Created in Canva
คัมภีร์ วิถีเซียนก้าวสู่เส้นทางเซียน (เทรด)รวบรวมหลักการและเทคนิคจากประสบการณ์จริง คู่มือเทรดที รวมทุกอย่างไว้ในเล่มเดียว เรียบเรียงโดย สองพี น้องสอนเทรด
คัมภีร์ วิถีเซียนก้าวสู่เส้นทางเซียน(เทรด)
คัมภีร์วิถีเซียน ก้าวสู่เส้นทางเซียน (เทรด) ลิขสิทธิ © 2569 โดย ชนัณภัสร์ กุลอริยะรัศม์ (จ๋า) และ ณิรินทร์ญา กุลอริยะรัศม์ (แตงโม) ข้อมูลทางลิขสิทธิ สงวนลิขสิทธิ ตามพระราชบัญญัติลิขสิทธิ พ.ศ. 2537 และที แก้ไขเพิ มเติม ห้ามคัดลอก ดัดแปลง ทําซํ า สแกนเนื อหา ถ่ายภาพ หรือเผยแพร่ส่วนหนึ งส่วนใดของหนังสือเล่มนี ในรูปแบบใดๆ ไม่ว่าจะเป็นสื อสิ งพิมพ์หรือสื ออิเล็กทรอนิกส์ ก่อนได้รับอนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้เขียน ผู้เขียน/ผู้เรียบเรียง: ชนัณภัสร์ กุลอริยะรัศม์ (จ๋า) และ ณิรินทร์ญา กุลอริยะรัศม์ (แตงโม) พิมพ์ครั งที : 1 ปีที พิมพ์: พ.ศ. 2569 ช่องทางติดต่อ: Facebook Page: สองพี น้องสอนเทรด LINE: @twosiblings
ข้อความปฏิเสธความรับผิดชอบและแจ้งสิทธิ (Disclaimer & Rights Notice) หนังสือเล่มนี เป็นผลงานการเรียบเรียงและถ่ายทอดองค์ความรู้ของผู้เขียน ซึ งรวบรวมจากประสบการณ์จริง การ ศึกษาหาความรู้ การฝึกฝน และการนําหลักการเทรดมาประยุกต์ใช้ตลอดเส้นทางการเรียนรู้ เพื อถ่ายทอดให้ผู้ อ่านสามารถนําไปต่อยอดและพัฒนาทักษะการเทรดของตนเอง เนื อหา ภาพประกอบ แผนภาพ ตาราง แบบฝึกหัด กรณีศึกษา และตัวอย่างต่าง ๆ ภายในหนังสือเล่มนี เป็นผล งานของผู้เขียน เว้นแต่จะมีการระบุแหล่งที มาไว้เป็นอย่างอื น และได้รับความคุ้มครองตามกฎหมายลิขสิทธิ หนังสือเล่มนี จัดทําขึ นเพื อวัตถุประสงค์ด้านการศึกษาและการพัฒนาความรู้เท่านั น มิใช่คําแนะนําด้านการลงทุน การเงิน ภาษี หรือกฎหมาย การลงทุนและการซื อขายตราสารทางการเงินมีความเสี ยงสูง ผลการดําเนินงานในอดีตไม่สามารถรับประกันผล ตอบแทนในอนาคต และไม่มีวิธีการหรือระบบการเทรดใดที สามารถรับประกันผลกําไรได้ในทุกสภาวะตลาด ผู้เขียนและผู้จัดทําไม่รับผิดชอบต่อผลกําไร ผลขาดทุน หรือความเสียหายใด ๆ ที เกิดขึ นจากการนําข้อมูล แนวคิด หรือกลยุทธ์ภายในหนังสือเล่มนี ไปใช้ การตัดสินใจลงทุนทุกประเภทเป็นความรับผิดชอบของผู้อ่านแต่ เพียงผู้เดียว "ตลาดไม่ได้ให้รางวัลแก่คนที อยากรวยเร็ว แต่ให้รางวัลแก่คนที มีวินัย อดทน และไม่หยุดพัฒนาตนเอง"
หนังสือเล่มนี แด่เพื อนนักเทรดทุกคนที เคยล้มเหลว เคยหมดหวัง และเคยตั งคําถามกับตัวเองว่า "เราจะทําได้จริงหรือ?" ขอให้หนังสือเล่มนี เป็นอีกหนึ งแสงสว่างบนเส้นทางการเรียนรู้ และเป็นกําลังใจให้คุณก้าวต่อไป บนเส้นทางสู่การเป็น "เซียนเทรด"
คํานําผู้เขียน
ข้อควรเข้าใจก่อนเริ มเทรด Forex ไม่ใช่ทางลัดรวยเร็ว การขาดทุนเป็นเรื องปกติ เป้าหมายคืออยู่รอดในตลาด การรักษาทุนสําคัญกว่ากําไร อย่าเชื อผลตอบแทนเกินจริง
สารบัญ Phase 1 การอ่านกราฟราคา บทที 1 กราฟคืออะไร บทที 2 แท่งเทียนคืออะไร บทที 3 ลักษณะของแท่งเทียน บทที 4 Price Action (PA) บทที 5 แนวโน้มราคา (Trend) บทที 6 แนวรับ/แนวต้านและการใช้งาน บทที 7 รูปแบบกรอบ Sideway บทที 8 การตีกรอบ Sideway Phase 2 รูปแบบ Price Action Phase 3 Technical Analysis Phase 4 Psychology บทที 9 รูปแบบการ Breakout & Restest บทที 10 การใช้งานรอบวิ งแต่ละ Timeframe บทที 11 กรอบครบรอบ TP และ กรอบวัน บทที 12 รูปแบบการหยุดที กรอบ (ติดกรอบ) บทที 13 การใช้งาน Fibonacci บทที 14 ลําดับการตัดสินใจเข้าเทรด บทที 15 จิตวิทยาการเทรด
สารบัญ Phase 5 Trad setup บทที 16 การสร้าง Trading plan บทที 17 รวม Trade setup
แผนที การเรียนรู้ Learning Roadmap พื นฐาน Forex การอ่านกราฟ Market Stucture Price Action Trade setup Money Management จิตวิทยาการเทรด การสร้าง Trading Plan
Checklist ก่อนเริ มอ่าน หนังสือเล่มนี ถูกออกแบบให้เหมาะกับทั งผู้เริ มต้นและผู้ที มีประสบการณ์ในการ เทรดอยู่แล้ว ก่อนเริ มอ่าน ลองสํารวจตัวเองจากรายการด้านล่าง แล้วเลือกเส้น ทางการอ่านที เหมาะกับคุณ คุณยังไม่รู้จักตลาด Forex ไม่เคยเปิดกราฟ ไม่เข้าใจคําศัพท์พื นฐาน เช่น Lot, Pip, Leverage หรือการส่งคําสั งซื อขาย แนะนําให้เริ มอ่าน: บทที 1 และอ่านเรียงตามลําดับจนจบ ไม่เคยเทรดมาก่อน คุณรู้วิธีเปิดออเดอร์ รู้จักกราฟและอินดิเคเตอร์ แต่ผลลัพธ์ยังขึ น ๆ ลง ๆ บางเดือน กําไร บางเดือนขาดทุน และยังไม่พบแนวทางที เหมาะกับตัวเอง แนะนําให้เริ มอ่าน: บทที 4 (การวิเคราะห์ตลาด) และบทที 6 (ระบบเทรด) เคยเทรดมาแล้ว แต่ยังไม่สามารถทํากําไรได้อย่างสมํ าเสมอ คุณรู้จุดเข้า จุดออก และมีกฎการเทรดของตัวเอง แต่ยังมีปัญหาเรื องการถือออเดอร์ นานเกินไป ไม่ตั ง Stop Loss เทรดตามอารมณ์ หรือแก้แค้นตลาดหลังขาดทุน แนะนําให้เริ มอ่าน: บทที 8 (จิตวิทยาการเทรด) และบทที 9 (Trading Plan) มีระบบเทรดแล้ว แต่ยังขาดวินัย คุณไม่ได้มองการเทรดเป็นการพนันหรือการเสี ยงโชค แต่ต้องการพัฒนาทักษะให้ กลายเป็นแหล่งรายได้ระยะยาว และสร้างผลตอบแทนอย่างยั งยืน แนะนําให้เริ มอ่าน: บทที 7 (การบริหารความเสี ยง) บทที 9 (Trading Plan) และ บทที 10 (เส้นทางสู่การเป็นเทรดเดอร์มืออาชีพ) ต้องการสร้างรายได้จากการเทรดอย่างจริงจัง
หากคุณตรงกับหลายข้อ ไม่ต้องกังวล เพราะเป็นเรื องปกติของเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ คําแนะนําที ดีที สุดคือ อ่านหนังสือเล่มนี ตั งแต่ต้นจนจบอย่างน้อย 1 รอบ แล้วกลับมาอ่านซํ าในบทที ตรงกับปัญหาของคุณอีกครั ง
"การเทรดไม่ใช่การวิ งระยะสั น แต่เป นการพัฒนาทักษะที ต้องใช้เวลา ความรู้ และวินัยอย่างต่อเนื อง"
บทนํา การเดินทางของเทรดเดอร์ หากคุณกําลังอ่านหนังสือเล่มนี อยู่ ไม่ว่าคุณจะเป็นคนที เพิ งรู้จัก Forex เป็นครั ง แรก หรือเป็นคนที เคยผ่านประสบการณ์กําไรและขาดทุนมาแล้ว คุณกําลังอยู่บน เส้นทางเดียวกับเทรดเดอร์นับล้านคนทั วโลก เส้นทางนี ไม่มีทางลัด ไม่มีสูตรลับ และไม่มีใครกลายเป็นเทรดเดอร์ที ประสบความ สําเร็จได้ภายในชั วข้ามคืน เทรดเดอร์ทุกคนล้วนต้องผ่านกระบวนการเรียนรู้ ล้ม เหลว ปรับปรุง และพัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื อง จากประสบการณ์ของเทรดเดอร์ส่วนใหญ่ สามารถแบ่งการเติบโตออกเป็น 5 ระยะสําคัญ ดังนี ระยะที 1 : Beginner ผู้เริ มต้น ช่วงที กําลังเรียนรู้พื นฐานของตลาด Forex รู้จักกราฟ แท่งเทียน การซื อขาย และ คําศัพท์ต่าง ๆ ในระยะนี ความผิดพลาดคือครูที ดีที สุด เพราะทุกอย่างยังเป็นเรื อง ใหม่ ระยะที 2 : Explorer นักสํารวจ เริ มทดลองใช้เครื องมือ อินดิเคเตอร์ และกลยุทธ์หลากหลายรูปแบบ บางคน
เปลี ยนระบบเทรดทุกสัปดาห์ บางคนดูคลิปสอนเทรดวันละหลายชั วโมง เป็นช่วง ของการค้นหาว่า "อะไรเหมาะกับตัวเรา" ระยะที 3 : Strategy Builder ผู้สร้างระบบ เริ มเข้าใจว่าการเทรดที ยั งยืนต้องมีระบบ รู้จักการวางกฎการเข้าออก การบริหาร ความเสี ยง และการบันทึกผลการเทรด จากการลองผิดลองถูก เริ มสร้างแนวทาง การเทรดที ชัดเจนเป็นของตัวเอง ระยะที 4 : Consistent Trader เทรดเดอร์ที มีความสมํ าเสมอ สามารถควบคุมอารมณ์ได้ดีขึ น ปฏิบัติตามแผนการเทรดอย่างมีวินัย ผลลัพธ์อาจ ไม่ได้กําไรทุกครั ง แต่สามารถรักษาผลตอบแทนให้เป็นบวกในระยะยาวได้ นี คือ จุดที หลายคนเริ มเปลี ยนจาก "คนที เทรด" มาเป็น "เทรดเดอร์" ระยะที 5 : Professional Trader เทรดเดอร์มืออาชีพ เข้าใจว่าการรักษาเงินทุนสําคัญกว่าการแสวงหากําไรระยะสั น มีระบบ มีวินัย มี การบริหารความเสี ยง และสามารถรับมือกับช่วงกําไรและขาดทุนได้อย่างเป็นมือ อาชีพ การเทรดกลายเป็นทักษะและธุรกิจที สามารถเติบโตได้ในระยะยาว
หนังสือเล่มนี จะพาคุณเรียนรู้การวิเคราะห์กราฟราคาอย่างเป็นระบบ ตั งแต่การอ่านกราฟ การทําความเข้าใจพฤติกรรมของราคา การวิเคราะห์แนวโน้ม การวางแผนการเข้าเทรด การบริหารความเสี ยง ตลอดจนการพัฒนากระบวนการ คิดและวินัยในการเทรด เพื อให้สามารถนําความรู้ไปประยุกต์ใช้และสร้างแนวทาง การเทรดที เหมาะสมกับตนเองได้อย่างมีประสิทธิภาพ จงจําไว้ว่า... เป้าหมายของการอ่านหนังสือเล่มนี ไม่ใช่เพื อให้คุณรวยเร็ว แต่เพื อให้คุณมีความรู้ ความเข้าใจ และแนวคิดที ถูกต้องในการเติบโตบนเส้นทางการเทรดอย่างมั นคง และเมื อคุณอ่านหน้าสุดท้ายจบ คุณจะมองเห็นภาพรวมของเส้นทางทั งหมดได้ ชัดเจนขึ น พร้อมรู้ว่าตัวเองต้องพัฒนาอะไรต่อ เพื อก้าวไปสู่การเป็นเทรดเดอร์ใน ระดับที สูงขึ น ยินดีต้อนรับสู่การเดินทางครั งนี การเดินทางของเทรดเดอร์ เริ มต้นจากหน้าถัดไป
การอ่านกราฟราคาPhase 1
บทที 1 กราฟคืออะไร "กราฟคือภาษาของตลาด ยิ งอ่านกราฟเป็น คุณก็ยิ งเข้าใจพฤติกรรมของราคาได้มากขึ น"
คือการแสดงการเคลื อนไหวของราคาในรูปแบบภาพ ช่วยให้เรามองเห็นว่า ราคากําลังขึ นหรือลง ตลาดมีแนวโน้มอย่างไร จุดไหนที น่าสนใจสําหรับการซื อหรือขาย ในตลาด Forex และ XAUUSD มีรูปแบบกราฟที นิยมใช้งานอยู่ 3 ประเภท 1.Line Chart 2.Bar Chart 3.Candlestick Chart กราฟ (Chart) คืออะไร?Line ChartCandlestickBar Chart
Candlestick เป็นกราฟที ได้รับความนิยมมากที สุด เพราะแท่งเทียนสามารถบอก ข้อมูลได้ครบในมุมมองเดียว ตลาดเปิดที ไหน ตลาดปิดที ไหน ราคาสูงสุดอยู่ตรงไหน ราคาตํ าสุดอยู่ตรงไหน ฝั งซื อหรือขายเป็นฝ่ายได้เปรียบ จึงทําให้เทรดเดอร์ทั วโลกนิยมใช้ Candlestick ในการวิเคราะห์ตลาด
บทที 2 แท่งเทียนคืออะไร "แท่งเทียนเพียงหนึ งแท่ง อาจบอกเรื องราวระหว่าง แรงซื อและแรงขายได้มากกว่าที คุณคิด"
ผู้ให้กําเนิดกราฟแท่งเทียน แท่งเทียน (Candlestick) คือรูปแบบการแสดงราคาที ได้รับความนิยมมากที สุดใน ตลาด Forex, Gold, หุ้น และ Cryptocurrency แท่งเทียนแต่ละแท่งจะแสดง ข้อมูลราคาของช่วงเวลาหนึ ง เช่น มูเนฮิสะ ฮอมมะ (Munehisa Homma) เป็นพ่อค้าข้าวชาวญี ปุ่นในศตวรรษที 18 และคิดค้นกราฟแท่งเทียนขึ น โดยเขาได้พัฒนาเครื องมือนี ขึ นมาเพื อวิเคราะห์การ เคลื อนไหวของราคาข้าว และต่อมา สตีฟ ไนสัน (Steve Nison) ได้นํากราฟแท่ง เทียนสู่โลกตะวันตกในหนังสือของเขาในปี 1991 ทําให้กราฟเป็นที นิยมอย่างแพร่ หลายในตลาดการเงิน แท่งเทียนคืออะไร?1 แท่ง = 1 ช่วงเวลาM1 = 1 นาทีH1 = 1 ชั วโมงD1 = 1 วัน Munehisa Homma Steve Nison
ไส้เทียนด้านล่าง (Lower Shadow)HIGH PRICE (ราคาสูงสุด)CLOSE PRICE (ราคาป ด)OPEN PRICE (ราคาเป ด)LOW PRICE (ราคาตํ าสุด)HIGH PRICE (ราคาสูงสุด)OPEN PRICE (ราคาเป ด)CLOSE PRICE (ราคาป ด)LOW PRICE (ราคาตํ าสุด)เนื อเทียน (Body)ไส้เทียนด้านบน (Upper Shadow)ส่วนประกอบของกราฟแท่งเทียนกราฟแท่งเทียนหรือ Candlestick chart มีอยู่ 6 องค์ประกอบ 1. ราคาสูงสุด (High) คือจุดที ราคาวิ งขึ นไปสูงที สุดของแท่งนั น 2. ราคาตํ าสุด (Low) คือจุดที ราคาลงไปตํ าที สุดของแท่งนั น 3. ราคาเปิด (Open) คือจุดที ราคาเปิดเมื อเกิดแท่งใหม่ 4. ราคาปิด (Close) คือจุดที ราคาปิดสุดท้ายก่อนเริ มแท่งใหม่ 5. เนื อเทียน คือช่วงกลางแท่งระหว่างราคาเปิดกับราคาปิด 6. ไส้เทียน คือช่วงของราคาที อยู่นอกเนื อเทียน
แท่งเทียนช่วยให้เรารู้ว่าในช่วงเวลานั น แรงซื อหรือแรงขายเป็นฝ่ายได้เปรียบ และ ช่วยบอกทิศทางของตลาดได้ 1. ดูว่าตลาดกําลังขึ นหรือลง แท่งเขียว (Bullish) = ราคาปิดสูงกว่าราคาเปิด แสดงว่าแรงซื อมีมากกว่า แรงขาย แท่งแดง (Bearish) = ราคาปิดตํ ากว่าราคาเปิด แสดงว่าแรงขายมีมากกว่า แรงซื อ 2. ดูขนาดของตัวแท่ง (Body) ตัวแท่งยาว = ฝ่ายนั นมีแรงมาก ตัวแท่งสั น = ตลาดกําลังลังเล แรงซื อและแรงขายใกล้เคียงกัน 3. ดูไส้เทียน (Wick) ไส้บนยาว = ราคาถูกแรงขายกดลงจากด้านบน ไส้ล่างยาว = ราคาถูกแรงซื อดันกลับขึ นจากด้านล่าง วิธีอ่านแท่งเทียนแรงซื อชนะราคาเป ดอยู่ล่างราคาเป ดอยู่บนราคาป ดอยู่บนราคาป ดอยู่ล่างแรงขายชนะ
ไส้เทียน คือส่วนที ยื นออกมาจากตัวแท่งเทียน ใช้แสดงราคาสูงสุดและตํ าสุดที เกิด ขึ นในช่วงเวลานั น ไส้เทียนช่วยบอกให้เรารู้ว่า ราคาเคยพยายามเคลื อนที ไปในทิศทางใด แต่ไม่ สามารถยืนอยู่ที ระดับนั นได้ ไส้บนยาว แสดงว่าราคาเคยขึ นไปสูงกว่านี แต่ถูกแรงขายกดลงมา ไส้ล่างยาว แสดงว่าราคาเคยลงไปตํ ากว่านี แต่ถูกแรงซื อดันกลับขึ นมา ยิ งไส้เทียนยาวมากเท่าไร ยิ งแสดงถึงการปฏิเสธราคา (Price Rejection) ที รุนแรง มากขึ น ดังนั น ไส้เทียนจึงเป็นเครื องมือสําคัญที ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นแรงซื อ แรงขาย และโอกาสการกลับตัวของราคาได้ ความหมายของไส้เทียน "ไส้เทียนคือร่องรอยการปฏิเสธราคา ยิ งไส้ยาว ยิ งแสดงว่ามีแรงซื อหรือแรงขาย เข้ามาแทรกแซงบริเวณนั นอย่างชัดเจน"ไส้บนยาว → มีแรงขายกดลงไส้ล่างยาว → มีแรงซื อดันขึ น
คือช่วงเวลาที ใช้ในการสร้างแท่งเทียนแต่ละแท่งบนกราฟ โดยแต่ละ Time Frame จะแสดงข้อมูลราคาในช่วงเวลาที แตกต่างกัน ตัวอย่างเช่น M1 (1 Minute) = 1 แท่งเทียน แทนการเคลื อนไหวของราคา 1 นาที M15 (15 Minutes) = 1 แท่งเทียน แทนการเคลื อนไหวของราคา 15 นาที H1 (1 Hour) = 1 แท่งเทียน แทนการเคลื อนไหวของราคา 1 ชั วโมง H4 (4 Hours) = 1 แท่งเทียน แทนการเคลื อนไหวของราคา 4 ชั วโมง D1 (1 Day) = 1 แท่งเทียน แทนการเคลื อนไหวของราคา 1 วัน ยิ ง Time Frame เล็ก กราฟจะเคลื อนไหวเร็วและมีรายละเอียดมากขึ น และใน Time Frame ใหญ่ กราฟจะมีความผันผวนน้อยลงและช่วยให้มองเห็นแนวโน้ม ของตลาดได้ชัดเจนขึ น Time Frame (TF) คืออะไร? การเคลื อนไหวของแท่งเทียนในระหว่างวัน
ในแท่งเทียนแต่ละแท่ง บอกอะไรบ้าง แท่งเทียนแต่ละแท่งสะท้อนการต่อสู้ระหว่างแรงซื อและแรงขายในช่วงเวลาหนึ ง โดยระยะเวลาจะแตกต่างกันไปตาม Timeframe ที เลือกใช้งาน ตัวอย่างเช่น แท่งเทียน Day (D1) จะแสดงแรงซื อและแรงขายที เกิดขึ นตลอด 1 วัน แท่งเทียน 1 ชั วโมง (H1) จะแสดงแรงซื อและแรงขายที เกิดขึ นภายใน 1 ชั วโมง แท่งเทียน 15 นาที (M15) จะแสดงแรงซื อและแรงขายที เกิดขึ นภายใน 15 นาที ดังนั น แท่งเทียน 1 แท่งจึงเปรียบเสมือนบันทึกพฤติกรรมของตลาดในช่วงเวลานั น ว่าฝั งซื อหรือฝั งขายเป็นฝ่ายได้เปรียบมากกว่ากันตัวอย่างTF Day 1 แท่งTF Day 1 แท่งTF H1 24 แท่งTF H1 24 แท่ง
แท่งเทียนใน TF ใหญ่จะถูกประกอบขึ น จากแท่งเทียนใน TF ที เล็กกว่าเสมอ ตัวอย่างจากกราฟจริงขนาดของแท่งเทียน (แท่งเทียน) แท่งเทียนรายเดือน (Monthly)1 แท่ง4 แท่ง20 แท่ง120 แท่ง480 แท่ง960 แท่ง1,920 แท่ง5,760 แท่ง28,800 แท่ง แท่งเทียนรายสัปดาห์ (Weekly) แท่งเทียนรายวัน (Daily) แท่งเทียนราย 4 ชั วโมง (4 Hourly) แท่งเทียนราย 1 ชั วโมง (1 Hourly) แท่งเทียนราย 30 นาที (30 Minutes) แท่งเทียนราย 15 นาที (15 Minutes) แท่งเทียนราย 5 นาที (5 Minutes) แท่งเทียนราย 1 นาที (1 Minutely)จํานวน แท่งเทียนแท่ง Dayแท่ง H11. ราคาเป ด2. ราคาตํ าสุด3. ราคาสูงสุด4. ราคาป ด
แท่งเทียนช่วยให้เรามองเห็นว่าในช่วงเวลานั น ฝั งผู้ซื อ (Buyers) หรือผู้ขาย (Sellers) เป็นฝ่ายควบคุมตลาด การดูแรงซื อและแรงขายเบื องต้น สามารถสังเกตได้จาก ขนาดของตัวแท่งเทียน (Body) และ ความยาวของไส้เทียน (Wick) แท่งเขียวยาว = แรงซื อแข็งแรง แท่งแดงยาว = แรงขายแข็งแรง ตัวแท่งสั น แรงซื อและแรงขายใกล้เคียงกัน ตลาดยังไม่มีฝ่ายใดได้เปรียบอย่างชัดเจน ปิดเป็น Doji มีแรงซื อ/ขายเท่ากัน ไส้บนยาว = มีแรงขายกดราคา ไส้ล่างยาว = มีแรงซื อดันราคา วิธีดูแรงซื อ-ขาย ของแท่งเทียน
บทที 3 ลักณะของแท่งเทียน "วิธีอ่านแรงซื อหรือแรงขายว่ากําลังแข็งแรงขึ นหรือเริ มอ่อนแรงลง ซึ งเป็นกุญแจสําคัญในการอ่านพฤติกรรมของตลาด"
GAP คือ "ช่องว่างของราคา" ที เกิดขึ นเมื อราคาเปิดของแท่งเทียนใหม่ ไม่ต่อเนื อง กับราคาปิดของแท่งเทียนก่อนหน้า โดยทั วไป GAP มักเกิดหลังจากตลาดปิด ทําการ และมีข่าวหรือเหตุการณ์สําคัญเกิดขึ นในช่วงที ตลาดหยุดซื อขาย ในตลาด Forex และ Gold GAP มักพบได้บ่อยหลังช่วงวันเสาร์-อาทิตย์ หรือหลัง วันหยุดยาว สิ งที ควรรู้เกี ยวกับ GAP GAP สะท้อนถึงแรงซื อหรือแรงขายที เกิดขึ นอย่างรวดเร็ว มักเกิดจากข่าวสําคัญหรือเหตุการณ์ที ส่งผลต่อตลาด บางครั งราคามีโอกาสกลับมาปิด GAP แต่ไม่ใช่ทุกครั ง ยิ ง GAP มีขนาดใหญ่ ยิ งแสดงถึงความผันผวนของตลาดที สูงขึ น GAP แท่งเทียน การวิ งปกติ Gapราคาป ดตรงไหน = เป ดตรงนั นopencloseGap ราคา
GapGapแท่งวันศุกร์แท่งวันจันทร์เกิดในช่วงเสาร์ อาทิตย์ เกิดในช่วงตลาดป ด-เป ด ข้ามวันกราฟวันที 15 มิ.ย. 2569กราฟวันที 14 พ.ค. 2569 ตัวอย่าง Gap จากกราฟจริง 3.00 น. 5.00 น.
