจความหมายของขอความที่อานโดยจับใจความสําคัญ อธิบายรายละเอียด ตัวอยางการอาน ตัวอยาง ๑๐๐
ตัวอยางการอาน ตัวอยาง หลักในการอานบทรอยกรอง ๑) ศึกษาลักษณะบังคับของคําประพันธ เชน การแบงจังหวะจํานวนคําสัมผัส เสียงวรรณยุกต เสียง หนักเสียงเบา เปนตน ๒) อานใหถูกตองตามลักษณะบังคับของคําประพันธ ๓) อานออกเสียง ร ล คําควบกลํ้าใหชัดเจน ๔) อานออกเสียงดังใหผูฟงไดยินทั่วถึง ไมดังหรือเบาจนเกินไป ๕) คําที่รับสัมผัสกันตองอานเนนเสียงใหชัดเจน ถาเปนสัมผัสนอกตองทอดเสียงใหมีจังหวะยาวกวา ธรรมดา ๖) มีศิลปะในการใชเสียง เอื้อนเสียง และทอดจังหวะใหชาจนจบบท ตองดีตองเกง ตองเรงกาวไป ฝกฝนวินัย รวมใจทําดี เด็กไทยวันนี้ ตัองชวยตัวเอง ซื่อสัตยอดทน เรารักเมืองไทย ๑๐๑
กลอนสี่ เปนบทรอยกรองชนิดหนึ่ง เกิดจากการนําคําวรรคละ ๔ คํา ที่มีคําคลองจองหรือสัมผัสกันมาเรียง ตามแผนบังคับ ลักษณะบังคับ กลอนสี่บทหนึ่งมี ๔ วรรค วรรคละ ๔ คํา รวมแลว ๑ บทมี ๑๖ คํา ซึ่งแตละ ๒ วรรค จะถูกนับเปน ๑ บาท (๑ บทมี ๒ บาท) ๑) สัมผัส ลักษณะบังคับ ตําแหนงสัมผัสหลัก ๓ แหง คําคําสุดทายของวรรคที่ ๑ สัมผัสกับคําที่ ๒ ของวรรคที่ ๒ คําสุดทายของวรรคที่ ๒ สัมผัสกับคําสุดทายของวรรคที่ ๓ คําสุดทายของววรคที่ ๓ สัมผัสกับคําที่ ๒ ของวรรคที่ ๔ ๒) สัมผัสระหวางบท คําสุดทายของวรรคที่ ๔ สัมผสกับคําสุดทายของวรรคที่ ๒ ในบทตอไป การแตงกลอนสี่ แผนผังกลอนสี่ สัมผัสระหวางวรรค สัมผัส ระหวาง บท สัมผัสระหวางวรรค วรรคหนา ๔ คํา วรรคหลัง ๔ คํา๑บท๑บท ๑๐๒
ตัวอยางกลอนสี่ สําแดงโลดโผน แลวโหนโดดยํ่า กระโจนรายรํา จดจําตรึงใจ เสียงเพลงแบบไทย คงไวเอกลักษณ ตั้งวงกวัดแกวง ยอกายออนโอน ราวลิงรําโขน ทวงทาเลิศลํ้า ดนตรีบรรเลง พรอมเพรียงเเลวไซร กิจกรรม ๑) เขียนสนุกสุดหรรษา (วัดความรู : K) ใหนักเรียนสังเกตแผนผังกลอนสี่ แลวโยงเสนแสดงคําสัมผัสบังคับใหถูกตอง จากนั้นเขียนอธิบาย ลักษณะของกลอนสี่ เชน จํานวนวรรค จํานวนคํา และการสัมผัสของคําในแตละวรรค ๑๐๓สแกนเพื่อดาวนโหลดไฟลงาน
๒) คิด มุงหาคําตอบ กําหนดใหวรรคแรกของกลอนสี่เริ่มตนดวย “สยามเมืองยิ้ม” และใหนักเรียนแตงตอใหครบ ๒ บท โดย คํานึงถึงฉันทลักษณของกลอนสี่และความตอเนื่องของเนื้อหา สยามเมืองยิ้ม ………………… ………………… ………………….. ..………………. ………………….. ………………… ………………….. ๓) เสวนา แลกเปลี่ยน นักเรียนและครูรวมกันพูดคุยและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นวา นอกจาก เมกาหนุมาน ตามบทอานแลว ยังมีวัฒนธรรมไทยและศิลปะไทย หรือตัวละครในวรรณคดีไทยใดบางที่จะสามารถนํามาประยุกตหรือ ออกแบบเปนของใชในชีวิตประจําวันได พรอมอธิบายเหตุผลประกอบ เชน เสื้อผา เครื่องใช กระเปา ของเลน เครื่องเขียน หรือของตกแตงบาน ๑๐๔
