สำเนาของ ณ ใจกลางผืนป่าอันอุดมสมบูรณ์ มีดวงแสงศักดิ์สิทธิ์ที่เรียกว่า… “แก่นแสงแห่งลูมิน่า” แสงดวงนี้คอยโอบอุ้ (5)

พิมพิกา แจ่มเจริญ แพรวพรรณ วงศ์ปน

คํานํา หนังสือภาพเรือง “การผจญภัยของหิงห้อย” จัดทําขึนเพือถ่ายทอดเรืองราว ผ่านจินตนาการในโลกของหิงห้อย ธรรมชาติ และแสงสว่าง โดยนําเสนอ แนวคิด เกียวกับความสําคัญของสิงแวดล้อมและความสมดุลของธรรมชาติ ผ่าน การเดินทางของเด็กหิงห้อยทีออกตามหาเศษแสงทังสี เรืองราวเชือมโยงกับปญหาทีเกิดขึนในผืนปา ทังมลพิษทางนา การทําลายปา มลพิษทางอากาศ และมลภาวะทางแสง เพือสะท้อนให้เห็นว่า การดูแล ธรรมชาติไม่ใช่หน้าทีของใครเพียงคนเดียว แต่เกิดจากความร่วมมือของทุกชีวิต ไม่ว่าจะเปนสัตว์ปา หิงห้อย หรือผู้คนในเมือง เพราะทุกการกระทําล้วนส่งผล ต่อความสมดุลของสิงแวดล้อม ผู้จัดทําหวังว่าหนังสือภาพเล่มนีจะช่วยสร้างความเข้าใจและความตระหนักถึง คุณค่าของธรรมชาติ พร้อมให้ผู้อ่านมองเห็นความสําคัญของหารใช้ชีวิตร่วมกับ สิงแวดล้อม อย่างเหมาะสม และตระหนักว่าทังแสงและความมืดต่างมีความ สําคัญและต้องการกันและกัน

1

ณ ใจกลางผืนปาอันอุดมสมบูรณ์ มีดวงแสงศักดิสิทธิทีเรียกว่า… “แก่นแสงแห่งลูมิน่า” แสงดวงนีคอยโอบอุ้มผืนปา สายนา ต้นไม้ และสรรพชีวิต ให้ดํารงอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลมาเนินนาน 2

แต่แล้ว… คืนหนึงทีท้องฟาเงียบสงัด แก่นแสงแห่งลูมิน่า กลับแตกสลายออกเปนสีส่วน เศษแสงทังสี ลอยหายไปคนละทิศทาง พร้อมกับความหวังของทังผืนปา 3

4

5

นับจากคืนนัน ปาทีเคยสว่างไสวเต็มไปด้วยแสงหิงห้อย 6

ตอนนีแสงของหิงห้อยทุกตัว เริมริบหรีลง พวกมันบินได้ไม่นาน ก่อนแสงจะดับวูบ ผืนปาทีเคยส่องประกาย ค่อย ๆ ถูกความมืดกลืนกินทีละน้อย 7

8

9

คุณแม่หยิบสมุดบันทึกเล่มเก่า พร้อมเข็มทิศโบราณ ส่งให้เด็กหิงห้อย ก่อนจะยิมอย่างอ่อนโยนแล้วกล่าวว่า “เมือเข็มทิศเริมส่องสว่าง…” “จงบินตามแสงนันไป” “เพราะปลายทางทีมันชี…” “คือสิงทีผืนปากําลังร้องขอ” 10

เข็มทิศค่อย ๆ เปล่งแสง นําเด็กหิงห้อย มาถึงลําธารสายแรก แต่ภาพตรงหน้า กลับไม่เหมือนทีเคยเปน สายนาใส กลายเปนสีดําหม่น เศษขยะและของเสีย กองทับถมอยู่เต็มธารนา ไม่มีแม้แต่กบ หรือปลาตัวเล็ก หลงเหลืออยู่เลย 11

12

13

เด็กหิงห้อยไม่ได้มีเวทมนตร์ เขาทําได้เพียงบินลงไป ใช้ขาคู่เล็ก ๆ ค่อย ๆ ลากเศษขยะออกจากลําธาร ทีละชิน… จนตอนนีธารนาสะอาด นาเริมไหลเวียนอีกครัง ทันใดนัน เศษแสงสีนาเงิน ก็ลอยขึนจากก้นลําธาร พร้อมเสียงแผ่วเบา “หากสายนาไม่สะอาด…” “แสงของเราก็ไม่มีวันสะท้อนบนผิวนาได้” 14

เด็กหิงห้อยบินลึกเข้าไป ในปาชันใน แต่สิงทีพบ กลับเปนพืนทีโล่งกว้าง ต้นไม้ใหญ่ ถูกตัดโค่นจนเหลือเพียงตอ ไม่มีใบไม้ ให้หิงห้อยวางไข่ ไม่มีบ้าน ให้สัตว์ปาได้อาศัย ทังปา… เงียบงันเสียจนน่าใจหาย 15

16

17

ไม่นานนัก เด็กหิงห้อยก็พบ ครอบครัวกระรอกและนกน้อย กําลังวิงวุ่น เพราะไร้ทีอยู่อาศัย เด็กหิงห้อยจึงช่วยพวกมัน นําเมล็ดพันธุ์ไม้ บินไปปลูก ตามจุดต่าง ๆ ของผืนปา ด้วยความหวัง ว่าสักวันหนึง ทีนีจะกลับมาเขียวชอุ่มอีกครัง 18

