เพิ่มข้อความในส่วนเนื้อหาเล็กน้อย

Created in Canva

สาระมาตรฐาน/ตัวชี้วัด บทที่ ๔ สาระที่ ๑ สาระการอาน ท ๑.๑ ป๔/๗ อานหนังสือที่มีคุณคาตามความสนใจอยางสมํ่าเสมอและแสดงความคิดเห็น เกี่ยวกับเรื่องที่อาน สาระที่ ๒ สาระวรรณคดีและวรรณกรรม ท.๕.๑ ป.๔/๒ อธิบายขอคิดจากการอานเพื่อนําไปใชในชีวิตจริง จุดประสงค/พฤติกรรม K นักเรียนสามารถบอกคุณคาและขอคิดจากวรรณกรรมไดถูกตอง P นักเรียนสามารถตีความจากเรื่องที่อานไดอยางถูกตอง A เห็นคุณคาของวรรณกรรมและการอาน สมรรถนะ -ความสามารถในการสื่อสาร (อานวรรณกรรมแสดงความคิดเห็น และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อาน) -ความสามารถในการคิด (ตีความเนื้อหาวิเคราะหเหตุการณตัวละครคุณคาและขอคิดจากวรรณกรรม) -ความสามารถในการแกปญหา (นําขอคิดจากวรรณกรรมไปประยุกตใชในการแกปญหาและตัดสินใจในชีวิตประจําวัน) คุณลักษณะอันพึงประสงค ความซื่อสัตย

เมยไดเก็บเรียงความไวในแฟมผลงานสีฟาอยางเรียบรอยกอน จะโดนคุณครูเรียกใหไปชวยจัดการเอกสารสําหรับการประกวด ที่หองสมุดสวนปนนั่งมองกระดาษเปลาตรงหนาเขาพยายาม คิดวาจะเขียนอะไรดี แตยิ่งคิดก็ยิ่งไมออก “ทําไมเราคิดไมไดเลย” ปนพูดกับตัวเองพรอมถอนหายใจ เขาเริ่มคํานึงถึงรางวัลชนะเลิศเพราะอยากทําใหพอแมภูมิใจ หากพลาดโอกาสนี้เขาคงรูสึกเสียใจมาก ระหวางที่ทุกคนกําลัง วุนอยูกับการสงงาน ปนเหลือบไปเห็นแฟมสีฟาของเมยวางอยูบนโตะเขาเดินเขาไป อยางเงียบ ๆ เพื่อเปดแฟมแลวใชโทรศัพทมือถือแอบถายเรียง ความของเมยไวกอนรีบเดินกลับมาที่โตะของตนเองเมื่อกลับถึง บานปนนําขอความทั้งหมดมาเขียนใหมเปลี่ยนคําเพียงเล็กนอย แลวสงผลงานในวันรุงขึ้นหลายวันตอมา เรื่อง ความภูมิใจที่ไมไดสราง เหลือเวลาอีกเพียงวันเดียวก็จะหมดเขตสงผลงานแลวนะ” เสียงประกาศของครูอรดังขึ้นภายในหองเรียน นักเรียนทุกคนรีบตรวจทานเรียงความของตนเองกอนนําไปสง โรงเรียนไดจัดประกวดเรียงความในหัวขอ “วรรณคดีไทยที่ฉัน ประทับใจ” โดยกําหนดใหทุกคนเขียนดวยตนเองผูชนะจะไดรับ ทุนการศึกษาและเปนตัวแทนของโรงเรียนไปแขงขันในระดับจัง หวัดเมยเปนนักเรียนที่ตั้งใจเรียนเธอใชเวลาหลายวันเขียนเรียง ความจนเสร็จสมบูรณ