ในหลาย ๆ ครั ง ทิศทางของราคาจะเริ มแสดงออกผ่าน "ไส้เทียน" ก่อนที จะเห็น จากขนาดของตัวแท่งเทียนอย่างชัดเจน ในแนวโน้มขาขึ น แม้ว่าตัวแท่งเทียนจะมีขนาดเล็ก แต่หากไส้เทียนและจุดสูงสุดของแท่งเทียนยังคง ยกสูงขึ นเรื อย ๆ (Higher High) แสดงว่าแรงซื อยังคงสามารถดันราคาไปได้สูงกว่า เดิม จึงถือว่าแนวโน้มขาขึ นยังไม่เสียโครงสร้าง ในแนวโน้มขาลง แม้ว่าตัวแท่งเทียนจะมีขนาดเล็ก แต่หากไส้เทียนและจุดตํ าสุดของแท่งเทียนยังคง ทําจุดตํ าใหม่ลงเรื อย ๆ (Lower Low) แสดงว่าแรงขายยังคงสามารถกดราคาให้ ตํ ากว่าเดิมได้ จึงถือว่าแนวโน้มขาลงยังไม่เสียโครงสร้าง การสังเกตไส้เทียนเพื อดูทิศทางของราคาHHHHHHHLLLLLLL
ตัวอย่างจากกราฟจริงกราฟวันที 11 มี.ค. 2569กราฟวันที 11 มี.ค. 2569 ในแนวโน้มขาลง ในแนวโน้มขาขึ น
ไส้นําร่อง คือแท่งเทียนที แสดงสัญญาณว่าแรงซื อหรือแรงขายเริ มเข้ามาควบคุม ตลาด โดยแท่งถัดไปควรปิดเหนือ High หรือปิดตํ ากว่า Low ของแท่งก่อนหน้า และมักเกิดพร้อม Volume ที สูงกว่าปกติ ราคามักมีโอกาสเคลื อนที ไปในทิศทางของไส้นําร่องต่อ โดยสามารถใช้ High และ Low ของแท่งไส้นําร่องเป็นจุดอ้างอิงสําหรับการวาง TP และ SL ได้ เทคนิคนี ใช้ได้กับทุก Time Frame และยิ งเกิดใน Time Frame ใหญ่ เป้าหมาย ราคาก็มักจะกว้างขึ น พฤติกรรมไส้นําร่อง (Leading Wick)BUYSELLSTOP LOSSSTOP LOSSTP ไส้นําร่อง ไส้นําร่องTP ไส้นําร่องบอกทิศทาง แท่งถัดไปทําหน้าที ยืนยัน
การปฏิเสธของราคาในแท่งเทียน (Rejection Candle) เมื อราคาวิ งไปถึงระดับหนึ งแล้วถูกผลักกลับ จะเห็นเป็นไส้เทียนยาวที โผล่ออกไป แต่ตัวเทียนปิดกลับเข้ามา แท่งเทียนลักษณะนี เรียกว่า Rejection Candle ไส้เทียนที ยาวนั นคือร่องรอยที บอกว่าราคาเคยไปถึงตรงนั น แต่ถูกแรงฝั งตรงข้าม ผลักกลับอย่างรวดเร็ว ยิ งไส้ยาวมากเท่าไหร่ การปฏิเสธยิ งรุนแรงมากขึ นเท่านั น การปฏิเสธของราคาในแท่งเทียน (Rejection candle)
การเก็บ Body ของแท่งเทียน คือพฤติกรรมที ราคาย้อนกลับมาทดสอบบริเวณลํา ตัวของแท่งเทียนที เป็นต้นกําเนิดของแรงซื อหรือแรงขาย ก่อนจะเคลื อนที ต่อไปใน ทิศทางเดิม แนวคิดนี เกิดจากการที ตลาดมักไม่เคลื อนที เป็นเส้นตรง แต่จะมีการย่อตัวหรือดีด ตัวกลับมา เพื อทดสอบแรงซื อแรงขายอีกครั ง ก่อนเลือกทิศทางต่อไป การสังเกตการเก็บ Body ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นว่าแรงซื อหรือแรงขายเดิมยัง คงมีอยู่หรือไม่ และช่วยหาจังหวะเข้าเทรดที มีความเสี ยงตํ ากว่าการไล่ราคา การเก็บ Body ของแท่งเทียน คืออะไร?ราคาย้อนกลับถอดไส้กลับไป ทิศทางเดิมเรียกว่า“เก็บบอดี ”1212
การเก็บ Body สามารถเกิดขึ นได้กับแท่งเทียนทุกประเภท และเกิดได้ในทุก Time Frame โดยราคามักย้อนกลับมาทดสอบบริเวณลําตัวของแท่งเทียน ก่อนเคลื อนที ต่อไปในทิศทางเดิม เมื อพฤติกรรมการเก็บ Body เกิดขึ นซํ า ๆ ในทิศทางเดียวกัน โดยเฉพาะบน Time Frame ใหญ่ เช่น H4 หรือ D1 มักสะท้อนให้เห็นถึงแรงซื อหรือแรงขายที ต่อเนื อง และมีโอกาสพัฒนาเป็นแนวโน้ม (Trend) ที ชัดเจนได้ การเก็บ Body ของแท่งเทียนUpTrendDownTrendเก็บบอดี เก็บบอดี เก็บบอดี เก็บบอดี Trend ที แข็งแรง มักเกิดจากการย่อเพื อเก็บ Body แล้วเคลื อนที ต่อในทิศทางเดิมซํ า ๆ
หมายเหตุ ในช่วงตลาดอเมริกา (New York Session) ราคามักมีความผันผวนสูงกว่าช่วง เวลาอื น จึงพบการย่อตัวกลับมาเก็บ Body หรือแม้กระทั งเก็บถึงบริเวณไส้เทียน ได้บ่อยกว่าปกติ ในการวิเคราะห์ ควรสังเกตบริเวณปลายไส้เทียนทางซ้ายมือของกราฟ ซึ งมักเป็น จุดที ราคาเคยตอบสนองหรือเกิดแรงซื อแรงขายสําคัญในอดีต111222ส่วนที 1ส่วนที 2ส่วนที 3 ยิ งตลาดมีความผันผวนสูง การย่อตัวลึกก่อนวิ งต่อก็ยิ งเป นเรื องปกติของพฤติกรรมราคา
การเก็บ Body ที มีคุณภาพ ควรแสดงให้เห็นว่าราคาเคารพทิศทางเดิมของตลาด และไม่ทําลายโครงสร้างราคา ขาขึ น (Bullish) หลังจากเกิดการเก็บ Body แล้ว แท่งเทียนถัดไปควรมีจุดตํ าสุด (Low) ที ยกสูงขึ น หรืออย่างน้อยไม่ตํ ากว่าจุดตํ าสุดของแท่งก่อนหน้า แสดงว่าแรงซื อยังคงควบคุมตลาด และโครงสร้างขาขึ นยังไม่เสีย ขาลง (Bearish) หลังจากเกิดการเก็บ Body แล้ว แท่งเทียนถัดไปควรมีจุดสูงสุด (High) ที ตํ าลง หรืออย่างน้อยไม่สูงกว่าจุดสูงสุดของแท่งก่อนหน้า แสดงว่าแรงขายยังคงควบคุมตลาด และโครงสร้างขาลงยังไม่เสีย หลักการเก็บ Body ที ดีUpTrendDownTrend การเก็บ Body ที ดี คือการย่อตัวโดยไม่ทําลายโครงสร้างของแนวโน้มเดิม
รูปแบบ Price ActionPhase 2
บทที 4 Price Action (PA) "Price Action คือการอ่านพฤติกรรมของราคา เพราะทุกอย่างที เกิดขึ นในตลาดได้สะท้อนอยู่บนกราฟแล้ว"
Price Action คือการวิเคราะห์พฤติกรรมของราคาจาก แท่งเทียน โครงสร้างราคา แนวรับแนวต้าน แรงซื อและแรงขาย โดยไม่จําเป็นต้องใช้อินดิเคเตอร์จํานวนมาก แนวคิดหลักคือ "ราคาเป็นผลลัพธ์สุดท้ายของทุกอย่างที เกิดขึ นในตลาด" ในตลาดมีรูปแบบ Price Action และรูปแบบ Candlestick Pattern อยู่เป็น จํานวนมาก ผู้เขียนจึงเลือกนําเสนอเฉพาะรูปแบบที พบได้บ่อย เข้าใจง่าย และ สามารถนําไปประยุกต์ใช้ได้จริง จุดประสงค์ไม่ใช่การท่องจํารูปแบบให้ได้มากที สุด แต่เพื อให้ผู้อ่านเข้าใจ พฤติกรรมของแรงซื อและแรงขายที ซ่อนอยู่เบื องหลังแต่ละรูปแบบ ดังนั นรูปแบบที ถูกคัดเลือกมาในบทนี จึงเป็นรูปแบบที มีความชัดเจน ได้รับความนิยม และให้ สัญญาณที เข้าใจได้ง่ายสําหรับผู้เริ มต้น Price Action คืออะไร?
5 รูปแบบแท่งเทียนที ใช้บ่อย ขาขึ น (ฺBuy)
หรือมักเกิดขึ นที บริเวณแนวรับ หรือจุดตํ าสุดของ Swing Low ในของแนวโน้มขาขึ น คือแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการกลับตัวจากขาลงเป็นขาขึ น ลักษณะจะมีรูปร่างคล้ายค้อน ตัวเนื อเทียนมีขนาดเล็ก ราคาเปิด และ ราคาปิด อยู่ใกล้กัน อาจเป็นแท่งสีเขียวหรือแท่งสีแดงก็ได้ มีไส้เทียนด้านล่างที ยาว (ควรยาวอย่างน้อย 2 เท่าของตัวแท่ง) มีไส้เทียนด้านบนสั นมาก ๆไม่ควรเกิน 1ใน 3 ของแท่ง หรือไม่มีเลย บ่งบอก ว่า แรง Buy สามารถควบคุมราคาได้จนปิดใกล้จุดสูงของแท่งใช้ได้ทั ง 2 สี รูปแบบที 1 (Bullish Pin Bar) เรียกสั นๆว่า PA Buy Pat1
แท่งกลืนกินแท่งที 2 เนื อเทียนต้องใหญ่ ครอบคลุมแท่งแรกราคาป ดของแท่งที 2 สูงกว่า ราคาเป ดของแท่งแรกแท่งเทียนต้องสลับสีจากแดง เป นเขียว1122 เป็นรูปแบบแท่งเทียน 2 แท่ง ในแนวโน้มขาลงบริเวณแนวรับ หรือจุดตํ าสุด ของ Swing Low ในแนวโน้มขาขึ นด้วย เป็นแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณของการ กลับตัว จากขาลงเป็นขาขึ น ลักษณะของแท่งเทียน จะต้องเป็นรูปแบบ 2 แท่งเทียน แท่งแรกจะเป็นแท่งที ยาวปกติ มักจะเป็นแท่งสีแดง แต่ว่าแท่งที 2 ราคาเด้งสวนกลับขึ นมา จนปิดเนื อเทียน cover แท่งแรกได้ แท่งขาขึ นต้องเป็นแท่งสีเขียวกลืนกินแท่งแรก รูปแบบที 2 (แท่งกลืนกิน Bullish Engulfing) เรียกสั นๆว่า PA Buy Pat 2
ข้อแตกต่างระหว่าง PA Buy รูปแบบที 2 แบบปกติ แท่งเทียนที 1 จะเป็นแท่งสีแดงยาวลงมา แท่งเทียนที 2 จะเป็นแท่งขาขึ นสีเขียว เนื อเทียนของแท่งที 2 ต้องปิดแท่งเท่ากับหรือมากกว่า 50% ของเนื อเทียน แท่งแรก หากเนื อเทียนแท่งที 2 ปิดมีขนาดไม่ถึง 50% ของแท่งแรก จะไม่นับเป็นรูป แบบที 2 ทั งนี รูปแบบแท่งเทียนเนื อเทียน 50% นี จะแข็งแรงน้อยกว่ารูปแบบกลืนกินเต็ม แท่ง (Bullish Engulfing) แบบปกติ รูปแบบที 2 (เนื อเทียน 50%)รูปแบบพิเศษ50%50%50%100%12แท่งที 2 เนื อเทียนต้องป ด เกิน 50% ของแท่งแรกราคาป ด เรียกสั นๆว่า PA Buy Pat 2
50%50%50%100%13แท่งที 3 เนื อเทียนต้องป ดเกิน 50% ของแท่งแรกราคาป ด2ในแนวโน้มขาลงบริเวณแนวรับหรือจุดตํ าสุด ของ Swing Low ในแนวโน้มขาขึ น ด้วย คือรูปแบบแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการกลับตัว จากขาลงเป็นขา ขึ น ลักษณะของแท่งเทียน แท่งเทียนที 1 เป็นแท่งยาวสีแดง แท่งเทียนที 2 เป็นแท่งลังเล ลักษณะเหมือนโดจิ อาจเป็นแท่งสีเขียวหรือสี แดงก็ได้ สะท้อนถึงแรงขายที เริ มอ่อนแรง แท่งเทียนที 3 เป็นแท่งสีเขียวยาวขึ นไปดูแข็งแรง ราคาปิดของแท่งเทียนที 3 เนื อเทียนต้องปิดมากกว่า 50% ของแท่งแรก รูปแบบที 3 (Morning stars) เรียกสั นๆว่า PA Buy Pat 3
50%50%50%100%123แท่งที 3 เนื อเทียนต้องป ดเกิน 50% ของแท่งแรกราคาป ดในแนวโน้มขาลงบริเวณแนวรับหรือจุดตํ าสุดของ Swing Low ในแนวโน้มขาขึ น ด้วย คือรูปแบบแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการกลับตัว จากขาลงเป็นขา ขึ น ลักษณะของแท่งเทียน แท่งเทียนที 1 เป็นแท่งยาวสีแดง แท่งเทียนที 2 เป็นแท่งสีเขียวสะท้อนแรงซื อที ค่อยๆเพิ มเข้ามา แท่งเทียนที 3 เป็นแท่งสีเขียวยาวขึ นไปดูแข็งแรง ราคาปิดของแท่งเทียนที 3 เนื อเทียนต้องปิดมากกว่า 50% ของแท่งแรก รูปแบบที 4 (Three Inside Up) เรียกสั นๆว่า PA Buy Pat 4
123ราคาป ดในแนวโน้มขาลงบริเวณแนวรับหรือจุดตํ าสุดของ Swing Low ในแนวโน้มขาขึ น ด้วย คือรูปแบบแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการกลับตัว จากขาลงเป็นขา ขึ น ลักษณะของแท่งเทียน แท่งเทียนที 1 และแท่งที 2 เป็นแท่งสีแดง ต่อเนื องกัน แท่งเทียนที 3 ราคาเด้งสวนกลับขึ นมาจนปิดเนื อเทียนสีเขียว cover แท่ง แรกได้ รูปแบบที 5 (Bullish Tree-Bar Reversal)50% เรียกสั นๆว่า PA Buy Pat 5
ข้อสังเกตรูปแบบ PAPA Buy Pat 450%50%50%100%123PA Buy Pat 2 รูปแบบพิเศษ50%50%50%100%12ราคาป ด หากแท่งที 2 เนื อเทียนปิดเกิน 50% ของแท่งแรก ให้เราใช้เป็น PA Buy รูปแบบที 2 ได้เลย หากแท่งที 2 เนื อเทียนปิดไม่ถึง 50% ของแท่งแรก ให้รอเป็นรูปแบบ PA Buy รูปแบบที 3ราคาป ด
5 รูปแบบแท่งเทียนที ใช้บ่อย ขาลง (ฺSell)
เป็นรูปแบบแท่งเทียนที เกิดช่วงแนวโน้มขาขึ น เกิดขึ นที บริเวณแนวต้าน หรือจุด สูงสุดของ Swing High ในของแนวโน้มขาลง คือแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการกลับตัวจากขาขึ นเป็นขาลง ลักษณะของแท่งเทียน จะมีรูปร่างคล้ายค้อน (กลับหัว) ตัวเนื อเทียนมีขนาดเล็ก ราคาเปิด และ ราคาปิด อยู่ใกล้เคียงกัน อาจเป็นแท่งสีเขียวหรือแท่งสีแดงก็ได้ มีไส้เทียนด้านบนที ยาว (ควรยาวอย่างน้อย 2 เท่าของตัวแท่ง) ไส้เทียนด้าน ล่างสั นมาก ๆ หรือไม่มีเลย รูปแบบที 1 (Bearish Pin Bar) เรียกสั นๆว่า PA Sell Pat 1
เป็นรูปแบบแท่งเทียน 2 แท่ง มักกิดขึ นที บริเวณแนวต้าน หรือจุดสูงสุดของ Swing High ในของแนวโน้มขาลง คือแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณของการ กลับตัว จากขาขึ นเป็นขาลง ลักษณะของแท่งเทียน แท่งเทียนแรกเป็นแท่งขาขึ น มักเป็นแท่งเทียนสีเขียว แท่งเทียนที สองเป็นแท่งขาลง แท่งสีแดง แท่งที สองกลืนกินตัวแท่งแรก ราคาปิดของแท่งที สองตํ ากว่าราคาเปิดของแท่งแรก เนื อเทียนของแท่งที สองต้องใหญ่กว่าเป็นลักษณะกลืนกินแท่งแรกชัดเจน รูปแบบที 2 (แท่งกลืนกิน Bearish Engulfing)แท่งที 2 เนื อเทียนต้องใหญ่ ครอบคลุมแท่งแรกราคาป ดของแท่งที 2 ตํ ากว่า ราคาเป ดของแท่งแรกแท่งเทียนต้องสลับสีจากเขียว เป นแดง1122 เรียกสั นๆว่า PA Sell Pat 2
ข้อแตกต่างระหว่าง PA Sell รูปแบบที 2 แบบปกติ แท่งเทียนที 1 จะเป็นแท่งสีเขียว แท่งเทียนที 2 จะเป็นแท่งขาลงสีแดง เนื อเทียนของแท่งที 2 ต้องปิดตํ ากว่า 50% ของเนื อเทียนแท่งแรก หากราคาปิดเทียนแท่งที 2 ไม่ถึง 50% ของแท่ง แรกจะไม่นับเป็น PA Sell Pat2 ทั งนี รูปแบบแท่งเทียนเนื อเทียน 50% นี จะแข็งแรงน้อยกว่ารูปแบบกลืนกินเต็ม แท่ง (Bearish Engulfing) แบบปกติ รูปแบบที 2 (เนื อเทียน 50%)1250%ราคาป ด50%50%100%แท่งที 2 เนื อเทียนต้องป ด เกิน 50% ของแท่งแรก เรียกสั นๆว่า PA Sell Pat 2
50%50%50%100%13แท่งที 3 เนื อเทียนต้องป ดเกิน 50% ของแท่งแรกราคาป ด2เป็นรูปแบบแท่งเทียน 3 แท่ง หรือเกิดขึ นที บริเวณแนวต้าน หรือจุดสูงสุดของ Swing High ในของแนวโน้มขาลง คือแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการ กลับตัวจากขาขึ นเป็นขาลง ลักษณะของแท่งเทียน ประกอบด้วย 3 แท่งเทียน แท่งเทียนที หนึ งเป็นแท่งเขียวขนาดใหญ่ แท่งเทียนที สอง Star เป็นแท่งลังเล ตัวเนื อเทียนมีขนาดแท่งเล็กมาก แรงซื อเริ มอ่อนแรง อาจเป็นแท่งเขียวหรือแดงก็ได้ แท่งเทียนที สามเป็นแท่งแดงขนาดใหญ่ ราคาปิดควรปิดตํ าลงมาอย่างน้อยตํ ากว่า 50% ของตัวแท่งแรก รูปแบบที 3 (Evening star) เรียกสั นๆว่า PA Sell Pat 3
เป็นรูปแบบแท่งเทียน 3 แท่ง หรือเกิดขึ นที บริเวณแนวต้าน หรือจุดสูงสุดของ Swing High ในของแนวโน้มขาลง คือแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการ กลับตัวจากขาขึ นเป็นขาลง ลักษณะของแท่งเทียน แท่งเทียนที 1 เป็นแท่งยาวสีเขียว แท่งเทียนที 2 เป็นแท่งสีแดงสะท้อนแรงขายที ค่อยๆเพิ มเข้ามา แท่งเทียนที 3 เป็นแท่งสีแดงต่อเนื องดูแข็งแรง ราคาปิดของแท่งเทียนที 3 เนื อเทียนต้องปิดมากกว่า 50% ของแท่งแรก รูปแบบที 4 (Three Inside down)50%50%50%100%123แท่งที 3 เนื อเทียนต้องป ดเกิน 50% ของแท่งแรกราคาป ด เรียกสั นๆว่า PA Sell Pat 4