วันเวลาผ่านไป ต้นอ่อนเล็ก ๆ ก็ค่อย ๆ ผลิขึน สายลมพัดผ่าน พร้อมเสียงนกร้อง ทีเริมดังขึนอีกครัง และแล้ว… เศษแสงสีเขียวก็ปรากฏขึนมา ราวกับธรรมชาติ กําลังยิมอีกครัง 19

20

21

ยิงบินลึกเข้าไป หมอกสีเทา ก็ยิงหนาทึบ กลินสารเคมี ลอยอบอวลไปทัวผืนปา หิงห้อยตัวน้อย บินผ่านหมอกนัน ไม่นานก็เริมทีจะหมดแรง 22

แต่แล้ว… ผีเสือกลางคืนตัวหนึง ก็บินเข้ามา ใช้ปกใหญ่ ช่วยบังหมอกพิษเอาไว้ เธอยิมอย่างอ่อนโยน “พ่อของเจ้า…” “ไม่ได้หายไปไหนหรอก” “เขาเลือกทีจะปกปอง…” “สิงสําคัญทีสุดของผืนปา” 23

24

25

คําพูดนัน จุดประกายเล็ก ๆ ในหัวใจของเด็กหิงห้อย เขานึกขึนได้ว่า ยังมีพืชชนิดหนึง “มอส” ซึงสามารถดูดซับ สารพิษในอากาศได้ แต่พวกมันกําลังเหียวเฉา เพราะขาดแสง เด็กหิงห้อย จึงแบ่งแสงจากท้องของตน ค่อย ๆ มอบให้มอสทีละต้น 26

ไม่นานนัก มอสทังผืนปา ก็กลับมาส่องประกาย และช่วยฟอกอากาศ จนหมอกพิษสลายไป ท่ามกลางอากาศบริสุทธิ เศษแสงสีม่วง ค่อย ๆ ปรากฏขึน 27

28

29

เข็มทิศพาเด็กหิงห้อย มาถึงชายปา เบืองหน้าคือเมืองใหญ่ ทีเต็มไปด้วยแสงนีออน และตึกสูงระฟา บนท้องฟา…ไม่มีแม้แต่ดวงดาว หิงห้อยจํานวนมาก บินหลงเข้าใกล้แสงไฟ หมดแรง และร่วงหล่นลงทีละตัว 30

เด็กหิงห้อย บินร่วงลงในสวน ของบ้านหลังหนึง ทีนัน… เด็กผู้หญิงคนหนึง กําลังนังมองท้องฟาอย่างเศร้า ๆ “ทําไมคืนนี…ถึงไม่มีดาวเลยนะ” เมือเธอเห็น แสงริบหรีของเด็กหิงห้อย เธอก็เข้าใจว่าแสงจากเมือง กําลังบดบัง ทังดวงดาวและธรรมชาติ 31

32

เด็กผู้หญิง จึงปดไฟในสวน และชวนเพือนบ้าน ร่วมกิจกรรม “คืนแห่งความมืด” เมือแสงไฟทีไม่จําเปน ค่อย ๆ ดับลง ท้องฟาก็เผยให้เห็นหมู่ดาว ทีส่องประกายอีกครัง พร้อมกับเศษแสงสีชมพูชินสุดท้าย ทีลอยเข้ามา หาเด็กหิงห้อย 33

34

เศษแสงทังสี รวมเข้ากับเข็มทิศ จนเปล่งประกายเจิดจ้า มันนําทางเด็กหิงห้อย สู่หุบเขาลึกลับ บนยอดเขาแห่งนัน หิงห้อยสีทองตัวใหญ่ กําลังใช้พลังทังหมดประคอง แก่นแสงดวงสุดท้าย ไม่ให้ดับลง เด็กหิงห้อย เบิกตากว้าง ก่อนจะร้องออกมา “พ่อ!” 35

36

37

พ่อไม่ได้ทอดทิงเขา แต่เลือกอยู่ทีนี เพือเฝาปกปอง แก่นแสงดวงสุดท้าย เพราะหากแสงนีดับลง โลกทังใบ จะสูญเสียความสมดุล พ่อโอบกอด เด็กหิงห้อยไว้แน่น ด้วยความคิดถึง ทีเก็บไว้แสนนาน 38

พ่อยิม แล้วลูบหัวลูกเบา ๆ “โลก…” “ไม่ได้ต้องการแสงทีมากขึนหรอก” “แต่ต้องการผู้ทีเข้าใจ…” “ว่าเมือใดควรส่องสว่าง” “และเมือใด…” “ควรปล่อยให้คาคืนได้พักผ่อน” 39

40

41

ไม่มีใคร กอบกู้ผืนปาได้เพียงลําพัง สัตว์ปาช่วยกันปลูกต้นไม้ หิงห้อย ช่วยกันส่องแสงนําทาง ส่วนผู้คนในเมือง ร่วมกันดับไฟ ทีไม่จําเปน ทีละดวง… ธรรมชาติ และเมือง ค่อย ๆ เรียนรู้ ทีจะอยู่ร่วมกันอีกครัง เมือเศษแสงทังสี กลับคืน ผืนปาทังผืน ก็ส่องประกาย งดงามกว่าทีเคย 42

เด็กหิงห้อย ยืนเคียงข้างพ่อ บนยอดไม้สูง เบืองล่างคือหิงห้อยนับพัน เบืองบนคือดวงดาว ทีกลับมาส่องประกายเต็มท้องฟา และในคืนนัน… ผืนปาแห่งลูมิน่า ก็กลับมามีชีวิตอีกครัง “แสงไม่ได้เกิดมาเพือเอาชนะความมืด” “แต่เกิดมาเพือเตือนให้เรารู้ว่า…” “ทังแสงและความมืด” “ต่างต้องการกันและกัน” 43

44

45

46

47

48