ขณะนั้นหองประชุมของโรงเรียนเต็มไปดวยนักเรียนที่มารอฟงผลการแขงขันซึ่งคุณครูไดประกาศชื่อผูที่ ชนะการแขงขันวา “รางวัลชนะเลิศ ไดแก… เด็กชายปน!” เสียงปรบมือดังขึ้นเปนจังหวะทุกคนตางแสดงความยินดีแตแทนที่ปนจะดีใจเขากลับรูสึกผิดเมื่อเห็นสีห นาเมยที่ผิดหวังกับผลการแขงขัน หลังจากประกาศผลเสร็จเมยเดินไปดูผลงานที่ติดอยูบนบอรด เธอเริ่มสังเกตวาเนื้อหาแทบทุกยอหนาเหมือนกับเรียงความ ของตนเอง “ทําไมถึงเหมือนกันขนาดนี้” เมยรีบนําแฟมผลงานของตนเองไปพบครูอร ครูอรอานผลงานของทั้งสองคนอยางละเอียดกอนพูดวา “ขอความหลายตอนเหมือนกันมากจนครูคิดวาไมใชเรื่อง บังเอิญ” ครูจึงเรียกปนมาพูดคุย “ปน เรื่องนี้เปนผลงานของเธอจริงหรือ” ปนรีบตอบทันทีดวยสีหนาที่มีความทุกข “ครับครู ผมเขียนเอง” ครูอรมองหนาปนนิ่ง ๆ แลวกลาววา “ถาเธอไมยอมรับความจริง และหากพบวามีผูสมรูรวมคิดเธออาจถูกพักการเรียน และครูจะเรียกผูปกครองมา พบ เพราะการคัดลอกผลงานของผูอื่นเปนเรื่องรายแรง” เมื่อไดยินเชนนั้น นัท ซึ่งเปนเพื่อนสนิทของปนก็เริ่มกระสับกระสายเพราะสถานการณในหองเริ่มตึงเครียดและ นัทเปนคนเห็นเหตุการณทั้งหมดตั้งแตวันที่ปนเปดแฟมของเมยและแอบถายผลงานเขารูสึกอึดอัดไมอยากโกหก และไมอยากถูกมองวาเกี่ยวของกับเรื่องนี้ นัทจึงยกมือขึ้น

“คุณครูครับ… ผมมีเรื่องจะบอก” ทุกคนในหองเงียบกริบ “วันนั้นผมเห็นปนเดินไปเปดแฟมของเมยแลวใชโทรศัพทถายเรียงความไวครับ” คําพูดของนัททําใหหองทั้งหองเงียบลงทันที ครูอรจึงนําแฟมของเมยภาพถาย และเรียงความของปนมาเปรียบเทียบเปนหลักฐานปนกมหนาลงนํ้าตาเริ่มไหล “ผมขอโทษครับคุณครู…ผมเปนคนถายเรียงความของเมยจริง ๆ” ครูอรถอนหายใจกอนพูดดวยนํ้าเสียงออนโยน “การยอมรับความผิดตองใช ความกลาหาญ และสติครูดีใจที่เธอกลาพูดความจริง” ปนหันไปขอโทษเมย “เราขอโทษ เราอยากชนะมากจนลืมคิดถึงความรูสึกของเธอ ความถูกตอง และคุณธรรม” เมยยิ้มกอนตอบวา “ถาเธอรูวาผิดและพรอมแกไขเราใหอภัย” ปนตัดสินใจสละรางวัล และเขียนเรียงความขึ้นใหมดวยความสามารถของตนเองแมจะไมไดรับรางวัลในครั้งนั้น แตเขาไดเรียนรูวาความซื่อสัตยมีคุณคามากกวาคะแนนหรือถวยรางวัล ครูอรกลาวกับนักเรียนทั้งหองวา“ความรูมีประโยชนเมื่อใชควบคูกับความซื่อสัตยผลงานที่เกิดจากความพยายาม ของตนเองยอมมีคุณคามากกวาการนําผลงานของผูอื่นมาเปนของตนเองหากทุกคนสามารถยึดมั่นในความ ซื่อสัตยโรงเรียนก็จะเปนสถานที่แหงการเรียนรูที่ทุกคนภาคภูมิใจ” นักเรียนทุกคนพยักหนาพรอมสัญญากับตนเองวาจะทํางานทุกชิ้นดวยความสามารถของตนเอง และจะไมคัด ลอกผลงานของผูอื่นมาเปนของตัวเอง