เป็นรูปแบบแท่งเทียน 3 แท่ง หรือเกิดขึ นที บริเวณแนวต้าน หรือจุดสูงสุดของ Swing High ในของแนวโน้มขาลง คือแท่งเทียนที บ่งบอกถึงสัญญาณ ของการ กลับตัวจากขาขึ นเป็นขาลง ลักษณะของแท่งเทียน แท่งเทียนที 1 และแท่งที 2 เป็นแท่งสีเขียวต่อเนื องกัน แท่งเทียนที 3 ราคากลับตัวลงมาจนปิดเนื อเทียนสีแดง cover แท่งแรกได้ รูปแบบที 5 (Bearish Tree-Bar Reversal)123ราคาป ด50%50%50% เรียกสั นๆว่า PA Sell Pat 5
ข้อสังเกตรูปแบบ PA หากแท่งที 2 เนื อเทียนตํ ากว่า 50% ของแท่งแรกให้เราใช้เป็น Pat 2 ได้เลย หากแท่งที 2 เนื อเทียนปิดไม่ถึง 50% ของแท่งแรก ให้เรารอเป็น Pat 31250%ราคาป ด50%50%100%50%50%50%100%123ราคาป ดPA Sell Pat 3 รูปแบบที 2PA Sell Pat 2 รูปแบบพิเศษ
แนวต้าน, กรอบราคาแนวต้าน, กรอบราคาหรือPAT 1PAT 2PAT 3 แบบ 1PAT 3 แบบ 2PAT 3 แบบ 3112123123123คือ รูปแบบแท่งเทียนที ใช้ยืนยันการ เข้าออเดอร์ Buy จะใช้อยู่ 5 รูปแบบซึ งเป็น รูปแบบที พบบ่อย คือ รูปแบบแท่งเทียนที ใช้ยืนยัน การเข้าออเดอร์ Sell จะใช้อยู่ 5 รูปแบบซึ งเป็น รูปแบบที พบบ่อย PA Buy PA Sellแนวรับ, กรอบราคาแนวรับ, กรอบราคาหรือPAT 1PAT 2PAT 3 แบบ 1PAT 3 แบบ 2PAT 3 แบบ 3112123123123
Price Action จะมีประสิทธิภาพมากขึ นเมื อเกิดบริเวณจุดสําคัญของราคา ไม่ใช่ เกิดขึ นกลางกราฟโดยไม่มีเหตุผลรองรับ สัญญาณ Buy ควรเกิดบริเวณแนวรับ เพราะเป็นจุดที มีโอกาสเกิดแรงซื อ กลับเข้ามา สัญญาณ Sell ควรเกิดบริเวณแนวต้าน เพราะเป็นจุดที มีโอกาสเกิดแรงขาย กลับเข้ามา หลักการใช้งาน Price ActionPA Buyแนวรับต้องเกิดที ต้องเกิดที แนวต้านPA SellPA Sell Price Action บอกจังหวะเข้าเทรด ส่วนแนวรับ/แนวต้านบอกจุดที ควรให้ความสนใจ
บทที 5 แนวโน้มราคา (Trend) "ก่อนจะหาจุดเข้าเทรด คุณต้องรู้ก่อนว่าตลาดกําลังเคลื อนที ไปทางไหน"
Trend หรือ แนวโน้มราคา คือทิศทางการเคลื อนที ของราคาในช่วงเวลาหนึ ง ซึ ง สามารถแบ่งออกได้เป็น 3 รูปแบบหลัก ได้แก่ Uptrend (แนวโน้มขาขึ น) Downtrend (แนวโน้มขาลง) Sideway (แนวโน้มออกข้าง) การเข้าใจแนวโน้มของตลาดเป็นพื นฐานสําคัญของการวิเคราะห์กราฟ เพราะช่วย ให้เราทราบว่าควรมองหาโอกาส Buy หรือ Sell มากกว่ากัน ทฤษฎี Dow Theory กับแนวโน้มราคา Dow Theory เป็นหนึ งในหลักการวิเคราะห์ตลาดที ได้รับการยอมรับและใช้งานมา อย่างยาวนาน แนวคิดสําคัญคือ "แนวโน้มจะยังคงดําเนินต่อไป จนกว่าจะมี สัญญาณยืนยันว่าแนวโน้มได้เปลี ยนแปลงแล้ว" ดังนั น หน้าที ของเทรดเดอร์ไม่ใช่การคาดเดาว่าราคาจะกลับตัวเมื อไร แต่คือการ สังเกตว่าตลาดกําลังอยู่ในแนวโน้มใด และเทรดไปตามแนวโน้มนั น Trend คืออะไร?LHHHHHHLHLHLLHLHLLLLHHHHLHLLLLแนวโน้มขาขึ น Up trendแนวโน้มขาลง Down trendแนวโน้มออกข้าง Sideway
Uptrend คือภาวะที ราคาปรับตัวสูงขึ นอย่างต่อเนื อง ลักษณะสําคัญคือ จุดสูงสุดใหม่ สูงกว่าจุดสูงสุดเดิม (Higher High) จุดตํ าสุดใหม่ สูงกว่าจุดตํ าสุดเดิม (Higher Low) แสดงให้เห็นว่าแรงซื อยังคงมีมากกว่าแรงขาย และผู้ซื อเป็นฝ่ายควบคุมตลาด Uptrend (แนวโน้มขาขึ น)HHHHHHHLHLHLHHHigh สูงขึ น และ Low สูงขึ น = ขาขึ น ตัวอย่าง แนวโน้มขาขึ น Up trend จุดสังเกต ทํา Low (L) สูงขึ น ทํา High (H) สูงขึ นLHLHLHLHLHLHHHHHHHHH
LLLHLHDowntrend คือภาวะที ราคาปรับตัวลดลงอย่างต่อเนื อง ลักษณะสําคัญคือ จุดสูงสุดใหม่ ตํ ากว่าจุดสูงสุดเดิม (Lower High) จุดตํ าสุดใหม่ ตํ ากว่าจุดตํ าสุดเดิม (Lower Low) แสดงให้เห็นว่าแรงขายยังคงมีมากกว่าแรงซื อ และผู้ขายเป็นฝ่ายควบคุมตลาด Downtrend (แนวโน้มขาลง) ตัวอย่าง แนวโน้มขาลง Down trend จุดสังเกต ทํา High (H) ตํ าลง ทํา Low (L) ตํ าลงLHLHLHHLLLLLLLHigh ตํ าลง และ Low ตํ าลง = ขาลง
Sideway คือช่วงที ราคาเคลื อนที อยู่ในกรอบแคบ ๆ โดยยังไม่มีทิศทางที ชัดเจน ในช่วงนี ราคาไม่สามารถสร้าง Higher High หรือ Lower Low ได้อย่างชัดเจน แรงซื อและแรงขายใกล้เคียงกัน ตลาดกําลังสะสมแรงเพื อรอเลือกทิศทางใหม่ ช่วง Sideway มักเป็นช่วงที เทรดได้ยากที สุดสําหรับมือใหม่ เพราะราคามัก เคลื อนที สลับขึ นลงภายในกรอบ Sideway (แนวโน้มออกข้าง) H H H L L L เมื อ Trend จบลง (ไม่ว่าจะขึ นหรือ ลง) ราคามักจะ “หยุดวิ ง” แล้วเข้าสู่ Sideway เพื อให้ตลาดปรับสมดุลแรงซื อ-ขาย
Cycle ตลาด ขาขึ นขาขึ นSidewayขาลงขาขึ นSidewayขาขึ นขาขึ นSidewayขาขึ นขาขึ นSidewayขาลง โดยทั วไป ตลาดขาขึ นมักมีพฤติกรรมอยู่ 2 รูปแบบหลัก 1. ขึ น → Sideway → ขึ นต่อ เป็นลักษณะของแนวโน้มขาขึ นที แข็งแรง หลังจากราคาปรับตัวขึ น จะเข้าสู่ช่วงพัก ตัวหรือ Sideway เพื อสะสมแรง ก่อนปรับตัวขึ นต่อและสร้างจุดสูงสุดใหม่ 2. ขึ น → Sideway → กลับตัวลง หลังจากราคาปรับตัวขึ นและเข้าสู่ช่วง Sideway หากแรงซื อเริ มอ่อนแรง และไม่ สามารถดันราคาให้ทําจุดสูงสุดใหม่ได้ แรงขายอาจเข้ามาควบคุมตลาด ส่งผลให้ แนวโน้มเปลี ยนจากขาขึ นเป็นขาลง
ตลาดขาลงไม่ได้ปรับตัวลงตลอดเวลา แต่จะมีช่วงพักตัวสลับอยู่เป็นระยะ 1. ลง → Sideway → ลงต่อ เเป็นลักษณะของแนวโน้มขาลงที แข็งแรง หลังจากราคาปรับตัวลง จะเข้าสู่ช่วงพัก ตัวหรือ Sideway เพื อสะสมแรงขาย ก่อนปรับตัวลงต่อและสร้างจุดตํ าสุดใหม่ Cycle ตลาด ขาลง 2. ลง → Sideway → กลับตัวขึ น เป็นลักษณะของแนวโน้มขาลงที อ่อนแรง หลังจากราคาปรับตัวลง จะเข้าสู่ช่วง Sideway สะสมแรงซื อ ก่อนที แรงซื อจะเข้ามาคุมตลาดแทนแรงขาย และราคา พลิกกลับเป็นขาขึ นขาลงSidewayขาลงขาลงSidewayขาขึ น
ตัวอย่างจากกราฟจริงขาขึ นขาขึ นขาขึ นขาขึ นขาลงขาลงขาขึ นขาขึ นขาขึ นขาลงขาลง
ก่อนที ตลาดจะเปลี ยนทิศทาง ราคาจะไม่พลิกกลับทันทีในทันใด แต่จะค่อย ๆ แสดงสัญญาณให้เห็นผ่านการเปลี ยนแปลงของโครงสร้างราคาทีละขั น 1. จากขาขึ น → ขาลง ในแนวโน้มขาขึ น ราคามักสร้างจุดสูงสุดใหม่และจุดตํ าสุดที สูงขึ นเรื อย ๆ อย่างต่อ เนื อง สัญญาณแรกที บ่งบอกว่าแนวโน้มกําลังอ่อนแรง คือเมื อราคาไม่สามารถ สร้างจุดสูงสุดใหม่ได้ และเริ มปรับตัวลงมาทะลุจุดตํ าสุดเดิม เมื อเกิดเหตุการณ์นี ขึ น แสดงให้เห็นว่าแรงซื อเริ มอ่อนแรงลง และแรงขายเริ มเข้า มามีบทบาทมากขึ น โครงสร้างราคาจึงเริ มเปลี ยนจากขาขึ นเป็นขาลง การเปลี ยนโครงสร้างและแนวโน้มHLHHHHHกลับตัวลงL
กลับตัวลงH HL HL HH HH L ตัวอย่างจากกราฟจริงกลับตัวลง H HL HL HH HH L
2. จากขาลง → ขาขึ น ในแนวโน้มขาลง ราคามักสร้างจุดตํ าสุดใหม่และจุดสูงสุดที ตํ าลงเรื อย ๆ อย่างต่อ เนื อง สัญญาณแรกที บ่งบอกว่าแนวโน้มกําลังอ่อนแรง คือเมื อราคาไม่สามารถ สร้างจุดตํ าสุดใหม่ได้ และเริ มปรับตัวขึ นมาทะลุจุดสูงสุดเดิม เมื อเกิดเหตุการณ์นี ขึ น แสดงให้เห็นว่าแรงขายเริ มอ่อนแรงลง และแรงซื อเริ มเข้า มามีบทบาทมากขึ น โครงสร้างราคาจึงเริ มเปลี ยนจากขาลงเป็นขาขึ นLHLHLLLLกลับตัวขึ น ตัวอย่างจากกราฟจริงLHLHLLกลับตัวขึ น
สรุปภาพรวม ก่อนเข้าเทรดตอนนี ตลาดอยู่โครงสร้างอะไร?อยู่ช่วงไหนของ Cycle?ชนแนวรับแนวต้านหรือยัง?มีสัญญาณหรือยัง?
บทที 6 แนวรับ/แนวต้านและการใช้งาน "การรู้ว่าราคาอยู่ตรงไหน สําคัญไม่แพ้การรู้ว่าราคาจะไปทางไหน"
แ คือบริเวณราคาที ในอดีตเคยมีแรงซื อเข้ามาจํานวนมาก จนทําให้ราคาหยุดลงหรือ เด้งกลับขึ น เมื อราคากลับมาบริเวณเดิมอีกครั ง จึงมีโอกาสที แรงซื อจะกลับเข้ามา และช่วยพยุงราคาเอาไว้ได้ อย่างไรก็ตาม แนวรับไม่ได้หมายความว่าราคาจะเด้งกลับทุกครั ง หากแรงขายมี มากกว่า ราคาก็สามารถทะลุแนวรับลงไปได้เช่นกัน แนวรับ (Support) ใน Forex คืออะไร? แนวรับ เป นโซนราคาที มีความต้องการ ซื อมาก
แนวต้าน คือบริเวณราคาที ในอดีตเคยมีแรงขายเข้ามาจํานวนมาก จนทําให้ราคา หยุดขึ นหรือปรับตัวลง เมื อราคากลับมาบริเวณเดิมอีกครั ง เทรดเดอร์จึงมักจับตาดูว่าจะมีแรงขายกลับ เข้ามาอีกหรือไม่ แนวต้าน คือโซนที มีโอกาสเกิดแรงขายและทําให้ราคาหยุดขึ นหรือย่อตัวลง แนวต้าน (Resistance) ใน Forex คืออะไร? แนวต้าน เป นโซนราคาที มีความต้องการ ขายมาก
แนวรับและแนวต้านเกิดจากพฤติกรรมของผู้ซื อและผู้ขายในตลาด เมื อราคาเคย กลับตัวที บริเวณใดบริเวณหนึ ง นักลงทุนและเทรดเดอร์มักจดจําระดับราคานั นไว้ เมื อราคากลับมาถึงจุดเดิมอีกครั ง บริเวณแนวรับ มักมีแรงซื อเข้ามา เพราะมองว่าราคาอยู่ในระดับที น่าสนใจ บริเวณแนวต้าน มักมีแรงขายเข้ามา เพราะมองว่าราคาปรับตัวขึ นมาสูง พอแล้ว ยิ งราคากลับตัวที บริเวณเดิมหลายครั ง แนวรับหรือแนวต้านนั นก็มักจะยิ งมีความ สําคัญมากขึ น ทําไมแนวรับและแนวต้านถึงเกิดขึ น?แนวต้านแนวรับแนวต้านแนวต้านแนวรับแนวต้านแนวรับแนวรับ แนวรับและแนวต้านไม่ได้เกิดจากเส้นบนกราฟ แต่เกิดจากการตัดสินใจของผู้ซื อและผู้ขายจํานวนมากในตลาด
ประเภทของ แนวรับ/แนวต้าน
เป็นรูปแบบที นิยมใช้มากที สุดในการวิเคราะห์กราฟ โดยเกิดจากบริเวณที ราคา เคยกลับตัวซํ า ๆ หลายครั งในอดีต แนวรับ คือบริเวณที ราคาเคยหยุดลงและเด้งกลับขึ น แนวต้าน คือบริเวณที ราคาเคยหยุดขึ นและย่อตัวลง วิธีการตีเส้น คือการลากเส้นแนวนอนผ่านบริเวณที ราคาเคยกลับตัวหลายครั ง เพื อใช้เป็นจุดสังเกตแรงซื อและแรงขายในอนาคต หลักการใช้งาน เมื อราคาเข้าใกล้แนวรับ ให้สังเกตโอกาสเกิดแรงซื อ เมื อราคาเข้าใกล้แนวต้าน ให้สังเกตโอกาสเกิดแรงขาย ควรรอ Price Action หรือสัญญาณยืนยันก่อนเข้าเทรด สิ งสําคัญที ควรรู้ แนวรับและแนวต้านไม่ใช่ "เส้น" ที แม่นยําเพียงจุดเดียว แต่เป็น "โซนราคา" ที มี โอกาสเกิดแรงซื อหรือแรงขาย และยิ งราคาเคยตอบสนองกับแนวรับหรือแนวต้าน นั นหลายครั ง ความสําคัญของระดับราคานั นก็มักจะยิ งเพิ มขึ น แนวรับ-แนวต้าน เส้นแนวนอน (Horizontal Support/Resistance)
เราสามารถใช้เส้นแนวโน้ม (Trendline) เพื อหาบริเวณที ราคาอาจเกิดแรงซื อหรือ แรงขายได้อีกด้วย ในแนวโน้มขาขึ น เส้น Trendline จะทําหน้าที เป็นแนวรับ โดยราคามักย่อตัวลงมา ทดสอบเส้นก่อนปรับตัวขึ นต่อ ในแนวโน้มขาลง เส้น Trendline จะทําหน้าที เป็นแนวต้าน โดยราคามักดีดตัวขึ น มาทดสอบเส้นก่อนปรับตัวลงต่อ Trendline ช่วยให้เทรดเดอร์มองเห็นทิศทางของตลาดได้ชัดเจนขึ น และสามารถ ใช้ร่วมกับ Price Action เพื อหาจังหวะเข้าเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพ แนวรับ-แนวต้าน ตามเส้นแนวโน้ม (Trendline Support/Resistance) Trendline เปรียบเสมือนเส้นทางเดินของราคา ยิ งราคาสัมผัสเส้นหลายครั งโดยไม่หลุด แนวโน้มนั นก็มักยิ งมีความน่าเชื อถือ ขาขึ น ขาลง
Swing High คือจุดสูงสุดที ราคาปรับตัวขึ นไปแล้วไม่สามารถไปต่อได้ จนเกิดแรง ขายกดราคาลงมา ส่วน Swing Low คือจุดตํ าสุดที ราคาปรับตัวลงไปแล้วไม่สามารถลงต่อได้ จนเกิด แรงซื อดันราคากลับขึ นมา จุด High และ Low เหล่านี มักถูกใช้เป็นแนวต้านและแนวรับตามธรรมชาติของ ตลาด เพราะเป็นบริเวณที เคยมีแรงซื อหรือแรงขายเข้ามาอย่างชัดเจน การสังเกต Swing High และ Swing Low ช่วยให้มองเห็นโครงสร้างราคา และใช้ประกอบ การวิเคราะห์แนวโน้มของตลาดได้ดียิ งขึ น แนวรับ-แนวต้าน จาก High/Low (Swing High / Swing Low)LowHighแนวต้านแนวรับ
การตีแนวรับและแนวต้าน ไม่จําเป็นต้องลากเส้นให้ตรงกับจุดสูงสุดหรือจุดตํ าสุด เพียงจุดเดียว แต่ควรมองหาบริเวณที ราคาเคยมีการกลับตัวหรือหยุดชะงักซํ า ๆ หลายครั ง ใช้หลักการดังนี 1.มองหาจุดที ราคาเคยเด้งขึ นหลายครั ง เพื อใช้เป็นแนวรับ 2.มองหาจุดที ราคาเคยย่อลงหลายครั ง เพื อใช้เป็นแนวต้าน 3.ให้มองเป็น "โซน" มากกว่า "เส้น" เพราะราคาอาจไม่กลับตัวที ระดับเดิมเป๊ะ ทุกครั ง 4.ยิ งราคาเคยตอบสนองบริเวณนั นหลายครั ง แนวรับหรือแนวต้านนั นก็มักมี ความน่าเชื อถือมากขึ น สําหรับมือใหม่ แนะนําให้เริ มตีจาก Swing High และ Swing Low ที เห็นได้ชัดเจน บนกราฟก่อน แล้วค่อยฝึกสังเกตระดับราคาที ตลาดให้ความสําคัญ วิธีการตีแนวรับและแนวต้านแนวรับแนวต้าน ตีเป นเส้น แต่มองเป นโซน
เมื อราคามีไส้เทียน (Shadow) ยาวผิดปกติ หรือมีโซนกว้าง การลากเส้นเพียงเส้น เดียวอาจไม่เพียงพอ ควรตีเป็น "กรอบ" โดยลากเส้นบนผ่านจุดสูงสุดของโซนและ เส้นล่างผ่านจุดตํ าสุด เพื อให้ครอบคลุมบริเวณที ราคามีปฏิกิริยา วิธีสังเกตว่าควรตีกรอบเมื อใด ไส้เทียนยาวกว่าตัวเทียนมากผิดปกติ แสดงว่าตลาดมีความไม่แน่ใจในโซน นั นสูง ราคาเคยกลับตัวในบริเวณใกล้เคียงกันแต่ไม่ตรงจุดเดิมเป๊ะ มีหลาย Swing High หรือ Swing Low กระจายอยู่ในช่วงราคาใกล้กัน เมื อพบลักษณะเหล่านี ให้ตีกรอบครอบทั งโซน แล้วรอดูพฤติกรรมราคาเมื อเข้ามา ในกรอบนั น แทนที จะรอให้ราคาแตะเส้นใดเส้นหนึ งโดยเฉพาะ ไส้ยาว โซนกว้าง ต้องตีกรอบโซนแนวต้าน ไส้ยาว โซนกว้าง ต้องตีกรอบ
ตัวอย่างจากกราฟจริง โซนแนวต้าน โซนแนวรับโซนแนวต้านโซนแนวรับ ตีเป นโซน ตีเป นโซนกว้าง
แนวรับและแนวต้านสามารถสลับบทบาทกันได้ เมื อราคาทะลุผ่านระดับสําคัญไป อย่างชัดเจน เมื อราคาทะลุแนวต้าน แนวต้านเดิมจะกลายเป็นแนวรับใหม่ เมื อราคาทะลุแนวรับ แนวรับเดิมจะกลายเป็นแนวต้านใหม่ พฤติกรรมนี เกิดจากเทรดเดอร์จํานวนมากกลับมาให้ความสนใจกับระดับราคา เดิม ส่งผลให้บริเวณนั นยังคงมีแรงซื อหรือแรงขายรออยู่ การเข้าใจการสลับบทบาทของแนวรับและแนวต้าน จะช่วยให้มองเห็นจุดเข้าเทรด และจุดยืนยันแนวโน้มได้ชัดเจนมากขึ น แนวรับ - แนวต้านกับ การสลับบทบาทแนวรับแนวรับแนวต้านแนวต้าน > แนวรับแนวรับแนวต้านแนวต้านแนวรับ > แนวต้าน