ขอมูลผูจัดทํา นางสาวรวินทนิภา นิธิกุลกิจเจริญ ๖๗๑๖๑๒๑๗ นางสาววนิยา สําราญพิทักษ ๖๗๑๖๑๒๒๐ นางสาวเจนจิรา ตันติรัตนเวช ๖๗๑๖๑๑๗๓ นางสาวดารินทร ไชยคง ๖๗๑๖๑๑๑๗ จัดทําบทที่ ๑ จัดทําบทที่ ๒ จัดทําบทที่ ๓ จัดทําบทที่ ๔
ขอมูลผูจัดทํา นางสาวพรรณอร พนางามเลิศ ๖๗๑๖๑๑๘๑ นางสาวสุดาทอง วชิรเรืองกุล ๖๗๑๖๑๑๙๑ นางสาวจอมขวัญ พงศปรีดานนท ๖๗๑๖๑๑๐๓ จัดทําบทที่ ๕ จัดทําบทที่ ๖ จัดทําบทที่ ๗
บรรณานุกรม Ratirath N. (ม.ป.ป.). การเขียนเรื่องตามจินตนาการ. Scribd. สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก https://www.scribd.com/document/806901028/การเขียนเรื่องตามจินตนาการ ทีมงานทรูปลูกปญญา. (๒๕๖๕). ภาษาไทย ป. ๔ เรื่อง ประโยค. สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก https://www.trueplookpanya.com/learning/detail/31405 มูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม ในพระบรมราชูปถัมภ. (๒๕๖๖). ประโยค ๒ สวนและ ประโยค ๓ สวน. สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก https://dltv.ac.th/teachplan/episode/55647 ทีมงานกระปุก. (๒๕๖๒). นิทานอีสป หมาปากับลูกแกะ นิทานกอนนอนสําหรับเลาใหลูกนอย ฟง. กระปุก. สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก https://baby.kapook.com/view55846.html DLTV. (๒๕๖๔). ใบความรูที่ ๔ เรื่อง การเขียนแผนภาพความคิด. สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙, จาก https://dltv.ac.th/utils/files/download/120282 โรงเรียนทาแซะรัชดาภิเษก. (ม.ป.ป.). ชุดกิจกรรมฝกทักษะ เรื่อง บทความที่เกี่ยวของกับทองถิ่นของเรา หอหมกทาทอง. สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ จาก https://tsk.ac.th/img/classroom/48/cr2_pa_164870936120220331014921.pdf มูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม. (๒๕๖๗). สํานวน สุภาษิต คําพังเพย (๑). DLTV. สืบคน ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙, จาก https://dltv.ac.th/teachplan/episode/81640 OnDemand. (๒๕๖๘). รวม ๕๐ สํานวน สุภาษิตไทย ออกสอบบอย พรอมความหมาย ได คะแนนดี. สืบคน ๑๖ กรกฎาคม ๒๕๖๙, จาก https://www.ondemand.in.th/สุภาษิตไทย-thai- idioms/ มูลนิธิการศึกษาทางไกลผานดาวเทียม. (ม.ป.ป.). การสรุปความรู ขอคิด และคุณคาของเรื่อง ที่อาน จากการอานวรรณคดีและวรรณกรรม. DLTV.สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ จากhttps://dltv.ac.th/teachplan/episode/81557• จากโครงการพัฒนาสื่อการเรียนรู DLTV. การอานเรื่องเพื่อแยกขอเท็จจริงและขอคิดเห็น. สืบคนเมื่อ ๑๖ สิงหาคม ๒๕๖๙ จาก htt//flyby.ac.th การพูดแสดงความรูสึกและความคิดเห็น 18 ธ.ค. 68 (มีใบงาน ใบความรู) https://dltv.ac.th/teachplan/episode/100512
นวภาษา นําพาความรู พากเพียรควบคู นําสูปญญา เรียนรูทักษะ มานะชีวา รูรักษภาษา พัฒนายั่งยืน