๒. บทอานเสริม เรื่อง โตไปไมโกง ใหนักเรียนดูการตูน ๖ ชอง เรื่อง โตไปไมโกง การโกงขอสอบเปนสิ่งที่ไมควรทํา เพราะทําใหขาดความซื่อสัตยและความนาเชื่อถือ เราควรตั้งใจ เรียน ทําขอสอบดวยความสามารถของตนเอง และเมื่อทําผิดควรกลายอมรับความจริงและนําความผิด พลาดมาแกไข เพราะ คะแนนอาจไมเต็ม แตความซื่อสัตยควรเต็มรอย

๑. ขณะ ๒. คํานึง ๓. คุณธรรม ๔. จังหวะ ๕. จัดการ ๖. กลุมใจ ๗. ทุกข ๘. กําหนด ๙. อึดอัด ๑๐. สนิท ๑๑. สติ ๑๒. สังเกต ๑๓. สัญญา ๑๔. หลักฐาน ๑๕. สามารถ ชวงเวลาที่กําลังเกิดเหตุการณขึ้น คิดถึงสิ่งที่กําลังจะทําหรือทําลงไปแลว ความถูกตองความดี เสียงปรบมือ หรือ โอกาสที่เหมาสม ดําเนินงานใหเรียบรอย มีความทุกขใจ หรือคิดไมตก จากปญหาหรือเรื่องราวที่ทําใหไมสบายใจ อยูไมสุขสีหนามีความเครียด การระบุเวลาที่ชัดเจน คับอกคับใจ หรือมีความรูสึกไมสบายใจ ความเปนเพื่อนกันมานาน ความรูสึกตัวรูตัววาทําอะไร การตั้งใจดู จับตาดู เฝาดูอยางละเอียด การใหคํามั่น หรือการรับปากวาจะทํา ขอมูล ขอเท็จจริง สิ่งของที่เปนพยานหลักฐาน การกระทําสิ่งใดสิ่งหนึ่งไดดวยตัวเอง มีคุณสมบัติ มีฝมือที่ทําไดสําเร็จ ๓. ศัพทนารู ๔. ตัวอยางประโยคการใช ฉันสังเกตเห็นความผิดปกติของเพื่อนในหอง เขามีความสามารถในการรองเพลง ฉันมีเพื่อนสนิทชื่อฟาใส ฉันสัญญากับแมวาจะตั้งใจเรียน เขากลาวหาคนอื่นโดยไมมีหลักฐาน

หลักการเลือกหนังสือที่มีคุณคา คือ การพิจารณาเนื้อหาที่มีประโยชน ใหความรู ความคิด และความเพลิดเพลินที่ถูกตองเหมาะสม โดยดูจากความนาเชื่อถือของผูเขียน วัตถุประสงคใน การอาน และคุณภาพของภาษา ซึ่งมีความสําคัญอยางยิ่งในการพัฒนาสติปญญา ยกระดับจิตใจ และชวยใหเรานําความรูไปปรับใชในชีวิตประจําวันไดอยางถูกตอง หลักการเลือกหนังสืออานมีหลักการเลือก คือ เริ่มจาก สํารวจความตองการและเปาหมาย ของตนเอง พิจารณาจากความสนใจ ตรวจสอบสารบัญและคํานํา รวมถึงเลือกประเภทหนังสือที่ เขากับนิสัยการอาน เพื่อใหการอานสนุกและไดประโยชนสูงสุด หลักการเลือกหนังสือมีดังนี้ สํารวจความตองการและเปาหมาย รูจุดประสงค: เลือกกวาอานเพื่อความรู เพื่อความเพลิดเพลิน หรือเพื่อพัฒนาตัวเอง ตรงกับความสนใจ: เลือกเรื่องที่เราชอบหรือกําลังอิน จะทําใหอานไดจนจบโดยไมเบื่อ เหมาะกับระดับความยากงาย: เลือกเลมที่ภาษาและเนื้อหาไมยากหรือซับซอนเกินไปสําหรับเรา ตรวจสอบองคประกอบของหนังสือ ดูสารบัญและคํานํา: ชวยใหรูภาพรวมเนื้อหาวาตรงกับสิ่งที่เราอยากรูจริงไหม อานเนื้อหาคราวๆ: เปดสุมอานสัก 1-2 หนาเพื่อดูสํานวนภาษาวาอานงายสบายตาหรือเปลา รอตรวจสอบความทันสมัยของขอมูลโดยเฉพาะหนังสือวิชาการหรือความรู เลือกใหเขากับนิสัยการอาน อานชา/ไมชอบยาว: เลือกหนังสือบทสั้นๆ หรือเรื่องสั้นที่จบในตอน ไมมีเวลา: เลือกหนังสือที่เปนเคล็ดลับยอยๆ หรือบทความสั้นๆ หาคําแนะนํา: ดูจากรีวิวหรือแหลงรวมคนรักหนังสือ เชน Goodreads เพื่อดูคะแนนและความ คิดเห็น ๕.อธิบายเพิ่มเติมความรู