แนวต้านแนวรับแนวรับแนวต้านแนวต้านเปลี ยนบทบาทเป นแนวรับ แนวรับเปลี ยนบทบาทเป นแนวต้านกลับตัวขึ นกลับตัวลง
ตัวอย่างจากกราฟจริงแนวต้านแนวต้านแนวรับ Swing lowแนวรับ Swing lowราคาทะลุแนวรับราคาทะลุแนวรับแนวต้านเปลี ยนบทบาทเป นแนวรับแนวรับเปลี ยนบทบาทเป นแนวต้านราคาทะลุแนวต้านราคาทะลุแนวต้านแนวรับแนวรับแนวต้าน Swing highแนวต้าน Swing high
การทะลุกรอบแบบหลอก หรือที เรียกว่า Fakeout คือสถานการณ์ที ราคาทะลุผ่าน แนวรับหรือแนวต้านออกไป แต่ไม่สามารถยืนอยู่นอกกรอบได้ แล้ววิ งกลับเข้ามา ใหม่ ลักษณะที พบบ่อยคือราคาทะลุแนวออกไปพร้อมไส้เทียนยาว แต่ตัวเทียนปิดกลับ เข้ามาในกรอบเดิม นี คือสัญญาณที ชัดเจนว่าการทะลุนั นเป็นแค่การหลอก วิธีป้องกันไม่ให้ถูกหลอก รอให้แท่งเทียนปิดราคานอกกรอบก่อนค่อยตัดสินใจ อย่าเข้าทันทีที ราคา ทะลุ สังเกต Volume ถ้าทะลุโดยที Volume ตํ า โอกาส Fakeout สูง ยิ งแนวรับหรือแนวต้านนั นแข็งแกร่งมากเท่าไหร่ โอกาส Fakeout ยิ งมีมาก ขึ น เพราะตลาดมักทดสอบแนวสําคัญก่อนเสมอ รูปแบบราคาทะลุกรอบแบบหลอกแนวรับแนวต้านแนวรับแนวต้านดูที ไส้เทียน
แนวรับแนวต้านแนวรับแนวต้านแท่งเทียนพยามยามทะลุแนวรับแนวต้านแท่งเทียนทะลุแนวแท่งเทียนทะลุแนวแนวรับแนวต้านรูปแบบราคาทะลุกรอบแบบหลอก ราคาพยายามทะลุแนวต้านหลายครั ง แต่ทะลุออกไปได้ไม่สําเร็จ แท่งเทียนปิด กลับเข้ามาในกรอบเดิมทุกครั ง ลักษณะนี บอกว่าแนวต้านยังแข็งแกร่ง และราคามี โอกาสย่อลงกลับสู่แนวรับ ราคาทะลุแนวต้านออกไปได้จริงด้วยแท่งเทียนขนาดใหญ่ แต่หลังจากนั นราคาวิ ง ขึ นต่อไม่ได้และร่วงลงมา การทะลุลักษณะนี ดูเหมือนสําเร็จในตอนแรก แต่กลาย เป็น Fakeout ในภายหลัง
รูปแบบราคาทะลุกรอบ ยืนได้และไปต่อ เมื อราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านออกไปแล้วสามารถยืนอยู่นอกกรอบได้ นั นคือ สัญญาณที บอกว่าการทะลุนั นเป็นของจริง และราคามีแนวโน้มวิ งต่อในทิศทาง เดิม สิ งที ต้องสังเกตเพื อยืนยันว่าทะลุจริง แท่งเทียนปิดราคานอกกรอบได้อย่างชัดเจน ไม่ใช่แค่ไส้เทียนโผล่ออกไป หลังจากทะลุแล้ว ราคาย้อนกลับมาทดสอบแนวเดิม แต่ไม่หลุดกลับเข้าไป แนวต้านเดิมกลายเป็นแนวรับใหม่ หรือแนวรับเดิมกลายเป็นแนวต้านใหม่ Volume เพิ มขึ นในทิศทางที ทะลุ แสดงว่ามีแรงซื อหรือแรงขายรองรับการ เคลื อนที อย่างแท้จริง การรอให้ราคา Retest แนวเดิมหลังทะลุออกไปแล้วค่อยเข้าเทรด ถือเป็นจุดเข้าที มีความเสี ยงตํ าและมีโอกาสทํากําไรสูงที สุดในรูปแบบนี แนวรับแนวต้านแท่งเทียนทะลุแนวแนวรับแนวต้านแนวรับแนวต้านแท่งเทียนทะลุแนวแนวรับแนวต้าน
SELL ตัวอย่างจากกราฟจริงFakeoutRetestVolume ขาลงสูง ป ดแท่งแดงแท่งใหญ่ต่อเนื องแนวรับแนวต้านแนวรับแนวต้านยืนกรอบ
การใช้งาน แนวรับและแนวต้านที แท้จริง แนวรับและแนวต้านที น่าเชื อถือต้องผ่านการทดสอบมาแล้วอย่างน้อยสองครั ง แนวที ถูกทดสอบเพียงครั งเดียวยังไม่สามารถยืนยันได้ว่าเป็นแนวที แข็งแกร่ง ต้อง รอให้ราคากลับมาทดสอบซํ าและมีปฏิกิริยาเดิมอีกครั งจึงจะเชื อถือได้ ในขาขึ น ราคาวิ งขึ นมาชนแนวต้านแล้วย่อลง จากนั นวิ งลงไปแตะแนวรับแล้วเด้ง ขึ น เมื อราคาวิ งขึ นมาชนแนวต้านซํ าอีกครั ง แนวต้านนั นจึงได้รับการยืนยันว่าทํา หน้าที จริง ในขาลง ราคาลงมาแตะแนวรับแล้วเด้ง จากนั นขึ นไปชนแนวต้านแล้วย่อ เมื อ ราคาลงมาทดสอบแนวรับซํ าอีกครั ง แนวรับนั นก็ได้รับการยืนยันเช่นกันแนวรับแนวต้านแนวรับแนวต้าน
จุดทดสอบคือโอกาสเข้าเทรด หลังจากราคาทะลุแนวออกไปแล้ว มักจะย้อนกลับมาทดสอบแนวเดิมอีกครั งก่อน วิ งต่อ และนั นคือจุดที เหมาะสมที สุดในการเข้าเทรด หลักการนี เรียกว่า Role Reversal คือแนวที เคยเป็นต้านเมื อทะลุแล้วจะกลายเป็น รับ และแนวที เคยเป็นรับเมื อหลุดแล้วจะกลายเป็นต้าน การรอให้ราคากลับมา ทดสอบก่อนค่อยเข้าเทรดช่วยลดความเสี ยงและเพิ มความแม่นยําได้มากกว่าการ ไล่ราคาทันทีที ทะลุ สังเกตจากภาพซ้าย ราคาไม่ได้หยุดแค่แนวต้านเดิมที เพิ งทะลุ แต่วิ งลงไปไกลกว่า นั นจนถึงแนวรับเดิม แล้วค่อยเด้งขึ นจากตรงนั น ดังนั นจุดทดสอบที แท้จริงในภาพนี คือแนวรับเดิม ไม่ใช่แนวต้านที เพิ งทะลุ ซึ งใน ทางปฏิบัติลักษณะนี พบได้บ่อย ราคามักวิ งกลับไปทดสอบแนวถัดไปก่อนเสมอ ไม่จําเป็นต้องหยุดที แนวใกล้สุดเสมอไปแนวรับแนวต้านแนวรับแนวต้านจุดทดสอบจุดทดสอบ
ตัวอย่างจากกราฟจริงแนวรับแนวต้านจุดทดสอบแนวรับแนวต้านจุดทดสอบ SELL
แท่งเทียนกับ แนวรับ/แนวต้าน
แท่งเทียนมีขนาดเล็กลง บ่งบอก แรงซื อ ลดลงแนวต้านแนวต้านแท่งเทียนมีขนาดเล็กลง เมื อราคาวิ งขึ นมาแล้วแท่งเทียนเริ มเล็กลงเรื อยๆ นั นคือสัญญาณที บอกว่าแรงซื อ กําลังอ่อนลง ตลาดเริ มลังเล และโมเมนตัมขาขึ นเริ มหมดแรง เมื อเกิดขึ นใกล้แนวต้าน ราคามีโอกาสกลับตัวลง
แท่งเทียนมีขนาดเล็กลง บ่งบอก แรงขาย ลดลง เมื อราคาวิ งลงมาแล้วแท่งเทียนเริ มเล็กลงเรื อยๆ นั นคือสัญญาณที บอกว่าแรงขาย กําลังอ่อนลง ตลาดเริ มลังเล และโมเมนตัมขาลงเริ มหมดแรง เมื อเกิดขึ นใกล้แนวรับ ราคามีโอกาสกลับตัวขึ นแนวรับแนวรับแท่งเทียนมีขนาดเล็กลง
แท่งเทียนขาขึ นที มีขนาดใหญ่ขึ น เมื อแท่งเทียนขาขึ นเริ มมีขนาดใหญ่ขึ นเรื อยๆ นั นคือสัญญาณที บอกว่าแรงซื อ กําลังแข็งแกร่งขึ น และราคามีแนวโน้มวิ งต่อขึ นไป ถ้าเกิดขึ นบริเวณแนวต้าน ยิ งเป็นการยืนยันว่าราคากําลังทะลุแนวต้านนั นอย่าง แท้จริง และมีโอกาสวิ งต่อขึ นไปได้อีกแนวต้านแนวต้านแท่งใหญ่ทะลุผ่านแนวต้าน
แท่งเทียนขาลงที มีขนาดใหญ่ขึ น เมื อแท่งเทียนขาลงเริ มมีขนาดใหญ่ขึ นเรื อยๆ นั นคือสัญญาณที บอกว่าแรงขาย กําลังแข็งแกร่งขึ น และราคามีแนวโน้มวิ งต่อลงไป หากเกิดขึ นบริเวณแนวรับ ยิ งเป็นการยืนยันว่าราคากําลังทะลุแนวรับนั นอย่าง แท้จริง และมีโอกาสวิ งต่อลงไปได้อีกแนวรับแนวรับแท่งใหญ่ทะลุผ่านแนวรับ
พฤติกรรมไส้เทียนปฏิเสธราคา เมื อราคาวิ งขึ นหรือลงไปถึงระดับหนึ งแล้วมีไส้เทียนยาวโผล่ออกไป แต่ตัวเทียน ปิดกลับเข้ามา นั นคือสัญญาณที บอกว่าตลาดปฏิเสธระดับราคานั น ถ้าไส้เทียนยาวโผล่ขึ นไปชนแนวต้านแล้วราคาปิดลงมา แสดงว่าแนวต้าน นั นแข็งแกร่งและมีแรงขายรออยู่ ถ้าไส้เทียนยาวโผล่ลงไปชนแนวรับแล้วราคาปิดขึ นมา แสดงว่าแนวรับนั น แข็งแกร่งและมีแรงซื อรออยู่ ยิ งไส้เทียนยาวมากเท่าไหร่ การปฏิเสธยิ งรุนแรงมากขึ นเท่านั นไส้ปฏิเสธราคา
การดูพฤติกรรมแท่งเทียนเพื อคอนเฟ ร์ม การรอให้แท่งเทียนแสดงพฤติกรรมบางอย่างก่อนตัดสินใจเข้าเทรด ช่วยเพิ มความ แม่นยําและลดโอกาสถูกหลอกได้ สิ งที ต้องสังเกตมีดังนี แท่งเทียนปิดราคาอยู่นอกแนวรับหรือแนวต้านได้จริงหรือไม่ ขนาดของแท่งเทียนใหญ่ขึ นหรือเล็กลงในทิศทางที คาดไว้ มีไส้เทียนยาวบ่งบอกการปฏิเสธราคาหรือไม่ แท่งแดงสลับเขียวบ่งบอกการสะสมแรงในโซนนั นหรือไม่ การคอนเฟิร์มด้วยพฤติกรรมแท่งเทียนไม่ได้การันตีว่าราคาจะเป็นไปตามที คาด แต่ช่วยให้การตัดสินใจเข้าเทรดมีเหตุผลรองรับมากขึ นกราฟพยายามให้ราคาอยู่ใต้แนวต้านกราฟพยายามให้ราคาอยู่บนแนวรับกราฟพยายามให้ราคาอยู่บนแนวรับ
แนวรับและแนวต้านเป็นเพียง "พื นที ที น่าสนใจ" ไม่ใช่จุดที ราคาจะกลับตัวทุกครั ง ดังนั นจึงไม่ควรรีบเข้าออเดอร์ทันทีเมื อราคามาถึง แต่ควรรอให้ Price Action (PA) ยืนยันก่อน การเข้า Buy ที แนวรับ เมื อราคาปรับตัวลงมาถึงแนวรับ ให้สังเกตสัญญาณ PA ที บ่งบอกว่าฝั งผู้ซื อเริ ม กลับเข้ามาควบคุมตลาด เช่น เกิดแท่งเทียนกลับตัว เช่น PA Buy (Pin Bar หรือ Bullish Engulfing) แท่งเทียนปิดเหนือแนวรับ แรงขายเริ มอ่อนลง และแท่งเทียนฝั งซื อมีขนาดใหญ่ขึ น เมื อมีสัญญาณยืนยัน จึงค่อยพิจารณาเปิด Buy โดยวาง Stop Loss ไว้ใต้แนวรับ หรือใต้จุดตํ าสุดล่าสุดการใช้ Price Action (PA) ร่วมกับแนวรับ-แนวต้านแนวต้าน > แนวรับแนวรับPA BuyPA BuyPA Buyแนวต้าน > แนวรับแนวต้าน > แนวรับ
การเข้า Sell ที แนวต้าน เมื อราคาปรับตัวขึ นมาถึงแนวต้าน ให้สังเกตสัญญาณ PA ที บ่งบอกว่าฝั งผู้ขาย เริ มกลับเข้ามาควบคุมตลาด เช่น เกิดแท่งเทียนกลับตัว เช่น PA Sell (Pin Bar หรือ Bearish Engulfing) แท่งเทียนปิดตํ ากว่าแนวต้าน แรงซื อเริ มอ่อนลง และแท่งเทียนฝั งขายมีขนาดใหญ่ขึ น เมื อมีสัญญาณยืนยัน จึงค่อยพิจารณาเปิด Sell โดยวาง Stop Loss ไว้เหนือแนว ต้านหรือเหนือจุดสูงสุดล่าสุดแนวรับ > แนวต้านแนวรับ > แนวต้านแนวรับ > แนวต้านแนวรับ > แนวต้านPA SellPA SellPA SellPA Sell หลักการสําคัญ อย่าเข้าเทรดเพียงเพราะราคามาถึงแนวรับหรือแนวต้าน แต่ให้รอ Price Action ยืนยันก่อนเสมอ เพราะการยืนยันจากพฤติกรรมราคาจะช่วยเพิ มโอกาสที การกลับ ตัวมีความน่าเชื อถือ และช่วยลดการเข้าเทรดผิดจังหวะจากการที ราคาทะลุแนวรับ หรือแนวต้านไปต่อ
บทที 7 รูปแบบกรอบ Sideway "ช่วง Sideway คือช่วงที ตลาดกําลังตัดสินใจ และเทรดเดอร์ ที ดีควรรู้ว่าเมื อไรควรรอ มากกว่าเมื อไรควรเข้า"
กรอบ Sideway คืออะไร? กรอบ Sideway คือสภาวะที ราคาเคลื อนที ออกด้านข้าง แกว่งตัวอยู่ระหว่างแนว รับและแนวต้าน โดยยังไม่มีแนวโน้มขาขึ นหรือขาลงที ชัดเจน ภาวะนี เกิดจากแรงซื อและแรงขายที ใกล้เคียงกัน ทําให้ราคาเคลื อนที อยู่ในกรอบ เดิมเป็นระยะเวลาหนึ ง ก่อนที ตลาดจะเลือกทิศทางใหม่ กรอบราคาแคบลงเรื อย ๆ เพื อ สะสมแรงก่อนทะลุกรอบ ราคาแกว่งขึ นลงระหว่างแนวรับ และแนวต้านที ชัดเจน ราคามีความผันผวนเพิ มขึ น โดยทํา จุดสูงสุดสูงขึ น และจุดตํ าสุดตํ าลง อย่างต่อเนื องกรอบแนวนอน (Sideway Box / Range)รูปแบบสามเหลี ยมปากแคบ (Symmetrical Triangle)รูปแบบสามเหลี ยมปากอ้า (Broadening Triangle / Megaphone)
HHLLLLLLกรอบแนวนอน (Sideway Box / Range) เป็นรูปแบบ Sideway ที พบได้บ่อยที สุด โดยราคาแกว่งตัวอยู่ระหว่างแนวรับและ แนวต้านที ชัดเจน ทําให้เกิดเป็นกรอบสี เหลี ยม ลักษณะสําคัญคือ จุดสูงสุด (High) และจุดตํ าสุด (Low) อยู่ในระดับใกล้เคียงกัน และราคามักวิ งชนกรอบบน–ล่างซํ า ๆ หลายครั ง ราคาแกว่งอยู่ในกรอบเดิม จนกว่าจะมีแรงมากพอที จะทะลุออกจากกรอบHHH
ตัวอย่าง การเข้าเทรดใน Sideway แนวนอน ข้อสังเกต Buy เมื อราคาเข้าใกล้แนวรับด้านล่างของกรอบ Sell เมื อราคาเข้าใกล้แนวต้านด้านบนของกรอบ สามารถเทรดได้ทั งสองทิศทางตราบใดที ราคายังไม่เบรกกรอบ ข้อควรระวัง หลีกเลี ยงการเข้าเทรดบริเวณกลางกรอบ เพราะมี Risk/Reward ไม่คุ้มค่า มักเกิดไส้เทียนหลอกหรือการทะลุหลอกก่อนเลือกทิศทางจริง ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเข้าเทรด เหมาะสําหรับเทรดเดอร์สายเล่นสั น ที ต้องการเก็บรอบการแกว่งตัวภายในกรอบ ราคาLH
สามเหลี ยมปากแคบ (Symmetrical Triangle) ลักษณะเป็นรูปแบบที ราคาค่อย ๆ บีบตัวแคบลง โดยทําจุดสูงสุด (High) ลดตํ าลง เรื อย ๆ และจุดตํ าสุด (Low) ยกสูงขึ นเรื อย ๆ จนเกิดเป็นกรอบสามเหลี ยมที แคบ ลง รูปแบบนี สะท้อนถึงภาวะที ตลาดกําลังสะสมแรง และยังไม่เลือกทิศทางที ชัดเจน ก่อนจะเกิดการเบรกออกจากกรอบในอนาคต ยิ งกรอบแคบลงมากเท่าไร ยิ งสะท้อนว่าตลาดกําลังใกล้เลือกทิศทางสําคัญHHHHHHHLLLLLLL
ตัวอย่าง การเข้าเทรดในกรอบ Sideway ปากป ด ข้อสังเกต ราคาแกว่งตัวแคบลงเรื อย ๆ จนเกิดการบีบตัว ยิ งใกล้ปลายสามเหลี ยม โอกาสเกิดการเคลื อนที รุนแรงยิ งสูงขึ น สามารถทะลุได้ทั งขึ นและลง จึงควรรอให้ตลาดเลือกทิศทางก่อน ข้อควรระวัง ไม่ควรคาดเดาทิศทางล่วงหน้า มักเกิดการทะลุหลอกบริเวณปลายสามเหลี ยม ควรรอแท่งเทียนปิดนอกกรอบ หรือมี Volume สนับสนุนก่อนเข้าเทรด เหมาะสําหรับเทรดเดอร์ที ชอบเทรดตามจังหวะเบรกเอาต์ (Breakout)
HHHHHLLLLLLLสามเหลี ยมปากอ้า (Broadening Triangle) เป็นรูปแบบ Sideway ที มีความผันผวนเพิ มขึ นเรื อย ๆ โดยราคาทําจุดสูงสุด (High) สูงขึ น และจุดตํ าสุด (Low) ตํ าลงอย่างต่อเนื อง จนเกิดเป็นกรอบคล้าย สามเหลี ยมปากอ้าหรือลําโพง รูปแบบนี สะท้อนถึงการต่อสู้กันอย่างรุนแรงระหว่างแรงซื อและแรงขาย ทําให้ราคา มีการแกว่งตัวกว้างขึ นเรื อย ๆ และยังไม่สามารถเลือกทิศทางที ชัดเจนได้ ข้อสังเกต ราคาเหวี ยงขึ นลงรุนแรงกว่าปกติ High สูงขึ นเรื อย ๆ และ Low ตํ าลงเรื อย ๆ กรอบราคาขยายกว้างขึ น แสดงถึงความผันผวนที เพิ มขึ น ข้อควรระวัง ความผันผวนสูง ทําให้ Stop Loss ถูกเก็บได้ง่าย มักเกิดสัญญาณหลอกและการเบรกหลอกบ่อย ไม่ควรไล่ราคา ควรรอสัญญาณยืนยันก่อนเข้าเทรด เหมาะสําหรับเทรดเดอร์ที ชอบตลาดผันผวนและสามารถบริหารความเสี ยงได้ดี
รูปแบบ Sig ชน Sig เกิดกรอบ Sideway Sig ชน Sig คือการเกิดสัญญาณ Price Action (PA) ฝั งตรงข้ามกันในบริเวณ ราคาใกล้เคียงกัน เช่น Sig Buy เกิดขึ นและไม่นานหลังจากนั นเกิด Sig Sell ตอบโต้กลับมา รูปแบบนี สะท้อนว่าแรงซื อและแรงขายกําลังต่อสู้กันอย่างสูสี ทําให้ราคายังไม่ สามารถเลือกทิศทางได้ชัดเจน และมักพัฒนาเป็นกรอบ Sideway ในระยะสั นถึง ระยะกลาง ตัวอย่างเช่น การเกิด Bullish Engulfing แล้วตามมาด้วย Bearish Engulfing ใน บริเวณราคาใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นว่าทั งสองฝั งยังคงมีอิทธิพลต่อราคา ตัวอย่างเช่น การเกิด PA Buy รูปแบบที 2 แล้วตามมาด้วย PA Sell รูปแบบที 2 ในบริเวณราคาใกล้เคียงกัน แสดงให้เห็นว่าทั งสองฝั งยังคงมีอิทธิพลต่อราคา เมื อ Sig Buy และ Sig Sell เกิดใกล้กัน มักเป็นสัญญาณว่าตลาดกําลังเข้าสู่ช่วง Sideway หรือสะสมแรงก่อนเลือกทิศทางใหม่PA Sell รูปแบบที 2 รวมเป นกรอบ SidewayPA Buy รูปแบบที 2
ตัวอย่าง Sig ชน Sig จากกราฟจริงPA Sell รูปแบบที 3PA Sell รูปแบบที 3PA Buy รูปแบบที 4PA Buy รูปแบบที 3รวมเป นกรอบ Sidewayรวมเป นกรอบ SidewayPA Buy รูปแบบที 4PA Buy รูปแบบที 2PA Sell รูปแบบที 2PA Sell รูปแบบที 2
บทที 8 การตีกรอบ Sideway "เมื อมองกรอบ Sideway ออก การอ่านกราฟจะง่ายขึ น และเห็นจังหวะของตลาดได้ชัดเจนขึ น"
วิธีตีกรอบ Sideway การตีกรอบ Sideway คือการหาแนวรับและแนวต้านที ราคาวิ งอยู่ภายในกรอบ เดียวกัน โดยมีหลักการง่าย ๆ ดังนี 1.หาจุดสูงสุด (High) ที ราคาขึ นไปทดสอบหลายครั งแต่ไม่ผ่าน 2.หาจุดตํ าสุด (Low) ที ราคาลงมาทดสอบหลายครั งแต่ไม่หลุด 3.ลากเส้นแนวนอนเชื อมบริเวณ High และ Low เหล่านั น 4.มองเป็น "โซน" มากกว่า "เส้น" เพราะราคาอาจไม่แตะระดับเดิมทุกครั ง เมื อราคาแกว่งตัวอยู่ระหว่างแนวรับและแนวต้านอย่างต่อเนื อง จะถือว่าอยู่ใน กรอบ Sideway1.1.1.1.2.2.3.2.2.3.4. ยิ งราคาชนกรอบบนและกรอบล่างหลายครั ง กรอบ Sideway นั นยิ งมีความน่าเชื อถือ
ตีกรอบที ไส้เทียน (Wick Zone) วิธีตี ลากเส้นจากจุดสูงสุด (High) หรือจุดตํ าสุด (Low) ของไส้เทียนที ราคามาทดสอบ ซํ าหลายครั ง เพื อสร้างกรอบแนวรับและแนวต้าน แนวคิด ไส้เทียนคือบริเวณที ราคาสามารถเคลื อนที ไปถึงได้จริง แม้สุดท้ายจะถูกแรงซื อ หรือแรงขายผลักกลับมา จึงเป็นระดับราคาที ตลาดเคยให้ความสําคัญ การใช้งาน เหมาะสําหรับการเทรดในช่วงกราฟ Sideway โดย Buy เมื อราคาเข้าใกล้กรอบล่าง Sell เมื อราคาเข้าใกล้กรอบบน ไส้เทียนสะท้อนขอบเขตที ตลาดเคยไปถึง และมักเป นจุดที ราคากลับมาทดสอบซํ าได้อีกครั ง
ตีกรอบที เนื อเทียน (Body Zone) วิธีตี ลากเส้นจากบริเวณราคาเปิด (Open) และราคาปิด (Close) ของแท่งเทียนที ราคา มาทดสอบซํ าหลายครั ง โดยไม่ให้ความสําคัญกับไส้เทียนที ยื นออกมา แนวคิด เนื อเทียนคือบริเวณราคาที ตลาดยอมรับจริง เนื องจากเป็นช่วงราคาที เกิดการซื อ ขายและปิดแท่งเทียน จึงมักมีความสําคัญมากกว่าราคาที เกิดขึ นเพียงชั วคราว บริเวณไส้เทียน การใช้งาน ใช้ร่วมกับรูปแบบ Sig ชน Sig เพื อหาจุดสําคัญของราคา รอให้ราคาปิดทะลุกรอบ เพื อยืนยันทิศทางการทะลุกรอบ ใช้จังหวะ Retest กรอบเดิมเป็นจุดเข้าออเดอร์ เนื อเทียนสะท้อนราคาที ตลาดยอมรับ ส่วนไส้เทียนสะท้อนราคาที ตลาดเคยไปถึงPA BuyPA BuyPA SellPA Sell
ส่วนประกอบแท่งเทียน ในกรอบ Sideway
Mother Bar / Inside Bar / Outside Bar Mother Bar, Inside Bar และ Outside Bar เป็นการอ่านพฤติกรรมของชุดแท่ง เทียนที เกิดจากการพักตัวของราคา ซึ งสามารถมองเป็นกรอบ Sideway ขนาดเล็ก ได้ Mother Bar คือแท่งเทียนขนาดใหญ่ที ทําหน้าที กําหนดกรอบราคา โดยใช้ High และ Low ของแท่งเป็นขอบเขต Inside Bar คือแท่งเทียนที มี High และ Low อยู่ภายในกรอบของ Mother Bar แสดงถึงการพักตัวและการสะสมแรงของตลาด Outside Bar คือแท่งเทียนที ทะลุกรอบของ Mother Bar ออกไป และปิด นอกกรอบ เป็นสัญญาณว่าตลาดเริ มเลือกทิศทางใหม่ แนวคิดนี ช่วยให้มองเห็นช่วงสะสมแรงของราคา และรอจังหวะที ตลาดเบรกออก จากกรอบเพื อเทรดตามแนวโน้มMOTHER BAR มอง Mother Bar เป นกรอบราคา ส่วน Inside Bar คือการสะสมแรง และ Outside Bar คือจุดที ตลาดเริ มเคลื อนที ออกจากกรอบ
Mother barInside barOutside barMother Bar ไม่จําเป็นต้องเป็นแท่งเทียนเพียงแท่งเดียวเสมอไป แต่สามารถเป็น แท่งเทียนสีเดียวกันที เกิดติดต่อกันหลายแท่งได้ หากแท่งเทียนเหล่านั นร่วมกัน สร้างกรอบ High และ Low ที ชัดเจน และทําหน้าที เป็นกรอบให้แท่งเทียนถัดไป เคลื อนที อยู่ภายในOutside barMother barInside bar ให้มอง Mother Bar เป น "โซนของแรงซื อหรือแรงขาย" มากกว่าการยึดติดว่าต้องเป นแท่งเทียนเพียงแท่งเดียว
รูปแบบแท่งเทียนทะลุออกจากกรอบ Sideway แบบหลอก (False Breakout) False Breakout คือการที ราคาทะลุกรอบ Sideway ไม่ว่าจะเป็นเพียงไส้เทียน หรือแม้แต่ปิดแท่งเทียนนอกกรอบ แต่สุดท้ายไม่สามารถยืนเหนือหรือยืนใต้กรอบ ได้ และกลับเข้ามาเคลื อนที ในกรอบเดิม พฤติกรรมนี มักเกิดจากการดึงให้เทรดเดอร์เข้าเทรดตามการเบรก ก่อนที ราคาจะ กลับตัวอย่างรวดเร็ว ทําให้เกิดการล้าง Stop Loss และกลายเป็นสัญญาณหลอก ดังนั น การปิดแท่งนอกกรอบเพียงแท่งเดียว ยังไม่เพียงพอที จะยืนยันการเบรก ควรรอดูว่าราคาสามารถยืนนอกกรอบ หรือมีการ Retest แล้วเคลื อนที ต่อได้หรือ ไม่ การทะลุกรอบที ดี ควรรอให้แท่งเทียนปิดนอกกรอบและมีแรงยืนยัน ไม่ใช่เพียงแค่ ไส้เทียนทะลุกรอบและที สําคัญอย่าเชื อการเบรกเพียงแท่งเดียว ให้ดูว่าราคา "ยืน" นอกกรอบได้จริงหรือไม่False BreakoutFalse Breakout
ตัวอย่างจากกราฟจริงFalse BreakoutFalse Breakout การปิดแท่งนอกกรอบ ไม่ได้แปลว่าเป็นการ Breakout สําเร็จเสมอไป เพราะบาง ครั งตลาดจะใช้การปิดนอกกรอบเพื อหลอกให้คนเข้าออเดอร์ตาม แล้วแท่งถัดไป ดึงราคากลับเข้ากรอบทันที (Bull Trap / Bear Trap)
แท่งเทียนทะลุกรอบ Sideway (Breakout) เมื อแท่งเทียนสามารถปิดนอกกรอบ Sideway ได้ แสดงว่าตลาดเริ มมีแรงซื อหรือ แรงขายมากพอที จะผลักราคาออกจากกรอบเดิม จึงมีโอกาสที ราคาจะเคลื อนที ต่อ ไปในทิศทางที ทะลุกรอบออกไป อย่างไรก็ตาม การปิดนอกกรอบเพียงแท่งเดียว ยังไม่ใช่การยืนยัน 100% ควร สังเกตว่าแท่งถัดไปสามารถยืนเหนือหรือยืนใต้กรอบเดิมได้ หรือมีการ Retest แล้ว เคลื อนที ต่อ จึงจะเพิ มความน่าเชื อถือมากขึ นแท่งเทียนทะลุแนวต้านแท่งเทียนทะลุแนวต้านแท่งเทียนทะลุแนวรับแท่งเทียนทะลุแนวรับ Breakout ที แข็งแรง ไม่ใช่แค่ทะลุกรอบ แต่ต้องยืนนอกกรอบได้ด้วยRetest ยืนนอกกรอบRetest ยืนนอกกรอบ
Technical AnalysisPhase 3
บทที 9 รูปแบบการ Breakout & Retest "การรอจังหวะ Retest ช่วยเพิ มความน่าเชื อถือของทิศทาง และทําให้เข้าเทรดได้อย่างมีประสิทธิภาพมากขึ น"
รูปแบบการ Breakout & Retest Breakout & Retest เป็นหนึ งในรูปแบบการเข้าเทรดที ได้รับความนิยม เพราะช่วย ให้เราไม่ต้องไล่ราคาตอนที ราคาทะลุไป แต่รอให้ตลาดยืนยันการ Breakout ก่อน จึงค่อยหาจังหวะเข้าเทรด Breakout คืออะไร? Breakout คือ การที ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านที สําคัญ พร้อมแรงซื อหรือแรง ขายที ชัดเจน แสดงให้เห็นว่าฝั งใดฝั งหนึ งเริ มเข้ามาควบคุมตลาด ทั งนี การ Breakout เพียงอย่างเดียว ยังไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด เพราะบางครั งราคาอาจเกิด False Breakout คือทะลุแนวรับหรือแนวต้านเพียงชั วคราว ก่อนกลับเข้าสู่กรอบ เดิม Retest คืออะไร? Retest คือ การที ราคาย้อนกลับมาทดสอบแนวรับหรือแนวต้านที เพิ งทะลุไป ก่อน เคลื อนที ต่อในทิศทางเดิม หากราคาสามารถยืนเหนือแนวรับใหม่ (เดิมคือแนว ต้าน) หรือถูกปฏิเสธที แนวต้านใหม่ (เดิมคือแนวรับ) พร้อมเกิด Price Action (PA) ยืนยัน จะเป็นจุดเข้าเทรดที มีความน่าเชื อถือมากขึ น ข้อดีของการรอ Retest ลดการไล่ราคาหลังเกิด Breakout ลดโอกาสเจอ False Breakout ได้จุดเข้าเทรดที มี Risk/Reward ดีขึ น สามารถวาง Stop Loss ได้สั นและชัดเจน
ตัวอย่างการเข้าเทรดโดยใช้ Breakout & RetestRetestRetestRetestRetestRetestEntryEntryEntryEntryEntryEntryEntryEntryEntryEntrySLSLSLSLSLSLSLSLSLSL
การยืนกรอบด้วยหลาย Timeframe การยืนยันว่า "ราคายืนเหนือแนวต้าน" หรือ "ยืนใต้แนวรับ" ไม่จําเป็นต้องดูเฉพาะ แท่งเทียนใน Timeframe ใหญ่เพียงอย่างเดียว แต่สามารถใช้ Timeframe เล็ก ช่วยวิเคราะห์ได้ ตัวอย่างเช่น หากกําลังดูกราฟ H1 แล้วราคากําลังทดสอบแนวต้าน เมื อสลับไปดู กราฟ M15 หรือ M5 อาจพบว่าราคาเริ มเคลื อนที อยู่เหนือแนวต้านเป็นเวลาหลาย แท่ง แม้แท่ง H1 จะยังไม่ปิด ลักษณะนี แสดงให้เห็นว่า ผู้ซื อเริ มยืนราคาเหนือแนวต้านได้ และมีโอกาสที เมื อ แท่ง H1 ปิด จะปิดเหนือแนวต้านตามไปด้วย ในทางกลับกัน หาก Timeframe เล็กทะลุแนวต้านขึ นไปเพียงเล็กน้อย แล้วกลับลง มาอยู่ใต้แนวต้านอย่างรวดเร็ว แสดงว่าผู้ซื อยังไม่สามารถยืนราคาได้ เมื อแท่ง Timeframe ใหญ่ปิด อาจปิดกลับเข้ามาในกรอบเดิม ซึ งเป็นลักษณะของ False Breakout หรือการทะลุกรอบหลอก วิธีนําไปใช้ ใช้ Timeframe ใหญ่เพื อหาแนวรับและแนวต้านที สําคัญ ใช้ Timeframe เล็กเพื อสังเกตพฤติกรรมของราคาเมื อเข้าใกล้ระดับนั น หาก Timeframe เล็กเริ มเรียงตัวและเคลื อนที อยู่เหนือหรือใต้ระดับสําคัญ ได้อย่างต่อเนื อง จะช่วยเพิ มความมั นใจก่อนที แท่ง Timeframe ใหญ่จะปิด Timeframe เล็กช่วยให้เห็น "กระบวนการ" ของการยืนกรอบ ส่วน Timeframe ใหญ่เป็นผู้ "ยืนยันผล" ของการยืนกรอบนั น
TF M5EntryEntry ตัวอย่าง การยืนกรอบเหนือแนวต้าน (Buy)แนวต้านแนวต้านราคาเรียงตัวเหนือแนวต้านหลายแท่งแท่ง Breakout TF H1 TF H1 TF M5SLSLแท่ง Breakoutแนวต้านแนวต้านราคาเรียงตัวเหนือแนวต้านหลายแท่ง ให้สังเกตการยก Low อย่างตัวเนื องและรูปแบบแท่งเทียน (PA Buy) ประกอบการ เข้าเทรดเพิ มเติมได้
ตัวอย่าง การยืนกรอบใต้แนวรับ (Sell)แนวรับแนวรับแนวรับแนวรับราคาเรียงตัวใต้แนวรับหลายแท่งแท่ง Breakoutแท่ง Breakout TF H1 TF M5 ให้สังเกตการทํา High ตํ าลงและรูปแบบแท่งเทียน (PA Sell) ประกอบการเข้า เทรดเพิ มเติมได้ราคาเรียงตัวใต้แนวรับหลายแท่งSLSLEntryEntry TF M5 TF H1
กลับมาป ดใต้แนวต้านตัวอย่าง การยืนไม่ได้แท่ง BreakoutFalse Breakoutแนวต้านยืนกรอบแนวต้านไม่ได้แนวต้านราคาทะลุแนวต้าน TF H1 TF H1 TF M5 TF M5
การหาจุดเข้าเทรด โดยใช้ กรอบ Sideway
การหาจุดเข้าเทรดด้วยกรอบ Sideway กรอบ Sideway เป็นบริเวณที ราคาเคลื อนที อยู่ระหว่างแนวรับและแนวต้าน โดย ราคามักแกว่งตัวไปมาภายในกรอบ จนกว่าจะเกิดการเลือกทิศทาง ก่อนเข้าเทรด ควรพิจารณาองค์ประกอบต่อไปนี 1. ตรวจสอบแนวโน้ม (Trend) หากกรอบ Sideway เกิดในแนวโน้มขาขึ น ให้มองหาจังหวะ Buy เป็นหลัก หากกรอบ Sideway เกิดในแนวโน้มขาลง ให้มองหาจังหวะ Sell เป็นหลัก หากไม่มีแนวโน้มที ชัดเจน ควรลดขนาดการเทรด หรือรอให้ราคาเลือกทิศทางก่อน 2. ดูตําแหน่งของกรอบ Sideway กรอบ Sideway ที เกิดบริเวณแนวรับ แนวต้าน กรอบวัน หรือกรอบครบรอบ TP มักมีความน่าเชื อถือมากกว่ากรอบที เกิดกลางทาง 3. รอ Price Action (PA) ไม่ควรเข้าเทรดทันทีเมื อราคาชนขอบกรอบ แต่ควรรอให้เกิด Price Action (PA) เพื อยืนยันการกลับตัวหรือการเบรก
เน้นเข้าเทรดทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลัก รอเข้าเทรดเมื อราคาชิดขอบล่างของกรอบ สังเกต PA ใน TF เล็กประกอบเน้นเข้าเทรดทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลัก รอเข้าเทรดเมื อราคาชิดขอบล่างของกรอบ สังเกต PA ใน TF เล็กประกอบPA Buy Pat1PA Buy Pat1แนวโน้มขาขึ นแนวโน้มขาขึ นTF H4TF H4TF M30TF M30จุดสังเกต หากกราฟเป็นแนวโน้มขาขึ นที แข็งแกร่ง เราควรเน้นเทรดในทิศทางตามแนวโน้ม ขาขึ น (Buy) เพราะหากราคาทะลุกรอบ Sideway ออกไป มักจะวิ งไปในทิศทาง ตามแนวโน้มต่อไป ทําให้ช่วยเพิ ม Winrate และ RR ให้กับระบบเทรดของเราได้
เน้นเข้าเทรดทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลัก รอเข้าเทรดเมื อราคาชิดขอบบนของกรอบ สังเกต PA กลับตัวเน้นเข้าเทรดทิศทางเดียวกับแนวโน้มหลัก รอเข้าเทรดเมื อราคาชิดขอบบนของกรอบ สังเกต PA กลับตัวแนวโน้มขาลงแนวโน้มขาลงTF H4TF H4PA Sell Pat3PA Sell Pat3จุดสังเกต หากกราฟเป็นแนวโน้มขาลงที แข็งแกร่ง เราควรเน้นเทรดในทิศทางตามแนวโน้ม ขาลง (Sell) เพราะหากราคาทะลุกรอบ Sideway ออกไป มักจะวิ งไปในทิศทาง ตามแนวโน้มต่อไป ทําให้ช่วยเพิ ม Winrate และ RR ให้กับระบบเทรดของเราได้
PA (Sig) ที พาออกจากกรอบ Sideway เมื อราคาเคลื อนที อยู่ภายในกรอบ Sideway ตลาดมักอยู่ในช่วงสะสมแรงซื อและ แรงขาย การเข้าเทรดภายในกรอบอาจทําได้ แต่หากต้องการเทรดตามรอบวิ งใหม่ ควรรอให้เกิด Price Action (PA) หรือ Sig ที สามารถพาราคาออกจากกรอบได้ PA (Sig) ที พาออกจากกรอบ หมายถึง ชุดสัญญาณที เกิดบริเวณในกรอบ Sideway และทําให้ราคาทะลุออกจากกรอบ พร้อมปิดแท่งเทียนออกนอกกรอบ อย่างชัดเจน วิธีการใช้งาน 1.ระบุกรอบ Sideway ให้ชัดเจน 2.รอให้เกิด PA (Sig) บริเวณขอบด้านบนหรือขอบด้านล่างของกรอบ 3.สังเกตว่าราคาสามารถปิดแท่งออกนอกกรอบได้หรือไม่ 4.หากราคาทะลุกรอบออกไปได้ ให้รอจังหวะ Breakout & Retest หรือใช้ การเก็บบอดี และใช้รอบวิ งเพื อดูเป้า TP 5.วาง Stop Loss ไว้เหนือหรือใต้ชุด PA หรือระดับที เรากําหนด
เกิด PA Buy พาราคาให้ทะลุกรอบ รอย้อนเก็บบอดี แล้วหาจุดเข้าเทรด RR 1:2 ขึ นไป หรือวาง TP ตามรอบวิ งเกิด PA Sell พาราคาให้ทะลุกรอบ รอย้อนเก็บบอดี แล้วหาจุดเข้าเทรด RR 1:2 ขึ นไป หรือวาง TP ตามรอบวิ งPA Buy รูปแบบที 2กรอบ Sidewayกรอบ SidewayTF H1TF H1PA Sell รูปแบบที 2จุดสังเกต ยิ ง PA สามารถพาราคาออกจากกรอบได้อย่างชัดเจน จะมีโอกาสที กราฟ จะวิ งตามรอบวิ งสูง หากราคาทะลุออกจากกรอบแต่กลับเข้ามาอยู่ในกรอบอีกครั ง ให้ระวังการ ทะลุกรอบหลอก และรอ PA ชุดใหม่