"Atomic Habits" (เพราะทุกกาวใหญเริ่มตนจากกาวเล็กๆ)แตงโดย James Clear ซึ่งเมื่อนํามาวิเคราะหตาม หลักการเลือกหนังสือจะไดตัวอยางดังนี้ ๑. วิเคราะหตามความตองการและเปาหมาย ตรงจุดประสงค: เหมาะสําหรับคนที่ตองการพัฒนาตนเองและสรางนิสัยที่ดีอยางยั่งยืน ตรงกับความสนใจ: เนื้อหาเนนเรื่องการปรับพฤติกรรมที่ทําไดจริง ไมเนนแคทฤษฎีชวนฝน ระดับความยากงาย: ใชภาษาที่เขาใจงาย มีภาพประกอบและตารางสรุปชวยใหยอยขอมูลไดดี ๒. วิเคราะหตามองคประกอบของหนังสือ สารบัญและคํานํา: แบงโครงสรางชัดเจนตามกฎ 4 ขอของการเปลี่ยนพฤติกรรม ทําใหเห็นภาพรวมกอนอาน เนื้อหาและสํานวน: มีการเลาเรื่องสอดแทรกเคสตัวอยางจริงสลับกับผลวิจัย ทําใหอานสนุก ไมนาเบื่อ ความทันสมัย: ขอมูลอางอิงหลักจิตวิทยาและวิทยาศาสตรทางสมองรวมสมัย นําไปปรับใชได ยาวนาน ๓. วิเคราะหตามนิสัยการอาน ความยาวของบท: แบงเปนบทยอยๆ ความยาวกําลังดี อานจบไดใน 10-15 นาทีตอตอน การประยุกตใช: มีสรุปยอทายบทและแนวทางปฏิบัติจริงทายเลม เหมาะกับคนมีเวลานอย คะแนนรีวิว เปนหนังสือขายดีระดับโลก (Bestseller) ที่ไดรับคะแนนสูงมากในทุกแพลตฟอรม รีวิวหนังสือ ตัวอยางหนังสือที่มีคุณคา "Atomic Habits" (เพราะทุกกาวใหญเริ่มตนจากกาวเล็กๆ) เปนหนังสือเรื่องหนึ่งที่มีคุณคาระดับโลก