บทที 10 การใช้งานรอบวิ ง แต่ละ Timeframe "การเข้าใจรอบวิ งของแต่ละ Timeframe จะช่วยให้กําหนด เป้าหมายและวางแผนการเทรดได้อย่างเหมาะสม"
ไส้หลัง Sig คืออะไร เมื อเกิดชุด Price Action (PA) เช่น Pin Bar (PA รูปแบบที 1) หรือ Engulfing (PA รูปแบบที 2) เมื อเปิดแท่งใหม่ ราคาตํ าสุดของแท่งเทียนที เกิดถัดจากชุด PA เราจะ เรียกจุดนี ว่า ไส้หลัง Sig ไส้หลัง Sig ทําหน้าที เป็น จุดเริ มต้นของการนับรอบการวิ งของราคา เพื อนําไปใช้ ในการกําหนดจุดทํากําไร (Take Profit: TP)ราคาย้อนกลับถอดไส้กลับไป ทิศทางเดิมไส้หลัง Sig (ราคาตํ าสุด)PA Buy รูปแบบที 2PA Buy รูปแบบที 2 ไส้หลัง Sig = ชื อเรียกของ "ราคาตํ าสุด"
Sig เกิดจากการนํา Price Action (PA) มาประกอบกับ ไส้หลัง Sig PA + ไส้หลัง Sig = Sig โดย ไส้หลัง Sig คือ ราคาตํ าสุดของแท่งเทียนที เกิดถัดจากชุด PA ซึ งใช้เป็นจุดเริ ม ต้นในการนับรอบการวิ งของราคา เพื อกําหนดจุดทํากําไร (Take Profit: TP) ดังนั น การเกิด Sig จะสมบูรณ์ก็ต่อเมื อมีทั ง ชุด PA และ ไส้หลัง Sig ครบทั งสอง องค์ประกอบ Sig คืออะไร PA ไส้หลัง Sig Sig
เมื อเกิด Sig แล้ว สามารถกําหนดจุดทํากําไร (Take Profit: TP) โดยอ้างอิงจาก ระยะการวิ งของราคาทองคํา (XAU/USD) ในแต่ละ Timeframe หมายเหตุ: รอบวิ งเป็นแนวทางการคาดการณ์ระยะ TP สําหรับ กราฟทองคํา (XAU/USD) เท่านั น ไม่สามารถนําไปใช้กับสินทรัพย์อื นได้โดยตรง เนื องจากแต่ละ ตลาดและสินทรัพย์มีความผันผวนและระยะการเคลื อนที ของราคาที แตกต่างกัน การนับระยะ TP ให้เริ มนับจาก ไส้หลัง Sig ซึ งเป็นจุดอ้างอิงของชุด Sig เพื อ ให้การกําหนดเป้าหมายกําไรเป็นไปตามหลักการเดียวกันทุกครั ง รอบวิ ง ในแต่ละ Time frameH11,000 จุดTP1 (รอบ 100%)5,000 จุด10,000 จุด15,000 จุด30,000 จุด1,500 จุดพักตัวพักตัวพักตัวทํางานต่อ**หากรอบวิ งจะทํางานต่อจบครบ TP2 ไส้หลัง Sig จะต้องไม่ถูกทําลายทํางานต่อ*ทํางานต่อ*3,000 จุดH4DayWeekTP2
แนวรับแนวรับหรือPAT 1PAT 2PAT 3 แบบ 1PAT 3 แบบ 2PAT 3 แบบ 3ไส้หลัง Sigไส้หลัง Sigไส้หลัง Sigไส้หลัง Sigไส้หลัง Sig12123123412341234แนวต้านแนวต้านหรือPAT 1PAT 2PAT 3 แบบ 1PAT 3 แบบ 2PAT 3 แบบ 3ไส้หลังซิกไส้หลังซิกไส้หลังซิกไส้หลังซิกไส้หลังซิก11111222223334443เริ มนับรอบวิ งจาก ไส้หลัง Sig
การไปต่อถึง TP2 เมื อราคาวิ งถึง TP1 แล้ว ไม่ได้หมายความว่าจะสามารถไปถึง TP2 ได้ทุกครั ง โดย มีเงื อนไขสําคัญคือ ไส้หลัง Sig ต้องไม่ถูกทําลาย หากราคายังคงเคลื อนที ตามแนวโน้ม และ ไส้หลัง Sig ยังไม่ถูกทําลาย มี โอกาสที ราคาจะวิ งต่อไปยัง TP2 แต่หากราคา ย้อนกลับมาทําลายไส้หลัง Sig ให้ถือว่า รอบการวิ งของ Sig ชุดนั นสิ นสุดลง และไม่นับรอบต่อ แม้ว่าราคาจะกลับไปในทิศทาง เดิมภายหลังก็ตาม เมื อไส้หลัง Sig ถูกทําลาย ให้หยุดนับรอบของ Sig ชุดเดิม และรอให้เกิด Sig ชุดใหม่ จึงเริ มนับรอบการวิ งอีกครั ง1122334ไส้หลัง Sigไส้หลัง Sig1,000 จุด1,500 จุด1,500 จุดTPTP1TP2 PA Buy รูป แบบ 2 PA Buy รูป แบบ 3TF H1TF H45
ตัวอย่างรอบวิ งของ Timeframe H4 สมมติว่าเกิด Sig ฝั ง Buy บน Timeframe H4 โดยมีไส้หลัง Sig อยู่ที ราคา 4,295 รอบวิ งของ Timeframe H4 กําหนดไว้ดังนี TP1 = 1,500 จุด TP2 = 3,000 จุด ดังนั น TP1 = 4,310 TP2 = 4,325 เมื อราคาวิ งถึง TP1 (3,310) ให้เปลี ยนสถานะ ไส้หลัง Sig เป็น จุดเช็ค หากราคายังคงเคลื อนที ต่อ และ จุดเช็คไม่ถูกทําลาย มีโอกาสที ราคาจะวิ งต่อไป ถึง TP2 (3,325) แต่หากหลังจากถึง TP1 แล้ว ราคาย้อนกลับมาทําลาย จุดเช็ค ให้ถือว่ารอบวิ งของ Sig ชุดนั นสิ นสุดลง และไม่นับรอบต่อ ให้รอเกิด Sig ชุดใหม่ ก่อนเริ มนับรอบอีก ครั ง1234ไส้หลัง Sig: 42951,500 จุด1,500 จุดTP1: 3310TP2: 3325 PA Buy รูป แบบ 3TF H45
เมื อ ไส้หลัง Sig พาราคาวิ งครบรอบ TP1 เป็นอย่างน้อย จะเปลี ยนสถานะจาก ไส้ หลัง Sig เป็น จุดเช็ค (Checkpoint) จุดเช็ค คือ จุดอ้างอิงที ใช้ติดตามว่าราคายังคงอยู่ในรอบการวิ งเดิมหรือไม่ หาก ราคายังไม่ย้อนกลับมาทําลายจุดเช็ค ก็สามารถนับรอบการวิ งต่อไปเพื อคาดหวัง TP2 หรือเป้าหมายถัดไปได้ แต่หากราคาย้อนกลับมาทําลาย จุดเช็ค ให้ถือว่า Sig ชุดนั นสิ นสุดลง หยุดนับ รอบการวิ ง และรอให้เกิด Sig ชุดใหม่ ก่อนเริ มนับรอบอีกครั ง จุดเช็ค (Checkpoint) ลําดับการใช้งาน PA ไส้อนุมาน ไส้หลัง Sig ครบ TP1 จุดเช็ค TP2ไส้หลัง Sigจุดเช็คTP1TP1TP2 PA Buy รูป แบบ 2 PA Buy รูป แบบ 2
หมายถึง ราคาย้อนกลับมาทะลุ ไส้หลัง Sig ที ได้รับการยืนยันแล้ว ทําให้ Sig ชุด นั นสิ นสุดลง เมื อเกิดการทําลาย Sig ให้ถือว่า การนับรอบการวิ งของราคาใน Sig ชุดนั นสิ นสุด ทันที ไม่ว่าจะถึง TP1 หรือยังไม่ถึงก็ตาม และจะไม่นับรอบต่อ แม้ว่าราคาจะกลับ ไปในทิศทางเดิมภายหลังก็ตาม หลังจาก Sig ถูกทําลาย ให้รอการเกิด Signal (Sig) ชุดใหม่ แล้วจึงเริ มนับรอบ การวิ งของราคาอีกครั ง Sig ถูกทําลาย11223344ไส้หลัง Sigไส้หลัง SigPA Buy รูปแบบที 2หากราคาย้อนลงมาตํ ากว่า ไส้หลัง Sig เราจะไม่ใช้ Sig ชุดนี อีกต่อไปหากราคาไม่ลงมาตํ ากว่า ไส้หลัง Sig เราสามารถใช้ Sig ชุดนี เทรดได้Sig ปกติSig สิ นสุดPA Buy รูปแบบที 2เสียโครงสร้าง ไส้หลัง Sig ถูกทําลาย1122335544ไส้หลัง Sigไส้หลัง Sigเสียโครงสร้าง ไส้หลัง Sig ถูกทําลายPA Sell รูปแบบที 3PA Sell รูปแบบที 3หากราคาเด้งขึ นไปสูงกว่า ไส้หลัง Sig เราจะไม่ใช้ Sig ชุดนี อีกต่อไปหากราคาเด้งไป ไม่สูงกว่า ไส้หลัง Sig เราสามารถใช้ Sig ชุดนี เทรดได้
ไส้อนุมาน คือ ราคาตํ าสุดของแท่งเทียนที เกิดถัดจากชุด Price Action (PA) ขณะ ที แท่งเทียนยังปิดไม่สมบูรณ์ ในระหว่างที แท่งเทียนยังไม่ปิด ราคาตํ าสุดยังสามารถเปลี ยนแปลงได้ ดังนั นจุดดัง กล่าวจึงยังไม่ถือเป็น ไส้หลัง Sig แต่สามารถใช้เป็นจุดอ้างอิงชั วคราวในการนับ รอบวิ ง หรือวิเคราะห์และวางแผนการเทรดได้ เมื อแท่งเทียนปิดสมบูรณ์แล้ว ราคาตํ าสุดจะถูกยืนยัน (Confirm) และเปลี ยน สถานะจาก ไส้อนุมาน เป็น ไส้หลัง Sig ทันที ไส้อนุมาน หรือไส้คาดการณ์ คืออะไร?ไส้อนุมานไส้อนุมานไส้หลังซิกไส้หลังซิก121231231234 แท่งป ดแล้ว = คอนเฟ ร์ม ไส้หลัง Sigจบแท่งจบแท่ง แท่งยังไม่ป ด = ไส้อนุมาน
การเข้าเทรด โดยใช้ชุด Sig (PA)
เมื อเกิด Signal (Sig) ที ครบเงื อนไข ให้แบ่งแผนการเข้าเทรดออกเป็น 3 ออเดอร์ โดยใช้ช่วงราคาของ ชุด Price Action (PA) เป็นโซนในการวางคําสั ง ออเดอร์ที 1 บริเวณด้านบนของชุด PA ออเดอร์ที 2 บริเวณกึ งกลางของชุด PA ออเดอร์ที 3 บริเวณด้านล่างของชุด PA การแบ่งเข้าในลักษณะนี ช่วยให้ได้ต้นทุนเฉลี ยที เหมาะสม หากราคาย่อตัวกลับ เข้ามาภายในชุด PA ก่อนเคลื อนที ไปตามทิศทางที คาดไว้ สําหรับการบริหารความเสี ยง ให้กําหนด Stop Loss ของทุกออเดอร์ไว้ ใต้ชุด PA (สําหรับ Buy) หรือ เหนือชุด PA (สําหรับ Sell) แนวคิดสําคัญ: ไม่จําเป็นต้องเข้าเต็มจํานวนในราคาเดียว แต่ให้ใช้ช่วงราคาของ ชุด PA เป็นโซนสําหรับทยอยเข้าเทรด เพื อเพิ มความยืดหยุ่นในการบริหารต้นทุน และความเสี ยง Trade Setup (1): แบ่งเข้า 3 ส่วน223311ออเดอร์ 1ออเดอร์ 1ออเดอร์ 2ออเดอร์ 2ออเดอร์ 3Stop lossStop lossออเดอร์ 3
ข้อดีของการแบ่งเข้า 3 ส่วน ได้ต้นทุนเฉลี ยที ดีกว่าการเข้าเพียงออเดอร์เดียว ลดความเสี ยงจากการเข้าเทรดเร็วเกินไป หากราคาย่อตัวเข้ามาในชุด PA จะมีโอกาสเก็บออเดอร์ได้ครบทั ง 3 ส่วน เพิ มความยืดหยุ่นในการบริหารเงินทุนและขนาดการลงทุน ลดผลกระทบจากความผันผวนระยะสั นของราคา ข้อเสียของการแบ่งเข้า 3 ส่วน หากราคาวิ งทันทีหลังเกิด Sig อาจได้เพียงบางออเดอร์ หรือได้เพียงออเดอร์ แรก ทําให้กําไรน้อยกว่าการเข้าเต็มจํานวน ต้องมีการวางแผนตําแหน่งการเข้าแต่ละออเดอร์อย่างชัดเจน การบริหารออเดอร์หลายไม้มีความซับซ้อนกว่าการเข้าเพียงออเดอร์เดียว หากราคาเคลื อนที ผิดทางจนถึง Stop Loss จะขาดทุนจากทุกออเดอร์ที ถูก เปิดใช้งาน เหมาะสําหรับผู้ที ต้องการบริหารต้นทุนและลดความเสี ยง มากกว่าการ คาดหวังว่าจะเข้าที ราคาที ดีที สุดเพียงครั งเดียวออเดอร์ 1ออเดอร์ 2ออเดอร์ 3PA Buy รูปแบบที 4SL หมายเหตุ: การแบ่งเข้า 3 ออเดอร์ ให้แบ่งจาก Body ของชุด PA โดย ไม่รวมไส้เทียน ส่วนไส้ของชุด PA ใช้เป นจุดอ้างอิงในการวาง SL
Trade Setup นี เป็นการใช้ แท่งอ้างอิง (Reference Candle) ของชุด Price Action (PA) เป็นแนวรับหรือแนวต้าน เพื อรอให้ราคาย้อนกลับมาก่อนเข้าเทรด แท่งอ้างอิง คือ แท่งเทียนที ใช้กําหนดแนวรับหรือแนวต้านของชุด PA โดยตําแหน่ง ของแท่งอ้างอิงจะแตกต่างกันตามรูปแบบของ Price Action แต่ละชนิด หากเป็นชุด PA 2 แท่ง ให้ใช้ แท่งแรก เป็นแท่งอ้างอิง หากเป็นชุด PA 3 แท่ง ให้ใช้ แท่งกลาง เป็นแท่งอ้างอิง เมื อกําหนดแท่งอ้างอิงแล้ว สามารถเลือกใช้ได้ 2 รูปแบบ ใช้เนื อเทียน (Body) ของแท่งอ้างอิง เป็นแนวรับหรือแนวต้าน ใช้ไส้เทียน (Wick) ของแท่งอ้างอิง เป็นแนวรับหรือแนวต้าน หลังจากเกิดชุด PA ให้รอราคาย้อนกลับมายังแนวรับหรือแนวต้านที กําหนดจาก แท่งอ้างอิง แล้วจึงพิจารณาเข้าเทรด Trade Setup (2): เข้าเทรดโดยใช้แนวรับ/ต้านของชุด PA44223311ใช้ไส้เทียน แนวต้าน สลับเป น แนวรับใช้เนื อเทียนแท่งอ้างอิงแท่งอ้างอิงแนวต้าน สลับเป น แนวรับStop lossStop loss
ข้อดีของการใช้แนวรับ–แนวต้านจากชุด PA ได้จุดเข้าเทรดที ชัดเจน โดยอ้างอิงจากแท่งอ้างอิงของชุด PA ช่วยให้ได้ต้นทุนที ดีกว่าการเข้าเทรดทันทีหลังเกิด Signal สามารถเลือกใช้ Body หรือ Wick ให้เหมาะกับสไตล์การเทรดของตนเอง ลดโอกาสการไล่ราคา (Chasing Price) และช่วยให้การเข้าเทรดเป็นไปตาม แผน ข้อเสียของการใช้แนวรับ–แนวต้านจากชุด PA ราคาอาจไม่ย้อนกลับมาที แนวรับ–แนวต้านของแท่งอ้างอิง ทําให้พลาด โอกาสเข้าเทรด การรอราคาย่อตัวอาจทําให้ไม่ได้เปิดออเดอร์ในช่วงที ตลาดมีแรงส่งสูง การเลือกใช้ Wick เป็นจุดเข้า แม้จะได้ต้นทุนที ดีกว่า แต่มีโอกาสที ราคาจะ ไม่ย่อลงมาถึง จําเป็นต้องระบุแท่งอ้างอิงของแต่ละรูปแบบ PA ให้ถูกต้อง จึงจะกําหนดจุด เข้าได้อย่างแม่นยําแท่งอ้างอิงSLPA Sell รูปแบบที 2ใช้ไส้เทียนเป นแนวต้าน
การเก็บ Body เป็นพฤติกรรมของราคาที ใช้ประเมินว่าแนวโน้มเดิมยังมีโอกาสไป ต่อ หรือเริ มอ่อนกําลังลง กรณีที มีโอกาสไปต่อตามรอบวิ ง กรณีที 1 แท่งที 3 ราคาย่อลงมาเก็บ Body ของแท่งก่อนหน้า เกิดเป็นไส้ เทียน และสามารถกลับขึ นไปปิดเหนือระดับ Body ได้ แสดงว่าแรงซื อยังคง ได้เปรียบ มีโอกาสไปต่อตามรอบวิ ง กรณีที 2 แท่งที 3 ราคาย่อลงมาเก็บ Body แล้วปิดแท่ง ไม่เกิน 50% ของ Body แท่งก่อนหน้า แสดงว่าการย่อตัวยังอยู่ในระดับปกติ และมีโอกาส เคลื อนที ต่อไปตามแนวโน้มเดิม จุดสังเกตเพิ มเติมของการเก็บบอดี ชุด PA22331150%50%22331150%50% กรณีที 1 กรณีที 2
กรณีที ควรระมัดระวัง หากแท่งที 3 ราคาย่อลงมาเก็บ Body และปิดแท่ง เกิน 50% ของ Body แท่งก่อนหน้า แสดงว่าแรงของแนวโน้มเริ มอ่อนลง มีโอกาสที ราคาจะเข้าสู่ ภาวะ Sideway หรือเกิดการกลับตัวของแนวโน้ม22223333111150%50%50%50% หลักการจํา ป ดไม่เกิน 50% ของ Body เดิม = แนวโน้มยังมีโอกาสไปต่อ ป ดเกิน 50% ของ Body เดิม = ระวัง Sideway หรือการกลับตัวSidewayป ดแท่งป ดแท่งกลับตัวลง
ก่อนตัดสินใจเข้าเทรด ควรตรวจสอบองค์ประกอบต่อไปนี ทุกครั ง 1.เทรดตามแนวโน้มหลัก (Trend) 2.ระบุแนวรับ–แนวต้านที สําคัญ 3.รอให้เกิดชุด Price Action (PA) ก่อนพิจารณาเข้าเทรด 4.ยืนยันชุด Sig ด้วยไส้หลัง Sig 5.หากแท่งยังไม่ปิด ให้ใช้ ไส้อนุมาน และรอการยืนยันเมื อแท่งปิด 6.เลือก Trade Setup ที เหมาะสม แบ่งเข้า 3 ส่วน (Scaling In) เข้าเทรดด้วยแนวรับ–แนวต้านของชุด PA 7.วาง Stop Loss ตามกฎของระบบ 8.กําหนด Take Profit (TP) ตาม Timeframe ของกราฟทองคํา 9.เมื อราคาวิ งถึง TP1 ให้เปลี ยนไส้หลัง Sig เป็น จุดเช็ค 10.หากจุดเช็คยังไม่ถูกทําลาย สามารถคาดหวัง TP2 ได้ 11.หากไส้หลัง Sig หรือจุดเช็คถูกทําลาย ให้หยุดนับรอบ และรอ Signal (Sig) ชุดใหม่ สรุปการใช้ Price Action (PA) อย่ารีบเข้าเทรดเพียงเพราะเห็น Price Action แต่ให้รอองค์ประกอบ ทั งหมดของระบบครบถ้วน แล้วจึงตัดสินใจเข้าเทรดอย่างมีวินัย
การใช้จุดเช็ค ช่วยในการเข้าเทรด
เมื อราคาเคลื อนที ครบ TP1 ของชุด Signal (Sig) แล้ว ไส้หลัง Sig จะเปลี ยน สถานะเป็น จุดเช็ค จุดเช็คเป็นระดับราคาที ใช้ติดตามความแข็งแรงของรอบวิ ง เนื องจากหลังจาก ราคาปรับตัวขึ นหรือลงอย่างต่อเนื อง ตลาดมักเกิดการย่อตัวเพื อสะสมแรงก่อน เคลื อนที ต่อ ทําให้ราคามีโอกาสกลับมาทดสอบบริเวณจุดเช็คอีกครั ง หากราคาย่อตัวกลับมาที จุดเช็คและไม่สามารถทําลายระดับดังกล่าวได้ แสดงว่า แนวโน้มเดิมยังคงแข็งแรง และมีโอกาสที ราคาจะเดินหน้าต่อในรอบถัดไป ด้วยเหตุนี จุดเช็คจึงสามารถใช้เป็น แนวรับหรือแนวต้าน สําหรับหาโอกาสเข้า เทรด โดยควรรอให้เกิด Price Action (PA) ยืนยันก่อนทุกครั ง และวาง Stop Loss ไว้หลังจุดเช็ค เพื อจํากัดความเสี ยงหากราคาทําลายโครงสร้างของรอบวิ ง การใช้จุดเช็คช่วยในการเข้าเทรดไส้หลัง Sig = จุดเช็คPA BuyTP1 (รอบ100%)TP2จุดเข้าเทรด Buy เพิ ม