การอานอธิบายขอคิด การอานอธิบายขอคิด คือกระบวนการรับสารที่ผูอานไมเพียงแตเขาใจเนื้อหาเรื่องราว แตยังสามารถ วิเคราะห ตีความ และเรียบเรียงสาระหรือคติสอนใจที่ผูเขียนแฝงไวออกมาเปนคําพูดหรือตัวหนังสือไดอยาง ชัดเจนเพื่อนําไปปรับใชเปนแนวทางปฏิบัติในชีวิตประจําวัน หลักการอานอธิบายขอคิด การอานเพื่อถอดขอคิด (Reading for Moral/Concept) คือกระบวนการคิดวิเคราะหเพื่อหา "คุณคา" หรือ "บทเรียน" ที่ซอนอยูใตตัวอักษร แลวนํามาปรับใชในชีวิตจริงครับ โดยทั่วไปมี 4 หลักการสําคัญ ดังนี้ครับ ๑. หลักการอานจับใจความและทําความเขาใจ (Understanding) รายละเอียด: อานเรื่องราวทั้งหมดอยางละเอียดตั้งแตตนจนจบ เพื่อรูวา ใคร ทําอะไร ที่ไหน เมื่อไหร อยางไร และผลลัพธเปนอยางไร หากไมเขาใจเนื้อหาในระดับพฐนฐาน จะไมสามารถตีความขั้นสูงได ตัวอยางปฏิบัติ: อานนิทานเรื่อง "กระตายกับเตา" แลวสรุปไดวา กระตายทาเตาแขงวิ่ง กระตายประมาทจึง แอบนอนหลับ ทําใหเตาที่คลานอยางสมํ่าเสมอชนะไปในที่สุด ๒. หลักการวิเคราะหพฤติกรรมและผลลัพธ (Analyzing) รายละเอียด: แยกแยะพฤติกรรมของตัวละคร หรือเหตุการณในเรื่อง วาอะไรคือ "เหตุ" และอะไรคือ "ผล" มองหาจุดเปลี่ยนของเรื่อง (Climax) และดูวาการกระทําแบบไหนที่นําไปสูความสําเร็จหรือความลมเหลว ตัวอยางปฏิบัติ: วิเคราะหวา ความลมเหลวของกระตายเกิดจาก "ความประมาทและดูถูกผูอื่น" สวนความ สําเร็จของเตาเกิดจาก "ความเพียรพยายามและไมยอทอ" ๓. หลักการตีความและเชื่อมโยงสูความเปนจริง (Interpreting & Connecting) รายละเอียด: แปลงเรื่องราวในหนังสือใหกลายเปนสัจธรรมหรือความจริงของโลก โดยตั้งคําถามวา "เรื่องนี้ ตองการสอนอะไรเรา?" หรือ "ถาเหตุการณนี้เกิดขึ้นในชีวิตจริง มันเทียบไดกับอะไร?" ตัวอยางปฏิบัติ: เชื่อมโยงวา การแขงวิ่งก็เหมือนการทํางานหรือการเรียน คนที่หัวดี (เหมือนกระตาย) แตขี้ เกียจและประมาท ก็อาจจะแพคนที่หัวชา (เหมือนเตา) แตมีความตั้งใจและสมํ่าเสมอได

๔. หลักการสรุปเปนหลักคิดและแนวทางนําไปใช (Applying) รายละเอียด: กลั่นกรองสิ่งที่ไดออกมาเปนประโยคขอคิดที่กระชับ ชัดเจน และสามารถนําไปเปนแนวทาง ปฏิบัติในการดําเนินชีวิตจริงได ไมใชแคการจดจําเนื้อเรื่อง ตัวอยางปฏิบัติ: สรุปขอคิดออกมาเปนหลักใจความ เชน "ความประมาทเปนหนทางแหงความลมเหลว และ ความพยายามอยูที่ไหนความสําเร็จอยูที่นั่น" จากนั้นนํามาใชกับตัวเองโดยการตั้งใจอานหนังสือสอบอยาง สมํ่าเสมอ ไมผัดวันประกันพรุง