ไส้หลัง Sig = จุดเช็คPA SellTP1 (รอบ100%)TP2จุดเข้าเทรด Sell เพิ มเมื อราคาย้อนกลับมายังบริเวณ จุดเช็ค ไม่ควรรีบเข้าเทรดทันที แต่ควรรอให้เกิด Price Action (PA) เพื อยืนยันว่าราคายังไม่ทําลายระดับของจุดเช็ค วิธีการเข้าเทรด รอให้ราคาวิ งครบ TP1 และย้อนกลับมายังบริเวณ จุดเช็ค รอให้เกิด Price Action (PA) ตามทิศทางเดิม (ใน TF ที เล็กลง) เข้าเทรดเมื อได้รับการยืนยันจาก PA วาง Stop Loss ไว้หลังจุดเช็ค คาดหวังการเคลื อนที ตามรอบวิ งถัดไปของระบบ (TP2) ข้อดี ได้จุดเข้าเทรดที มีโครงสร้างรองรับ Stop Loss สั นและกําหนดได้ชัดเจน เป็นการเข้าเทรดตามรอบวิ งเดิม ไม่ใช่การไล่ราคา ข้อควรระวัง หากราคาทําลายจุดเช็ค ถือว่าราคามีโอกาสเสียโครงสร้าง หากไม่มี Price Action (PA) ยืนยัน ไม่ควรเปิดออเดอร์ แม้ว่าราคาจะกลับ มาถึงจุดเช็คแล้วก็ตาม Trade Setup : เข้าเทรดด้วยจุดเช็ค
TP2TP2จุดเช็คคือระดับราคาที ใช้ยืนยันว่า "รอบวิ งยังคงอยู่" ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด โดยตรง การเข้าเทรดควรรอ Price Action (PA) ยืนยันทุกครั งPA Buy รูปแบบที 3เข้าเทรดเมื อราคากลับลงมาใกล้จุดเช็ค โดยวาง SL ใต้ราคาจุดเช็คTF H1 เกิด PA Buy ใกล้จุดเช็ค H4 เป นสัญญาณประกอบการเข้าเทรดPA Buy รูปแบบที 2TF H1TF H4 ตัวอย่าง การเข้าเทรด (Buy)
TF M15TF H4PA Sell รูปแบบที 2PA Sell รูปแบบที 2เข้าเทรดเมื อราคากลับมาใกล้จุดเช็ค โดยวาง SL เหนือราคาจุดเช็คTF M15 เกิด PA Sell ใกล้จุดเช็ค H4 เป นสัญญาณประกอบการเข้าเทรดตัวอย่าง การเข้าเทรด (Sell)
วงจรของ Sig เกิด PA เกิด Sig ไส้หลัง Sig วิ งถึง TP1 เปลี ยนเป น จุดเช็ค จุดเช็ค ไม่ถูกทําลาย จุดเช็คถูกทําลาย รอ Sig ใหม่ รอบวิ งดําเนินต่อไป
บทที 11 กรอบที ครบรอบ TP และกรอบวัน "เรียนรู้ระดับราคานัยยะสําคัญ ที กลายเป็นแนวรับหรือแนวต้าน"
เมื อราคาวิ งครบ TP1 หรือ TP2 ของชุด Sig ระดับราคาดังกล่าวจะกลายเป็น แนว รับ–แนวต้าน ที สําคัญ เนื องจากเป็นจุดที ราคามักชะลอ พักตัว หรือเกิดการกลับ ตัว การใช้งานกรอบที ครบรอบ TP แนะนําให้ใช้กับ Sig ใน Timeframe H4 ขึ นไป เนื องจากเป็นระดับราคาที มีความน่าเชื อถือมากกว่า กรอบที ครบรอบ TP (กรอบ TP1, กรอบ TP2)กรอบที ครบรอบ TPกรอบที ครบรอบ TPPA Buy รูปแบบที 2 TF Day วิธีการใช้งาน เมื อราคาวิ งถึง TP1 หรือ TP2 ไม่ควรไล่ราคาเข้าเทรดทันที รอให้ราคามีปฏิกิริยาที ระดับ TP เช่น เกิด Price Action (PA) ยืนบนกรอบ หรือ Sig ชุดใหม่ ก่อนพิจารณาเข้าเทรด หากราคา Breakout ระดับ TP ได้อย่างชัดเจน ระดับ TP เดิมสามารถสลับ บทบาทเป็นแนวรับหรือแนวต้าน เพื อใช้รอจังหวะ Breakout & Retest ได้
ข้อดี เป็นจุดที ราคามักมีแรงซื อหรือแรงขายเข้ามา ทําให้เกิดจังหวะเข้าเทรดที ชัดเจน ช่วยหลีกเลี ยงการไล่ราคาเมื อราคาเข้าใกล้เป้าหมาย สามารถเลือกเทรดได้ทั งการกลับตัว (Reversal) และการไปต่อ (Breakout) ข้อเสีย ราคาอาจทะลุกรอบ TP โดยไม่เกิดสัญญาณกลับตัว หากรีบเข้าเทรดทันทีเมื อถึง TP มีโอกาสเจอสัญญาณหลอก (False Breakout) จําเป็นต้องรอการยืนยันจาก PA หรือ Signal (Sig) ก่อนทุกครั งBreakoutยก Lowยก Lowต้าน > รับต้าน > รับBreakout TF H1
การใช้งาน กรอบวัน
กรอบวัน คือ การกําหนดแนวรับและแนวต้านประจําวัน ออกแบบมาสําหรับการ วิเคราะห์ กราฟทองคํา (XAU/USD) โดยใช้ ราคาเปิดของแท่งเทียนเวลา 07:00 น. เป็นจุดอ้างอิง เพื อหากรอบราคาที สําคัญสําหรับการวิเคราะห์และ วางแผนการเทรดในแต่ละวัน กรอบวันประกอบด้วย 3 ระดับ ได้แก่ 1.เส้นรับ–ต้านย่อย (ราคากลาง) 2.เส้นกรอบบน 3.เส้นกรอบล่าง วิธีคํานวณ ใช้ ราคาเปิดของแท่งเทียนเวลา 07:00 น. แล้วปัดราคาให้เป็นเลขกลมที ลงท้ายด้วย 0 หรือ 5 เพื อใช้เป็น เส้นรับ–ต้านย่อย จากนั นกําหนดเส้นกรอบบนและเส้นกรอบล่าง โดยเพิ มและลดจากเส้นรับ–ต้าน ย่อย 5 ดอลลาร์ (500 จุด) กรอบวัน (Daily Range)รับ-ต้านย่อยกรอบบนกรอบล่าง
ตัวอย่างที 1 ราคาเปิดเวลา 07:00 น. = 4,512.10 ปัดเป็นเลขกลมที ใกล้ที สุด ได้ 4,510 จึงได้กรอบวันดังนี เส้นรับ–ต้านย่อย: 4,510 เส้นกรอบบน: 4,515 เส้นกรอบล่าง: 4,505 หมายเหตุ: กรอบวัน (Daily Range) ออกแบบมาสําหรับการวิเคราะห์ กราฟ ทองคํา (XAU/USD) โดยใช้ราคาเปิดของแท่งเทียนเวลา 07:00 น. เป็นจุดอ้างอิง ในการกําหนดแนวรับและแนวต้านประจําวัน ตัวอย่างที 2 ราคาเปิดเวลา 07:00 น. = 4,098.47 ปัดเป็นเลขกลมที ใกล้ที สุด ได้ 4,100 จึงได้กรอบวันดังนี เส้นรับ–ต้านย่อย: 4,100 เส้นกรอบบน: 4,105 เส้นกรอบล่าง: 4,095 ตัวอย่างที 21. หาแท่งเป ด 7.00 น.OPEN PRICE (ราคาเป ด)ห่าง 500 จุดห่าง 500 จุด2. ดูราคาเป ดราคาเป ด 4098.47 ใกล้เลขกลมๆ 4100 ที สุด3. ดูราคาเป ด ใกล้ราคาสถิติใดให้ ใช้ราคานั นเป นรับ/ต้านย่อยรับ/ต้านย่อย 41004. นับจากราคารับ/ต้านย่อย ไป 500 จุด เป นกรอบบนและกรอบล่างกรอบบน 4105กรอบล่าง 4095
กรอบวันสามารถใช้เป็นตัวช่วยในการเลือกฝั งการเทรด เพื อให้สอดคล้องกับ ตําแหน่งของราคาในแต่ละวัน 1. ราคาอยู่เหนือกรอบวัน หากช่วงเริ มต้นวัน ราคาเคลื อนไหวอยู่ เหนือกรอบวัน ให้มองว่ากรอบวันกําลัง ทําหน้าที เป็น แนวรับ เน้นมองหาจังหวะ Buy รอให้ราคาย่อตัวกลับมาที กรอบวัน แล้วเกิด Price Action (PA) ฝั ง Buy หลีกเลี ยงการเปิด Sell สวนแนวโน้ม เว้นแต่จะมีสัญญาณกลับตัวที ชัดเจน การเลือกฝ งเทรดที ได้เปรียบ ด้วยกรอบวันกรอบวันกรอบวันPA BuyPA Buy7:00 น. ตัวอย่าง ใช้กรอบวันเป นแนวรับ
2. ราคาอยู่ใต้กรอบวัน หากช่วงเริ มต้นวัน ราคาเคลื อนไหวอยู่ ใต้กรอบวัน ให้มองว่ากรอบวันกําลังทํา หน้าที เป็น แนวต้าน เน้นมองหาจังหวะ Sell รอให้ราคาดีดกลับมาที กรอบวัน แล้วเกิด Price Action (PA) ฝั ง Sell หลีกเลี ยงการเปิด Buy สวนแนวโน้ม เว้นแต่จะมีสัญญาณกลับตัวที ชัดเจนกรอบวันกรอบวัน7:00 น.PA SellPA Sell ตัวอย่าง ใช้กรอบวันเป นแนวต้าน
3. ราคาเคลื อนที อยู่ภายในกรอบวัน หากราคายังเคลื อนที อยู่ ระหว่างกรอบบนและกรอบล่าง แสดงว่าตลาดยังไม่มี ทิศทางที ชัดเจน รอให้ราคาเข้าใกล้กรอบบนหรือกรอบล่างก่อน รอการยืนยันด้วย Price Action (PA) หลีกเลี ยงการเข้าเทรดบริเวณกึ งกลางของกรอบ เนื องจากมีโอกาสเกิดการ แกว่งตัว (Sideway) สูง สรุปหลักการใช้งาน กรอบวันไม่ได้ใช้เป็นสัญญาณเข้าเทรดโดยตรง แต่ใช้เป็น ตัวกรองทิศทาง (Directional Filter) เพื อเลือกฝั งการเทรดที ได้เปรียบ จากนั นจึงใช้ Price Action (PA) และ Sig เพื อยืนยันจังหวะเข้าเทรด ตัวอย่าง กราฟ Sideway ในกรอบวัน
ในบางกรณี ก่อนเริ มวันใหม่อาจมี ชุด Price Action (PA) ที เกิดขึ นในช่วง 23:00 – 03:00 น. และยังไม่มีการทําลาย Sig ชุดนั น เมื อถึงเวลา 07:00 น. และทําการตีกรอบวัน หาก Sig ยังมีผลอยู่ ให้ใช้ทิศทางของ Sig เป็นปัจจัยประกอบในการเลือกฝั งเทรด หากเป็น Sig Buy เราจะให้นํ าหนักฝั ง Buy มากกว่า หากเป็น Sig Sell เราจะให้นํ าหนักฝั ง Sell มากกว่า อย่างไรก็ตาม ควรพิจารณาร่วมกับตําแหน่งของราคาเมื อเทียบกับกรอบวัน หาก ทิศทางของ Sig และกรอบวันสอดคล้องกัน จะถือว่าเป็นสัญญาณที มีความน่าเชื อ ถือมากขึ น Sig ค้างกับกรอบวันPA Sell รูปแบบที 27:003:0023:00 เกิด Sig Sell และมีแนวโน้มในขาลง เราจะให้นํ าหนักฝ ง Sell มากกว่า หาจุดที ราคาป ดใต้กรอบวันช่วยในการเข้าเทรดราคาป ดใต้กรอบวันและเกิด PA Sell หรือรอให้ราคาทะลุออกจากกรอบวัน แล้วเข้าตรงจุด RetestTF H4TF M15
การจัดลําดับความสําคัญ 1.กรอบวัน (บริบทของวัน) 2.Sig ค้าง (Bias ของวัน) 3.PA ใหม่ 4.Sig ใหม่ กรณีที 1 Sig ค้าง = Buy ราคาอยู่เหนือกรอบวัน มอง Buy เป็นหลัก รอ PA Buy กรณีที 2 Sig ค้าง = Buy ราคาอยู่ใต้กรอบวัน Sig กับกรอบวันขัดกัน ไม่รีบเข้าเทรด รอให้เกิด PA และ Sig ชุดใหม่ เพื อ ให้ตลาดเลือกทิศทางก่อน กรณีที 3 ไม่มี Sig ค้าง ใช้กรอบวันเป็นตัวกําหนดฝั งเทรดตามปกติ
บทที 12 รูปแบบหยุดที กรอบ (ติดกรอบ) "ราคาที ติดกรอบมักเป็นสัญญาณของการชะลอตัวหรือกลับตัว ช่วยให้สังเกตจังหวะเข้าเทรดบริเวณแนวรับและแนวต้านได้ ชัดเจนยิ งขึ น"
การเบรก หมายถึง การที ราคาวิ งมาถึง แนวรับ แนวต้าน หรือกรอบวัน แล้วไม่ สามารถเคลื อนที ผ่านระดับดังกล่าวได้ ส่งผลให้ราคาเริ มชะลอและมีโอกาสกลับ ตัว ลักษณะของการเบรก มักสังเกตได้จาก เกิด ไส้เทียน บริเวณแนวรับหรือแนวต้าน แสดงถึงการปฏิเสธราคา (Price Rejection) เกิด แท่งเทียนสลับสี หลังชนแนวรับหรือแนวต้าน สะท้อนว่าแรงซื อและแรง ขายเริ มเปลี ยนมือ ราคาอาจ Overlap ทะลุแนวรับหรือแนวต้านเล็กน้อย ประมาณ 200–300 จุด ก่อนกลับเข้ามาอยู่ในกรอบเดิม ซึ งยังไม่ถือว่าเป็นการทะลุผ่านอย่าง สมบูรณ์ การเบรก = หยุดแนวต้านแนวรับเบรกเบรก เบรกเพื อหยุด แล้วกลับตัวลง เบรกเพื อหยุด แล้วกลับตัวขึ น
แท่งเบรก TF ใหญ่เบรกที กรอบวัน เป นไส้เทียนปฏิเสธราคา เพื อลงต่อ TF เล็กจะเห็นเป นแท่งเทียนสลับสี สามารถใช้รูปแบบแท่งเทียน PA Sell ประกอบได้ TF H1 TF M5 แท่งสลับสี ใน Timeframe ใหญ่ เราอาจเห็นเพียง ไส้เทียน เนื องจากราคาแตะระดับนั น เพียงชั วคราว ก่อนจะถูกดันกลับมาปิดแท่ง แต่เมื อซูมลงไปดูใน Timeframe เล็ก จะเห็นรายละเอียดของการเคลื อนที มากขึ น เช่น การเกิดแท่งเทียนสลับสี การกลับ ตัว หรือการสะสมแรงซื อ–แรงขายบริเวณแนวรับและแนวต้าน ดังนั น หาก Timeframe ใหญ่แสดงเพียงไส้เทียน การเปิดดู Timeframe เล็กจะ ช่วยให้เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ นระหว่างการก่อตัวของไส้เทียนนั น และช่วยเพิ มความ มั นใจในการวิเคราะห์ราคา
หลักการสําคัญ: การที ราคาทะลุแนวรับหรือแนวต้านเพียงเล็กน้อย ไม่ได้ หมายความว่าจะเกิด Breakout เสมอไป หากราคากลับเข้ามาปิดเหนือหรือใต้ ระดับสําคัญได้อย่างรวดเร็ว ให้พิจารณาว่าเป็นเพียงการ เบรกเพื อหยุด (Break = Stop) และมีโอกาสที ราคาจะกลับตัวหรือเคลื อนที ในทิศทางเดิมต่อ
บทที 13 การใช้งาน Fibonacci "เครื องมือที ช่วยวัดจังหวะการย่อตัวของราคา เพื อหาโอกาส เข้าเทรดตามแนวโน้มได้อย่างมีประสิทธิภาพ"
Fibonacci เป็นเครื องมือวิเคราะห์ทางเทคนิคที ใช้ค้นหาระดับราคาสําคัญ ซึ งมัก ทําหน้าที เป็น แนวรับ/แนวต้าน และช่วยคาดการณ์จุดที ราคาอาจย่อตัวหรือกลับ ตัว หลักการของ Fibonacci มาจาก ลําดับตัวเลขฟีโบนักชี (Fibonacci Sequence) ซึ งเมื อนํามาประยุกต์ใช้กับกราฟราคา จะได้ระดับเปอร์เซ็นต์ที เทรดเดอร์ทั วโลก นิยมใช้ เช่น 23.6%, 38.2%, 50%, 61.8% และ 78.6% ในการเทรด เรานิยมใช้ Fibonacci Retracement เพื อวัดการย่อตัวของราคา หลัง จากเกิดแนวโน้มขาขึ นหรือขาลง โดยระดับ Fibonacci จะช่วยระบุบริเวณที ราคา มีโอกาสกลับมาเกิดแรงซื อหรือแรงขายอีกครั ง อย่างไรก็ตาม Fibonacci ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด แต่เป็นเครื องมือที ใช้ระบุโซน ราคาที มีความสําคัญ ควรใช้ร่วมกับ Trend, แนวรับ–แนวต้าน, Price Action (PA) เพื อเพิ มความแม่นยําในการวิเคราะห์ Fibonacci ตัวอย่าง ลําดับตัวเลข Fibonacci ย่อตื น แนวโน้มแข็งแรง จุดสมดุลของราคา โซนที นิยมจับตา ย่อลึก แต่ยังไม่เสียโครงสร้าง
Fibonacci เป็นเครื องมือที ใช้ค้นหา จุดย่อตัวของราคา (Retracement) เพื อหา จังหวะเข้าเทรดตามแนวโน้ม โดยนิยมใช้ร่วมกับ Trend, แนวรับ–แนวต้าน และ Price Action (PA) การหาจุดเข้า Buy 1.รอให้ตลาดอยู่ใน แนวโน้มขาขึ น (Uptrend) 2.ลาก Fibonacci จาก จุดตํ าสุด (Swing Low) ไปยัง จุดสูงสุด (Swing High) 3.รอให้ราคาย่อตัวลงมาที ระดับ Fibonacci ที สําคัญ เช่น 38.2%, 50% หรือ 61.8% 4.หากเกิด Price Action (PA) ฝั ง Buy บริเวณระดับ Fibonacci จึงพิจารณา เปิด Buyจุดย่อ การใช้งาน Fibonacci เพื อหาจุดเข้า Buy และ SellLowHigh0.61810LLHPA Buy
จุดเด้งการหาจุดเข้า Sell 1.รอให้ตลาดอยู่ใน แนวโน้มขาลง (Downtrend) 2.ลาก Fibonacci จาก จุดสูงสุด (Swing High) ไปยัง จุดตํ าสุด (Swing Low) 3.รอให้ราคาดีดตัวขึ นมาที ระดับ Fibonacci ที สําคัญ เช่น 38.2%, 50% หรือ 61.8% 4.หากเกิด Price Action (PA) ฝั ง Sell บริเวณระดับ Fibonacci จึงพิจารณา เปิด SellLowHigh0.61801LHHPA Sell Fibonacci ใช้เพื อระบุ "โซนที น่าสนใจ" ไม่ใช่สัญญาณเข้าเทรด ควรรอการยืนยัน จาก Price Action (PA) และใช้ร่วมกับแนวรับ–แนวต้าน เพื อเพิ มความแม่นยําใน การเข้าเทรด
Fibonacci เป็นเครื องมือที สามารถนํามาประยุกต์ใช้ได้หลากหลายบริบท ไม่ได้ใช้ เพียงเพื อหาจุดเข้า Buy หรือ Sell เท่านั น แต่ยังสามารถใช้ร่วมกับองค์ประกอบ ต่าง ๆ ของระบบเทรด เพื อเพิ มความแม่นยําในการวิเคราะห์ ตัวอย่างการใช้งาน ได้แก่ ใช้วัด จุดย่อตัวของราคา เพื อหาจังหวะเข้าเทรดตามแนวโน้ม ใช้ประกอบการวิเคราะห์ ชุด Price Action (PA) เพื อประเมินคุณภาพของ สัญญาณ ใช้วัด จุดย่อของไส้หลัง Sig เพื อประเมินว่าการย่อตัวยังอยู่ในระดับปกติ หรือเริ มมีโอกาสเปลี ยนแนวโน้ม ใช้ร่วมกับ แนวรับ–แนวต้าน และ กรอบวัน เพื อค้นหาโซนราคาที มีความ สําคัญ การประยุกต์ใช้ Fibonacci