การอานมีคุณคาและประโยชนรอบดาน ทั้งชวยพัฒนาสมอง เพิ่มพูนความรู กลอมเกลาจิตใจ และเสริม สรางทักษะการใชชีวิตประจําวัน โดยคุณคาของการอานจําแนกไดเปน ๓ ดานหลัก ไดแกดังนี้ ๑. คุณคาดานขอคิด (สติปญญาและมุมมองชีวิต) ชวยพัฒนาความคิดเชิงวิเคราะห และกระบวนการคิดอยางเปนระบบไดรับคติสอนใจ และแนวทางในการแก ปญหาชีวิตสรางความเห็นอกเห็นใจ และความเขาใจในมุมมองของผูอื่นชวยใหจิตใจงอกงาม ผอนคลาย ความเครียด และเพิ่มพูนประสบการณ ประโยคตัวอยางจากเรื่อง ขุนชางขุนแผน (ตอนพลายงามแตงงาน) "อันความคิดวิทยาเหมือนอาวุธ ประเสริฐสุดซอนใสในฝกไว" การมองเปนคุณคาดานขอคิด ใหขอคิดในเรื่อง "ความออนนอมถอมตน" เตือนใจคนมีความรูความสามารถวา ไมควรโออวดหรือแสดงตน ขมผูอื่นโดยไมจําเปน ควรเก็บงําความเกงกาจไวใชในเวลาที่เหมาะสมเทานั้น ๒. คุณคาดานสังคม (วัฒนธรรมและการอยูรวมกัน) เปนสื่อกลางในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม ภูมิปญญา และประวัติศาสตร สะทอนวิถีชีวิต คานิยม และความเคลื่อนไหวของสังคมในยุคสมัยตาง ๆ สงเสริมความเขาใจอันดี และความรวมมือในการอยูรวมกัน อยางสันติสุข ขับเคลื่อนความเจริญกาวหนาของประเทศชาติผานประชากรที่มีคุณภาพ ประโยคตัวอยาง(จากเรื่อง สุนทรภู) "เปนมนุษยสุดนิยมเพียงลมปาก จะไดยากโหยหิวเพราะชิวหา" การมองเปนคุณคาดานสังคม ถาเปนดานขอคิด: สอนเราใหระวังคําพูดของตัวเอง (ระดับบุคคล) ถาเปนดานสังคม: ประโยคนี้สะทอนวา "สังคมไทยใหคุณคากับสัจจะและการรักษาวาจา" คนที่พูดจาไมดีหรือ ไมรักษาสัจจะ จะถูกสังคมลงโทษดวยการไมยอมรับ ทําใหใชชีวิตในสังคมไดยากลําบาก (การอยูรวมกันใน สังคม) สรุปคือ การเปลี่ยนขอคิดใหเปนดานสังคม คือการมองวา "ประโยคนั้นสะทอนภาพรวมของคนในสังคม คานิยมของยุคสมัย หรือกฎเกณฑในการอยูรวมกันอยางไร" คุณคาแตละดานของการอาน

๓. คุณคาดานภาษา (ทักษะและการสื่อสาร) ชวยเพิ่มคลังคําศัพท และสํานวนภาษาที่หลากหลาย พัฒนาทักษะการฟง พูด อาน เขียน ใหมีประสิทธิภาพ และถูกตองตามหลักเกณฑ เรียนรูรูปแบบการใชประโยคและการเรียบเรียงความคิดเพื่อการสื่อสาร อนุรักษ และสืบสานความงดงามของภาษาประจําชาติ ประโยคตัวอยางการใชคําเพื่อสรางอารมณและจินตภาพ (จากวรรณคดีเรื่องเงาะปา) "ผิวฟานภาเดือด ดั่งไฟเผา แดดแผดเผาแผนดินสิ้นใจตาม" การมองเปนคุณคาดานภาษา การใชคําสรรคอารมณ (Tone & Mood): ใชคําวา "เดือด" "แผดเผา" "สิ้นใจ" เพื่อสรางความรูสึกรอนระอุ รุนแรง และกดดัน การสรางจินตภาพ (Imagery): อานแลวผูอานสามารถนึกภาพทองฟาสีแดงฉานและความรอนของแดด จนแผนดินแหงแลงไดอยางชัดเจน โดยใชภาษาที่มีพลัง

๖. กิจกรรม ๑. ใหนักเรียนอานบทอานหลักเรื่องความภูมิใจที่ไมไดสรางแลวตอบคําถามดังตอไปนี้วาเรื่องนี้มีคุณคาอยางไร - ตัวละครมีใครบาง - ในเรื่องเกิดอะไรขึ้น - ใครเปนคนคลายปมเรื่อง ๒. ใหนักเรียนบอกขอคิดที่ไดจากการอานในบทอานหลักเรื่องความภูมิใจที่ไมไดสราง แลวอธิบายวาสามารถ นําไปปรับใชในชีวิตประจําวันไดอยางไรบาง ๓. ใหนักเรียนเลือกอานหนังสือที่คิดวามีคุณคานาสนใจแลวออกมาบอกคุณคาของหนังสือเลมนั้นหนาชั้นเรียน