ตัวอย่าง การใช้งาน Fibonacci กับเทรนด์ Trend Fibonacci จะให้ผลลัพธ์ที มีประสิทธิภาพมากที สุดเมื อใช้ร่วมกับ Trend เพราะ เป็นเครื องมือสําหรับวัดการย่อตัวของราคาในระหว่างที แนวโน้มยังคงดําเนินต่อ ในแนวโน้มขาขึ น (Uptrend) ลาก Fibonacci จาก Swing Low ไปยัง Swing High รอให้ราคาย่อตัวลงมายังระดับ Fibonacci ที สําคัญ เช่น 38.2%, 50% หรือ 61.8% หากเกิด Price Action (PA) ฝั ง Buy บริเวณดังกล่าว สามารถพิจารณาเปิด Buy ตามแนวโน้มLowLowLowLowHighHighHighHigh
LowLowHighHighในแนวโน้มขาลง (Downtrend) ลาก Fibonacci จาก Swing High ไปยัง Swing Low รอให้ราคาดีดตัวขึ นมายังระดับ Fibonacci ที สําคัญ เช่น 38.2%, 50% หรือ 61.8% หากเกิด Price Action (PA) ฝั ง Sell บริเวณดังกล่าว สามารถพิจารณาเปิด Sell ตามแนวโน้ม
ตัวอย่าง การใช้งาน Fibonacci กับการเก็บบอดี ของ Price Action (PA) นอกจากการใช้ Fibonacci เพื อวัดการย่อตัวของแนวโน้มแล้ว ยังสามารถนํามาใช้ วัด การเก็บ Body ของชุด Price Action (PA) เพื อประเมินความแข็งแรงของ สัญญาณได้อีกด้วย วิธีการใช้งาน 1.เมื อเกิดชุด Price Action (PA) ให้ลาก Fibonacci เฉพาะช่วงของชุด PA โดยลากจากจุดตํ าสุดไปยังจุดสูงสุดของชุด PA (หรือกลับกันในฝั ง Sell) 2.รอให้ราคาย้อนกลับมาเก็บ Body ของชุด PA 3.สังเกตว่าราคาย่อตัวอยู่ที ระดับ Fibonacci ใด ย่อบริเวณ 38.2% - 50% ถือว่าเป็นการย่อตัวในระดับปกติ มีโอกาส ไปต่อ ย่อถึง 61.8% ควรรอ Price Action (PA) ยืนยันเพิ มเติมก่อนเข้าเทรด ย่อลึกเกิน 61.8% มีโอกาสที สัญญาณจะอ่อนแรง หรือเปลี ยนเป็น ภาวะ SidewayLowHigh1. วัด Swing Low ไปยัง Swing high เฉพาะชุด PA2. ย่อบริเวณ 38.2% - 50% ถือว่าเป นการย่อตัวในระดับปกติ มีโอกาสไปต่อRR 1:2 ขึ นไป
การลาก Fibonacci ในรูปแบบนี ให้ลาก เฉพาะช่วงของชุด PA เพื อวัดความ ลึกของการเก็บ Body ไม่ใช่ลากทั ง Swing ของแนวโน้มRR 1:2 ขึ นไปRR 1:2 ขึ นไปTF H1TF M15PA SellPA SellLowHigh ย่อถึง 61.8% ควรรอ Price Action (PA) ยืนยันเพิ มเติมก่อนเข้าเทรด เมื อ TF ที เล็กลง ให้สังเกต PA ในทิศทางเดียวกัน จะเป นการช่วยคอนเฟ ร์มสัญญาณเข้าเทรด
PsychologyPhase 4
บทที 14 ลําดับการตัดสินใจเข้าเทรด (Signal Priority) "เจัดลําดับความสําคัญจะช่วยให้ตัดสินใจเข้าเทรด ได้อย่างเป็นระบบ"
ก่อนเปิดออเดอร์ ควรวิเคราะห์ตลาดตามลําดับ เพื อให้ทุกการตัดสินใจเป็นไปใน ทิศทางเดียวกัน และลดการเข้าเทรดจากอารมณ์ 1. ดูแนวโน้ม (Trend) เริ มจากการระบุแนวโน้มหลักของตลาดก่อนเสมอ เพื อเลือกฝั งที ได้เปรียบในการ เทรด 2. ดูตําแหน่งของราคา ตรวจสอบว่าราคาอยู่บริเวณใด เช่น แนวรับ–แนวต้าน กรอบวัน หรือกรอบที ครบ รอบ TP เพื อประเมินว่าราคาอยู่ในโซนที น่าสนใจหรือไม่ 3. รอให้เกิด Price Action (PA) ไม่ควรเข้าเทรดเพียงเพราะราคาชนแนวรับหรือแนวต้าน แต่ควรรอให้เกิดชุด Price Action (PA) เพื อยืนยันพฤติกรรมของราคา 4. ยืนยันด้วยชุด Sig เมื อเกิด PA แล้ว ให้ตรวจสอบ Sig และไส้หลัง Sig เพื อยืนยันว่าระบบให้ สัญญาณเข้าเทรด 5. ใช้ Fibonacci เป็นตัวช่วย ใช้ Fibonacci เพื อประเมินความลึกของการย่อตัว และตรวจสอบว่าราคายังอยู่ใน ระดับที เหมาะสมสําหรับการเข้าเทรด 6. เลือก Trade Setup เมื อองค์ประกอบทั งหมดสอดคล้องกัน จึงเลือก Trade Setup ที เหมาะสมกับ สถานการณ์ แล้ววาง Stop Loss และ Take Profit ตามระบบ ลําดับการตัดสินใจเข้าเทรด
Step 1: ดูแนวโน้ม (Trend) Step 2: ดูตําแหน่งของราคา Step 3: รอให้เกิด Price Action (PA) Step 4: ยืนยันด้วยชุด Sigลําดับการตัดสินใจเข้าเทรด Step 5: ใช้ Fibonacci เป นตัวช่วย Step 6: เลือก Trade Setup หากขั นตอนใดไม่ผ่าน ให้หยุดวิเคราะห์ และรอจังหวะใหม่
บทที 15 จิตวิทยาการเทรด "ความสําเร็จในการเทรด ไม่ได้เกิดจากการวิเคราะห์ตลาดเพียง อย่างเดียว แต่เกิดจากการควบคุมตัวเองให้ทําตามระบบ"
ความรู้ด้านการวิเคราะห์และระบบเทรด เป็นเพียงส่วนหนึ งของความสําเร็จในการ เทรด แต่สิ งที ทําให้เทรดเดอร์สามารถอยู่รอดในตลาดได้อย่างยั งยืน คือ การ ควบคุมอารมณ์และการมีวินัยในการปฏิบัติตามแผน หลายครั งที ผลลัพธ์ของการเทรดไม่ได้แตกต่างกันเพราะระบบ แต่แตกต่างกัน เพราะวิธีคิดและการตัดสินใจของผู้ใช้งานระบบเดียวกัน หัวข้อนี จะกล่าวถึงหลักคิดและจิตวิทยาที นักเทรดควรมี เพื อช่วยให้สามารถปฏิบัติ ตามระบบได้อย่างมีวินัย ลดการตัดสินใจจากอารมณ์ และสร้างความสมํ าเสมอใน การเทรดในระยะยาว 1. วินัยสําคัญกว่าความแม่นยํา เทรดเดอร์หลายคนมักค้นหาระบบที แม่นยําที สุด แต่ในความเป็นจริง ไม่มีระบบใด ที ชนะได้ทุกครั ง สิ งที สร้างผลลัพธ์ในระยะยาว คือ การมีวินัยในการปฏิบัติตาม ระบบอย่างสมํ าเสมอ แม้ระบบจะมีโอกาสชนะสูงเพียงใด หากนักเทรดเข้าเทรดนอกแผน ย้าย Stop Loss ปิดกําไรเร็วเกินไป หรือปล่อยให้การขาดทุนบานปลาย ผลลัพธ์ก็อาจแตก ต่างจากที ระบบออกแบบไว้ จงเชื อมั นในระบบที ผ่านการศึกษาและทดสอบมาแล้ว ทําตามกฎของระบบทุก ครั ง และยอมรับผลลัพธ์ที เกิดขึ น เพราะ วินัยในการทําตามระบบ จะสร้างผลลัพธ์ ได้ดีกว่าการพยายามหาความแม่นยําที ไม่มีอยู่จริง จิตวิทยาการเทรด ระบบที ดี จะไม่มีคุณค่า หากขาดวินัยในการปฏิบัติตาม
2. การรอ คือ ส่วนหนึ งของการเทรด เทรดเดอร์จํานวนมากรู้สึกว่าต้องมีออเดอร์อยู่ตลอดเวลา จึงรีบเข้าเทรดเมื อเห็น ราคาขยับเพียงเล็กน้อย ทั งที เงื อนไขของระบบยังไม่ครบ ส่งผลให้ต้องเผชิญกับ ความเสี ยงที ไม่จําเป็น ในความเป็นจริง การไม่เข้าเทรด ไม่ได้หมายความว่าพลาดโอกาส แต่เป็นการรอ ให้ตลาดสร้างโอกาสที มีคุณภาพมากกว่า การเข้าเทรดเมื อองค์ประกอบของระบบ ครบถ้วน ย่อมมีความได้เปรียบมากกว่าการคาดเดาทิศทางของราคา จงอดทนรอให้ Trend, Price Action (PA), Sig และองค์ประกอบอื น ๆ ของระบบ สอดคล้องกันก่อนตัดสินใจเข้าเทรด เพราะการรอที ถูกเวลา เป็นส่วนหนึ งของการ บริหารความเสี ยง และช่วยเพิ มโอกาสในการประสบความสําเร็จในระยะยาว 3. ยอมรับการขาดทุน การขาดทุนเป็นส่วนหนึ งของการเทรด ไม่มีระบบใดที สามารถทํากําไรได้ทุกครั ง แม้จะวิเคราะห์อย่างรอบคอบและทําตามแผนอย่างเคร่งครัด ก็ยังมีโอกาสที ตลาด จะเคลื อนไหวสวนทางได้เสมอ เทรดเดอร์ที ประสบความสําเร็จ ไม่ได้แตกต่างจากคนอื นเพราะไม่เคยขาดทุน แต่ แตกต่างตรงที สามารถยอมรับการขาดทุนตามแผน และไม่ปล่อยให้อารมณ์เข้ามา มีผลต่อการตัดสินใจครั งต่อไป การไม่เข้าเทรด ทั งที สัญญาณยังไม่ครบถ้วน คือการตัดสินใจที ถูกต้อง ไม่ใช่การพลาดโอกาส
เมื อเข้าเทรดแล้ว ควรยอมรับความเสี ยงตั งแต่ก่อนเปิดออเดอร์ หากราคาไปถึง Stop Loss ให้ปิดการขาดทุนตามแผน และรอจังหวะใหม่โดยไม่พยายามแก้มือ หรือเอาคืนตลาด จงจําไว้ว่า การรักษาเงินทุน สําคัญกว่าการชนะในทุกออเดอร์ เพราะเมื อยังมีเงิน ทุนและยังรักษาวินัยได้ โอกาสในการกลับมาทํากําไรก็ยังมีอยู่เสมอ 4. อย่าแก้แค้นตลาด (Revenge Trading) หลังจากขาดทุน เทรดเดอร์หลายคนมักรีบเปิดออเดอร์ใหม่ทันที โดยหวังว่าจะนํา เงินที เสียไปกลับคืนมาให้เร็วที สุด แต่การตัดสินใจในช่วงเวลาที เต็มไปด้วยอารมณ์ มักทําให้ละเลยกฎของระบบ และเพิ มความเสี ยงโดยไม่จําเป็น การแก้แค้นตลาดอาจทําให้เข้าเทรดโดยไม่มีสัญญาณที ชัดเจน เพิ มขนาดล็อตเกิน กว่าที วางแผนไว้ หรือไม่ยอมตั ง Stop Loss ซึ งอาจนําไปสู่การขาดทุนที รุนแรงกว่า เดิม เมื อขาดทุน ให้ยอมรับผลลัพธ์ตามแผน พักทบทวนสาเหตุ และรอให้ระบบส่ง สัญญาณใหม่ก่อนกลับเข้าเทรดอีกครั ง เพราะทุกออเดอร์ควรเกิดจากการ วิเคราะห์ ไม่ใช่อารมณ์ การยอมรับการขาดทุนตามแผน ไม่ใช่ความล้มเหลว แต่คือวินัย ของเทรดเดอร์ที ประสบความสําเร็จ อย่าพยายามเอาชนะตลาดด้วยอารมณ์ แต่จงทําตามระบบด้วยเหตุผล
5. อย่าไล่ราคา (FOMO) หนึ งในสาเหตุที ทําให้เทรดเดอร์ขาดทุน คือ ความกลัวที จะพลาดโอกาส หรือ FOMO (Fear of Missing Out) เมื อเห็นราคาวิ งแรง จึงรีบเข้าเทรดโดยไม่ได้รอให้ เงื อนไขของระบบครบถ้วน การไล่ราคาอาจทําให้ได้จุดเข้าที ไม่เหมาะสม มี Stop Loss กว้างขึ น และทําให้ อัตราส่วนผลตอบแทนต่อความเสี ยง (Risk : Reward) ลดลง อีกทั งยังเพิ มโอกาส ที ราคาจะย่อตัวกลับมาชน Stop Loss ก่อนเคลื อนที ไปในทิศทางที คาดไว้ หากราคาวิ งออกจากจุดเข้าแล้ว จงยอมรับว่าจังหวะนั นผ่านไป และรอให้ตลาด สร้างโอกาสใหม่ เพราะในตลาดจะมีโอกาสเกิดขึ นเสมอสําหรับผู้ที มีความอดทน 6. เชื อระบบ มากกว่าอารมณ์ อารมณ์เป็นสิ งที เกิดขึ นกับเทรดเดอร์ทุกคน ไม่ว่าจะเป็นความโลภ ความกลัว ความมั นใจเกินไป หรือความกังวลหลังจากขาดทุน หากปล่อยให้อารมณ์เป็นผู้ ตัดสินใจ ผลลัพธ์ของการเทรดก็จะไม่เป็นไปตามแผนที วางไว้ ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั ง ให้กลับมาตรวจสอบว่าระบบให้สัญญาณครบถ้วนหรือไม่ ไม่ว่าจะเป็น Trend, แนวรับ–แนวต้าน, Price Action (PA), Sig และ Trade Setup หากองค์ประกอบยังไม่ครบ ก็ไม่ควรเข้าเทรด จงให้ระบบเป็นผู้ตัดสินใจ ส่วนหน้าที ของเทรดเดอร์ คือ การปฏิบัติตามระบบ อย่างมีวินัย ไม่ใช่การคาดเดาว่าตลาดจะเคลื อนไหวไปในทิศทางใด จงกลัวการเข้าเทรดผิดจังหวะ มากกว่ากลัวการพลาดโอกาส อย่าเชื อความรู้สึกในขณะนั น แต่จงเชื อกฎของระบบที ผ่านการพิสูจน์แล้ว
7. คิดเป็นความน่าจะเป็น การเทรดไม่ใช่การทํานายอนาคต ไม่มีใครสามารถรู้ได้ว่าราคาจะเคลื อนไหวไปใน ทิศทางใดอย่างแน่นอน แม้สัญญาณจะครบทุกเงื อนไข ก็ยังมีโอกาสที ผลลัพธ์จะ ไม่เป็นไปตามที คาดไว้ หน้าที ของเทรดเดอร์ คือ การเลือกจังหวะที มีความน่าจะเป็นสูงที สุด โดยอาศัยกฎ ของระบบ ไม่ใช่การคาดหวังว่าจะชนะทุกออเดอร์ เมื อระบบให้สัญญาณเข้าเทรด ก็ให้ปฏิบัติตามแผน หากกําไรก็ทําตามแผน หาก ขาดทุนก็ยอมรับตามแผน แล้วรอสัญญาณถัดไป เพราะผลลัพธ์ที แท้จริงไม่ได้วัด จากการเทรดเพียงครั งเดียว แต่วัดจากความสมํ าเสมอของการทําตามระบบใน ระยะยาว ระบบที ดีจะสร้างผลลัพธ์ได้ ก็ต่อเมื อเทรดเดอร์มีวินัยมากพอที จะ ทําตามระบบนั นอย่างสมํ าเสมอ
ทุกคนรู้...แต่ไม่ใช่ทุกคนทําได้ เทรดเดอร์แทบทุกคนรู้ว่า ต้องรอ ต้องมีวินัย ต้องตั ง Stop Loss และต้องทําตาม ระบบ แต่เมื อถึงเวลาจริง หลายคนกลับเลือกทําในสิ งตรงกันข้าม เมื อราคาวิ ง ก็กลัวตกรถจนรีบไล่ราคา เมื อขาดทุน ก็ย้าย Stop Loss เพราะหวังว่าราคาจะกลับมา เมื อกําไร ก็รีบปิดออเดอร์ เพราะกลัวกําไรหาย แต่เมื อขาดทุน กลับปล่อยให้ออเดอร์วิ งต่อ เพราะหวังว่าจะกลับมาเท่าทุน สุดท้าย สิ งที ทําลายพอร์ต ไม่ใช่ตลาด แต่คือการไม่ยอมทําตามกฎที ตัวเองวางไว้ การเทรดไม่ใช่การต่อสู้กับตลาด แต่เป็นการต่อสู้กับความโลภ ความกลัว และ ความหวังของตัวเอง หากเอาชนะอารมณ์ของตัวเองไม่ได้ ต่อให้มีระบบที ดีที สุด ก็ ยากที จะสร้างผลลัพธ์ที ดีได้ ศัตรูที แท้จริงของเทรดเดอร์ ไม่ใช่กราฟราคา แต่คือการตัดสินใจ ของตัวเองในวันที อารมณ์อยู่เหนือเหตุผล
บทที 16 การสร้าง Trading Plan "เทรดอย่างเป็นระบบ ลดการตัดสินใจจากอารมณ์ และรักษาวินัยในการเทรด"
Trading Plan คือ แผนการเทรดที กําหนดกฎและขั นตอนการตัดสินใจไว้ล่วงหน้า เพื อให้ทุกการเข้าเทรดเป็นไปตามระบบ ไม่ใช่ตามอารมณ์ เทรดเดอร์ที ประสบความสําเร็จไม่ได้ตัดสินใจจากความรู้สึกในขณะนั น แต่ตัดสิน ใจจากแผนที เตรียมไว้ก่อนตลาดเปิด เมื อเกิดสถานการณ์ต่าง ๆ ก็เพียงทําตาม แผนที วางไว้ ลดความลังเลและลดการตัดสินใจที เกิดจากอารมณ์ ทําไมต้องมี Trading Plan เคยหรือไม่... เปิดกราฟแล้วเห็นราคาวิ งแรง จึงรีบเข้าเทรดโดยไม่มีแผน เมื อราคาเริ มสวนทาง ก็ย้าย Stop Loss เพราะหวังว่าราคาจะกลับมา เมื อกําไรเพียงเล็กน้อย ก็รีบปิดออเดอร์ เพราะกลัวกําไรหาย แต่เมื อขาดทุน กลับปล่อยให้ออเดอร์วิ งต่อ เพราะหวังว่าจะกลับมาที เดิม หากเหตุการณ์เหล่านี เคยเกิดขึ นกับคุณ แสดงว่าคุณกําลังเทรดด้วยอารมณ์ มากกว่าการเทรดด้วยระบบ Trading Plan จึงเปรียบเสมือนคู่มือการตัดสินใจ ที กําหนดกฎทุกอย่างไว้ล่วงหน้า ไม่ว่าจะเป็นเงื อนไขการเข้าเทรด จุดตัดขาดทุน จุดทํากําไร และการบริหารความ เสี ยง การมี Trading Plan ที ดี ไม่ได้ช่วยให้ชนะทุกออเดอร์ แต่ช่วยให้ทุกออเดอร์เป็นไป ตามมาตรฐานเดียวกัน ซึ งเป็นพื นฐานสําคัญของการสร้างผลลัพธ์ที สมํ าเสมอใน ระยะยาว การสร้าง Trading Plan
เมื อถึงเวลาเข้าเทรด หน้าที ของคุณไม่ใช่การคิดใหม่ทุกครั ง แต่คือการตรวจสอบ ว่าตลาดตรงกับแผนที วางไว้หรือไม่ หากตรงก็เข้าเทรด หากไม่ตรงก็รอ องค์ประกอบของ Trading Plan ก่อนเปิดออเดอร์ทุกครั ง ควรตรวจสอบองค์ประกอบต่อไปนี 1. กําหนดแนวโน้ม (Trend) วิเคราะห์แนวโน้มหลักของตลาด และเลือกเทรดตามทิศทางของแนวโน้มเป็นหลัก 2. ตรวจสอบกรอบวัน พิจารณาว่าราคาอยู่เหนือหรือใต้กรอบวัน เพื อเลือกฝั งที ได้เปรียบในการเทรด 3. หาแนวรับ–แนวต้าน กําหนดระดับราคาที มีโอกาสเกิดแรงซื อหรือแรงขาย เพื อใช้เป็นโซนรอสัญญาณ 4. รอ Price Action (PA) ไม่เข้าเทรดเพียงเพราะราคาชนแนวรับหรือแนวต้าน แต่รอให้เกิด Price Action (PA) เพื อยืนยันการกลับตัวหรือการไปต่อ 5. ยืนยันด้วย Sig ตรวจสอบว่าเกิด Sig ตามระบบ และยังไม่ถูกทําลาย 6. เลือก Trade Setup เลือกวิธีเข้าเทรดให้เหมาะสมกับสถานการณ์ เช่น การแบ่งไม้เข้า การเข้าเทรดจาก แนวรับ–แนวต้านของ PA หรือการเข้าเทรดจากจุดเช็ค 7. วาง Stop Loss กําหนด Stop Loss ตามกฎของระบบทุกครั ง และไม่ย้าย Stop Loss เพราะ อารมณ์